โสด แต่ไม่ชอบผู้หญิงโสด

ตั้งแต่เลิกรากับอดีตภรรยามา7ปี แรกๆผมก็ปิดกั้นตัวเองกับการที่จะไปรักใครจริงๆจังๆอีก
มันเข็ดมันเจ็บมันฝังใจ แต่เวลาผ่านไปความเหงาก็เริ่มทำให้ยอมเปิดใจอีกครั้ง เมื่อสองปีที่แล้ว
คนแรกที่เริ่มจริงจังหวังว่าจะสร้างครอบครัวกับเธอ เธอเป็นแม่ม่ายครับ อายุมากกว่าผมเกือบสามปี(ผม37เธอ40)
เธอไม่เคยมีลูกครับ ใช้ชีวิตแบบคนโสดมาหลายปีหลังจากที่สามีเธอเสียชีวิตและทิ้งสมบัติรวมถึงกิจการไว้ให้ มีผู้ชายเข้ามาคุยกับเธอหลายคนซึ่งเธอก็ไม่ได้ปิดบัง หลังจากคุยกันสามเดือนก็ตกลงคบกัน เธอดีกับผมระดับนึงแต่ผมเริ่มเบื่อภายในเวลาไม่ถึงครึ่งปี เพราะผมหาความหวานจากเธอไม่เจอและผมชอบบ่นเธอเรื่องภาษาวัยรุ่นที่ใช้ในการพิมพ์ของเธอ(เป็นข้ออ้างของผมแหละ)
จนวันนึงเราก็ต่างคนต่างห่างกันออกไปเอง

นั่นจึงทำให้ผมมีเวลาได้คุยกันคนอื่น และก็เป็นเรื่องให้ต้องคิดหนักอยู่ทุกวันนี้

ผู้หญิงที่ผมคุยด้วยตอนช่วงหลังมีคนเดียวที่เป็นโสดคุยจนได้คบกันอยู่ช่วงนึงแต่แล้วเธอก็ต้องย้ายที่ทำงานไปต่างจังหวัดทำให้ต้องห่างกันเคสนี้ก็ปกติทั่วไปครับ แต่อีกสองเคสที่จะเล่านี่แหละประเด็น

p1 เธอเป็นสาวออฟฟิศในที่ทำงานเดียวกันเธอมีปัญหากับสามีโดยเธอเล่าให้ว่าสามีค่อนข้างบ้างานไม่สนใจเธอและลูกสาวเท่าไหร่ดูแลด้วยเงินเสียมากกว่า ไม่เคยไปไหนมาไหนด้วยกันมานานมากถึงขั้นแยกห้องนอน หลังจากได้คุยกันบนรถขณะไปทำงานข้างนอกด้วยกันก็มีการแลกเฟซ แอดไลน์กัน ชีวิตในเฟซบุ๊คของเธอมีแต่ภาพลูกสาววัยอนุบาลของเธอ กับรูปเซลฟี่พร้อมแคปชั่นตลกๆของเธอ
ผมทักไปคุยครั้งแรกก็คุยกันเรื่องลูกสาวเธอเป็นส่วนใหญ่เพราะผมเป็นคนรักเด็ก ต่อจากนั้นผมก็เริ่มติดเธอและรู้ตัวว่าชอบเธอ ผมเองพยายามไม่แสดงออกแต่เพื่อนร่วมงานของผมเริ่มทักว่าทำไมถึงคุยกับเธอตลอดเลย ออกไปข้างนอกกลับมาก็ซื้อขนมมาฝากแต่เธอ ผมแก้ตัวไปว่าสนิทกันแต่คิดแค่พี่น้อง
ส่วนเธอนั้นเมื่อมีเวลาว่างก็จะมาคุยเล่นมาอ้อนนู่นนี่เสมอ มาช่วยจัดนู่นนี่ให้ตลอด แต่เราทั้งสองคนไม่เคยบอกกันว่ารักว่าชอบ คำที่กล้าที่สุดคือบอกคิดถึงผ่านแชท เคสนี่กำกวม ถ้าผิดก็ผิดครึ่งเดียว

p2 สาวคนนี้เด็กกว่าผม10ปี เริ่มคุยกันหลังจากคุยกับp1 ไม่กี่เดือน แต่...มันพัฒนาเร็วมาก
เธอเคยทำงานที่เดียวกันนี่แหละแล้วย้ายไปออกไปบริษัทใกล้ๆกันตอนเธอยังอยู่ที่นี่เราก็ได้คุยกันบ้างแต่ไม่มาก จึงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอมากนัก
หลังจากคุยกันได้1เดือนเราก็หาเวลาไปกินข้าวด้วยกันบ่อยๆ ก็คุยกันเรื่องงานเป็นส่วนใหญ่แล้วก็เรื่องเพื่อนร่วมงานนู่นนี่นั่นไปเรื่อย จนสนิทกันและเริ่มจับมือถือแขน หอมแก้ม กอด จูบ ไปตามลำดับ และในที่สุดก็มีอะไรกันในเดือนที่สาม
ในวันหยุดเธอจะมาอยู่กับผมตลอด
และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น วันนึงเธอก็สารภาพว่ามีสามีแล้ว และสามีเธอเริ่มระแคะระคาย
เธออธิบายว่าที่ไม่บอกผมก่อนหน้านี้เพราะกลัวผมไม่รักเธอ หลังจากวันนั้นผมก็ไม่ยอมให้เธอมาหาที่บ้านอีก แต่มีไปทานข้าวกันบ้างเพราะผมเองก็รักเธอเช่นกันแต่ไม่อยากทำผิดไปมากกว่านี้
เธอขอผมให้ผมรอเธอ เธอจะค่อยๆถอยออกมาจากสามีเพราะเธอรักผมมากกว่า อยู่กับสามีไม่ค่อยมีความสุขเพราะสามีไม่อ่อนหวานเหมือนผม
ผมตกลงรอนะแต่ไม่เคยเร่งรัดเธอ

และเมื่อวานนี้เอง p1 ซึ่งไม่เคยบอกความรู้สึกกับผมก็แชทมาบอกผมว่า เมื่อวานเธอหยุดงานไปหย่ากับสามีแล้วและหลังจากนี้ก็ต้องดำเนินการเรื่องแบ่งสินสมรสต่างๆซึ่งสามีเธอตกลงยกให้เธอทั้งหมด
เหลือแค่เรื่องเอกสารกรรมสิทธิ์ต่างๆ
สามีเธอจะย้ายของออกจากบ้านสิ้นเดือนนี้
เธอขอให้ผมย้ายไปอยู่กับเธอเพราะลูกสาวเธอยังต้องไปเรียนโรงเรียนเดิม แต่เธอก็รักบ้านเธอด้วย

ผมมึนอยู่สักพักว่านี่มันเรื่องอะไรกัน คนที่ไม่เคยบอกรักกัน คนที่ผมรู้สึกว่าผมชอบเธอฝ่ายเดียว
วันนี้เธอมาขอให้ผมไปอยู่กับเธอไปช่วยดูแลลูกสาวเธอ 😕😕😕😕😕
ผมเงียบสักพักแล้วถามไปแบบซื่อๆ "ให้อยู่ในฐานะอะไร" เธอตอบกลับมาด้วยคำถาม "พี่ไม่รู้หรือว่าหนูดูออกว่าพี่รักหนู"ผมยังไม่ได้ให้คำตอบ

ถ้าผมเลือกp1 แล้วp2จะเสียใจแค่ไหน
แต่ถ้าผมไม่เลือกp1 แล้วp2ออกมาจากชีวิตสามีเธอไม่ได้คนเสียใจคงต้องเป็นผม
ทำไงดี

ที่แท็กกฎแห่งกรรมเพราะกลัวกรรมจากการทำให้ครอบครัวคนอื่นแตกแยก

แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ปัญหาความรัก ปัญหาชีวิต ศีล 5 กฎแห่งกรรม
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่