31 DAYS DIARY IN SHANGHAI [Part 3]
หากพูดถึง ประเทศจีน เชื่อว่าทุกคนจะต้องรู้จักและมีมุมมองที่ต่างกันออกไป ซึ่งอาจมาจากคำบอกเล่า สิ่งที่ได้พบเห็นกับตัว
หรือสิ่งที่คิดเอาตามคำว่า “จีน”
ดังนั้นขอให้เปิดใจก่อนสักนิดเพราะสิ่งต่อไปนี้เป็นอีกมุมมองหนึ่งที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้สถานที่ที่ไปมาในตอนที่ 1 : The Bund, Nanjing Road, People’s park, Marriage market, Zhujiajiao, Yu garden, Shanghai Museum
สถานที่ที่ไปมาในตอนที่ 2 : Thames Town, Tianzifang, ศูนย์ผู้สูงอายุชาวจีนเซี่ยงไฮ้, The Bund และ Nanjing Road ยามค่ำคืน, Shanghai Centre Theatre, qipulu, Suzhou, วัดหานซาน, ล่องเรือที่ The Grand Canal และ The Bund
สถานที่ที่จะพาไปในตอนที่ 3 : Shanghai economic zone, เมืองหางโจว, Leifeng Pagoda, Lingyin Temple, Faxi Temple, พิพิทธภัณฑ์ชาของโจวเอินไหล, ดิสนีย์แลนด์
Day 21
หลังจากเรียนเสร็จวันนี้ก็มีเรียนตัดกระดาษต่อ วันนี้รู้แนวข้อสอบแล้ว ใกล้สอบแล้วหรือเนี่ย ไวมากๆเลย ยังได้ทวนศัพท์ดีๆเลยแฮะ เรียนเสร็จแพลนว่าจะขึ้นไปตึกไข่มุก ตึกที่เป็น Signature ของนครเซี่ยงไฮ้ แต่เห็นค่าเข้าแล้ว 220 หยวน เลยได้แต่ทำใจไม่ขึ้น ดูวิวจากสะพานลอยเอาก็พอแล้ว T[]T วันนี้เป็นวันแรกที่ได้ข้ามไปอีกฝั่งของแม่น้ำ ซึ่งเป็นฝั่งที่มีตึกสูงใหญ่ทันสมัยที่เราเห็นกันในรูปนั่นเอง มีตึกสามหลังที่เป็นสัญลักษณ์หลักของเมืองเซี่ยงไฮ้ ซึ่งอยู่รอบๆตึกไข่มุก (Oriental Pearl TV Tower) ได้แก่ตึก Shanghai Tower คือ ตึกที่มีลักษณะเป็นเกรียวขึ้นไป ตึกนี้เป็นตึกที่สูงเป็นอันดับสองของโลกรองจากตึกที่ดูไบ, ตึก Jin Mao Tower มีลักษณะเป็นขั้นๆขึ้นไปเรื่อยๆ และตึก Shanghai World Financial Center คือตึกที่หน้าตาคล้ายๆที่เปิดฝาขวด ซึ่งราคาของในฝั่งนี้แพงมากทุกอย่าง แม้แต่น้ำเปล่ายังเพิ่มราคาเป็นสองเท่า
ตรงกลางแยกถนนใหญ่มีสะพานลอยเป็นวงกลม ชอบอะ สวยมากๆ ล้อมรอบด้วยห้างต่างๆ มองเห็นวิวรอบด้าน คนเยอะมากๆ

เดินแวะเข้าห้างแล้วก็เดินออกกันค่ะ ฮ่าๆ
คิดถึงเจ้าสองป่วนนี่มากๆ
ถ่ายรูปกะตึกที่สูงเป็นอันดับสองของโลกซะหน่อย - Shanghai Tower
พวกเราเดินแวะเข้าไปในร้านดิสนีย์แลนด์สักพักก็ออกมา มีกลุ่มชาวจีนกลุ่มหนึ่งเข้ามาคุยด้วย แถมเรียกตัวเองว่าเป็นแก้งค์หนุ่มหล่อจากเมืองจีน ฮ่าๆ
หอไข่มุก ค่าขึ้นแพงก็ดูจากข้างล่างแหละเนอะ
Day 22
วันนี้มีเรียนตามปกติ ตอนบ่ายมีคลาสเลคเชอร์เกี่ยวกับมวยไทจิซึ่งเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่สำคัญของจีน เป็นศิลปะที่ผสมผสานทั้งทางการแพทย์ การต่อสู้ ปรัชญา ที่มีการใช้หยินหยางเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือแม้แต่พุทธศาสนา ที่เชื่อเรื่องการไม่สู้กับใครก่อน และเมื่อถูกรุกรานจะเริ่มจากการป้องกันตน ตามลักษณะหยิยหยาง คือหากเขามาขวา เราต้องไปซ้าย จากนั้นจึงจะเริ่มสู้กลับ ซึ่งท่วงท่าเหล่านี้ดีต่อระบบหายใจ จากที่ได้เรียนภาคปฏิบัติไปแล้ว รอบนี้จึงได้มารู้จักประวัติคร่าวๆ ซึ่งมีแหล่งกำเนิดมาจากตระกูลเฉิน จากเมืองหูหนาน เมื่อราว คศ.1600 โดยหลังจากยุคของเฉินก็เป็นยุคของหยางที่มาสืบทอด ไทจิเป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้นในเมืองปักกิ่ง โดยจะมีการส่งต่อให้เฉพาะลูกชายในครอบครัวเท่านั้น เพราะเชื่อว่าหากบอกลูกสาว จะทำให้ความลับถูกเผยแพร่ไปยังครอบครัวอื่น เห็นได้ว่าความเชื่อเรื่องลูกชายที่มีความสำคัญมากกวู่กสาวถูกฝั่งรากลึกในสังคมจีนมาอย่างยาวนานจริงๆ
Day 23
วันนี้อากาศดีขึ้นกว่าเมื่อวานหน่อย ช่วงนี้เซี่ยงไฮ้อากาศแปรปรวนมากๆ หลังจากเรียนตอนเช้าตามปกติ ตอนบ่ายมีกิจกรรมไปเยี่ยมชมบริษัทที่ทำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นมวัว (จำไม่ได้แล้วว่าชื่อบริษัทอะไร) แปรรูปออกเป็นผลิตภัณฑ์หลายอย่างทั้งนมกล่อง นมพาสเจอร์ไรซ์ โยเกริต นมเด็ก นมสำหรับผู้สูงอายุ นมโรงเรียน และยังมีนมที่ทำส่ง Coco และ Starbuck ด้วย เดินเยี่ยมชมโรงงานที่มีเครื่องจักรใหญ่ๆมากมาย สิ่งที่ปรทับใจสุดคือได้กินนมและโยเกริตฟรี ฮ่าๆ (ไม่ได้ถ่ายรูปหน้าบริษัทมาด้วย)
Day 24
วันนี้มีออกนอกสถานที่ไปที่เมืองหางโจว ( 杭州) เป็นเมืองหลวงของมณฑลเจ้อเจียง เมืองหางโจวอยู่ทางตอนใต้ของเซี่ยงไฮ้ เดินทางไปประมาณสามชั่วโมง ที่นี่ได้รับเป็นเมืองเก่าแก่ 1 ใน 6 ของประเทศจีนและได้ขึ้นมรดกโลกโดย UNESCO ด้วย มาถึงอากาศสามสิบเจ็ดองศาแต่ร้อนเหมือนสี่สิบกว่า ทีแรกคิดว่าอากาศจะเย็นสบายเพราะไม่ได้อยู่ในเมืองใหญ่ แต่กลับร้อนมากๆเพราะอยู่ติดกับทะเลสาบ มีลมร้อนทำให้หายใจไม่ค่อยออก เราเริ่มจากการไปล่องเรือ (อีกแล้ว) ที่ West lake เรือรอบนี้เร็วกว่าที่ซูโจวเยอะเลย แถมวิวสวยกว่าด้วย มีภูเขาเป็นฉากหลัง มีวัดกลางน้ำขึ้นเป็นหย่อมๆแหย่งๆ ศาลา และสวนต่างๆ มีเรือสวนไปมามากมาย ทั้งเรือเล็กส่วนตัว เรือขนาดใหญ่ที่มาเป็นกรุ๊ปทัวร์ เรือของเราก็ลำใหญ่เช่นเดียวกัน เราออกไปยืนนอกเรือเพื่อรับลมชมบรรยากาศ
ใช้คำว่าสวยได้เปลืองมาก
ได้เวลาไปที่ต่อไปแล้ว
ระหว่างเดินกลับเจอบึงบัว กว้างใหญ่สวยงามมาก
หลังจากชื่นชมเสร็จก็เดินต่อไปที่วัดซึ่งตั้งอยู่บนเนิน คนเยอะมากๆ ชื่อว่า Leifeng Pagoda (雷峰塔) วัดเป็นแนวจีนสร้างขึ้นราว คศ.975 มีทั้งหมด 5 ชั้น แต่ไม่ได้ขึ้นไปชั้นสูงสุด ไปถึงแค่ชั้นสามเท่านั้นเพราะใกล้ถึงเวลานัดหมาย ขากลับมีคนโรคหัวใจกำเริบด้วย ก็อากาศมันร้อนจริงๆล่ะนะ
วิวจากชั้นสาม
และจากนั้นก็ไปที่วัด Lingyin Temple (灵隐寺) ซึ่งเป็นหนึ่งในวัดที่ใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุดในจีน ด้านในจะมีตัวอาคารสีเหลือง มีรูปปั้นพระพุทธรูปมากมาย อีกทั้งรูปปั้นตามหน้าผาต่างๆ หลังจากขึ้นรถบัสแล้วก็เริ่มไอแบบแห้งๆ เมืองสวยนะ แต่เสียดายอากาศไม่ค่อยดีเลย ไม่รู้ว่าเพราะมาไม่ถูกช่วงรึป่าว คืนนี้ได้นอนต่างเมืองวันแรกด้วย ห้องหรูมากๆ โรงแรมที่มอน่าจะเป็นแบบนี้ด้วยนะ ฮ่า
Day 25
วันนี้ตื่นแต่เช้ามากินข้าวและรอเช็คเอ้าท์ มีปัญหานิดหน่อนคือบางคนหยิบรองเท้า หยิบแก้วน้ำของโรงแรมมาด้วย ต้องเอาไปคืน ส่วนนูเรียคือหยิบทุกอย่าง ตั้งแต่ยาสีฟัน ไม้แปรงฟัน หวี น้ำขวด ทิชชู่ ดินสอ และผลไม้ ฮ่าๆๆ เอามาคุ้มเกินละมั้งเนี่ย ในที่สุดก็ได้ออกเดินทางไปวัด(อีกครั้ง) ซึ่งครั้งนี้เราไปกันที่วัด Faxi Temple (法镜寺) มีแจกธูปให้คนไปไหว้พระด้วย วัดเป็นแบบจีนๆ มีหลายอาคารมากๆ กว้างมาก บางอาคารสีเหลือทั้งหลัง มีที่ให้ปักธูปหลายที่เป็นหม้อใบใหญ่ๆ บางห้องห้ามถ่ายรูป มีรูปปั้นพระวางเรียงรายกันเป็นเขาวงกตในห้องหนึ่ง ทางเดินสูงขึ้นไปเรื่อยๆ แต่เดินไปไม่สุดก็เดินกลับมาก่อน มีคนจีนมาขอถ่ายรูปด้วยอีกแล้ว หลายคนก็น่ารักอยู่นะ ยิ่งบอกว่าเราพูดจีนได้เค้าจะดีใจมากๆและชวนคุยใหญ่เลย
หลังจากนั้นเราก็ไปไร่ชา เค้าบอกว่าไร่ชาที่หางโจวขึ้นชื่อที่สุด แต่เราชอบไร่ชาสองพันที่อ่างขางมากกว่า ฮ่าๆ เราได้แวะพิพิทธภัณฑ์ของโจวเอินไหล ผู้ก่อตั้งไร่ชาแห่งนี้ อีกทั้งยังเป็นผู้นำคนสำคัญในพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีของจีนอีกด้วย รอบนี้ได้เจอเพื่อนใหม่มาจากเปรู อยากไปมาชูปิกชูจังเลย ถึงเวลาเดินทางกลับเซี่ยงไฮ้แล้ว ถนนดีมากๆ ไม่มีคดเคี้ยวจนเมาหัวเหมือนบ้านเรา ไม่มีเป็นหลุมเป็นบ่อด้วย ถนนดีจนอ่านหนังสือบนรถได้จนจบเลยแหนะ
เดี๋ยวมาต่อนะค้าาา ^^
กลับไปอ่านการเดินทางในเซี่ยงไฮ้ ตอนที่ 1 ได้ที่
https://pantip.com/topic/40053802/
และ ตอนที่ 2 ได้ที่
https://pantip.com/topic/40056740
ฝากเข้าไปกดติดตามเพจด้วยน้า
https://www.facebook.com/Lostinsideaworldofmyown/
SHANGHAI - ไดอารี่ 31 วันในเซี่ยงไฮ้ [Part 3]
หากพูดถึง ประเทศจีน เชื่อว่าทุกคนจะต้องรู้จักและมีมุมมองที่ต่างกันออกไป ซึ่งอาจมาจากคำบอกเล่า สิ่งที่ได้พบเห็นกับตัว
หรือสิ่งที่คิดเอาตามคำว่า “จีน”
ดังนั้นขอให้เปิดใจก่อนสักนิดเพราะสิ่งต่อไปนี้เป็นอีกมุมมองหนึ่งที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้
กลับไปอ่านการเดินทางในเซี่ยงไฮ้ ตอนที่ 1 ได้ที่ https://pantip.com/topic/40053802/
หลังจากเรียนเสร็จวันนี้ก็มีเรียนตัดกระดาษต่อ วันนี้รู้แนวข้อสอบแล้ว ใกล้สอบแล้วหรือเนี่ย ไวมากๆเลย ยังได้ทวนศัพท์ดีๆเลยแฮะ เรียนเสร็จแพลนว่าจะขึ้นไปตึกไข่มุก ตึกที่เป็น Signature ของนครเซี่ยงไฮ้ แต่เห็นค่าเข้าแล้ว 220 หยวน เลยได้แต่ทำใจไม่ขึ้น ดูวิวจากสะพานลอยเอาก็พอแล้ว T[]T วันนี้เป็นวันแรกที่ได้ข้ามไปอีกฝั่งของแม่น้ำ ซึ่งเป็นฝั่งที่มีตึกสูงใหญ่ทันสมัยที่เราเห็นกันในรูปนั่นเอง มีตึกสามหลังที่เป็นสัญลักษณ์หลักของเมืองเซี่ยงไฮ้ ซึ่งอยู่รอบๆตึกไข่มุก (Oriental Pearl TV Tower) ได้แก่ตึก Shanghai Tower คือ ตึกที่มีลักษณะเป็นเกรียวขึ้นไป ตึกนี้เป็นตึกที่สูงเป็นอันดับสองของโลกรองจากตึกที่ดูไบ, ตึก Jin Mao Tower มีลักษณะเป็นขั้นๆขึ้นไปเรื่อยๆ และตึก Shanghai World Financial Center คือตึกที่หน้าตาคล้ายๆที่เปิดฝาขวด ซึ่งราคาของในฝั่งนี้แพงมากทุกอย่าง แม้แต่น้ำเปล่ายังเพิ่มราคาเป็นสองเท่า
วันนี้มีเรียนตามปกติ ตอนบ่ายมีคลาสเลคเชอร์เกี่ยวกับมวยไทจิซึ่งเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่สำคัญของจีน เป็นศิลปะที่ผสมผสานทั้งทางการแพทย์ การต่อสู้ ปรัชญา ที่มีการใช้หยินหยางเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือแม้แต่พุทธศาสนา ที่เชื่อเรื่องการไม่สู้กับใครก่อน และเมื่อถูกรุกรานจะเริ่มจากการป้องกันตน ตามลักษณะหยิยหยาง คือหากเขามาขวา เราต้องไปซ้าย จากนั้นจึงจะเริ่มสู้กลับ ซึ่งท่วงท่าเหล่านี้ดีต่อระบบหายใจ จากที่ได้เรียนภาคปฏิบัติไปแล้ว รอบนี้จึงได้มารู้จักประวัติคร่าวๆ ซึ่งมีแหล่งกำเนิดมาจากตระกูลเฉิน จากเมืองหูหนาน เมื่อราว คศ.1600 โดยหลังจากยุคของเฉินก็เป็นยุคของหยางที่มาสืบทอด ไทจิเป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้นในเมืองปักกิ่ง โดยจะมีการส่งต่อให้เฉพาะลูกชายในครอบครัวเท่านั้น เพราะเชื่อว่าหากบอกลูกสาว จะทำให้ความลับถูกเผยแพร่ไปยังครอบครัวอื่น เห็นได้ว่าความเชื่อเรื่องลูกชายที่มีความสำคัญมากกวู่กสาวถูกฝั่งรากลึกในสังคมจีนมาอย่างยาวนานจริงๆ
วันนี้อากาศดีขึ้นกว่าเมื่อวานหน่อย ช่วงนี้เซี่ยงไฮ้อากาศแปรปรวนมากๆ หลังจากเรียนตอนเช้าตามปกติ ตอนบ่ายมีกิจกรรมไปเยี่ยมชมบริษัทที่ทำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นมวัว (จำไม่ได้แล้วว่าชื่อบริษัทอะไร) แปรรูปออกเป็นผลิตภัณฑ์หลายอย่างทั้งนมกล่อง นมพาสเจอร์ไรซ์ โยเกริต นมเด็ก นมสำหรับผู้สูงอายุ นมโรงเรียน และยังมีนมที่ทำส่ง Coco และ Starbuck ด้วย เดินเยี่ยมชมโรงงานที่มีเครื่องจักรใหญ่ๆมากมาย สิ่งที่ปรทับใจสุดคือได้กินนมและโยเกริตฟรี ฮ่าๆ (ไม่ได้ถ่ายรูปหน้าบริษัทมาด้วย)
วันนี้มีออกนอกสถานที่ไปที่เมืองหางโจว ( 杭州) เป็นเมืองหลวงของมณฑลเจ้อเจียง เมืองหางโจวอยู่ทางตอนใต้ของเซี่ยงไฮ้ เดินทางไปประมาณสามชั่วโมง ที่นี่ได้รับเป็นเมืองเก่าแก่ 1 ใน 6 ของประเทศจีนและได้ขึ้นมรดกโลกโดย UNESCO ด้วย มาถึงอากาศสามสิบเจ็ดองศาแต่ร้อนเหมือนสี่สิบกว่า ทีแรกคิดว่าอากาศจะเย็นสบายเพราะไม่ได้อยู่ในเมืองใหญ่ แต่กลับร้อนมากๆเพราะอยู่ติดกับทะเลสาบ มีลมร้อนทำให้หายใจไม่ค่อยออก เราเริ่มจากการไปล่องเรือ (อีกแล้ว) ที่ West lake เรือรอบนี้เร็วกว่าที่ซูโจวเยอะเลย แถมวิวสวยกว่าด้วย มีภูเขาเป็นฉากหลัง มีวัดกลางน้ำขึ้นเป็นหย่อมๆแหย่งๆ ศาลา และสวนต่างๆ มีเรือสวนไปมามากมาย ทั้งเรือเล็กส่วนตัว เรือขนาดใหญ่ที่มาเป็นกรุ๊ปทัวร์ เรือของเราก็ลำใหญ่เช่นเดียวกัน เราออกไปยืนนอกเรือเพื่อรับลมชมบรรยากาศ
วันนี้ตื่นแต่เช้ามากินข้าวและรอเช็คเอ้าท์ มีปัญหานิดหน่อนคือบางคนหยิบรองเท้า หยิบแก้วน้ำของโรงแรมมาด้วย ต้องเอาไปคืน ส่วนนูเรียคือหยิบทุกอย่าง ตั้งแต่ยาสีฟัน ไม้แปรงฟัน หวี น้ำขวด ทิชชู่ ดินสอ และผลไม้ ฮ่าๆๆ เอามาคุ้มเกินละมั้งเนี่ย ในที่สุดก็ได้ออกเดินทางไปวัด(อีกครั้ง) ซึ่งครั้งนี้เราไปกันที่วัด Faxi Temple (法镜寺) มีแจกธูปให้คนไปไหว้พระด้วย วัดเป็นแบบจีนๆ มีหลายอาคารมากๆ กว้างมาก บางอาคารสีเหลือทั้งหลัง มีที่ให้ปักธูปหลายที่เป็นหม้อใบใหญ่ๆ บางห้องห้ามถ่ายรูป มีรูปปั้นพระวางเรียงรายกันเป็นเขาวงกตในห้องหนึ่ง ทางเดินสูงขึ้นไปเรื่อยๆ แต่เดินไปไม่สุดก็เดินกลับมาก่อน มีคนจีนมาขอถ่ายรูปด้วยอีกแล้ว หลายคนก็น่ารักอยู่นะ ยิ่งบอกว่าเราพูดจีนได้เค้าจะดีใจมากๆและชวนคุยใหญ่เลย
กลับไปอ่านการเดินทางในเซี่ยงไฮ้ ตอนที่ 1 ได้ที่ https://pantip.com/topic/40053802/
และ ตอนที่ 2 ได้ที่ https://pantip.com/topic/40056740
ฝากเข้าไปกดติดตามเพจด้วยน้า https://www.facebook.com/Lostinsideaworldofmyown/