[CR] นอนโฮมสเตย์เนปาล Trekking Mardi Himal ส่งท้ายปี

สวัสดีค่า
กระทู้นี้จะพาไปนอนโฮมสเตย์ที่เนปาล เดิน Trekking Mardi Himal ส่งท้ายปี 2019 ค่ะ

ทริปนี้ไปเนปาลข้ามปีกันเลยทีเดียว ตั้งแต่ 24 ธ.ค. 2019 - 3 ม.ค. 2020 ทั้งหมด 11 วัน
เดินเขา 6 วัน ที่เหลือหมดไปกับการเดินทางและเที่ยวในกาฐมาณฑุ
 
เราเลือกไปช่วงปีใหม่ ซึ่งเป็นฤดูหนาวและเป็นช่วง Low Season สำหรับการเดิน Trekking ที่เนปาล
 
ข้อดีของการไปเที่ยวช่วงนี้คือ ฟ้าใสเกือบทุกวันและคนไม่เยอะ
ข้อดีอีกอย่างสำหรับพนักงานออฟฟิสอย่างเรา คือ ไปช่วงปีใหม่ไม่ต้องใช้วันลาเยอะ
 
ข้อเสียคือ หนาวมากและเหงามากๆ ค่ะ
 
ทริปนี้ไปกันแค่ 2 คน เลยไม่ค่อยได้หาข้อมูลเนปาลกันซักเท่าไหร่ กะตามใจไกด์เลย
อ่านรีวิวบริษัทที่จะจ้างไกด์กับลูกหาบส่งวันที่จะไปให้หลายบริษัท ให้เขาเสนอแผนกับราคามา
ไปอ่านรีวิวแต่ละเจ้าใน Tripadvisor พันทิป เฟสบุ๊ค ประกอบการตัดสินใจอีกที

เวลาที่เนปาลช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง 15 นาที
ค่าเงินเนปาล 1 รูปี ประมาณ 0.25 บาท เราใช้จำง่ายๆ 100 รูปี = 25 บาท
 
การแลกเงิน
เราแลกดอลล่าห์ที่ไทยไปทั้งหมด แล้วไปแลกรูปีที่นู่นเอา
ร้านแลกเงินหาง่ายและเรทพอๆ กัน หรือจะแลกเงินกับร้านค้าหรือโรงแรมก็ได้ ที่นู่นเกือบทุกที่รับทั้งดอลล่าห์และรูปี

ตู้ ATM กดได้เยอะสุดครั้งละ 20000 รูปี ค่าธรรมเนียมครั้งละ 500 รูปี
แต่ตู้บ้านเขากดยากมาก ต้องลองกดเป็น 10 ตู้กว่าจะได้ ตู้ที่เคยกดแล้วได้ กลับมากดอีกทีไม่ได้ซะงั้น
 
ตั๋วเครื่องบิน
สายการบินจากไทยที่บินตรงไปกาฐมาณฑุ มี 2 สาย บินไปกลับวันละไฟลท์ คือ การบินไทยและไลอ้อนแอร์
หลังจากได้วันที่จะเดินทาง เราเช็คราคาตั๋วอยู่เรื่อยๆ ได้การบินไทยที่ราคาประมาณ 11,700 บาท
 
ไฟล์ทการบินไทย
ออกจากสุวรรณภูมิ 10.30 น. ถึงกาฐมาณฑุ 12:45 น.
ออกจากกาฐมาณฑุ 13.55 น. ถึงสุวรรณภูมิ 18.30 น.
 
อากาศที่กาฐมาณฑุไม่ค่อยแน่นอน ขาไปฟ้าใสมาก เห็นเทือกเขาตั้งแต่อยู่บนเครื่อง
วันกลับหมอกลงหนัก เครื่องต้องบินไปจอดรอที่ประเทศข้างๆ ดีเลย์ไป 5 ชั่วโมง บางสายต้องยกเลิกไฟลท์ไปเลย
 
สำหรับใครที่จะบินไปโพคารา ซื้อตั๋วกับเอเย่นราคาจะถูกกว่าจองเอง ทำแผนสำรองไว้เผื่ออากาศแย่ ไม่สามารถบินได้ไว้ก็ดีค่ะ
 
วีซ่า
การทำวีซ่า มีหลายวิธี
1. ยื่นขอวีซ่าที่สถานทูตเนปาลในไทย วิธีนี้สะดวกสบาย ลงเครื่องมาไปยื่นผ่าน ตม. ได้เลย
2. กรอกวีซ่าที่ตู้  kiosk ที่สนามบินตรีภูวัน
3. กรอกวีซ่าออนไลน์ผ่านเวป http://online.nepalimmigration.gov.np/tourist-visa
4. กรอกเอกสารเข้าเมืองที่แจกบนเครื่องบิน
วิธีที่ 2 - 4 จะต้องไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ Visa Fee ถึงจะไปเข้าคิวผ่าน ตม. ได้ค่ะ
สามารถชำระเงินค่าวีซ่าเป็นเงินบาท รูปี USD หรือเงินสกุลอื่นก็ได้ค่ะ
อย่าลืมพกรูปพื้นหลังสีขาวไปด้วยนะคะ
         
เราใช้วิธีกรอกวีซ่าออนไลน์ผ่านทางเวป เตรียมพาสปอร์ต รูปถ่าย ที่อยู่โรงแรม กรอกข้อมูลตามช่องที่มีเครื่องหมายดอกจันทร์ให้ครบ
แนบรูป กดตกลงจนได้เลข Submission ID แล้วก็ print เอกสารถือไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ Visa Fee แล้วก็ไปยื่นที่ ตม. ค่ะ
 
ช่วงหน้า High แนะนำยื่นวีซ่าที่สถานทูตไปก่อนดีกว่าค่ะ ได้ไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวหลายจุด
ขนาดเรากรอกเอกสารไปก่อนยังรอต่อคิวจ่ายเงินกับ ตม. เกือบชั่วโมง

ราคาค่าวีซ่า ตามจำนวนวันที่อยู่ในเนปาล
15 days $30
30 days $5
90 days $125
 
ไกด์และลูกหาบ
เราหาข้อมูลไกด์กับลูกหาบในพันทิป เฟสบุ๊ค Tripadvisor รวบรวมเจ้าที่สนใจ ส่งวันให้เขาทำแพลนกับเสนอราคา
แต่ละเจ้าแพลนกับราคาก็แตกต่างกันไป เนื่องจากไปกัน 2 คน ราคาเลยค่อนข้างสูง ตัดเจ้าที่ราคาแพงออกก่อน 
 
สำหรับเส้น Mardi Himal ถามว่าเดินเองได้ไหม เราว่าถ้าคนมีประสบการณ์ก็น่าจะพอได้
เพราะตลอดทางจะมีป้ายและสีทาตามก้อนหินและต้นไม้ เส้น Mardi Himal จะเป็นสีฟ้า-ขาว
 
แต่เราก็ไม่แนะนำนะคะ ถึงจะมีสีทากับป้ายบอกไว้ แต่บางจุดมันก็ไม่มีค่ะ
ระหว่างเดินจะมีคนมาถามทางตลอด ชาวเนปาลเองยังคอยถามกับไกด์ลูกหาบของกลุ่มอื่นไปตลอดทาง
เรามีไกด์ ยังหลงเลยค่ะ 55 ก่อนไปหาข้อมูล ก็เจอข่าวที่มีคนหลงทาง บางช่วงมันเป็นป่า เส้นทางไม่ค่อยชัดเจน
 
อย่างน้อยควรมีไกด์หรือลูกหาบซัก 1 คน คอยนำทางก็ดี อีกอย่างได้มีคนเดินล่วงหน้าไปจองที่พักให้เราก่อนค่ะ
อย่างวันที่ 2 เราเดินกันไกลมาก เป็นวันสุดสัปดาห์ที่คนเนปาลไปตั้งแคมป์ที่ Australia  Camp จนที่พักเต็มหมด
ต้องเดินต่อไปนอนที่ Pothana หรืออย่างที่ High Camp ลูกหาบเดินนำเราไป 2 ชั่วโมง ไปจองที่พักให้
วันนั้นที่พักบน High Camp เต็มหมด นักท่องเที่ยวต้องนอนในห้องอาหาร รวมกับไกด์ลูกหาบ ขนาดเป็นช่วง Low Season
 
ส่วนเราขอไกด์และลูกหาบอย่างละ 1 คน เพราะไม่ไหวจะแบกของและคลำเส้นทางเอง เข็ด 55
 
หลังจากหาข้อมูล จนตกลงใช้บริการกับเจ้านึง ราคาโอเค รีวิวดี คุยกันรู้เรื่อง เป็นเอเย่นท้องถิ่น ไกด์และลูกหาบเป็นญาติพี่น้องกันหมด
เรียกว่าได้เจอทั้งพ่อแม่ ญาติ พี่น้อง ลุงป้า น้า อา ยันเพื่อนบ้านเลย
 
คนที่คุยกับเราเกือบตลอดชื่อคาบิ คาบิตอบคำถาม แก้แพลน อธิบายนี่นั่นให้เราตลอด
ไกด์ที่ไปกับเราชื่อ มาเฮนดร้า ลูกหาบชื่อ ซาการ์ ทั้งคู่ดูแลและช่วยเหลือเราเป็นอย่างดี ตลกมากๆ ด้วย

วันกลับเข้าโพคาราเราทำมือถือหล่นบนรถจี๊ป ทั้งไกด์ ทั้งลูกหาบช่วยเราหาสุดๆ พานั่งรถไปหา ขอดูกล้องวงจรใกล้เคียงให้
ญาติพี่น้องเขาก็โทรมาขอคุยกับเรา ขอโทษขอโพยกันใหญ่ที่ไม่ระวังให้เรา ถึงตอนนั้นจะเศร้าอยู่ แต่ก็ซึ้งใจสุดๆ
ถ้าได้กลับไปเดินที่เนปาล คงใช้บริการเขาอีก
 
หากใครสนใจ เราแปะเพจไว้ให้ค่ะ
https://www.facebook.com/FriendlyTrekkersAdventure/
 
ที่พัก
ที่พักบนเขาที่เอเย่นจัดให้เราแต่ละแคมป์โอเคเลย วิวดี
แต่บางที่ก็เตียงเล็กมาก นอนแทบไม่พอ บางที่ผ้าห่มหรือฟูกคะ ห่มทีหายใจไม่ออกเหมือนโดนผีอำ
 
ที่พักที่โพคารากับกาฐมาณฑุเราจองเองผ่าน Agoda
ที่พัก 2 แห่งในโพคารา ราคาไม่แพง สะอาด พนักงานดี
1. Hotel The Coast ใกล้ทะเลสาป แต่ไกลพวกร้านอาหารกับร้านค้า
2. Hotel Ezen อันนี้ใกล้ร้านอาหารและร้านค้า
 
โรงแรมในกาฐมาณฑุ
1. Avataar อยู่กลางทาเมล ห้องใหญ่ สะอาด แต่น้ำก๊อกคือสีขุ่นจนงง ไม่รู้เป็นทุกที่หรือเฉพาะโรงแรมเรา

อาหาร
เมนูบนเขาเหมือนกันหมด เราพกน้ำพริกไปไว้คลุกกับข้าว
ส่วนมากสั่งข้าวผัด มาม่าเนปาล มาม่าเกาหลี ไข่เจียว พิซซ่า วนอยู่เท่านี้ กินมาม่าบ่อยจนไกด์บอก No noodles 
วันหลังๆ เริ่มเบื่ออาหาร ขอแค่ไข่ต้มพอ
 
อาหารเย็นต้องสั่งไว้ตั้งแต่ 5 โมงเย็น อาหารเช้าสั่งไว้ตั้งแต่ตอนเย็นเลย ได้รอไม่นาน
 
ห้องน้ำ
ห้องน้ำบนเขา ส่วนมากเป็นแบบนั่งยอง เจอชักโครกที่ Pothana กับ Forest camp
สภาพห้องน้ำก็ปิดไฟเข้าจะดีกว่า ยิ่งสูงน้ำเป็นน้ำแข็งทั้งกลิ่นทั้งภาพ ติดตา!
 
แล้วห้องน้ำที่นี่ ส่วนมากจะมีหน้าต่างแบบระดับสายตา หรือบางที่กำแพงเป็นหน้าต่างทั้งบานเลย มีผ้าบางๆ ปิด
แบบมีเอาไว้ทำไม 55 กลัวเราเหงาหรอ คนเดินผ่านไปผ่านมาคือเห็นแน่ๆ

บนเขาเราไม่ได้อาบน้ำเลย ไม่รู้ว่าเขาคิดค่าอาบน้ำยังไง แต่หลายที่ก็ให้อาบฟรีค่ะ
 
สภาพอากาศ
ช่วงปลายปีเป็นหน้าหนาว หนาวตั้งแต่ลงเครื่องที่กาฐมาณฑุ บนเขาไม่ต้องพูดถึง
ไกด์ให้ยืมถุงนอน -10 ซึ่งช่วยได้มากๆ เพราะผ้าห่มบางโรงแรมก็ไม่ช่วยอะไร ไม่รู้ว่าไว้ห่มให้อุ่นหรือไว้ห่อร่างเราลงเขา
ถุงนอน -10 คืออุ่นจนร้อน ต้องลุกขึ้นมาถอดเสื้อออก
ถ้าขี้หนาวก็จัด ถุงนอน -20 ไปเลยค่ะ

ช่วง 6 วันที่อยู่บนเขา ฟ้าใสมาก บางวันช่วงบ่ายฟ้าก็ปิด
ตอนกลับมาที่กาฐมาณฑุ มีฝนตกสลับกับหมอกจัดเป็นพักๆ ทุกวัน
 
ประกันเดินทาง
ประกันเดินทางที่ครอบคลุมการเคลื่อนย้ายด้วยเฮลิคอปเตอร์ หลายบริษัทไม่มีให้บริการแล้ว โทรถามอยู่หลายที่
เราซื้อของ Allianz Travel ถามแล้วคลอบคลุมอยู่ แต่ไม่ได้เคลม เลยไม่รู้ว่าตอนเคลมจะมีปัญหาอะไรมั้ย แต่ซื้อไว้อุ่นใจกว่า
 
อินเตอร์เนต
เราใช้ Sim2Fly แฟนเปิด Ais Data Roaming ทั้ง 2 อย่างโปร 10 วัน จับสัญญาณ Ncell ทั้งคู่ เนตไม่ได้เร็วมาก พอเล่นได้
บนเขามีสัญญาณอยู่หลายจุด โรงแรมบนเขามี wi-fi ขายวันละ 250 รูปี แต่สัญญาณอ่อนมาก บางทีก็ไวไฟพัง
ซื้อแพคเกจวันเผื่อไว้ดีกว่า เผื่อเครื่องดีเลย์แบบเรา

ปลั๊กไฟ
universal adaptor ใช้ได้ทั่วโลก
หลายโรงแรมให้ชาร์จไฟฟรี บางที่ก็เสียค่าชาร์จครั้งละ 250 รูปี
 
เตรียมร่างกายก่อนไป
ปกติเราเดินเขาอยู่เรื่อยๆ เลยได้วิ่งกับสควอชอยู่บ้าง
ก่อนไปยุ่งมาก ไม่มีเวลาไปหาหมอล่วงหน้า 2 อาทิตย์เพื่อฉีดยาที่คลินิกเวชศาสตร์ท่องเที่ยว
มีโอกาสไปหาก่อนเดินทางแค่ 1 วัน ได้ยา Diamox มา
เราเคยไปเลห์มาไม่มีอาการ AMS แต่อย่างใด แต่ก็กินป้องกันไว้
 
อุปกรณ์ที่เตรียมไป
 1. รองเท้า Trekking
2.  เป้ใบใหญ่หรือดัฟเฟิลไว้สำหรับรวมของให้ลูกหาบ
3.  เป้ Day pack สะพายเอง ใส่ของส่วนตัว ขนม น้ำ
4.  ไม้เท้า Trekking
5.  ถุงนอนติดลบ
6.  Crampons สวมรองเท้ากันลื่นบนหิมะ
7. กระบอกเก็บน้ำร้อน หลังจาก Forest Camp จะไม่มีน้ำขวดขายแล้ว ต้องซื้อเติมใส่ขวดเอา เติมขวดละ 100 -200 รูปี
   ส่วนมากจะเป็นน้ำต้มร้อนๆ เติมให้เรา เราพกแบบขวดธรรมดา 1 ขวด ขวดน้ำร้อน 1 ขวด
8.  เสื้อผ้า Base layer, Fleece, Jacket, เสื้อกันลม, เสื้อแห้งเร็ว เราพกไปอย่างละ 2 สำรองไว้เผื่อเปียก
9.  กางเกงในกระดาษ ทิชชู่เปียกและแห้ง ผ้าอาบน้ำแห้ง
10. ถุงมือถุงเท้าหนาๆ
11. อาหารขนม ไว้กินระหว่างทาง
12. ยาส่วนตัว ยาดมยาหม่อง พาสเตอร์ ยาแก้ไข้ ยาแก้ท้องเสีย พลาสเตอร์ปิดแผล พกไว้อุ่นใจค่ะ
13. รองเท้าแตะไว้ใส่ตอนอยู่ที่พัก
14. ไฟฉาย คาดหัวหรือแบบถือก็ได้ เอาถ่านไปเผื่อด้วย บางโรงแรมไม่มีไฟใช้เลย
15. ที่กรองน้ำหรือเม็ดกรองน้ำดื่ม
 
อุปกรณ์ทั้งหมดรวมทั้งเสื้อผ้ากันหนาว หาซื้อหรือเช่าที่โพคาราได้ค่ะ ราคาเช่าตกชิ้นละ 50-100 บาทต่อวัน
 
เสื้อผ้า
อากาศหนาวมาก เราใส่เสื้อผ้าหลายชั้น เรียงแบบนี้

เสื้อแห้งเร็ว- Baselayer - Fleece - Down - Jacket

ใส่อย่างนี้ในทุกเช้า วันแรกๆ เดินร้อน เหงื่อออกเยอะ ต้องถอดเสื้อเดิน
วันหลังๆ เหงื่อออก ก็ไม่ถอดแล้ว กลัวแข็งตาย
 
ค่าใช้จ่ายต่อคนโดยประมาณ
ตั๋วเครื่องบินไปกลับการบินไทย 11,700
วีซ่า 1000
โรงแรมที่กาฐมาณฑุ 2 คืน 1,200
โรงแรมที่โพคารา 2 คืน 900
แพคเก็จเดินเขา 18,000
ประกันเดินทาง 1,400
รวม 34,200 บาท
 
ค่าแพคเก็จเดินเขา 6 วัน
ค่าไกด์  = 150$
ค่าลูกหาบ  = 120$
ค่าที่พัก ชากาแฟอาหารทุกมื้อ = 456$
TIMS กับ Permit = 90$
ค่ารถ Pokhara ไป Homestay = 35$
ค่า Homestay รวมอาหารเย็นกับเช้า = 50$
รถส่งสนามบินกาฐมาณฑุ = 5$
ค่ารถ Siding ไป Pokhara = 45$
ค่ารถ private ไปกลับกาฐมาณฑุ - โพคารา = 260$
รวม 1211$
หาร 2 ตกคนละ 18,7xx บาท จำไม่ได้ว่ามันลดส่วนไหน เหลือจ่ายไปคนละ 18,000 บาท ไม่รวมทิป
 
ไปกัน 2 คน เลยแพงหน่อย ถ้าไปหลายคน หารๆ กันราคาก็จะถูกลงกว่านี้
อย่างเราเลือกรถส่วนตัวไปกลับกาฐมาณฑุ - โพคารา ราคาประมาณ 8000 บาท
ตอนแรกลังเลว่าจะไปโพคาราด้วยเครื่องบินหรือรสบัส
เครื่องบินไม่อยากลุ้นกับอากาศไม่แน่นอน
รถบัสกลางคืนทั้งแบบ local หรือแบบที่นั่งดีๆ ต้องเสียเวลาอยู่กาฐมาณฑุถึงกลางคืน นั่งรถไปท่ารถบัสในกาฐมาณฑุ
ถึงโพคาราก็ต้องนั่งรถออกจากท่ารถ แล้วออกเดินทางต่อ เหนื่อยแน่ๆ
เลยเลือก private car ซึ่งรับเราจากสนามบินส่งถึงโรงแรมในโพคารารวดเดียว
 
แผนการเดินทาง
24-Dec  Bangkok to Kathmandu Airport, Private car to Pokhara (7hrs.)
25-Dec  Drive to Barang village homestay
26-Dec  Trek to Panchase Bhanjang
27-Dec  Panchase Bhanjang to Pothana
28 Dec  Phothana to Forest Camp
29-Dec  Forest Camp to High Camp
30 Dec  High Camp to Mardi Himal Base camp and back to Badal Danda
31-Dec  Badal Danda to Siding and back to Pokhara by private jeep
1-Jan    Private car to Kathmandu
2-Jan    Kathmandu
3-Jan    Pick up at 10 am. to airport, back to Bangkok
 
พร้อมแล้วก็ออกเดินทางเลย!
ชื่อสินค้า:   นอนโฮมสเตย์เนปาล Trekking Mardi Himal ส่งท้ายปี
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่