
...... กลับมาเขียน รีวิวท่องเที่ยวไทยกันต่อ เป็นทริปสั้นๆที่ไม่ค่อยได้เตรียมตัวมากนัก แต่ประทับใจหนักมาก เป็นการท่องเที่ยวหลังประกาศผ่อนมาตรการ COVID เราก็ขอเลือกเกาะช้าง หัวใจร่ำร้อง ต้องการหาที่ไปใกล้ๆไม่ต้องใช้เวลานั่งเรือเยอะ และก็เป็นสถานที่ๆยังไม่เคยไปมาก่อน ซึ่งการเดินทางสะดวกกว่าเกาะกูดอยู่ในระยะที่ขับรถไปถึง เมื่อใจมันโหยหาเราก็ไม่รอช้า จองที่พักกันล่วงหน้าจะเดินทางเพียง 2 อาทิตย์เท่านั้น .... เป็นไงเป็นกัน จะฝนตก แดดออก คนเยอะแค่ไหนก็ไม่ไหวหวั่น สู้ๆๆๆไไปด้วยกัน เอ๊ะ!! ประโยคคุ้นๆๆ ผ่าง ผ่าง !!!
เราสองคนเลือกวันเดินทางเป็นช่วงหยุดยาวเข้าพรรษา เดือนกรกฎาคม เข้าสู่ฤดูฝน โดยเริ่มออกเดินทางจากกทม.ในวันศุกร์ เป้าหมายของวันนี้คือไม่ได้หวังจะแวะเที่ยวที่ไหนเลย แต่เรามุ่งหน้าตรงดิ่งไปยัง destination ของวันนี้คือสวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จ.จันทบุรี ไม่ได้แค่จะไปเช็คอิน ไม่ได้แค่จะไปแค่ถ่ายรูป แต่เราจะไป วิ่ง!!!! อ่านไม่ผิดค่ะ ....วิ่งออกกำลังกายธรรมดาๆนี่แหละค่ะ ไม่ได้มีงานวิ่งใหญ่โตอะไรเลย ที่เลือกสถานที่นี่เพราะเราจองที่พักไว้ Hop inn ใกล้ๆกับสวนนี้ เปลี่ยนเสื้อผ้าเดินออกมาพร้อมวิ่งได้เลย และก็ไม่ได้คิดมาก่อนว่าอากาศดี สนามดีขนาดนี้เลย ลมเย็นตลอดช่วงที่วิ่ง ช่วยเพิ่มอะดีนาลีนในร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม เอาจริงๆ แค่มาเดินเล่นก็ฟีลกู้ดแล้ว
หลังจากวิ่งเสร็จเราก็ต้องกินๆๆค่ะ เราตั้งใจจะไปกินจันทร์โภชนา แต่ว่ากว่าจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จไปถึงก็ร้านปิดเสียแล้ว เดินคอตกเล็กน้อย แต่ทันใดนั้นเองเปิดกูเกิ้ลขึ้นมาพบมีร้านลุงเชยซึ่งใกล้ๆกับที่พักยังเปิดจ้า ไม่รอช้า เดินเข้าร้าน สั่งหมูหมูชะมวง แบบท่องมา555ไม่ต้องขอดูเมนูกันเลยทีเดียว เป็นอันจบวันของวันนี้ ไม่รู้ว่าควรจะนับเป็นวันแรกดีไหม คิดซะว่ามารีวิวสถานที่วิ่งก็แล้วกัน.
สวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จ.จันทบุรี
หมูชะมวงร้านลุงเชย

หลนปูม้า ร้านลุงเชย
----------------< วันที่ 2 จันทบูร - เกาะช้าง >-------------------------
.....แผนของวันนี้คือ เลาะหาของกินไปเรื่อยๆ โดยเริ่มเช็ค out จากโรงแรมประมาณ 8 โมงเช้า แล้วไปหาของอร่อยๆ ที่แรกก่อนกันที่ตลาดเฉลิมจันทร์ เราอยากจะกินให้ครบทุกร้าน แต่กลัวว่าจะอิ่มจนเดินไปต่อไม่ไหว ก็เลยหักห้ามใจ สั่งแค่ข้าวหมูแดง กับบะหมี่หมูแดง ที่ขาดไม่ได้ก็คือน้ำมะปี๊ด สนชื่นตาสว่างมากกกกก
ของกินที่นี่ราคาไม่แรงมาก อย่างละสามสิบบาทเท่านั้น ปริมาณก็ให้มากำลังดี ไม่อิ่มแน่นจนเกินไป ชอบหมูแดงมากๆเพราะหอมควันเตามเนื้อนุ่ม ซอสหวานๆเหนียวๆ อร่อยล้ำจริงๆ เสียใจมากที่มาแล้วไม่ได้สั่งหมูสเต๊ะที่หลายรีวิวบอกว่าเด็ด เพราะกลัวจะกินไม่หมด หลังจากหนังท้องตึงเราก็คิดว่าจะเดินเที่ยวชุมชนริมน้ำจันทบูร เราก็เปิด Map ขึ้นมาแล้วก็เดินวนๆๆ ผิดๆถูกๆ แต่เป็นความงงๆที่ปนด้วยความโชคดี สุดๆเพราะเราเดินหลงไปเจอร้านแกแฟเล็กๆ ชื่อว่า "ร้านเล็กๆในซอยลึกลับ" เป็นร้านที่ตกแต่งได้น่ารัก minimal มากๆ บรรยากาศดีเงียบสงบ เจ้าของร้าน ชงกาแฟอร่อย ถูกคอ จขกท. มาก เป็นคอกาแฟสายดริปเหมือนกัน ได้เห็นความพิธีพิถันในการชงกาแฟแต่ละแก้วแล้ว คิดว่าคุ้มค่าคุ้มราคามากๆๆๆ
น้ำมะปี๊ด สดชื่น ตาสว่าง

ข้าวหมูแดงตลาดเฉลิมจันทร์

บะหมี่หมูแดงตลาด เฉลิมจันทร์

บรรยากาศของร้านกาแฟ "ร้านเล็กๆในซอยลึกลับ"

ป้ายทางเข้าร้านกาแฟ
เราใช้เวลาดื่มด่ำกับความชิลล์ ที่ร้านกาแฟไปนาน จนเกือบสิบโมง เราก็เดินออกไปหาของอร่อยกินกันต่อ เราออกไปตามหาร้านก๋วยจั๊บในตำนาน "ร้านก๋วยจั๊บป้าไหม" เอกลักษณ์ของร้านนี้คือ น้ำซุป หอมกลิ่นควันเตาถ่านมาก แต่หมูกรอบยังไม่กรอบเท่าไหร่ ออกไปแนวแข็งไปนิ๊ด ส่วนผัดเส้นจันทร์ ก็รสอ่อน แต่ปูดี เนื้อส่วนกรรเชียงอร่อยมากกกก

เดินออกมาจากร้านสองร้อยเมตรก็แวะร้านกาแฟ บางเวลา กาแฟ ร้านที่เจ้าของร้านวาดการ์ตูน มี โปสการ์ด น่ารักๆๆ เป็นของฝากพี่เจ้าของร้านให้แสตมฟรีด้วย หย่อนตู้หน้าร้านได้เลย ต่อด้วยเดินไปถ่ายรูปกับโบสถ์คริส แลนด์มาร์กที่ห้ามพลาด เดินชิลล์ๆๆไป อ่าวนี่มัน 11 โมงแล้วจ้า ถึงเวลา ไปลงเรือได้ละ
ออกมาจากจันทบุรีได้ไม่นาน ก็มาถึงท่าเรืออ่าวธรรมชาติ ประมาณบ่ายโมง และก็เป็นไปดั่งคาดหมายเราก็ได้พบเจอการจราจรสุดแสนสาหัสที่ท่าเรือที่รถติดยาวมาก จากท่าเรือขดเป็นงูและหางแถวก็ยังอยู่ห่างไปอีกสามกิโลเมตร เอายังไงล่ะทีนี้ เราเลยตัดสินใจเปิดไฟขอทางหาที่จอดฝากรถในทันใด
ไม่ต้องคิดเยอะ เรามาเที่ยวอย่าให้การเดินทางเป็นอุปสรรค์ เมื่อฝากรถเสร็จในสิบนาทีก็วิ่งกระโดดลงเรือ ซึ่งที่นั่งโล่งมากกๆๆ มีความงง ใน งง ว่าทำไมทุกคนส่วนใหญ่จึงต้องทนกับรถติดนำเรือข้ามฟาก ถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้คำตอบ .... ไม่รู้ล่ะ บ่ายสองเราก็ได้มาเช็คอินที่โรงแรมละ เที่ยวต่อไม่รอแล้วนะ
Go Go GO
......ยังๆๆ วันที่สองยังไม่จบแค่นี้ เราหมดพลังไปกับการนั่งรถ เหวี่ยงซ้าย ทีขวาที เราก็เลยหิวกันอีกแล้ว 555 เราเดินทางด้วยการเช่ามอเตอร์ไซค์ ติดต่อที่รีสอร์ท รอแค่ห้านาทีก็ได้ซิ่งแล้ว เราเลือกไปกินตามรอยหมึกแดงที่เคยดูรีวิวร้านอาหารก่อนมาและก็เลือกสั่งเมนูเดียวกันเป๊ะ!!! ในที่สุดเราก็ได้สัมผัสกับรสชาติที่ตรงตามคาดหวังไว้เป๊ะ ร้านนี้อร่อยตามที่รีวิวทุกอย่าง ประทับใจปลาหมึกผัดไข่เค็มมากๆๆที่สุด จนอยากจะวิ่งเข้าไปดูวิธีการปรุงในครัวกันเลย ปลาอินทรีย่างซีอิ้วก็เนื้อแน่น ต้มส้มปลากระบอกก็ดีงาม พูดเลยว่าอร่อยจนต้องมาซ้ำ ชื่อร้าน "ภูทะเล"
.... เมื่อเรารู้สึกผิดกับการกินแบบจัดเต็มมาตั้งแต่เช้า เราก็เลยขอไปเดินย่อยที่น้ำตก คลองพลู ซึ่งอยู่ห่างจากร้านภูทะเลแค่ 2 กม. เดินเพลินๆ 500 เมตร ทางไม่ลำบากมากเราก็จะมาถึงจุดสูงสุดของน้ำตกที่นี้ เป็นบรรยากาศที่สดชื่น สวยงาม น้ำใส มาก และเพื่อเป็นการพิสูจว่าน้ำใสไหลเย็นแค่ไหน เราก็ไม่รอช้า อีก ยี่สิบนาทีอุทยานจะก็จะปิดแล้ว เราก็หามุมเหมาะๆ เอาพุงและไขมันที่สะสมมากระโจนใส่น้ำตกในทันใด สดชื่นถึงใจ ดื่มน้ำไปสามอึก เย็นสดชื่นจนลืมสระว่ายน้ำที่โรงแรมไปเลย นี่แหละนะ ที่เค้าเรียกว่าร่างการโหยหาธรรมชาติ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง * ^

รูปน้ำตกน้อยเพราะมัวแต่แหวกว่ายน้ำกันอย่าง เพลิดเพลิน อิอิ
จะฝน จะหนาวเราไม่หวั่น อยากจะอยู่ต่อแต่โดน จนท.เรียกให้ขึ้น เพราะ อช. เขาจะปิด 16.30 ...งอแงๆๆๆ เอาน่า พรุ่งนี้ยังมีอีกวัน
มาถึงโรงแรม ตัวยังไม่ทันแห้งดี ฝนก็เท ลงมาจั่กๆๆๆ แต่เราไม่กลัวเพราะเราตุนอาหารไว้ในท้องกันเต็มอิ่ม .....
แต่เดี๋ยวก่อน ถ้ากลางดึกล่ะหิวจะทำยังไง เมื่อนึกได้พอฝนหยุดสองทุ่มเราก็คว้ามอเตอร์ไซค์ ไปตระเวนกินยามค่ำคืนแถวไก่แบ้ เดินวนไปวนมาก็ได้ร้าน สั่งเมนูกรุบกริปๆๆ พิษซ่า เสต๊ก และสลัด เบาๆๆ บรรยากาศเย็นๆหลังฝนตก ก็จะโรแมนติกดีนะ
ชื่อร้าน "Filou" อร่อยทุกอย่าง กินไปกินมาชักจะไม่เบาแฮ๊ะ กลิ้งกลับ โรงแรมแทบไม่ไหว สรุปว่ารเานนี้ผ่าาานค่ะ
เป็นการจบวันที่สองได้อย่างสวยงาม
...เดี๋ยวมาต่อกันวันที่สามพรุ่งนี้นะคะ
[CR] เกาะติด ติดเกาะ 3 วัน 3 คืน จันทบูร-เกาะช้าง
...... กลับมาเขียน รีวิวท่องเที่ยวไทยกันต่อ เป็นทริปสั้นๆที่ไม่ค่อยได้เตรียมตัวมากนัก แต่ประทับใจหนักมาก เป็นการท่องเที่ยวหลังประกาศผ่อนมาตรการ COVID เราก็ขอเลือกเกาะช้าง หัวใจร่ำร้อง ต้องการหาที่ไปใกล้ๆไม่ต้องใช้เวลานั่งเรือเยอะ และก็เป็นสถานที่ๆยังไม่เคยไปมาก่อน ซึ่งการเดินทางสะดวกกว่าเกาะกูดอยู่ในระยะที่ขับรถไปถึง เมื่อใจมันโหยหาเราก็ไม่รอช้า จองที่พักกันล่วงหน้าจะเดินทางเพียง 2 อาทิตย์เท่านั้น .... เป็นไงเป็นกัน จะฝนตก แดดออก คนเยอะแค่ไหนก็ไม่ไหวหวั่น สู้ๆๆๆไไปด้วยกัน เอ๊ะ!! ประโยคคุ้นๆๆ ผ่าง ผ่าง !!!
เราสองคนเลือกวันเดินทางเป็นช่วงหยุดยาวเข้าพรรษา เดือนกรกฎาคม เข้าสู่ฤดูฝน โดยเริ่มออกเดินทางจากกทม.ในวันศุกร์ เป้าหมายของวันนี้คือไม่ได้หวังจะแวะเที่ยวที่ไหนเลย แต่เรามุ่งหน้าตรงดิ่งไปยัง destination ของวันนี้คือสวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จ.จันทบุรี ไม่ได้แค่จะไปเช็คอิน ไม่ได้แค่จะไปแค่ถ่ายรูป แต่เราจะไป วิ่ง!!!! อ่านไม่ผิดค่ะ ....วิ่งออกกำลังกายธรรมดาๆนี่แหละค่ะ ไม่ได้มีงานวิ่งใหญ่โตอะไรเลย ที่เลือกสถานที่นี่เพราะเราจองที่พักไว้ Hop inn ใกล้ๆกับสวนนี้ เปลี่ยนเสื้อผ้าเดินออกมาพร้อมวิ่งได้เลย และก็ไม่ได้คิดมาก่อนว่าอากาศดี สนามดีขนาดนี้เลย ลมเย็นตลอดช่วงที่วิ่ง ช่วยเพิ่มอะดีนาลีนในร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม เอาจริงๆ แค่มาเดินเล่นก็ฟีลกู้ดแล้ว
หลังจากวิ่งเสร็จเราก็ต้องกินๆๆค่ะ เราตั้งใจจะไปกินจันทร์โภชนา แต่ว่ากว่าจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จไปถึงก็ร้านปิดเสียแล้ว เดินคอตกเล็กน้อย แต่ทันใดนั้นเองเปิดกูเกิ้ลขึ้นมาพบมีร้านลุงเชยซึ่งใกล้ๆกับที่พักยังเปิดจ้า ไม่รอช้า เดินเข้าร้าน สั่งหมูหมูชะมวง แบบท่องมา555ไม่ต้องขอดูเมนูกันเลยทีเดียว เป็นอันจบวันของวันนี้ ไม่รู้ว่าควรจะนับเป็นวันแรกดีไหม คิดซะว่ามารีวิวสถานที่วิ่งก็แล้วกัน.
สวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จ.จันทบุรี
หมูชะมวงร้านลุงเชย
หลนปูม้า ร้านลุงเชย
----------------< วันที่ 2 จันทบูร - เกาะช้าง >-------------------------
.....แผนของวันนี้คือ เลาะหาของกินไปเรื่อยๆ โดยเริ่มเช็ค out จากโรงแรมประมาณ 8 โมงเช้า แล้วไปหาของอร่อยๆ ที่แรกก่อนกันที่ตลาดเฉลิมจันทร์ เราอยากจะกินให้ครบทุกร้าน แต่กลัวว่าจะอิ่มจนเดินไปต่อไม่ไหว ก็เลยหักห้ามใจ สั่งแค่ข้าวหมูแดง กับบะหมี่หมูแดง ที่ขาดไม่ได้ก็คือน้ำมะปี๊ด สนชื่นตาสว่างมากกกกก
ของกินที่นี่ราคาไม่แรงมาก อย่างละสามสิบบาทเท่านั้น ปริมาณก็ให้มากำลังดี ไม่อิ่มแน่นจนเกินไป ชอบหมูแดงมากๆเพราะหอมควันเตามเนื้อนุ่ม ซอสหวานๆเหนียวๆ อร่อยล้ำจริงๆ เสียใจมากที่มาแล้วไม่ได้สั่งหมูสเต๊ะที่หลายรีวิวบอกว่าเด็ด เพราะกลัวจะกินไม่หมด หลังจากหนังท้องตึงเราก็คิดว่าจะเดินเที่ยวชุมชนริมน้ำจันทบูร เราก็เปิด Map ขึ้นมาแล้วก็เดินวนๆๆ ผิดๆถูกๆ แต่เป็นความงงๆที่ปนด้วยความโชคดี สุดๆเพราะเราเดินหลงไปเจอร้านแกแฟเล็กๆ ชื่อว่า "ร้านเล็กๆในซอยลึกลับ" เป็นร้านที่ตกแต่งได้น่ารัก minimal มากๆ บรรยากาศดีเงียบสงบ เจ้าของร้าน ชงกาแฟอร่อย ถูกคอ จขกท. มาก เป็นคอกาแฟสายดริปเหมือนกัน ได้เห็นความพิธีพิถันในการชงกาแฟแต่ละแก้วแล้ว คิดว่าคุ้มค่าคุ้มราคามากๆๆๆ
น้ำมะปี๊ด สดชื่น ตาสว่าง
ข้าวหมูแดงตลาดเฉลิมจันทร์
บะหมี่หมูแดงตลาด เฉลิมจันทร์
บรรยากาศของร้านกาแฟ "ร้านเล็กๆในซอยลึกลับ"
ป้ายทางเข้าร้านกาแฟ
เราใช้เวลาดื่มด่ำกับความชิลล์ ที่ร้านกาแฟไปนาน จนเกือบสิบโมง เราก็เดินออกไปหาของอร่อยกินกันต่อ เราออกไปตามหาร้านก๋วยจั๊บในตำนาน "ร้านก๋วยจั๊บป้าไหม" เอกลักษณ์ของร้านนี้คือ น้ำซุป หอมกลิ่นควันเตาถ่านมาก แต่หมูกรอบยังไม่กรอบเท่าไหร่ ออกไปแนวแข็งไปนิ๊ด ส่วนผัดเส้นจันทร์ ก็รสอ่อน แต่ปูดี เนื้อส่วนกรรเชียงอร่อยมากกกก
เดินออกมาจากร้านสองร้อยเมตรก็แวะร้านกาแฟ บางเวลา กาแฟ ร้านที่เจ้าของร้านวาดการ์ตูน มี โปสการ์ด น่ารักๆๆ เป็นของฝากพี่เจ้าของร้านให้แสตมฟรีด้วย หย่อนตู้หน้าร้านได้เลย ต่อด้วยเดินไปถ่ายรูปกับโบสถ์คริส แลนด์มาร์กที่ห้ามพลาด เดินชิลล์ๆๆไป อ่าวนี่มัน 11 โมงแล้วจ้า ถึงเวลา ไปลงเรือได้ละ
ออกมาจากจันทบุรีได้ไม่นาน ก็มาถึงท่าเรืออ่าวธรรมชาติ ประมาณบ่ายโมง และก็เป็นไปดั่งคาดหมายเราก็ได้พบเจอการจราจรสุดแสนสาหัสที่ท่าเรือที่รถติดยาวมาก จากท่าเรือขดเป็นงูและหางแถวก็ยังอยู่ห่างไปอีกสามกิโลเมตร เอายังไงล่ะทีนี้ เราเลยตัดสินใจเปิดไฟขอทางหาที่จอดฝากรถในทันใด
ไม่ต้องคิดเยอะ เรามาเที่ยวอย่าให้การเดินทางเป็นอุปสรรค์ เมื่อฝากรถเสร็จในสิบนาทีก็วิ่งกระโดดลงเรือ ซึ่งที่นั่งโล่งมากกๆๆ มีความงง ใน งง ว่าทำไมทุกคนส่วนใหญ่จึงต้องทนกับรถติดนำเรือข้ามฟาก ถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้คำตอบ .... ไม่รู้ล่ะ บ่ายสองเราก็ได้มาเช็คอินที่โรงแรมละ เที่ยวต่อไม่รอแล้วนะ
Go Go GO
......ยังๆๆ วันที่สองยังไม่จบแค่นี้ เราหมดพลังไปกับการนั่งรถ เหวี่ยงซ้าย ทีขวาที เราก็เลยหิวกันอีกแล้ว 555 เราเดินทางด้วยการเช่ามอเตอร์ไซค์ ติดต่อที่รีสอร์ท รอแค่ห้านาทีก็ได้ซิ่งแล้ว เราเลือกไปกินตามรอยหมึกแดงที่เคยดูรีวิวร้านอาหารก่อนมาและก็เลือกสั่งเมนูเดียวกันเป๊ะ!!! ในที่สุดเราก็ได้สัมผัสกับรสชาติที่ตรงตามคาดหวังไว้เป๊ะ ร้านนี้อร่อยตามที่รีวิวทุกอย่าง ประทับใจปลาหมึกผัดไข่เค็มมากๆๆที่สุด จนอยากจะวิ่งเข้าไปดูวิธีการปรุงในครัวกันเลย ปลาอินทรีย่างซีอิ้วก็เนื้อแน่น ต้มส้มปลากระบอกก็ดีงาม พูดเลยว่าอร่อยจนต้องมาซ้ำ ชื่อร้าน "ภูทะเล"
.... เมื่อเรารู้สึกผิดกับการกินแบบจัดเต็มมาตั้งแต่เช้า เราก็เลยขอไปเดินย่อยที่น้ำตก คลองพลู ซึ่งอยู่ห่างจากร้านภูทะเลแค่ 2 กม. เดินเพลินๆ 500 เมตร ทางไม่ลำบากมากเราก็จะมาถึงจุดสูงสุดของน้ำตกที่นี้ เป็นบรรยากาศที่สดชื่น สวยงาม น้ำใส มาก และเพื่อเป็นการพิสูจว่าน้ำใสไหลเย็นแค่ไหน เราก็ไม่รอช้า อีก ยี่สิบนาทีอุทยานจะก็จะปิดแล้ว เราก็หามุมเหมาะๆ เอาพุงและไขมันที่สะสมมากระโจนใส่น้ำตกในทันใด สดชื่นถึงใจ ดื่มน้ำไปสามอึก เย็นสดชื่นจนลืมสระว่ายน้ำที่โรงแรมไปเลย นี่แหละนะ ที่เค้าเรียกว่าร่างการโหยหาธรรมชาติ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง * ^
รูปน้ำตกน้อยเพราะมัวแต่แหวกว่ายน้ำกันอย่าง เพลิดเพลิน อิอิ
จะฝน จะหนาวเราไม่หวั่น อยากจะอยู่ต่อแต่โดน จนท.เรียกให้ขึ้น เพราะ อช. เขาจะปิด 16.30 ...งอแงๆๆๆ เอาน่า พรุ่งนี้ยังมีอีกวัน
มาถึงโรงแรม ตัวยังไม่ทันแห้งดี ฝนก็เท ลงมาจั่กๆๆๆ แต่เราไม่กลัวเพราะเราตุนอาหารไว้ในท้องกันเต็มอิ่ม .....
แต่เดี๋ยวก่อน ถ้ากลางดึกล่ะหิวจะทำยังไง เมื่อนึกได้พอฝนหยุดสองทุ่มเราก็คว้ามอเตอร์ไซค์ ไปตระเวนกินยามค่ำคืนแถวไก่แบ้ เดินวนไปวนมาก็ได้ร้าน สั่งเมนูกรุบกริปๆๆ พิษซ่า เสต๊ก และสลัด เบาๆๆ บรรยากาศเย็นๆหลังฝนตก ก็จะโรแมนติกดีนะ
ชื่อร้าน "Filou" อร่อยทุกอย่าง กินไปกินมาชักจะไม่เบาแฮ๊ะ กลิ้งกลับ โรงแรมแทบไม่ไหว สรุปว่ารเานนี้ผ่าาานค่ะ
เป็นการจบวันที่สองได้อย่างสวยงาม
...เดี๋ยวมาต่อกันวันที่สามพรุ่งนี้นะคะ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้