เตือนภัย!!! หากคิดจะซื้อแฟรนไชส์ขนส่งสีเหลือง

ยาวหน่อย แต่มีประโยชน์กับผู้ที่สนใจจะร่วมงานกับค่ายนี้แน่นอนครับ

ตอนนี้หลายๆท่านคงรู้จักขนส่งค่ายสีเหลือง ที่มีพี่ติ๊กเป็นพรีเซนเตอร์ ค่ายนี้มีการเปิดรับสมัครตัวแทนรับ-ส่งพัสดุซึ่งบูมมากเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา
ด้วยค่าสมัครที่แสนจะถูก ทำให้สาขาตัวแทนขยายตัวอย่างรวดเร็วจนคนรู้จักมากมายในปัจจุบัน

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 1 ปีก่อน
ด้วยความที่ผมใช้บริการขนส่งค่ายนี้เป็นประจำเนื่องจากราคาถูกและคิด(เอาเอง)ว่าระบบเค้าดี มีการuploadเลขพัสดุเข้าระบบ ซึ่งลูกค้าตรวจสอบจากsmsได้ทันทีหลังจากส่งพัสดุ ประกอบกับช่วงที่ผมสนใจจะทำ ไม่มีรีวิวการร่วมงานกับค่ายนี้ใดๆให้อ่านทั้งสิ้น เพราะช่วงนั้นเป็นรุ่นแรกๆที่เขาเปิดรับสมัครตัวแทน ผมจึงลองติดต่อไปหาทีมงาน ด้วยความสนใจจะร่วมงาน ตอนขอข้อมูลเพื่อสมัครทีมงานพูดจาดีมาก ติดต่อหัวหน้าเซลล์ง่าย การสอบถามข้อมูลต่างๆเป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมกับคำพูดต่างๆมากมาย เช่น "มีคอมเครื่องเดียวก็ทำได้" "ไม่มีรถก็ทำได้" "เราดูแลกันเหมือนครอบครัว"

หลังจากนั้นได้มีการให้ผมลองส่ง location ที่สนใจจะทำไป โดยให้ส่งไป 2-3 จุดเพื่อเช็คพื้นที่ว่าสามารถเปิดได้ไหม พื้นที่ทับซ้อนกับสาขาใดหรือไม่ ผมจึงส่งไป 2 จุด

ทีมงานแจ้งกลับมาดังนี้
" *****(โลเคชั่นแรก ขอเซนเซอร์ไว้นะครับ) เปิดได้ค่ะ "
" จุดที่สองมีร้านเปิดอยู่ ห้ามเปิดเพราะมีข้อกำหนดเรื่องระยะห่าง ห้ามสาขาตัวแทน เปิดใกล้สาขาของบริษัทค่ะ ***จุดนี้เน้นไว้นะครับ มีประเด็นตอนท้าย*** "

ผมจึงโล่งใจว่า โอเคอย่างน้อยเขาก็ไม่ให้เปิดใกล้ๆกัน จะได้ไม่แย่งลูกค้ากัน 

หลังเลือกจุดที่จะเปิดได้แล้ว ผมจึงขออ่านสัญญา ซึ่งหลังจากนั้นทีมงานแจ้งว่า สัญญาจะได้อ่านต่อเมื่อตกลงจะเข้าอบรม ซึ่งต้องเสียเงิน 10,000 เพื่อเข้าอบรมก่อน (เป็นการมัดมือชกว่า ถ้าคุณจะอ่านสัญญาหรือรู้ข้อกำหนดต่างๆ คุณต้องลงทุนก่อน แปลว่าตอนได้อ่านสัญญา ผมจะถอยไม่ได้แล้ว) ซึ่งตอนนั้นผมก็คิด(โง่ๆ)ด้วยความเชื่อใจในบริษัทว่า "เอาวะ บริษัทชื่อดังขนาดนี้ คงไม่โกงเรา"ผมจึงโอนเงิน 10,000 บาทเพื่อตกลงเข้ารับการอบรมและเป็นค่าทำสัญญา

หลังจากนั้นจะเป็น part ของการเข้าอบรมการใช้โปรแกรม เซ็นต์สัญญา และกำหนดวันพร้อมเปิด ซึ่งตรงนี้ผมเห็นแล้วว่าตัวสัญญาค่อนข้างเอาเปรียบตัวแทนอยู่มาก แต่เป็นปกติของธุรกิจประเภทนี้ (ก่อนหน้านี้ผมได้อ่านสัญญาของค่ายอื่นๆมาบ้างแล้ว) ในส่วนการอบรมผมได้ถามข้อมูลที่จำเป็นต่างๆ เช่นเรื่องระยะห่างสาขา ค่าคอมมิสชั่น การทำยอด การเรียกรถเข้ารับงาน ฯลฯ ทีมงานก็ตอบแบบสวยงาม จนผมคิดว่าทุกอย่างคงไม่มีปัญหาอะไร

จนถึงวันที่สาขาของผมเปิดทำการวันแรก ก็ได้ติดปัญหาเกี่ยวกับการเรียกรถเข้ารับ เช่น รถไม่มาบ้าง มาช้าบ้าง พนักงานขับรถหาพัสดุหาไม่เจอบ้าง ซึ่งในเคสพัสดุหาย ต้องขอบอกก่อนนะครับว่าบริษัทนี้ เวลารถเข้ารับพัสดุจะไม่มีเอกสารอะไรให้ทั้งสิ้น ยกตัวอย่างว่าคุณคีย์พัสดุเข้าร้านคุณ 100 ชิ้น แต่พนักงานรับพัสดุเอาไปแล้วคีย์เข้าคลังแค่ 99 ชิ้น แปลว่า 1 ชิ้นที่หาย คุณต้องรับผิดชอบกับลูกค้าเองนะครับ ซึ่งจุดนี้ผมได้ติดต่อทีมงานไป ทีมงานแจ้งว่า รถที่เข้ารับต้องออกเอกสารให้ แต่พอถามกับรถที่เข้ารับ รถแจ้งว่า "ผมไม่เคยต้องออกให้ใครนะ ไม่เห็นเคยมีใครมีปัญหา" ผมก็งงว่าแบบนี้ก็ได้หรอวะ ผมจึงแจ้งกลับไปที่ทีมงานว่ารถแจ้งผมมาแบบนี้ ทีมงานก็ตอบกลับมาว่า "เรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับรถที่เข้ารับค่ะ ว่าเขาจะออกให้หรือไม่" ผมช็อคกับคำตอบเหล่านั้นมาก ระยะหลังผมจึงตัดปัญหาโดยการออกเอกสารเอง และให้พนักงานขับรถเซ็นต์รับว่ารับไปกี่ชิ้น ซึ่งในทางกฏหมายเวลาเกิดปัญหา ผมก็ไม่มั่นใจว่าเอกสารที่ออกโดยผม จะปกป้องผมได้หรือไม่

หลังจากดำเนินกิจการครบ 1 เดือน ผมจึงส่งเรื่องไปเพื่อขอขึ้นค่าคอมมิสชั่น (ธุรกิจนี้ผลตอบแทนเป็นค่าคอมฯนะครับ ไม่มีรายได้อื่น) เนื่องจากตอนอบรมทีมงานแจ้งว่า หากทำยอดรับพัสดุถึง 1,000 ชิ้น / เดือน จะขึ้นค่าคอมฯ จาก 10 -> 15% ในเดือนถัดไปทันที ตัวผมที่ทำยอดได้ 1200 กว่าชิ้นจึงแจ้งไปเพื่อขอขึ้นค่าคอมฯช่วงปลายเดือน โดยทีมงานแจ้งกลับมาว่า วันที่ 5 ของเดือนถัดไปจะขึ้นให้ พอถึงวันที่ 5 สรุปไม่ขึ้นให้ ติดต่อทวงถามไป ทีมงานแจ้งกลับมาว่า "จะขึ้นให้หรือไม่ขึ้นให้ ขึ้นอยู่กับหัวหน้าเซลล์" อ้าว! แล้วที่แจ้งผมตั้งแต่แรกคืออะไร ? ผมจึงขอเบอร์ติดต่อหัวหน้าเซลล์ไป ทั้งโทรหา ทั้งไลน์ ทั้งข้อความ มีการอ่านไลน์และข้อความ แต่ไม่มีการตอบรับใดๆทั้งสิ้น ผมเดินเรื่องอยู่นานจนเวลาล่วงเลยไป 3 เดือน ค่าคอมมิสชั่นผมถึงได้รับการปรับขึ้นให้

การดำเนินกิจการหลังจากนั้นเป็นไปอย่างปกติ แม้จะมีปัญหาเรื่องรถเข้ารับของบ้างก็ตาม จนมาถึงเหตุการณ์ที่มีลูกค้าประจำท่านนึงมาขอส่วนลดผมต่างๆนานา
" พี่คะ ถ้าหนูส่งเยอะ ขอส่วนลดได้ไหมคะ ? "
" ขอซองไว้ใส่พัสดุด้วยได้ไหมคะ "
" พี่ไปรับของถึงบ้านหนูได้ไหมคะ" 
" พี่ลดค่าธรรมเนียม COD ให้หนูได้ไหมคะ"
จนมาถึงประโยคสุดท้าย " มี sales ของบริษัท ชื่อ ******** ติดต่อหนูไปค่ะ เขาเสนอเข้ารับพัสดุฟรี พร้อมส่วนลดที่หนูขอพี่ไป " 

ผมรู้สึกแย่มากที่บริษัทฯแม่ให้เซลล์โทรตัดลูกค้าประจำผม พร้อมทั้งเสนอข้อเสนอต่างๆที่ทางผมไม่สามารถให้ได้
สุดท้ายผมจึงต้องยอมเสียลูกค้าท่านนี้ไป และเป็นเช่นนี้อีกหลายราย

การดำเนินกิจการหลังเหตุการณ์นั้นเป็นไปอย่างทุลักทุเล ลูกค้าประจำค่อยๆหายไป ร้องเรียนบริษัทฯไปก็ไม่มีใครรับผิดชอบ ผมฝืนทำมาเรื่อยๆจนถึงช่วงวิกฤต COVID-19 ช่วงนั้นพัสดุมีจำนวนค่อนข้างมากเนื่องจากลูกค้าส่งเจลล้างมือและหน้ากากอนามัยกัน แต่บริษัทฯก็หาช่องทางหาเงิน โดยการสุ่มตรวจกล่องพัสดุ ถ้าเปิดเจอว่าเป็นเจลล้างมือ หรือหน้ากากอนามัย ตัวแทนที่รับพัสดุจะโดนปรับ กล่องละ 500 บาท แต่ในทางปฏิบัติ ตัวแทนผู้รับพัสดุไม่มีสิทธิที่จะไปกรีดกล่องดูทุกกล่องที่ลูกค้ามาส่ง มันเป็นไปไม่ได้ครับ ทำให้สาขาหลายๆสาขาโดนปรับเป็นเงินจำนวนมาก
ประกอบกับปัญหาเรื่องรถเข้ารับพัสดุ ที่จองงานไปแล้วไม่ยอมเข้ารับพัสดุเลย โดยบริษัทอ้างว่าพนักงานกลับบ้านกันหมด (แต่ไปรับของตามบ้านได้เนี่ยนะ 555) อ้าว! แล้วยังไง สาขาตัวแทนที่ไม่มีรถต้องปิดทำการ หรือต้องจ้างรถขนของไปส่งเอง ทั้งๆที่ตอนสมัครพวกคุณบอกเองว่า "ไม่มีรถก็ทำได้" 

ปัญหาที่กล่าวมาจะเล็กไปเลย ถ้าเจอความ*****ที่กำลังจะพูดถึงต่อไปนะครับ

ช่วง COVID ขนส่งสีเหลืองมีการจำกัดขนาดพัสดุส่ง ในพื้นที่ กทม ปริมณฑล และพื้นที่ใกล้เคียง โดยรวมๆประมาณ 15-16 จังหวัด ให้รับพัสดุได้แค่ขนาดไม่เกิน 80 cm (ถ้านึกไม่ออก ก็รับได้ไม่ถึงกล่องฝาชนขนาด E ครับ เพราะขนาด E มัน 81 เซนฯแล้ว) ซึ่งเล็กมากๆ ทำให้ลูกค้าหายไปเกือบหมดเพราะส่งอะไรก็ไม่ได้สักอย่าง แต่แล้วบริษัทก็ทำ*****โดยการคลอดบริษัทในเครือขึ้นมาอีกบริษัท ชื่อ S....POP ซึ่งได้มาเชิญชวนสาขาตัวแทนที่ต้องการรับพัสดุขนาดใหญ่ให้ซื้อแฟรนไชส์เพิ่ม (ในราคาหลักหมื่น) ประมาณว่า ถ้าอยากรับพัสดุใหญ่ คุณก็ซื้อแฟรนไชส์ S.....POP เพิ่มสิ

ตรงจุดนี้อยากให้คิดตามนะครับ หมายความว่า จริงๆแล้วบริษัทมีศักยภาพที่จะรับพัสดุชิ้นใหญ่ แต่หิวเงินจัด เลยคลอดบริษัทในเครือมา เพื่อสูบเงินค่าแฟรนไชส์จากตัวแทน ซึ่งหลายๆสาขาก็หลงเชื่อแล้วยอมเสียค่าแฟรนไชส์ตรงจุดนั้นไป หลังจากสูบเงินได้ระยะหนึ่ง ไม่ถึงเดือนให้หลัง บริษัทก็มีประกาศออกมาว่า กลับมารับพัสดุใหญ่ได้ตามปกติ อ่าวเห้ย แล้วคนที่ซื้อแฟรนไชส์ S....POP ไป จะเสียเงินไปเพื่อ ?

หลังจากนั้นไม่นาน มีเซลล์ของบริษัทฯโทรมาหาผม แจ้งว่า ตอนนี้บริษัทฯมีโครงการที่จะให้ทุกสาขา ขนพัสดุที่รับมาจากลูกค้าไปส่งที่DCหรือHUBเอง โดยให้เสียค่าสมัครรับสิทธิเพิ่มอีก 25,000 บาท (WTF !!!) แล้วได้ค่าคอมฯเพิ่มชิ้นละ 1.5 บาท โอเคตรงนี้มันดีกับคนที่มีรถเป็นของตัวเอง ผมไม่มีเลยตอบปฏิเสธไป เพราะคิดแค่ว่ามันเป็นทางเลือกเท่านั้น ไม่เกิน 2 อาทิตย์ มีประกาศเข้ามาในระบบว่า บริษัทฯจะบังคับทุกสาขา ให้ขนของไปส่งที่โกดังเอง โดยยกเลิกการส่งรถเข้ามารับ มีเวลาให้ปรับตัว 2 อาทิตย์ โดยในระหว่างนั้นเพจหลักของบริษัทฯก็มีการประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายการรับแฟรนไชส์ต่อจากนี้ โดยเปลี่ยนสัญญาที่ใช้อยู่ต่อจากนี้เป็นแบบใหม่ทั้งหมด โดยมีข้อกำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะเปิดแฟรนไชส์ ดังนี้

1.ต้องจดทะเบียนรูปแบบบริษัท
2.ต้องมีพนักงาน 5 คนขึ้นไป
3.ต้องมีรถกระบะตีตู้ทึบ
4.ต้องขนของไปส่งที่คลังเอง ต้องยิงเข้าคลังเอง ต้องทำเองทั้งหมด

สรุปบริษัททำอะไรบ้างวะ555

ผมจึงตัดสินใจสอบถามไปที่บริษัทฯว่า
ถ้าคนที่ซื้อแฟรนไชส์ไปก่อนหน้านี้ ไม่มีคุณสมบัติแบบที่สัญญาฉบับใหม่ต้องการ จะทำอย่างไร เพราะมีสาขาจำนวนมากที่เปิดทำการตั้งแต่เป็นสัญญาฉบับเก่า ซึ่งไม่ได้ระบุข้อกำหนดตามด้านบนไว้ โดยได้คำตอบจากทีมงานว่า "ทุกสาขาที่หมดสัญญาจากฉบับเก่า ต้องเปลี่ยนเป็นแบบใหม่ทั้งหมด" ตรงจุดนี้หมายความว่า จะมีสาขาจำนวนหลายร้อยสาขาต้องปิดตัวลง เพราะไม่มีคุณสมบัติตามที่กล่าวมาด้านบน ทั้งๆที่ตอนสมัครครั้งแรก บริษัทไม่ได้ใช้ข้อกำหนดนี้ 

คำถามคือ พวกคุณทำแบบนี้ เห็นใจพวกเราบ้างไหม?

สุดท้าย เมื่อไม่นานมานี้มีสาขาหลักของบริษัทฯมาเปิดห่างจากผมซึ่งเป็นสาขาตัวแทน ไม่ถึง 100 เมตร เป็นข้อยืนยันว่าสาขาของผมต้องปิดตัวลงอย่างแน่นอน เพราะมีสาขาของบริษัทฯมาเปิดแข่งกับผมด้วยตัวเอง (ถ้าย้อนกลับขึ้นไปอ่านด้านบนจะเห็นว่าทีมงานแจ้งว่ามีข้อกำหนดระยะห่างระหว่างสาขาของบริษัทและสาขาตัวแทน) แต่สุดท้ายก็มาเปิดห่างผมในระยะไม่ถึง 100 เมตร

จริงๆยังมีปัญหายิบย่อยอีกมากมายระหว่างที่ดำเนินกิจการ ทั้งนี้อยากเตือนทุกท่านที่สนใจจะร่วมงานกับขนส่งค่ายสีเหลือง ทุกอย่างไม่ได้สวยงามอย่างที่คุณคิด คุณเห็น อย่าเชื่อคำโฆษณา อ่านและพิจารณาให้ดีว่าพร้อมจะรับกับปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมาหรือไม่ เพราะถ้าคุณหลงเข้ามาแล้ว คุณอาจจะต้องเสียใจ

ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่