มาแชร์ประสบการณ์ชีวิตช่วงนึงให้อ่านกันค่ะ

มาแชร์ประสบการณ์ชีวิตช่วงนึงให้อ่านกันค่ะ วัยคึกคะนอง สู่ความสำเร็จก้าวเล็กๆ ให้เป็นแนวทางในการคิด การใช้ชีวิต มันไม่ได้ลำบากกว่าใครหลายๆคน แต่มันเป็นบทเรียนชีวิต ที่เราได้เรียนรู้
     เราเป็นเด็กผู้หญิงที่เกเรค่ะ เรียนไม่เก่ง ไม่ตั้งใจเรียน ติดเพื่อน ติดเที่ยว ไม่สนใจครอบครัวเลย ทั้งที่ตอนนั้นอายุแค่15 กำลังเรียนม.3 กว่าจะจบม.3ก็ติด0 ร ผม.เยอะเหมือนกัน21ตัวมั้ง ช่วงกำลังคึกคะนอง เอาทุกอย่าง ลองทุกอย่างเหล้ายาปลาปิ้ง แต่หลังจากจบม.3มา ก็เรียนไม่จบม.4อีกเลยค่ะ ย้ายโรงเรียน 3โรงเรียน ติดเที่ยวหนักมากหนีเที่ยวเก่งมาก เลยตัดสินใจออกเรียนค่ะเพราะความคิดตอนนั้นคือไม่เอาแล้วไม่อยากเรียนแล้ว เอาจริงตอนนั้นคือบาปมากอ่ะ ทำพ่อแม่ครอบครัวเสียใจ จนถูกด่าว่าเป็นลูกเนรคุณ แล้วคือโกรธมากเหมือนยิ่งด่ายิ่งไปยิ่งไล่ยิ่งหนี ช่วงกำลังคึกคะนองไงไม่ฟังใครเอาแต่ความคิดตัวเองกับความสนุกสนานของตัวเอง เหมือนแบบมีเพื่อน มีสังคม กินเหล้า เที่ยวเตร่ โดยที่สังคมตรงนั้นยิ้มโคตรจะเสื่อมไปคลุกคลีอยู่กับสิ่งผิดกฏหมาย ไม่ได้คิดถึงครอบครัวเลยสักนิดเดียว อยากออกมาอยู่ข้างนอก เช่าหอ กับเพื่อน มั่วสุม คือตอนนั้นยิ้มโครตจะมีความสุข สนุกสนานเลยอ่ะ ลุงๆป้าๆข้างบ้าน หรือไม่ว่าจะใครเค้าก็ดูถุกเอาไว้หมดอ่ะว่า เรียนไม่จบหรอก ไปไหนไม่ได้ไกลหรอก กุ้ย กส๊อย เดี๋ยวก็ท้องบ้างเเผลอๆจะท้องไม่มีพ่อบ้างเมาส์กันมันปาก เพราะเราเป้นลูกข้าราชการ ครอบครัวเราดูมีฐานะ ญาติพี่น้องไม่มีคนที่เกเรเลย มีแต่เราที่เป็นลูกชั่วๆให้ชาวบ้านมันว่าได้อยู่คนเดียวตั้งแต่ออกเรียนมาเราก้เที่ยวอยู่ประมาณปีนึง บ้านแทบไม่กลับเลย เราเที่ยวเตร่จนทำให้แม่เครียดแม่ล้มป่วยเข้าโรงพยาบาลเพราะเรา พ่อออกตามหาเรา แต่เรามัวแต่ไปเที่ยวสนุกสนาน เราเป็นคนกลัวพ่อเพราะพ่อเป้นคนที่ไม่พูด วันที่พ่อตามหาเราเจอพ่อตะโกนใส่หน้าเราสุดเสียงแล้วง้างมือจะตบเรา นั่นเป้นครั้งแรกที่เรากลัวจนตัวสั่น ฉี่แตก พอรู้ว่าแม่ไม่สบายตอนน้นถึงคิดได้และรู้สึกผิดขอโทษในสิ่งที่ทำให้แกเสียใจ กลับมาถามตัวเองเราอยู่ทำไม คือทำตัวไม่มีประโยชน์อ่ะ คือเป็นลูกที่เลวแล้วก็บาปสุดๆ (ดูสิทุกคนมาคิดได้ตอนที่แม่ล้มป่วยเพราะเรา) ตอนนั้นเลยคิดอยากหางานทำ อายุ16 วุฒิม.3 จะทำอะไรอ่ะนอกจากเป็นเด็กเสริฟร้านเหล้า ร้านอาหาร เราเข้ากทม.ไปหางานทำ เป็นร้านขายอาหาร กับการเริ่มทำงานครั้งแรก ต้องเจอกับคนที่ไม่ชอบเรา เจอกัด เจอด่า ถูกมองสารพัด โดนแกล้งบ้าง มันเหนื่อยและอึดอัดสุดๆจนอยู่ไม่ได้ เราอดทนแล้วนะแต่มันไม่ไหวจริงๆ เราไม่อยากโดนครอบครัวว่าว่าเราทำงานไม่ทน ก็เลยไปชลบุรีหางานใหม่ทำ ได้งานเซเว่น ทำสามวันแรกก้ไม่สบายหนัก เราคิดเลยว่ามันไม่ง่ายเลยจริงๆกับการออกมาใช้ชีวิตที่ไม่มีพ่อแม่ เราคิดถึงพ่อแม่คิดถึงโรงเรียน เราอยากกลับบ้าน มันท้อและเหนื่อยสุดๆ เราตัดสินใจโทรหาแม่ เราบอกเราไม่ไหว เราไม่สบายหนักทำงานไม่ได้เลย แม่พูดมาคำนึง "ถ้าไม่ไหวก็กลับบ้านเราลูก" น้ำตาแตกเลยร้องไห้หนักมาก เราตัดสินใจกลับบ้าน สรุปการไปทำงานครั้งนี้เป็นศูนย์ เงินเดือนก็ไม่ได้ ไม่ได้อะไรเลย กลับบ้านตัวปล่าว และแน่นอนคำพูดซุบซิบนินทาต้องถึงหูเรา แต่เรากลับบ้านมาเราไปสมัครเรียน กศน.ม.ปลาย และเราไม่ได้อยู่บ้านเฉยๆ เราไปทำงานกับพี่ชายเราฝากให้เป็นเด็กเสริฟร้านเหล้า ซึ่งเป็นงานกลางคืน ก้ทำไปเพราะอยากทำงาน อยากมีงานทำ มาทำเด็กเสริฟก็โดนดูถูกอีก ว่าเป้น"กะห.."รุ้มั้ยว่าเรารุ้สึกแย่นะที่ได้ยินคำพูดแบบนี้ แต่เราไม่แคร์ เพราะเราโดนดูถูกมาเยอะ เราไม่สนใจใครจะว่ายังไง เราโอเคกับงานนี้ มันเป็นงานที่บริสุทธิ์และเราก้สนุกกับมัน  เงินเดือนแรกที่ได้มา เราเอาให้แม่ เชื่อมั้ยมันโคตรจะรู้สึกดีที่ ที่ได้ยินคำพูดคำนึงของแม่ แม่บอว่า "แม่ภูมิใจในตัวเรามาก" และมันก็ทำให้เราภูมิใจในตัวเราด้วย เรามีกำลังใจทำงานต่อไปเรื่อยๆ เราทำงานเสริฟไปด้วยกลับไปสอบกศน.ด้วยจนเราจบ ได้วุฒิ ม.ปลาย ตอนนั้นเราอายุ20 ช่วงที่เราทำงานเราเห้นเพื่อนคนอื่นเรียนมหาลัย มันเท่ มันดูดี มันน่าสนุกสุดๆไปเลย จึงทำให้เราอยากเรียน เลยคิดที่จะเรียนต่อ พ่อเราก็คอยสนับสนุนเรา แกดีใจมากที่เราคิดจะเรียนต่อ เราเอาวุฒิกศน.ไปสมัครเรียนต่อมหาลัย เราไม่มีสาขาหรือวิชาเอกที่ชอบ เราลงสาขาพัฒนาสังคม การโรงแรม ละก็การจัดการ เราไม่ได้อ่านหนังสือเพราะเราทำงานไม่มีเวลาอ่าน เราไปสอบหวังแค่ว่าให้ติดมหาลัยเท่านั้น จะสาขาไหนก็ชั่ง เราเรียนได้หมด อีกใจก็กลัวไม่ติด สรุปเราติด สาชาการพัฒนาสังคม ที่เราลงเป็นสาขาแรก เราดีใจมากๆๆๆๆๆ ที่เราไม่ทิ้งโอกาส และตื่นเต้นไปพร้อมกัน เราออกจากงานและเตรียมตัวเป้นเฟรชชี่ รู้มั้ยว่ามันยิ่งรู้สึกภูมิใจในตัวเองขึ้นมาอีกระดับนึง ที่ได้กลับมาเรียนอีกครั้ง แล้วครั้งนี้คือโคตรตั้งใจ พูดกับตัวเองตลอดว่า"ได้เรียนแล้วต้องเรียนให้จบนะเว้ย" เราไม่ขยัน เรียนก็งั้นๆถูๆไถๆ ไปเรียนบ้าง ขาดบ้างลาบ้างขี้เกียจบ้าง แต่เราโชคดีมากที่มีเพื่อนคอยดึงเราตลอด ชีวิตมหาลัยคือสนุกจริงๆ สบาย ไม่ต้องไปทำงานเหนื่อยลำบาก และเราก็โชคดีที่มีพ่อคอยสนับสนุนเพราะข้าราชการเบิกได้ มันเหมือนเป็นโลกใหม่ของเรา โลกที่ดีกว่าเดิม และการเลื่อนขั้นในแต่ละชั้นปี1 2 3 4 เหมือนเป็นความสำเร็จทีละก้าว มันรู้สึกมีจุดมุ่งหมาย รู้สึกว่าตัวเองมีค่า ความหวังของเราคือเรียนให้จบเพื่อเป็นของวัญให้พ่อกับแม่และปัจจุบันเราเรียนจบแล้ว ปัจจุบันเราอายุ23แล้วนะ แต่ดันมาซวยจบช่วงโควิดนี่สิ   
    เราแอบสะใจนะกับพวกที่ชอบว่าเรา นินทาเรา ดูถูกเราสารพัด ว่าเราไว้เยอะเราแอบได้ยินว่าลูกหลานเค้าเรียนไม่จบมีลูกมีผัวก่อนเราซะอีก55555 ความภูมิใจของเรามันไม่ได้ดูมากมายอะไร มันเป็นความหวังเล็กๆ ที่เด็กเกเรๆมากๆอย่างเราจะทำได้ เด็กที่ทำตัวเหลวแหลก ไม่เอาไหน จะมาถึงวันที่ประสบความสำเร็จขึ้นมาอีกก้าว ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง ได้ไปใช่ชีวิต การทำงานที่โคตรจะลำบากมากๆในวัยนั้น เป็นประสบการชีวิตเลยก็ว่าได้ 
   แต่รู้อะไรมั้ย สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตก็คือพ่อกับแม่นี่แหละ คนที่คอยดูเรา เป้นห่วงและรักเราที่สุดในชีวิต ไม่ว่าเราจะเลว จะไม่ดีขนาดไหน พ่อกับแม่ให้อภัยเราได้เสมอ มีแต่เราที่ยังติดตราบาปอยู่ในใจเคยทำอะไรกับแกไว้ จะรุ้สึกผิดไปตลอดชีวิตจริงๆ โชคดีมากที่พ่อแม่คอยให้กำลังใจและสนับสนุนมาตลอด   
    ปล.อนาคตอาจเป็นชีวิตการทำงาน การใช้ชีวิตจริงๆ หากมีปัญหาหรืออุปสรรคอะไร จะมาแชร์ให้ได้อ่านกันอีกนะคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่