กระทู้ระบาย+คำถามแค่นิดหน่อย แฟนเราบอกว่า เราประสาท เพราะหึงหวงแฟน ยาวมาก ดั่งนิยาย ไม่เหมาะสำหรับคนที่ขี้เกียจอ่านค่ะ

(01)
สวัสดีค่ะ ขออนุญาตเกริ่นก่อนค่ะว่า เรากับแฟนคบหาและรู้จักกัน อยู่อาศัยด้วยกัน มานานกว่า 6ปีแล้วค่ะ

ปัจจุบันเราอายุ 25ปีค่ะ แฟนอายุย่างเข้า 28ปีค่ะ เดิมทีเราเป็นคนขี้หึงอยู่แล้วค่ะ

แค่เขาไปไลค์ หรือแสดงความคิดเห็น บนโพสต์ของผู้หญิงคนอื่นในที่ทำงาน เราก็ไม่พอใจอยู่ลึกๆแล้วค่ะ

ถ้าเป็นชุดธรรมดา ไปเที่ยวที่นั่นที่นี่ ชีวิตประจำวัน แชร์คำคม แต่งตัวไม่โชว์เนื้อหนัง หรือโป๊เปลือย เราก็ไม่ได้อะไรมากค่ะ

เพราะเป็นสังคมในที่ทำงานเขา เขาต้องมีเพื่อนมีฝูง พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันกับเพื่อนๆบ้าง

แต่ล่าสุด เมื่อวาน เราไปเห็นเขากดไลค์ และไปแสดงความคิดเห็น ว่า “รูปเก่า” ให้กับเพื่อนผู้หญิงคนนึง ซึ่งเป็นรูปใส่ชุดว่ายน้ำค่ะ

เราเลยเลื่อนไปดูโพสต์เก่ากว่านี้ ก็เห็นว่าไปกดไลค์รูปชุดว่ายน้ำอีกชุดนึงเหมือนกันค่ะ

เราก็เลยถามว่า “คนนี้ใคร?”

เขาตอบว่า “เป็นเพื่อนที่ทำงาน ชื่อ....... พึ่งเข้ามาเป็นครูใหม่ เมื่อกลางเดือนมิถุนายน2563ที่ผ่านมา”

เราก็ถามต่ออีกว่า “เป็นครูอะไรถ่ายชุดว่ายน้ำลงเฟซบุ๊ค?”

เขาก็ตอบว่า “เมื่อก่อนเขาเคยเป็นนางแบบ พอเจอเหตุการณ์โควิด-19 เลยหางานทำ”

เราก็ถามไปอีกว่า “พึ่งรู้จักกัน ทำไมไปแสดงความคิดเห็น ว่า “รูปเก่า” แบบว่าเหมือนสนิท เหมือนรู้จักกันมานาน”

(วันที่เราคุยกันเรื่องนี้คือวันที่ 19/07/2563ค่ะ)

เขาก็ตอบว่า “อะไรของตัวเนี่ย? เป็นประสาทหรอ?”

เราก็เงียบไปซักพัก แล้วก็ตอบไปว่า “งั้นผู้หญิงส่วนใหญ่ที่หึงหวงแฟนตัวเองก็เป็นประสาทกันหมดแล้วล่ะ”

เขาก็ตอบกลับมาแบบรำคาญว่า “ถ้าไม่ชอบก็บอกจะได้ไม่ไปกดอีก”

เราก็ตอบว่า “ถ้าชอบแล้วจะเอามาพูดทำไมล่ะ? ก็ไม่ชอบนั่นแหละ”

แล้วต่างฝ่ายต่างเงียบไปค่ะ แล้วก็ไม่พูดอะไรกันอีก ต่างคนต่างใช้ชีวิตประจำวัน

ซึ่งเราก็น้อยใจมากๆ ที่เขาไม่ขอโทษเรา แถมรู้ว่าเราเป็นคนยังไง แต่ก็ยังทำตัวซ้ำๆเดิมๆไม่ปรับปรุงมาตั้ง 6ปี

แล้วไม่ใช่แค่เรื่องนี้ แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ยอมปรับปรุงอยู่เลยค่ะ

สาเหตุที่เราไม่ไว้ใจหนักมากๆคือ.......

จริงๆต้นปีที่ผ่านมา เราคิดที่จะแยกทางกับเขาแล้วค่ะ เพราะเขาเผลอใจไปแอบชอบเพื่อนสนิทผู้หญิงในที่ทำงานเขา (สมมุติว่าชื่อ เอฟ)

แต่เราดันตกงาน แถมมีเจ้าตัวน้อยโผล่มาพอดี ตอนนั้นที่เกิดเรื่อง เราท้องอ่อนๆพอดีอีกค่ะ

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การเปิดอกเปิดใจคุยกัน เคลียร์ปัญหาใช้ไม่ได้ผลกับบางคู่ก็มีค่ะ แถมปัญหาหนักขึ้นกว่าเดิมค่ะ อย่างเช่นคู่ของเรา

ตอนนั้น เริ่มแรกเดือนกุมภาพันธ์ เรากับแฟนรู้ว่าเราตั้งครรภ์ได้ประมาณ8Wค่ะ วางแผนไปฝากครรภ์ช่วงสิ้นเดือนมีนาคมค่ะ ซึ่งถือว่าช้ามาก ระหว่างนั้น บำรุงเจ้าตัวน้อยโดย ทานโฟลิกรวมวิตามิน ขนมปังโฮลวีตไปก่อนค่ะ เนื่องจากติดเหตุการณ์โควิด-19 ไม่สะดวกเดินทางไปฝากครรภ์ และไม่พร้อมเรื่องค่าใช้จ่ายค่ะ

เรามีโอกาสเห็นเฟซบุ๊คแฟนค่ะว่า เขาชอบแซว ชอบแสดงความคิดเห็นทุกโพสต์ของเอฟเพื่อนในที่ทำงาน มีภาพคนนี้ในมือถือเยอะแยะไปหมดค่ะ

เราเลยบอกตรงๆว่า เราไม่ชอบ ลบรูปได้มั้ย เขาก็ลบให้ค่ะ เราบอก เราไม่ชอบที่เขาไปกดไลค์ ไปแสดงความคิดเห็นด้วย เขาก็บอกว่า จะไม่ทำแล้ว ประมาณนี้ค่ะ

เราก็เห็นมีเผลอทำอยู่ เราเลยขอให้เลิกติดตามไปเลยได้มั้ย เราไม่ชอบจริงๆ เขาก็ดูไม่พอใจค่ะ ว่าแค่เพื่อนเขา ทำไมต้องหึงหวงอะไรขนาดนี้

เราคิดว่าเราทำถูกต้องค่ะ ที่คุยกับแฟนตรงๆในเรื่องนี้ แต่มันไม่ใช่เลยค่ะ

ตั้งแต่12/03/2563
เขาไปบอกเอฟค่ะ ว่า เราไม่ชอบให้เขาไปยุ่งกับเอฟ แต่เอฟดันไม่พอใจ และโกรธแฟนเราสุดๆค่ะ เอฟบอกแฟนเราว่า ให้เราเลิกเช็คมือถือแฟนเรา เดี๋ยวมันจะไม่จบไม่สิ้น แฟนมาเล่าให้ฟังแบบนี้

เราก็บอกว่า เขาคิดอะไรรึเปล่า ถ้าไม่คิดอะไรกับตัวทำไมต้องโกรธ เขาก็ควรจะเกรงใจเรา แล้วออกห่างจากตัวสิ แถมยังกล้ามาบอกว่าห้ามเช็ค ก็สิทธิ์ของเรามั้ย? อยู่อาศัยกันแบบสามีภรรยาแล้ว มีเจ้าตัวน้อยนี่อีก เขานั่นแหละ ไม่มีสิทธิ์มาสั่งเรา เราก็บอกแฟนว่า ไม่ต้องไปสนใจละนะ แฟนเราก็เหมือนจะฟังนะแต่ไม่เลย

เราก็ลองโพสต์เฟซบุ๊คดักควายไป เพราะเราสงสัยว่า เอฟต้องเริ่มมาดูเฟซบุ๊คเราแน่ๆ เราก็ต่อว่าเขาไป ว่าเราไม่ชอบอะไร เอฟไปทำอะไรให้เราไม่ชอบ

วันถัดมา 13/03/2563
เราเช็คมือถือแฟนเขาเริ่มลบประวัติการแชทออกค่ะ แต่โกหกเราไม่ได้ค่ะ เราดูออก สุดท้ายสารภาพออกมาว่าลบจริง เขากับเอฟทะเลาะกัน เพราะเอฟไม่พอใจที่เราโพสต์สเตตัสต่อว่านางค่ะ

คิดไว้ไม่มีผิดค่ะ ทำเป็นมาสั่ง ให้เราเลิกเช็คมือถือแฟนตัวเอง แต่ตัวเองกลับเข้ามาดูเฟซบุ๊คเรา แล้วคือเรางงว่าทะเลาะกันเพื่อ?

เราก็ไม่ได้ระบุ ว่าเราต่อว่าใคร ชื่ออะไร แล้วไหนว่าเพื่อนไม่ได้คิดอะไรกัน ก็เราเป็นแฟนเขา เราบอกว่าไม่ชอบให้คุณสองคนทำแบบนี้นะ ถ้าคุณไม่ได้คิดอะไร คุณก็ควรจะเกรงใจ แล้วออกห่าง เว้นระยะกันสิคะ? ใช่มั้ยคะ? ทำไมคุณถึงร้อนตัวไปซะอย่างนั้น

แฟนเราบอกว่า กลัวเราโกรธ เลยลบแชทออก คือเราโกรธจะที่ลบแชท มากกว่าที่รับรู้ว่าเขาพิมพ์อะไรกันมากกว่าซะอีกค่ะ แถมกลายเป็นว่า แฟนเราพยายามเข้าหาเอฟมากขึ้น แล้วเอฟก็เรียกร้องความสนใจจากแฟนเรามากขึ้นค่ะ

แถมแฟนเรา เริ่มคิดแง่ลบกับเราทุกอย่าง เราพูดหรือทำอะไรก็ผิดไปหมดเลยค่ะ เอฟก็รู้ค่ะ ว่าเรามีเจ้าตัวน้อย ก็ยังเข้ามาดูเฟซบุ๊คเรา ที่เราด่าเขา เขาก็พยายามคุยกับแฟนเราทั้งเช้าทั้งเย็น รวมทั้งวันหยุดก็ยังติดต่อกัน ปั่นหัวเราสุดๆไปเลยค่ะ

แฟนเราเขาไม่สนใจดูดำดูดีเราเลยค่ะ กลับจากทำงานมาก็แชทกับเอฟ ตั้งแต่เลิกงานตอนเย็น จนเข้านอน ตอนเช้าก็ทักแชทหากัน โทรหากันบ่อยๆ แต่ยังอยู่ในสายตาเรา และใช้เวลาไม่นานค่ะ ไปเที่ยวสังสรรค์บ่อยขึ้น เพราะเอฟก็ไปด้วยค่ะ

แล้วเป็นช่วงโควิด-19เริ่มระบาดหนักค่ะ เราขอแฟนว่า อย่าเที่ยวได้มั้ย ถ้าตัวติดโรคขึ้นมาจะทำยังไง อย่างน้อยก็คิดถึงเรากับลูกด้วย ยารักษาก็ไม่มี

แต่ไม่เลยค่ะ มันเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ คือวันนึงแฟนเราเมามาก ในโทรศัพท์แฟนเรา มีทั้งถ่ายภาพคู่ แฟนเราทำมินิฮาร์ทให้เอฟด้วยค่ะ

คำเตือนย่อหน้าข้างล่างไม่เหมาะกับผู้ที่มีสภาพจิตใจอ่อนแอค่ะ

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

จนมีวันนึงเราก็ร้องไห้แบบทุกทีค่ะ แต่เราสัมผัสได้ว่า เจ้าตัวน้อยดิ้น เขากำลังพยายามที่จะมีชีวิต พยายามที่จะปลอบใจเราค่ะ เราสละความคิดชั่วร้ายออกทันทีค่ะ

เราเป็นคริสเตียนค่ะ เราเชื่อว่า พระเจ้ามอบชีวิต มอบความรัก ไม่ใช่ความเจ็บปวด และความตายค่ะ เราคิดว่า พระเจ้าเตือนสติเรา ไม่ให้เราทำแบบนั้นค่ะ เราเชื่อว่าพระเจ้ามอบเจ้าตัวน้อยให้ในเวลาแบบนี้ ต้องมีเหตุผลแน่นอนค่ะ

ช่วงปลายเดือนมีนาคมค่ะ เรากับแฟนตัดสินใจกลับบ้านที่ชร. เพื่อไปส่งเราไปอยู่บ้านพักผ่อนเพื่อเจ้าตัวน้อยค่ะ

25/03/2563
ออกเดินทางตอนเย็น ถึงบ้านประมาณ4ทุ่ม เขาอยากดื่มเบียร์ เขาเลยไปซื้อคนเดียวที่โลตัสใกล้บ้านค่ะ

หลังจากนั้นก็ทักไลน์มาบอกว่า “เจอเพื่อนเก่าสมัยเรียน เปิดร้านปิ้งย่างแถวนั้นพอดี ซักพักจะกลับ” พร้อมแนบรูปถ่ายมาค่ะ

เราก็โอเค แล้วเราลืมไปว่ากุญแจห้องนอนเรา ติดรถยนต์ไปด้วย ไม่มีใครมีกุญแจสำรอง เลยคิดว่า นอนรอที่โซฟาซักพักคงกลับ

เราก็ผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยและท้องอ่อนด้วย ตื่นมาอีกที เที่ยงคืนครึ่งค่ะ เรารีบโทรหาให้กลับทันที เราก็เสียใจมากค่ะ

เขาไม่เคยเป็นห่วงเราเลย แถมเรามารู้ทีหลังว่า ที่ไปนานเพราะเขาแอบโทรหาเอฟค่ะ ใช้เวลากว่า 45นาทีในการโทร เขาวางสายกันตอนที่เราโทรไปหาตอนตื่นนั่นแหละค่ะ


วันถัดมา26/03/2563
ก็บอกว่าจะลงไปกินมาม่าตอน4ทุ่มครึ่ง พอมาดูประวัติทีหลัง เขาก็แอบโทรหากันราวๆ1ชั่วโมงได้ค่ะ

27/03/2563
วันที่ไปฝากครรภ์คือวันเกิดครบอายุ25ปีของเราพอดี เจ้าตัวน้อยก็15Wพอดีด้วยค่ะ วันนั้นทั้งวันเราสองคนก็เหนื่อยล้ามาก เพราะฝากครรภ์ครั้งแรก ทั้งทำประวัติ รอตรวจ เจาะเลือด เยอะแยะไปหมด

ในใจเราก็รอมาทั้งวันค่ะ เช่น สุขสันต์วันเกิดนะ หรือพาไปซื้อเค้กซักก้อน ฉลองวันเกิดเหมือนทุกๆปี พร้อมฉลองให้เจ้าตัวน้อยด้วย แต่ไม่มีค่ะ ตรงกลับบ้านทันที ในใจเราคิดว่าเขาคงลืมไปแล้วค่ะ

พอถึงบ้านก็ไม่พูดอะไรกันค่ะ เราก็ขึ้นห้องไปนอนงีบด้วยความเหนื่อยล้า เขาก็อยู่ข้างล่างเล่นโซเชียลอะไรของเขาไป

เราตื่นขึ้นมา ก็อาบน้ำ แล้วลงไปข้างล่างค่ะ เห็นว่าเขาคุยโทรศัพท์กับเอฟอีกแล้วค่ะ สรุปเขาก็ติดต่อกันทุกวัน แอบโทรคุยกันลับหลังเราค่ะ ซักพักเราก็กินข้าวไปด้วย ฟังเขาคุยกันไปด้วย จนซักพักเขาก็วางสายกันค่ะ มาดูทีหลังก็โทรหากันได้ครึ่งชั่วโมงค่ะ

ซักพักข้อความเข้ามือถือเราว่า สุขสันต์วันเกิดนะ จากเขาที่นั่งอยู่ต่อหน้าเรานั่นแหละค่ะ เราก็เข้าเฟซบุ๊คไปดูปรากฎว่า เขาลืมไปแล้วจริงๆ แต่เขาไปเห็นคนที่บ้านแท็กสุขสันต์วันเกิดมาให้เรา เขาถึงจำได้ค่ะ เราก็ได้แค่ส่งสติ๊กเกอร์กลับไป ทั้งๆที่เขาอยู่ตรงหน้าเรา

เราก็พูดกับแฟนว่า “จริงๆตัวลืมวันเกิดเราใช่มั้ย? ทำไมต้องโทรหากันลับหลัง”

เขาตอบว่า “ไม่ได้ลืม ก็ไม่ได้แอบคุย ตัวลงมาเราก็ยังคุยกันอยู่เลย”

(เราก็คิดในใจว่า คนอะไรทำเรื่องที่ไม่ปกติให้มันดูเหมือนปกติได้กัน? คือโทรหากันก่อนหน้าที่เราลงมา มันไม่เรียกว่าแอบโทรหากันหรอ? แล้วเราบังเอิญลงมาระหว่างคุย เขาก็เนียนๆทำว่าไม่มีพิรุธ ไม่มีอะไร แค่เพื่อนคุยกัน แต่ใจเขาไม่ใช่ ใจเขาไม่มีเรากับเจ้าตัวน้อยในสมองเลย)

เราก็ถามไปว่า “แล้ววันเกิด ถ้าไม่ลืม ทำไมพึ่งมาบอก แถมพิมพ์ส่งมาอีก”

เขาตอบว่า “เพราะเมื่อเช้าเรายุ่งเรื่องฝากครรภ์กันอยู่ไง” (แถจนสีข้างถลอก)

เราก็ตอบกลับไปว่า “แล้วเช้านี้กว่าจะได้ไปฝาก เรารอตัวตั้งแต่กี่โมง ตั้งแต่8โมงแล้ว กว่าตัวจะตื่นก็9โมง รอตัวคุยแชทกับมันอีก กว่าจะถึงรพ.ก็10โมง ตอนตื่นมีก็ทำไมไม่บอก ตอนระหว่างขับรถทำไมไม่บอก หรือออกจากรพ.แล้วขับรถกลับบ้านทำไมไม่บอก ถ้าไม่ลืม?”

เขาก็บอกว่า “งั้นพรุ่งนี้ไปซื้อเค้กมาฉลองย้อนหลังกัน”

เราบอกว่า “ไม่ต้อง ถ้าจำไม่ได้ก็ไม่ต้องอะไรแล้ว”

เขาก็ว่า “ตามนั้น” พร้อมเล่นโซเชียลต่อ แชทกับเอฟต่อ โดยไม่รู้สึกอะไร โดยไม่มีแม้แต่คำขอโทษ

28/03/2563
วันถัดมาก็ใช้ชีวิตประจำวันกันตามปกติค่ะ เขาก็อยู่ในโลกโซเชียลของเขา กับเอฟ ตกเย็นเขาถามเราว่า “ขอโทรหา .......ได้มั้ย? มีเรื่องจะเมาท์กับมัน”

เราก็ตอบไปว่า “โทรสิ ก็อยู่ต่อหน้าหนิ”

เขาก็ขอเราอย่าพูดแทรกไปในมือถือเขานะ เราก็ตกลง
กลายเป็นว่า สิ่งที่เราอนุญาตกลับมาทำร้ายตัวเราค่ะ 30นาทีผ่านไป 1ชั่วโมงผ่านไป ก็ยังไม่วางสาย

จนเราน้อยใจว่า ทั้งวันเขาไม่คุยกับเราเลย แต่กลับคนอื่นพูดเป็นต่อยหอย เราก็เลยเดินขึ้นไปชั้นสอง แต่อยู่แค่บันไดค่ะ นึกว่าเขาจะวางสายแล้วตามเรามา

แต่.......ไม่ค่ะ เรานั่งรอ 30นาทีก็แล้ว แถมคุยกันเขายังเข้าห้องน้ำไปฉี่ไปด้วยคุยไปด้วย คือสนิทกันถึงขนาดนี้เลยหรอ? เราแอบร้องไห้ออกมาเลยค่ะ 45นาทีก็แล้ว จนผ่านไป1ชั่วโมง เราก็ยังร้องไห้อยู่

เบ็ดเสร็จ คุย2ทุ่ม ถึง4ทุ่ม รวม2ชั่วโมงค่ะ เหมือนคนจีบกันใหม่ๆ เขาถึงวางสายแล้วเดินขึ้นมาค่ะ เขาก็มีท่าทีตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเราร้องไห้ที่บันไดค่ะ

เราก็เข้าห้องไป เขาก็ตามมา เราก็ไปอาบน้ำ เขาก็เล่นโซเชียลบนที่นอนต่อ เราต่างคนต่างไม่พูดไม่คุยกันเลยค่ะ

29/03/2563
วันนี้เป็นวันที่เราระเบิดออกมาค่ะ เราบอกเราจะคุยกับเอฟ แฟนเราไม่ยอมค่ะ บอกกลัวจะเสียเพื่อน (คือเพื่อนมันมีคนเดียวหรอ แล้วการกระทำแบบนี้เรียกว่าเพื่อนหรอ?) เราก็บอกว่าได้ โทรเคลียร์กันต่อหน้าเราเลย เขาก็บอกห้ามพูดแทรกนะ เราก็ตกลง(แต่ในใจคือไม่)

เขาก็โทรไปประมาณว่า เอฟเราว่าเราคุยแซวหรือคุยกระหนุงกระหนิงกันไม่ได้แล้วล่ะ อารมณ์เราระเบิดออกมาทันที ยื้อแย่งโทรศัพท์ แล้วโทรคุยกับเอฟเลยด้วยตัวเอง จนเคลียร์ได้สำเร็จค่ะ

ซึ่งตัวปัญหาทุกสิ่งทุกอย่างตลอดเวลาที่ผ่านมา คือแฟนเรานั่นเองค่ะ

มีต่อ.......
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่