'เลขาฯครป.' หนุนพลังเยาวชน ติงทิศทางปราศรัยยังไม่เข้มแข็ง
https://www.matichon.co.th/politics/news_2272161
‘เลขาฯครป.’ หนุนพลังเยาวชน ติงทิศทางปราศรัยยังไม่เข้มแข็ง
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม นาย
เมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า ตนขอให้กำลังใจและสนับสนุนพลังของเยาวชนคนหนุ่มสาวของชาติที่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่ออนาคตของตนเองและเรียกร้องให้รัฐบาลเกิดการเปลี่ยนแปลง ยุติการคุกคามประชาชนที่เห็นต่าง แก้ไขรัฐธรรมนูญและยุบสภา
“ผู้นำประเทศนี้และพรรคการเมืองควรฟังเสียงของเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้มากขึ้น เพราะเขาต้องการกำหนดอนาคตของสังคมที่เขาต้องใช้ชีวิตอยู่เองอีกนานหลายปี ส่วนคนรุ่นเก่าก็นับวันชีวิตจะหายไปและเหลือเวลาน้อยลง แม้ว่านี่ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างผู้คนรุ่นต่อรุ่น แต่การมองเห็นอนาคตของลูกหลานในสังคมที่น่าอยู่มีคุณภาพชีวิตที่ดี ล้วนเป็นความปรารถนาของผู้เป็นพ่อแม่ผู้แก่ชราด้วยเช่นกัน
แม้ว่าการชุมนุมเมื่อวานนี้จะชุลมุนไปหน่อย ขาดการควบคุมการชุมนุมที่เข้มงวดและทิศทางในการปราศรัยที่เข้มแข็ง เป็นเอกภาพกับข้อเรียกร้อง ไม่สุ่มเสี่ยง มีวาระที่ชัดเจน และสถานการณ์ปัจจุบันไม่เหมาะกับการชุมนุมค้างคืน ผมเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจควรเข้ามาจัดการอำนวยความสะดวกเพื่อให้ประชาชนได้ใช้สิทธิ์ในการชุมนุมโดยสันติและปลอดภัยตามหลักสากล โดยร่วมกับแกนนำการชุมนุมตรวจคัดครองอาวุธและดูแลความสงบเรียบร้อย ซึ่งเป็นบทเรียนให้ทุกฝ่ายได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบต่อไปในครั้งหน้า”
นาย
เมธา กล่าวว่า สำหรับทางออก ขอเสนอให้พรรคร่วมรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และ 7 พรรคฝ่ายค้านได้ประชุมหาทางออกจากวิกฤตการณ์ด้วยกันในระบบรัฐสภา เพื่อแก้ปัญหาตามข้อเรียกร้องของเยาวชนนิสิตนักศึกษา และเร่งรัดให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและบทเฉพาะกาลเพื่อนำไปสู่การตั้ง ส.ส.ร.ทั่วประเทศ เพื่อแก้ไขกติกาที่เป็นธรรมสำหรับการเลือกตั้งที่บริสุทธ์ยุติธรรมในอนาคต นำไปสู่การแก้ไขความขัดแย้งและการปรองดองของสังคมที่แตกแยกอย่างแท้จริง
รวมถึงกำหนดเงื่อนไขกรอบเวลาในการทำงานตามภารกิจที่เหลืออยู่ให้ชัดเจน หากพรรคร่วมรัฐบาลเห็นแก่บ้านเมือง ก็ควรผลักดันให้มีการเปลี่ยนตัวนายกและคณะรัฐมนตรีให้เป็นไปตามเจตจำนงเดิมของสภาผู้แทนราษฎร โดยขอให้ ส.ว.เว้นวรรคหรือยกมือสนับสนุนเพื่อชาติบ้านเมือง ก่อนที่จะสายเกินไปและลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ ซึ่งหากไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ก็ต้องยุบสภาในทันที
“เนื่องจากหลายฝ่ายเห็นว่ารัฐบาลภายใต้พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาวิกฤติชาติได้แล้วและไม่มีความเหมาะสมเพียงพอในเวลานี้ การเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ทั้งชุดขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองทั้งหลายจะร่วมมือกันในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อกดดันให้นายกรัฐมนตรีลาออกแล้ว อย่าปล่อยให้ประชาชนสู้อย่างโดดเดี่ยวอยู่บนท้องถนน” นาย
เมธา กล่าว
เทพไท หนุนแก้ไข รธน. ตามข้อเรียกร้อง นศ. เสนอ รัฐบาลเป็นเจ้าภาพเอง
https://www.matichon.co.th/politics/news_2272217
เทพไท หนุนแก้ไข รธน. ตามข้อเรียกร้อง นศ. เสนอ รัฐบาลเป็นเจ้าภาพเอง
นาย
เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุมของสหภาพนักเรียน นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ว่า เป็นการแสดงออกในระบอบประชาธิปไตยภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่เป็นอดีตผู้นำนักศึกษาคนหนึ่ง รู้สึกเข้าใจ และยอมรับการแสดงออกทางการเมืองของกลุ่มนักศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มพลังทางสังคมอีกกลุ่มหนึ่ง ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเมืองไทยมาโดยตลอด และสนับสนุนการชุมนุมอย่างสงบ สันติ อหิงสา
ส่วนการชุมนุมเมื่อวานนี้นั้น ยังเป็นการชุมนุมที่อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย แม้ว่าจะเป็นการชุมชนภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ก็ตาม แต่ก็เป็นการชุมนุมอย่างสงบ ไม่มีเหตุความรุนแรงใดๆเกิดขึ้น สำหรับข้อเรียกร้องในการชุมนุม3ข้อ คือ
1. ประกาศยุบสภา
2. หยุดคุกคามประชาชน
3. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่
ซึ่งข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อนั้น ถ้ามีการแก้ไข หรือยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เป็นประชาธิปไตย และยึดโยงกับประชาชน ก็สามารถตอบโจทย์ข้อเรียกร้องของทุกฝ่ายได้ทั้งหมด
ส่วนการยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชนภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ไม่ก่อเกิดประโยชน์ใดๆ ไม่สามารถแก้ไขปัญหา หรือทำให้สถานการณ์ของบ้านเมืองดีขึ้นมาได้ จึงจำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องตอบรับข้อเรียกร้องของ สนท.ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในทันที แม้ว่าในขณะนี้จะมีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 สภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ตาม ตนในฐานะที่เป็นกรรมาธิการคนหนึ่ง ยังเห็นว่าการดำเนินงานเป็นไปด้วยความล่าช้า ยังมีขั้นตอนในทางปฎิบัติอีกหลายขั้นตอน ไม่ทันต่อสถานการณ์ความต้องการของกระแสสังคม และไม่เป็นไปตามแนวนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ที่แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎร
จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อปลดล็อคทางการเมือง ไม่ให้บ้านเมืองเดินไปสู่ทางตัน และเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายในสังคมได้มีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม และเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ใช่รัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจของใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
JJNY : เลขาฯครป.ติงทิศทางปราศรัยยังไม่เข้มแข็ง/เทพไทหนุนแก้ไขธน./มารีญาขออยู่ข้างเยาวชนปลดแอก/แม่รำพึงไร้นักท่องเที่ยว
https://www.matichon.co.th/politics/news_2272161
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า ตนขอให้กำลังใจและสนับสนุนพลังของเยาวชนคนหนุ่มสาวของชาติที่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่ออนาคตของตนเองและเรียกร้องให้รัฐบาลเกิดการเปลี่ยนแปลง ยุติการคุกคามประชาชนที่เห็นต่าง แก้ไขรัฐธรรมนูญและยุบสภา
“ผู้นำประเทศนี้และพรรคการเมืองควรฟังเสียงของเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้มากขึ้น เพราะเขาต้องการกำหนดอนาคตของสังคมที่เขาต้องใช้ชีวิตอยู่เองอีกนานหลายปี ส่วนคนรุ่นเก่าก็นับวันชีวิตจะหายไปและเหลือเวลาน้อยลง แม้ว่านี่ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างผู้คนรุ่นต่อรุ่น แต่การมองเห็นอนาคตของลูกหลานในสังคมที่น่าอยู่มีคุณภาพชีวิตที่ดี ล้วนเป็นความปรารถนาของผู้เป็นพ่อแม่ผู้แก่ชราด้วยเช่นกัน
แม้ว่าการชุมนุมเมื่อวานนี้จะชุลมุนไปหน่อย ขาดการควบคุมการชุมนุมที่เข้มงวดและทิศทางในการปราศรัยที่เข้มแข็ง เป็นเอกภาพกับข้อเรียกร้อง ไม่สุ่มเสี่ยง มีวาระที่ชัดเจน และสถานการณ์ปัจจุบันไม่เหมาะกับการชุมนุมค้างคืน ผมเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจควรเข้ามาจัดการอำนวยความสะดวกเพื่อให้ประชาชนได้ใช้สิทธิ์ในการชุมนุมโดยสันติและปลอดภัยตามหลักสากล โดยร่วมกับแกนนำการชุมนุมตรวจคัดครองอาวุธและดูแลความสงบเรียบร้อย ซึ่งเป็นบทเรียนให้ทุกฝ่ายได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบต่อไปในครั้งหน้า”
นายเมธา กล่าวว่า สำหรับทางออก ขอเสนอให้พรรคร่วมรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และ 7 พรรคฝ่ายค้านได้ประชุมหาทางออกจากวิกฤตการณ์ด้วยกันในระบบรัฐสภา เพื่อแก้ปัญหาตามข้อเรียกร้องของเยาวชนนิสิตนักศึกษา และเร่งรัดให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและบทเฉพาะกาลเพื่อนำไปสู่การตั้ง ส.ส.ร.ทั่วประเทศ เพื่อแก้ไขกติกาที่เป็นธรรมสำหรับการเลือกตั้งที่บริสุทธ์ยุติธรรมในอนาคต นำไปสู่การแก้ไขความขัดแย้งและการปรองดองของสังคมที่แตกแยกอย่างแท้จริง
รวมถึงกำหนดเงื่อนไขกรอบเวลาในการทำงานตามภารกิจที่เหลืออยู่ให้ชัดเจน หากพรรคร่วมรัฐบาลเห็นแก่บ้านเมือง ก็ควรผลักดันให้มีการเปลี่ยนตัวนายกและคณะรัฐมนตรีให้เป็นไปตามเจตจำนงเดิมของสภาผู้แทนราษฎร โดยขอให้ ส.ว.เว้นวรรคหรือยกมือสนับสนุนเพื่อชาติบ้านเมือง ก่อนที่จะสายเกินไปและลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ ซึ่งหากไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ก็ต้องยุบสภาในทันที
“เนื่องจากหลายฝ่ายเห็นว่ารัฐบาลภายใต้พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาวิกฤติชาติได้แล้วและไม่มีความเหมาะสมเพียงพอในเวลานี้ การเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ทั้งชุดขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองทั้งหลายจะร่วมมือกันในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อกดดันให้นายกรัฐมนตรีลาออกแล้ว อย่าปล่อยให้ประชาชนสู้อย่างโดดเดี่ยวอยู่บนท้องถนน” นายเมธา กล่าว
เทพไท หนุนแก้ไข รธน. ตามข้อเรียกร้อง นศ. เสนอ รัฐบาลเป็นเจ้าภาพเอง
https://www.matichon.co.th/politics/news_2272217
เทพไท หนุนแก้ไข รธน. ตามข้อเรียกร้อง นศ. เสนอ รัฐบาลเป็นเจ้าภาพเอง
นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุมของสหภาพนักเรียน นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ว่า เป็นการแสดงออกในระบอบประชาธิปไตยภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่เป็นอดีตผู้นำนักศึกษาคนหนึ่ง รู้สึกเข้าใจ และยอมรับการแสดงออกทางการเมืองของกลุ่มนักศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มพลังทางสังคมอีกกลุ่มหนึ่ง ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเมืองไทยมาโดยตลอด และสนับสนุนการชุมนุมอย่างสงบ สันติ อหิงสา
ส่วนการชุมนุมเมื่อวานนี้นั้น ยังเป็นการชุมนุมที่อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย แม้ว่าจะเป็นการชุมชนภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ก็ตาม แต่ก็เป็นการชุมนุมอย่างสงบ ไม่มีเหตุความรุนแรงใดๆเกิดขึ้น สำหรับข้อเรียกร้องในการชุมนุม3ข้อ คือ
1. ประกาศยุบสภา
2. หยุดคุกคามประชาชน
3. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่
ซึ่งข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อนั้น ถ้ามีการแก้ไข หรือยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เป็นประชาธิปไตย และยึดโยงกับประชาชน ก็สามารถตอบโจทย์ข้อเรียกร้องของทุกฝ่ายได้ทั้งหมด
ส่วนการยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชนภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ไม่ก่อเกิดประโยชน์ใดๆ ไม่สามารถแก้ไขปัญหา หรือทำให้สถานการณ์ของบ้านเมืองดีขึ้นมาได้ จึงจำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องตอบรับข้อเรียกร้องของ สนท.ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในทันที แม้ว่าในขณะนี้จะมีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 สภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ตาม ตนในฐานะที่เป็นกรรมาธิการคนหนึ่ง ยังเห็นว่าการดำเนินงานเป็นไปด้วยความล่าช้า ยังมีขั้นตอนในทางปฎิบัติอีกหลายขั้นตอน ไม่ทันต่อสถานการณ์ความต้องการของกระแสสังคม และไม่เป็นไปตามแนวนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ที่แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎร
จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อปลดล็อคทางการเมือง ไม่ให้บ้านเมืองเดินไปสู่ทางตัน และเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายในสังคมได้มีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม และเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ใช่รัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจของใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น