หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[CR] บึงกาฬ นอกจากถ้ำนาคา มีอะไรที่น่าสนใจอีกมาก
กระทู้รีวิว
จังหวัดบึงกาฬ
ภาคอีสาน
จังหวัดหนองคาย
เที่ยวเชิงอนุรักษ์
เที่ยวไทย
บึงกาฬ 18-23 กรกฎาคม 2563
บึงกาฬ จังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย บางคนถามคืออะไรบึงกาฬ ไม่เคยได้ยินมาก่อน เราเคยมาบึงกาฬเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว แต่ตอนนั้นเน้นเดินสายวัดป่า ไม่ได้ถือศีลกินเจอะไร แต่ชอบวัดป่าเป็นการส่วนตัว และเป็นคนชอบเที่ยวแต่เที่ยวแบบสาระปนชิล ขณะนั้นจึงมีโอกาสได้มาวัดภูทอก (วัดเจติยาคีรีวิหาร) หลวงปู่จวน กุลเชฎโฐ (หาฟังประวัติท่านใน YouTube)กันดูนะว่าน่าตะลึงมากๆ และจะว่าไปบึงกาฬก็ไม่ใช่จังหวัดน้องใหม่อะไร เพราะตั้งเป็นจังหวัดมาเกือบ 10 ปีแล้ว ซึ่งแยกตัวออกมาจากจังหวัดหนองคาย อยู่อีสานตอนบนนั่นเอง ช่วงนี้ใครได้ยินบึงกาฬคงจะหนีไม่พ้น “ถ้ำนาคา” ตำนานพญานาค และแล้วทริปนี้จึงเกิดขึ้นโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้คาดหวังหรือจะมาสืบค้นหรือจะร่วมหาอะไรกับใครเค้าหรอก เพราะจริง ๆ แค่เห็นเพียงลำตัวจากข่าวคราวก็ชวนขนลุกแล้ว และในขณะที่มีข่าวว่าหัวพญานาคอยู่ที่ประเทศลาว บ้างก็ว่าอยู่ประเทศไทย และด้วยความที่เป็นคนชอบเที่ยวอะไรที่ยังไม่ศิวิไลซ์เกินไปนัก บึงกาฬจึงเป็นอีกทริปที่ตั้งใจมา และไม่ใช่มีแค่ถ้ำนาคา แต่บึงกาฬมีอะไรที่ครบจริง ๆ ไม่ว่าจะน้ำตก ภูเขา บึง เรียกว่าไม่ผิดหวังและส่วนตัวคิดว่าบึงกาฬเป็นที่ที่คุ้มค่ากับการเดินทางมาอย่างยิ่ง ช่วงเวลา 6 วัน 5 คืน จึงเป็นทริปที่ค่อนข้างโหดนิดหน่อย สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมีมากกว่าจะสามารถเบียดทุกสถานที่ ลงไปในจำนวนวันแค่เท่านี้ได้
ความจริงต้องขับรถออกจากปากช่องแต่เช้ามืดของวันที่ 18 เราแพลนไปนอนค้างบ้านเพื่อนที่ปากช่องคืนวันที่ 17 เพราะจากกรุงเทพฯ ถึงบึงกาฬระยะทาง 700 กว่า กม. ประมาณ 11 ชั่วโมงกว่าๆ ไม่รวมแวะทานข้าว เข้าห้องน้ำ อะไร ๆ เลย หวังจะย่นเวลาไปได้ 2 ชั่วโมง สรุปงานเข้าด่วน แพลนจึงเปลี่ยน สรุปเริ่มขับรถออกจากกรุงเทพฯ บ่ายโมง แวะรับเพื่อนที่ปากช่องบ่ายสามของวันที่ 18 (ความที่ไปกันแค่สองคนเพราะฉะนั้นอะไร ๆ ก็ง่ายกว่าคนเยอะแน่นอน ไม่งั้นจะเข้าตำรามากคนมากความได้) คือก่อนถึงบ้านเพื่อนนี่ต้องโทรคุยกันเลยว่าพร้อมนะ กระโดดขึ้นรถเลยนะ เวลามีน้อย และคืนนี้เราต้องนอนที่ จ.อุดรธานีแทน คือดูเวลาแล้วไม่อยากเสี่ยง ถนนหนทางมืดเกินไป จะเที่ยวจะอะไรก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย (รอบคอบไว้ก่อน) สรุปเราตัดสินใจนอนที่ จ.อุดรฯ (Belle Grand Hotel@980.-/คืน) เคยนอนแล้วครั้งนึงบอกเลยถูกใจมาก สะอาด ทำเลดี ที่สำคัญอาหารอร่อย อาหารเช้าก็เยี่ยม เนื่องจากไปถึงเกือบสามทุ่ม หิวมาก เพราะระหว่างทางนี่ไม่แวะอะไรทั้งสิ้น อย่างโหด ทุกอย่างเป็นใจไม่ปวดห้องน้ำกันเลย ทนหิวกันนิดหน่อย เอาน่ะ !!! ถ้าระหว่างทางก็ได้แต่กินกันตาย เลยอดเปรี้ยวไว้กินหวานดีกว่า แล้วตอนเช้าค่อยมุ่งหน้าไปตามแพลน
ที่ จ.อุดรฯ กินล้วน ๆ ทนหิวจากกรุงเทพ ยอมไม่แวะกินระหว่างทางเพื่อสิ่งนี้
Day 2
ได้เวลาอันสมควรเพื่อมุ่งหน้าสู่ จ.บึงกาฬ แต่เนื่องจากระหว่างทางเราสามารถแวะได้นี่หน่า บอกแล้วมากันน้อยคน แพลนพร้อมเปลี่ยนตามความเหมาะสมได้ตลอดเวลา (โคตรเอาแต่ใจ) อยู่ ๆ ก็อยากไปวัดผาตากเสื้อ จ.หนองคาย แวะซะหน่อย ระยะทางแค่ 124 กม. ประมาณ 2 ชม.
ตรงข้ามคือประเทศลาว ถูกกั้นโดยแม่น้ำโขง คือขึ้นไปดูวิวแค่นี้แหล่ะ สบายใจไปต่อได้ หนทางอีกยาวไกล จากหนองคายไปบึงกาฬก็อีกประมาณ 255 กม. 4 ชั่วโมง ความจริงเราต้องแวะที่วัดสว่างอารมณ์ และวัดภูทอก บังเอิญเหลือเกินเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันซะก่อน เลยอดไปทั้งสองที่ เสียเวลาไปอีกหนึ่งวัน สรุปตัดสินใจเข้าที่พักที่จองไว้ที่ เรือนไทยเกสต์เฮ้าส์เลยละกัน เพราะแพลนสำหรับพรุ่งนี้คือถ้ำนาคา ที่พักนี้ห่างจากถ้ำนาคาเพียง 16 นาที และโชคดีที่ตัดสินใจไม่แวะที่ไหนก่อนเข้าที่พักอีก เพราะบึงกาฬยังถือว่ามืดมากแค่ช่วงเวลาทุ่มนึง บางจังหวัดเวลาแค่นี้ยังสามารถขับรถไปได้เรื่อย ๆ
เจ้าของที่พักน่ารักมาก กันเอ๊ง กันเอง แกเห็นเรามาค่ำ อุตส่าห์ขี่มอเตอร์ไซค์ไปบอกเจ้าของร้าน "แซ่บ" ที่อยู่ใกล้ที่พักว่าให้รอเราสองคนก่อน ให้เรายืมมอเตอร์ไซค์เสร็จสรรพเพราะว่าไม่ไกลเท่าไร แต่ก็ขี้เกียจขับรถออกไปแล้ว แกบอกเอามอเตอร์ไซค์แกไปได้เลย จอดคากุญแจไว้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง เอ่อ !!!! ดีเหมือนกัน ใจดีโคตร บอกแล้วกันเอ๊ง กันเอง
เนื่องจากเราแพลนมาบึงกาฬ 6 วัน 5 คืน เลยปรึกษากับเพื่อนว่าเรานอนที่นี่ตลอดทริปเลยไม๊ สรุปเพื่อนโอเค พูดง่าย ๆ สันดานเดียวกัน ขี้เกียจเก็บข้าวของย้ายที่นอนบ่อย ๆ ยอมขับรถไปเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่คนกรุงเทพฯ มีน้ำอดน้ำทนกับการขับรถอยู่แล้ว สองสามชั่วโมงบางทีกระเถิบไปได้แค่ 10 กม. กะแค่นี้จะเป็นไรไป และที่จองที่นี่ก็เพราะเราเห็นว่าใกล้ถ้ำนาคา และการไปสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ตามที่แพลนมาไม่ว่าจะภูสิงห์ วัดภูทอก สำหรับเราไม่ได้ถือเป็นเรื่องลำบากอะไร ว่าแต่กิน "แซ่บ" เสร็จ รีบอาบน้ำพักผ่อนดีกว่า เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว และคาดว่าพรุ่งนี้ก็น่าจะเหนื่อยมากด้วย ได้ยินมาว่าถ้ำนาคาใช้เวลาพอสมควรอยู่ แต่เอาวะเคยไปเดิน Trekking ที่ ABC Nepal มาแล้วพอไหวน่ะแค่นี้
Day 3
ก่อนจะมาบึงกาฬ เราได้ลงทะเบียนการขึ้นถ้ำนาคา ที่สถานปฏิบัติธรรม ถ้ำชัยมงคล ไว้ล่วงหน้าแล้ว ออกจากที่พัก 8 โมงเช้า เพราะจองไว้ 9 โมง สิ่งแรกที่พวกเราทำกันคือ แวะกราบสักการะศาลเจ้าปู่อือลือ เพราะท่านคือต้นตำนานของถ้ำนาคาแห่งนี้ (หาฟังใน YouTube กันนะ)
ตอนที่เราไปกราบสักกการะท่าน ก็เห็นแต่ชาวบ้านแถวนั้น เลยถามไถ่ชาวบ้านดูถึงรู้ว่าได้ยินแต่ตำนานแต่ก็ไม่เคยขึ้นกัน เพราะพวกเค้าก็ได้ยินเรื่องราวเหล่านี้มาเป็นเวลานานโข ส่วนพวกเราก็เหมือนคนนอกพื้นที่คนแรก ๆ ที่มากราบปู่อือลือ ได้เวลาออกเดินทางไปดูสิ่งลี้ลับเรื่องเล่าตามตำนาน ตัวอยู่ไทย หัวอยู่ลาว หรือทั้งหัวและตัวอยู่ไทยกันแน่ เท่าที่ฟังข้อมูลเพี้ยนไปเพี้ยนมาจนสับสน แต่ก็แว่ว ๆ ว่าเมื่อวันที่ 13 กค.ที่ผ่านมา มีคนเจอหัวพญานาคอยู่ที่ถ้ำนาคานี่แหล่ะ และแล้วเราก็มาถึงจุดหมายเป็นคนแรก ๆ ในเวลา 8:40 น. ลงชื่อและจ่ายค่าผ่านทาง 30.-/คน เจ้าหน้าที่ตรงที่เราเซ็นต์ชื่อให้กำลังใจดีมาก "พวกหนูยังไม่กล้าขึ้นเลยค่ะ คือเหนื่อยมาก และกลัวความสูงด้วย" โห!!!!! ขอบใจ
น้องเจ้าหน้าที่เค้าบอกแล้วไม่ฟัง แรก ๆ จะเป็นบันไดปูน ขึ้นไปซักพักจะเป็นบันไดเหล็กสูงชันเกือบตั้งฉาก เป็นไงล่ะ
ที่พักระหว่างทางมีไม่มาก นั่งพักบันไดตามสมควรนี่แหล่ะ เดี๋ยวพอเราเดิน ๆ ไปก็จะมีคนนั่งเป็นเพื่อนมากมาย ล้วนแล้วแต่หมดสภาพ แต่ละคนไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน ก็ให้กำลังใจกันระหว่างทางกันไป ชวนคุยกันให้สนุกสนานจะได้ลืมเหนื่อย แต่ความจริงโคตรเหนื่อยและจะเริ่มพูดจาน้อยลงเรื่อย ๆ หน้าตาเริ่มบอกบุญไม่รับ จิบน้ำเป็นระยะ ๆ เอาขึ้นมาแค่ขวดเดียวด้วย แย่ละ พักพอแค่ดีขึ้นก็ไปต่อ
บันไดที่เดินขึ้นมา ลองมองย้อนกลับลงไป เหมือนมาเดินเล่นบนรางรถไฟเหาะยังไงยังงั้นเลย ได้ยินมาว่าประมาณ 1400 ขั้น ลำพังเดินขึ้นก็แย่ละ เลยไม่ได้นับว่ากี่ขั้นกันแน่ เราใช้เวลาในการเดินขึ้นประมาณ 2 ชม. คนอื่นเค้าเดินกันไม่ถึงหรอก คือไม่รีบไง (จริง ๆ เหนื่อยแทบขาดใจ) เริ่มได้ยินเสียงคนตีฆ้อง หน้าตาเริ่มเป็นมิตร ใกล้แล้วซินะ ยังเดินไม่ทันสุดก็เริ่มเห็นลายของหินแค่นี้ก็เหมือนจะแย่ละ มีเหมือนกว่านี้อีกเหรอ อะ!!! ไปต่อ เดินไปอีกซักพักเจอเจ้าหน้าที่ยืนอยู่บอกให้เดินตามทางที่มีผ้าสีเหลืองเล็ก ๆ ผูกอยู่ จะเจอลำตัว
แค่เดินถึงตรงนี้ก็ต้องอึ้ง เพราะกลิ่นของถ้ำชวนวังเวงสิ้นดี แถมต้องเดินเบียดเกล็ดพญานาคโดยการไต่เชือกเส้นขาว ๆ ลงไปเพื่อไปยลลำตัวว่าเหมือนที่เขาเล่าไม๊ เหมือนที่ดูในข่าว ใน YouTube ไม๊
ดูเอาละกันว่าทำไมผู้คนมากมายถึงมุ่งหน้ามาที่ตำนานแห่งนี้ เห็นปุ๊ปขนลุกปั๊ป เราใช้เวลาอยู่บริเวณนี้นานโขอยู่และหลังจากนั้นก็ต้องไปชมส่วนหัวต่อ ส่วนหัวจะอยู่อีกที่นึงแต่อยู่ในบริเวณนี้แหล่ะ แปลกตรงที่ว่าไม่มีป้ายซักอันบอกเลยว่า ทางเดินไปชมหัวพญานาคอยู่ที่ไหน พวกเราและคนอื่น ๆ เดินวนไปเวียนมา เพราะข้างบนก็มีจุดชมวิว จุดกราบไหว้พระพุทธรูปอยู่หลายจุด ผู้คนก็แยกย้ายกันไปตามจุดต่าง ๆ แต่เป้าหมายแต่ละคนอยู่ที่หัวพญานาคเหมือนกันหมด และก็ถามไถ่กันก็ยังไม่มีใครเจอด้วยความที่ป้ายซักอันจะแจ้งนักท่องเที่ยวไม่มีเลย เราจึงคิดว่าหรือไม่มี มีแต่เขาเล่าว่า และเป็นห่วงแพลนที่เหลือว่าจะไปไม่ครบจึงตัดสินใจว่าโอเคพอแล้วก็ได้ เห็นลำตัวก็อึ้งละ ทั้ง ๆ ที่ก็มีครอบครัวชาวอีสานเรียกพวกเราว่าให้ไปช่วยกันหาก่อน ไหน ๆ ก็มาแล้ว เรียกอยู่นานเลย เราก็มัวห่วงแพลนที่จะไปต่อ จึงมุ่งหน้ากลับลงไปประมาณ 700 ขั้นคือครึ่งทางเห็นจะได้ ตอนลงนี่ก็เกร็งสุด ๆ เพราะทางลงก็ไม่ง่ายเลย เหล็กที่มาเรียงต่อกันลายตามาก พลาดซักนิดก็อาจจะกลิ้งยาวเลย ลำบากคนข้างหน้าอีก เพราะจะกลายเป็น"โดมิโน" คือเป็นผักแน่ ๆ
มีต่อภาค 2
ชื่อสินค้า:
บึงกาฬ ถ้ำนาคา พญานาค ภูทอก หลวงปู่จวน กุลเชฎโฐ ภูสิงห์ หินสามวาฬ บึงโขงหลง วัดอาฮงศิลาวาส แก่งอาฮง สะดือแม่น้ำโขง
คะแนน:
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
- จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
- ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
เที่ยวตามรอย...บรั่นดีไทย บึงกาฬ – กาฬสินธุ์
เคยไหม... เวลานั่งดูทีวี พอเห็นโฆษณาที่มีวิวสวยๆ แล้วอยากจะตามรอย ผมเนี่ย... เป็นบ่อยมาก และทริปนี้ก็เหมือนกัน เกิดจากการดูโฆษณาบรั่นดีไทยยี่ห้อหนึ่ง ที่พยายามน
ลุงเสื้อเขียว
ฝนนี้ที่บึงกาฬ
ผมเคยมาเที่ยวบึงกาฬ ตั้งแต่บึงกาฬยังไม่แยกตัวออกมาจากหนองคาย บอกเลยว่าตอนนั้นพื้นที่ของจังหวัดบึงกาฬที่ในเวลานั้นเป็นพื้นที่ของหนองคาย แทบไม่มีสถานที่ท่องเที่ยว
ลุงเสื้อเขียว
ถ้ำนาคา แรงศรัทธา 'พญานาคเล่นน้ำ'
ถ้าจะพูดถึง'ถ้ำนาคา'เชื่อว่าหลายคนรู้จักเพราะกำลังเป็นกระแสฟีเวอร์อยู่ในขณะนี้ เพราะไม่ว่าจะเป็น Youtuber ดารานักแสดงหลากหลายช่อง ดาราดังระดับประเทศต่างหลั่งไหล
ช่อมาลี21
ทริป คนบาปตามหาปู่นาคา...ไม่เชื่อแต่ก็ไม่ลบหลู่ 3 วัน 2 คืน อุดร-บึงกาฬ-หนองคาย
สวัสดีครับ วันนี้ผมจะขอมารีวิวการไปเที่ยว 3 จังหวัด คือ อุดรธานี - บึงกาฬ - หนองคาย จุดเริ่มต้นของทริป ตอนแรกผมกับเพื่อนอีก 3 คนอยากจะไปปางอุ๋งที่แม่ฮ่องสอน แต่
Gustave
เส้นทางศรัทธาอีสานเหนือ บึงกาฬ#1 วัดเจติยาศรีวิหาร (วัดภูทอก) เดินขันสวรรค์ด้วยแรงศรัทธา แวะ triple 3 cafe
เส้นทางศรัทธาอีสานเหนือ บึงกาฬ#1 วัดเจติยาศรีวิหาร (วัดภูทอก) จังหวัดบึงกาฬ เดินขึันสวรรค์ด้วยแรงศรัทธา แวะ triple 3 cafe วัดภูทอก ตั้งอยู่ที่บ้านนาคำแคน ตำบลนา
ไอ้คล้าวผจญภัย
<<< Memories pink >>>::::::::เที่ยวนครพนม ขึ้นMekong River Eyeชิงช้าสวรรค์ยักษ์ แลนด์มาร์กแห่งใหม่ริมฝั่งโขง::::::::
ได้ข่าวมาว่าที่นครพนมมีแลนด์มาร์กแห่งใหม่ เป็นชิงช้าสวรรค์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย แถมยังตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง สามารถชมวิวมุมสูงได้อย่างสบายๆ ก็เลยต้องกล
Memories pink
🌸🌸🌸...กระทู้โพสต์ไปเรื่อยครั้งที่ ๕๗/๓๖๕ วัน ๓๖๕ ภาพ ปีที่ ๑๗ ประจำวันพฤหัสบดี ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙...🌸🌸🌸
สวัสดีครับท่านสมาชิกทุกท่าน ผมได้รับหน้าที่ตั้งกระทู้ " ครั้งที่ 57/ 365 วัน / 365 ภาพ ปีที่ 17 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569" ครับ รับหน้าที
วันนี้รักเธอที่สุด
กระทู้โพสต์ไปเรื่อย ครั้งที่ 59/365 วัน ปีที่ 17 ประจำวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569
สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ ได้รับไม้ต่อจาก คุณ จินดาหรา วันนี้มาในหัวข้อ 🌹💖 "ภาพที่มีเส้นโค้ง" 🌹💖 ขอเชิญท่านสมาชิกมาร่วมโพสต์ ภาพถ่ายฝีมือตัวเอง ในหัวข้อ
thai orchid
ถนนเส้นนี้ อยู่ในจังหวัดใดหรือครับ
แล้วอยู่แถวอำเภอไหน ภูเขาสวยจัง
จักรพรรดิแดนรักทหารErosPhoenix
มีใครเป็นบ้าง? ทิ้งสิทธิ์อาหารเช้าโรงแรม แล้วออกไปหาของอร่อยข้างนอกแทน
ตามหัวข้อเลยค่ะ คือบางทีจองที่พักแบบรวมอาหารเช้าไป แต่พอเอาเข้าจริงกลับรู้สึกอยากกินร้านในตำนานแถวๆ นั้น หรืออยากลองคาเฟ่เก๋ๆ มากกว่า บางทีอาหารเช้าโรงแรมก็แอบน
เซี่ยวลี้ปวยตือ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
จังหวัดบึงกาฬ
ภาคอีสาน
จังหวัดหนองคาย
เที่ยวเชิงอนุรักษ์
เที่ยวไทย
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 120
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[CR] บึงกาฬ นอกจากถ้ำนาคา มีอะไรที่น่าสนใจอีกมาก
บึงกาฬ จังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย บางคนถามคืออะไรบึงกาฬ ไม่เคยได้ยินมาก่อน เราเคยมาบึงกาฬเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว แต่ตอนนั้นเน้นเดินสายวัดป่า ไม่ได้ถือศีลกินเจอะไร แต่ชอบวัดป่าเป็นการส่วนตัว และเป็นคนชอบเที่ยวแต่เที่ยวแบบสาระปนชิล ขณะนั้นจึงมีโอกาสได้มาวัดภูทอก (วัดเจติยาคีรีวิหาร) หลวงปู่จวน กุลเชฎโฐ (หาฟังประวัติท่านใน YouTube)กันดูนะว่าน่าตะลึงมากๆ และจะว่าไปบึงกาฬก็ไม่ใช่จังหวัดน้องใหม่อะไร เพราะตั้งเป็นจังหวัดมาเกือบ 10 ปีแล้ว ซึ่งแยกตัวออกมาจากจังหวัดหนองคาย อยู่อีสานตอนบนนั่นเอง ช่วงนี้ใครได้ยินบึงกาฬคงจะหนีไม่พ้น “ถ้ำนาคา” ตำนานพญานาค และแล้วทริปนี้จึงเกิดขึ้นโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้คาดหวังหรือจะมาสืบค้นหรือจะร่วมหาอะไรกับใครเค้าหรอก เพราะจริง ๆ แค่เห็นเพียงลำตัวจากข่าวคราวก็ชวนขนลุกแล้ว และในขณะที่มีข่าวว่าหัวพญานาคอยู่ที่ประเทศลาว บ้างก็ว่าอยู่ประเทศไทย และด้วยความที่เป็นคนชอบเที่ยวอะไรที่ยังไม่ศิวิไลซ์เกินไปนัก บึงกาฬจึงเป็นอีกทริปที่ตั้งใจมา และไม่ใช่มีแค่ถ้ำนาคา แต่บึงกาฬมีอะไรที่ครบจริง ๆ ไม่ว่าจะน้ำตก ภูเขา บึง เรียกว่าไม่ผิดหวังและส่วนตัวคิดว่าบึงกาฬเป็นที่ที่คุ้มค่ากับการเดินทางมาอย่างยิ่ง ช่วงเวลา 6 วัน 5 คืน จึงเป็นทริปที่ค่อนข้างโหดนิดหน่อย สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมีมากกว่าจะสามารถเบียดทุกสถานที่ ลงไปในจำนวนวันแค่เท่านี้ได้
ความจริงต้องขับรถออกจากปากช่องแต่เช้ามืดของวันที่ 18 เราแพลนไปนอนค้างบ้านเพื่อนที่ปากช่องคืนวันที่ 17 เพราะจากกรุงเทพฯ ถึงบึงกาฬระยะทาง 700 กว่า กม. ประมาณ 11 ชั่วโมงกว่าๆ ไม่รวมแวะทานข้าว เข้าห้องน้ำ อะไร ๆ เลย หวังจะย่นเวลาไปได้ 2 ชั่วโมง สรุปงานเข้าด่วน แพลนจึงเปลี่ยน สรุปเริ่มขับรถออกจากกรุงเทพฯ บ่ายโมง แวะรับเพื่อนที่ปากช่องบ่ายสามของวันที่ 18 (ความที่ไปกันแค่สองคนเพราะฉะนั้นอะไร ๆ ก็ง่ายกว่าคนเยอะแน่นอน ไม่งั้นจะเข้าตำรามากคนมากความได้) คือก่อนถึงบ้านเพื่อนนี่ต้องโทรคุยกันเลยว่าพร้อมนะ กระโดดขึ้นรถเลยนะ เวลามีน้อย และคืนนี้เราต้องนอนที่ จ.อุดรธานีแทน คือดูเวลาแล้วไม่อยากเสี่ยง ถนนหนทางมืดเกินไป จะเที่ยวจะอะไรก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย (รอบคอบไว้ก่อน) สรุปเราตัดสินใจนอนที่ จ.อุดรฯ (Belle Grand Hotel@980.-/คืน) เคยนอนแล้วครั้งนึงบอกเลยถูกใจมาก สะอาด ทำเลดี ที่สำคัญอาหารอร่อย อาหารเช้าก็เยี่ยม เนื่องจากไปถึงเกือบสามทุ่ม หิวมาก เพราะระหว่างทางนี่ไม่แวะอะไรทั้งสิ้น อย่างโหด ทุกอย่างเป็นใจไม่ปวดห้องน้ำกันเลย ทนหิวกันนิดหน่อย เอาน่ะ !!! ถ้าระหว่างทางก็ได้แต่กินกันตาย เลยอดเปรี้ยวไว้กินหวานดีกว่า แล้วตอนเช้าค่อยมุ่งหน้าไปตามแพลน
ที่ จ.อุดรฯ กินล้วน ๆ ทนหิวจากกรุงเทพ ยอมไม่แวะกินระหว่างทางเพื่อสิ่งนี้
Day 2
ได้เวลาอันสมควรเพื่อมุ่งหน้าสู่ จ.บึงกาฬ แต่เนื่องจากระหว่างทางเราสามารถแวะได้นี่หน่า บอกแล้วมากันน้อยคน แพลนพร้อมเปลี่ยนตามความเหมาะสมได้ตลอดเวลา (โคตรเอาแต่ใจ) อยู่ ๆ ก็อยากไปวัดผาตากเสื้อ จ.หนองคาย แวะซะหน่อย ระยะทางแค่ 124 กม. ประมาณ 2 ชม.
ตรงข้ามคือประเทศลาว ถูกกั้นโดยแม่น้ำโขง คือขึ้นไปดูวิวแค่นี้แหล่ะ สบายใจไปต่อได้ หนทางอีกยาวไกล จากหนองคายไปบึงกาฬก็อีกประมาณ 255 กม. 4 ชั่วโมง ความจริงเราต้องแวะที่วัดสว่างอารมณ์ และวัดภูทอก บังเอิญเหลือเกินเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันซะก่อน เลยอดไปทั้งสองที่ เสียเวลาไปอีกหนึ่งวัน สรุปตัดสินใจเข้าที่พักที่จองไว้ที่ เรือนไทยเกสต์เฮ้าส์เลยละกัน เพราะแพลนสำหรับพรุ่งนี้คือถ้ำนาคา ที่พักนี้ห่างจากถ้ำนาคาเพียง 16 นาที และโชคดีที่ตัดสินใจไม่แวะที่ไหนก่อนเข้าที่พักอีก เพราะบึงกาฬยังถือว่ามืดมากแค่ช่วงเวลาทุ่มนึง บางจังหวัดเวลาแค่นี้ยังสามารถขับรถไปได้เรื่อย ๆ
เจ้าของที่พักน่ารักมาก กันเอ๊ง กันเอง แกเห็นเรามาค่ำ อุตส่าห์ขี่มอเตอร์ไซค์ไปบอกเจ้าของร้าน "แซ่บ" ที่อยู่ใกล้ที่พักว่าให้รอเราสองคนก่อน ให้เรายืมมอเตอร์ไซค์เสร็จสรรพเพราะว่าไม่ไกลเท่าไร แต่ก็ขี้เกียจขับรถออกไปแล้ว แกบอกเอามอเตอร์ไซค์แกไปได้เลย จอดคากุญแจไว้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง เอ่อ !!!! ดีเหมือนกัน ใจดีโคตร บอกแล้วกันเอ๊ง กันเอง
เนื่องจากเราแพลนมาบึงกาฬ 6 วัน 5 คืน เลยปรึกษากับเพื่อนว่าเรานอนที่นี่ตลอดทริปเลยไม๊ สรุปเพื่อนโอเค พูดง่าย ๆ สันดานเดียวกัน ขี้เกียจเก็บข้าวของย้ายที่นอนบ่อย ๆ ยอมขับรถไปเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่คนกรุงเทพฯ มีน้ำอดน้ำทนกับการขับรถอยู่แล้ว สองสามชั่วโมงบางทีกระเถิบไปได้แค่ 10 กม. กะแค่นี้จะเป็นไรไป และที่จองที่นี่ก็เพราะเราเห็นว่าใกล้ถ้ำนาคา และการไปสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ตามที่แพลนมาไม่ว่าจะภูสิงห์ วัดภูทอก สำหรับเราไม่ได้ถือเป็นเรื่องลำบากอะไร ว่าแต่กิน "แซ่บ" เสร็จ รีบอาบน้ำพักผ่อนดีกว่า เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว และคาดว่าพรุ่งนี้ก็น่าจะเหนื่อยมากด้วย ได้ยินมาว่าถ้ำนาคาใช้เวลาพอสมควรอยู่ แต่เอาวะเคยไปเดิน Trekking ที่ ABC Nepal มาแล้วพอไหวน่ะแค่นี้
Day 3
ก่อนจะมาบึงกาฬ เราได้ลงทะเบียนการขึ้นถ้ำนาคา ที่สถานปฏิบัติธรรม ถ้ำชัยมงคล ไว้ล่วงหน้าแล้ว ออกจากที่พัก 8 โมงเช้า เพราะจองไว้ 9 โมง สิ่งแรกที่พวกเราทำกันคือ แวะกราบสักการะศาลเจ้าปู่อือลือ เพราะท่านคือต้นตำนานของถ้ำนาคาแห่งนี้ (หาฟังใน YouTube กันนะ)
ตอนที่เราไปกราบสักกการะท่าน ก็เห็นแต่ชาวบ้านแถวนั้น เลยถามไถ่ชาวบ้านดูถึงรู้ว่าได้ยินแต่ตำนานแต่ก็ไม่เคยขึ้นกัน เพราะพวกเค้าก็ได้ยินเรื่องราวเหล่านี้มาเป็นเวลานานโข ส่วนพวกเราก็เหมือนคนนอกพื้นที่คนแรก ๆ ที่มากราบปู่อือลือ ได้เวลาออกเดินทางไปดูสิ่งลี้ลับเรื่องเล่าตามตำนาน ตัวอยู่ไทย หัวอยู่ลาว หรือทั้งหัวและตัวอยู่ไทยกันแน่ เท่าที่ฟังข้อมูลเพี้ยนไปเพี้ยนมาจนสับสน แต่ก็แว่ว ๆ ว่าเมื่อวันที่ 13 กค.ที่ผ่านมา มีคนเจอหัวพญานาคอยู่ที่ถ้ำนาคานี่แหล่ะ และแล้วเราก็มาถึงจุดหมายเป็นคนแรก ๆ ในเวลา 8:40 น. ลงชื่อและจ่ายค่าผ่านทาง 30.-/คน เจ้าหน้าที่ตรงที่เราเซ็นต์ชื่อให้กำลังใจดีมาก "พวกหนูยังไม่กล้าขึ้นเลยค่ะ คือเหนื่อยมาก และกลัวความสูงด้วย" โห!!!!! ขอบใจ
น้องเจ้าหน้าที่เค้าบอกแล้วไม่ฟัง แรก ๆ จะเป็นบันไดปูน ขึ้นไปซักพักจะเป็นบันไดเหล็กสูงชันเกือบตั้งฉาก เป็นไงล่ะ
ที่พักระหว่างทางมีไม่มาก นั่งพักบันไดตามสมควรนี่แหล่ะ เดี๋ยวพอเราเดิน ๆ ไปก็จะมีคนนั่งเป็นเพื่อนมากมาย ล้วนแล้วแต่หมดสภาพ แต่ละคนไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน ก็ให้กำลังใจกันระหว่างทางกันไป ชวนคุยกันให้สนุกสนานจะได้ลืมเหนื่อย แต่ความจริงโคตรเหนื่อยและจะเริ่มพูดจาน้อยลงเรื่อย ๆ หน้าตาเริ่มบอกบุญไม่รับ จิบน้ำเป็นระยะ ๆ เอาขึ้นมาแค่ขวดเดียวด้วย แย่ละ พักพอแค่ดีขึ้นก็ไปต่อ
บันไดที่เดินขึ้นมา ลองมองย้อนกลับลงไป เหมือนมาเดินเล่นบนรางรถไฟเหาะยังไงยังงั้นเลย ได้ยินมาว่าประมาณ 1400 ขั้น ลำพังเดินขึ้นก็แย่ละ เลยไม่ได้นับว่ากี่ขั้นกันแน่ เราใช้เวลาในการเดินขึ้นประมาณ 2 ชม. คนอื่นเค้าเดินกันไม่ถึงหรอก คือไม่รีบไง (จริง ๆ เหนื่อยแทบขาดใจ) เริ่มได้ยินเสียงคนตีฆ้อง หน้าตาเริ่มเป็นมิตร ใกล้แล้วซินะ ยังเดินไม่ทันสุดก็เริ่มเห็นลายของหินแค่นี้ก็เหมือนจะแย่ละ มีเหมือนกว่านี้อีกเหรอ อะ!!! ไปต่อ เดินไปอีกซักพักเจอเจ้าหน้าที่ยืนอยู่บอกให้เดินตามทางที่มีผ้าสีเหลืองเล็ก ๆ ผูกอยู่ จะเจอลำตัว
แค่เดินถึงตรงนี้ก็ต้องอึ้ง เพราะกลิ่นของถ้ำชวนวังเวงสิ้นดี แถมต้องเดินเบียดเกล็ดพญานาคโดยการไต่เชือกเส้นขาว ๆ ลงไปเพื่อไปยลลำตัวว่าเหมือนที่เขาเล่าไม๊ เหมือนที่ดูในข่าว ใน YouTube ไม๊
ดูเอาละกันว่าทำไมผู้คนมากมายถึงมุ่งหน้ามาที่ตำนานแห่งนี้ เห็นปุ๊ปขนลุกปั๊ป เราใช้เวลาอยู่บริเวณนี้นานโขอยู่และหลังจากนั้นก็ต้องไปชมส่วนหัวต่อ ส่วนหัวจะอยู่อีกที่นึงแต่อยู่ในบริเวณนี้แหล่ะ แปลกตรงที่ว่าไม่มีป้ายซักอันบอกเลยว่า ทางเดินไปชมหัวพญานาคอยู่ที่ไหน พวกเราและคนอื่น ๆ เดินวนไปเวียนมา เพราะข้างบนก็มีจุดชมวิว จุดกราบไหว้พระพุทธรูปอยู่หลายจุด ผู้คนก็แยกย้ายกันไปตามจุดต่าง ๆ แต่เป้าหมายแต่ละคนอยู่ที่หัวพญานาคเหมือนกันหมด และก็ถามไถ่กันก็ยังไม่มีใครเจอด้วยความที่ป้ายซักอันจะแจ้งนักท่องเที่ยวไม่มีเลย เราจึงคิดว่าหรือไม่มี มีแต่เขาเล่าว่า และเป็นห่วงแพลนที่เหลือว่าจะไปไม่ครบจึงตัดสินใจว่าโอเคพอแล้วก็ได้ เห็นลำตัวก็อึ้งละ ทั้ง ๆ ที่ก็มีครอบครัวชาวอีสานเรียกพวกเราว่าให้ไปช่วยกันหาก่อน ไหน ๆ ก็มาแล้ว เรียกอยู่นานเลย เราก็มัวห่วงแพลนที่จะไปต่อ จึงมุ่งหน้ากลับลงไปประมาณ 700 ขั้นคือครึ่งทางเห็นจะได้ ตอนลงนี่ก็เกร็งสุด ๆ เพราะทางลงก็ไม่ง่ายเลย เหล็กที่มาเรียงต่อกันลายตามาก พลาดซักนิดก็อาจจะกลิ้งยาวเลย ลำบากคนข้างหน้าอีก เพราะจะกลายเป็น"โดมิโน" คือเป็นผักแน่ ๆ
มีต่อภาค 2
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้