บทความวันจันทร์ (13 กค.63) : รักแรกพบในวันฝนตก

กระทู้สนทนา
บทความวันจันทร์ : รักแรกพบในวันฝนตก
โดย  วรา  วราภรณ์

                            เห็นแล้ว...ใจละลาย         
  
                            เธอมาในค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2563 หลังจากความร้อนจัดยามบ่ายถูกขับไล่ออกไปด้วยสายฝนและลมแรง เสียงแผดร้องตอนสามทุ่มที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องใต้บันไดบ้านแม่ซึ่งติดผนังนอกห้องนอนของหญิง-น้องสาวของข้าพเจ้า ทำให้บางคนอดรนทนไม่ได้ รีบออกมาหาต้นเสียงนั้นแล้วก็คว้าตัวมันไปใส่ไว้ชั่วคราวในคอกหมาเก่าที่ทำด้วยโครงไม้และตาข่ายลวดใต้ต้นสารภีตรงเชิงบันไดขึ้นบ้าน

                            กลางดีกคืนนั้น สิ่งมีชีวิตเพศเมียผอมโซ กระจ้อยร่อยขนาดเท่าฝ่ามือ มีขนสีหม่นทึมปกคลุมเพียงบางๆ คล้ายกับเป็นขี้เรื้อน ไม่ยอมรับไมตรีแรกที่เจ้าของบ้านหยิบยื่นให้ และคงแผดเสียงเช่นทารกน้อยเรียกหาอ้อมอกแม่ต่อไปอีกนับชั่วโมงก่อนที่จะแผ่วลงไปจนกระทั่งเงียบสนิทด้วยความอ่อนระโหยโรยแรง 

                            เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนในบ้านต้อนรับเธออย่างจำยอม ผสมผสานกับความอาทร คล้ายกับพบทารกที่ถูกนำมาทิ้งไว้หน้าบ้าน หญิงจัดกระบะทรายและหาอาหารจานด่วนสำหรับแมวน้อย คือ ข้าวสวยคลุกปลาป่น นำมาตั้งไว้ใกล้กับตะกร้าพลาสติกมีฝาที่ดัดแปลงเป็นกรงชั่วคราวภายในร้านค้าหน้าบ้านเพื่อให้เธออยู่ในสายตา แต่พอจับออกมาไว้ข้างนอก เธอกลับวิ่งซุกเข้าในซอกหลืบตู้และส่งเสียงร้องออกมาเป็นระยะ

                            หญิงค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเพื่อหาเทคนิคการเลี้ยงลูกแมวที่ไม่น่าจะเกิดมาได้ครบสามสิบวัน 
      
                            "เขาแนะนำให้ใช้นมแพะแทนนมวัว เพราะนมวัวมีแลกโตสที่ลูกแมวย่อยไม่ได้ ถ้ากินเข้าไปอาจจะท้องงอืดหรือท้องเสียจ้า"

                           เรื่องนมแพะนี้ เรารู้ว่าคลินิกสัตว์ในต่างอำเภอช่วยได้ แต่ราคาของมันนี่สิ ครั้นเมื่อเหลียวไปดูเจ้าแมวตัวจิ๋ว ท่าทางตื่นกลัว หวาดระแวงและหิวโซตัวนี้แล้ว เราต่างก็รู้คำตอบกันภายในใจ ยิ่งมีเสียงแหลมปนแหบแห้ง กับนัยน์ตาโตบนหน้าเล็กๆ มาให้ประกอบการพิจารณาด้วยแล้ว ในที่สุดก็ไม่มีใครคัดค้าน แม้แต่น้องชายคนที่สองซึ่งตามปกติไม่เคยสนใจแมวเลย

                           วันแรกของเธอในชายคาบ้านแม่ของข้าพเจ้าเป็นไปอย่างทุลักทุเล เพราะเธอมักซ่อนตัวตามหลืบผนังหลังตู้หรือไม่ก็ใต้โต๊ะและชั้นวางของ ไม่ยอมสนใจข้าวสวยคลุกปลาป่น แม้ถูกจับตัวออกมาได้ก็ทำตัวเกร็ง ส่งเสียงร้องไม่ขาดระยะ เป็นสภาพที่อ่อนแอและน่าเวทนา โดยเฉพาะยามที่ถูกขังในตะกร้าแล้วปิดฝาเพื่อรออาหารที่หญิงออกไปหาจากร้านสะดวกซื้อในตลาด ข้าพเจ้าที่นั่งอยู่ใกล้ๆ จำต้องทนฟังเสียงตะเบ็งหลายเดซิเบลของเธอสลับกับการพูดปลอบโยนหลายนาที

                          อีกสองวันต่อมา ข้าพเจ้าแวะเข้าไปที่บ้านแม่อีกครั้ง คราวนี้ไม่มีเสียงร้องของเธออีกแล้ว หญิงจัดที่พักให้ใหม่อยู่ในห้องมุ้งลวดอเนกประสงค์ใต้ถุนบ้าน มีเตียงนอนส่วนตัวที่ทำจากกระเช้าน้อยพร้อมของเล่นคู่ใจคือตุ๊กตาหมาเทาตัวเกือบเท่าๆ กัน

                          "มานี โชว์ตัวหน่อยลูก" 

                          หญิงร้องเรียกเมื่อข้าพเจ้าเดินเข้าไปหา เธอได้ชื่อว่า "มานี" พร้อมของโปรดคือ อาหารสำเร็จรูปบรรจุซองที่มีหน้าตาเหมือนหมูบด กับนมแพะบรรจุขวดที่ไม่น่าเชื่อว่าจะหาซื้อได้จากตลาดในเขตชนบทของบ้านเรา 

                          ที่จริงพวกเราไม่ได้ชอบแมวเท่ากับหมา และมักรำคาญด้วยซ้ำไปที่มันมักมาเคล้าเคลียโดยที่ไม่ได้รับเชิญ (น้องชายอีกคนของข้าพเจ้าเคยบอกว่า "อยากจะถีบให้ไปไกลๆ") แถมกลิ่นของเสียจากการขับถ่ายของมันก็แสนน่ารังเกียจ แต่คนที่สนับสนุนให้เลี้ยงแมวในบ้านอย่างเป็นทางการก็คือ แม่ ด้วยเหตุผลที่ไม่มีใครโต้แย้งได้ว่า มันช่วยปราบหนู 

                          เมื่อเวลาล่วงไป พอหัวใจของเราถูกกระทบจากทั้งภาพและเสียงร้องขอความเมตตาจากเจ้าสัตว์ประเภทนี้บ่อยครั้ง พฤติกรรมของพวกเราก็แปรเปลี่ยน เริ่มจากการนิ่งฟัง เหลือบมอง และพยายามที่จะไม่ไล่หรือแสดงอาการคัดค้านเมื่อใครคนใดคนหนึ่งในบ้านตัดสินใจรับเลี้ยงดู โดยที่หญิงกับสามีเป็นคนที่กุลีกุจอต้อนรับมากที่สุด ทั้งเป็นธุระจัดแจงเรื่องที่นอน จุดขับถ่าย อาหาร และสิ่งบันเทิงแบบจัดเต็ม ต่างจากอดีตที่หญิงไม่เคยใส่ใจสัตว์เลี้ยงประเภทนี้มาก่อน ส่วนน้องชายคนที่ข้าพเจ้ากล่าวถึง ทุกวันนี้มีแมวอยู่ในบ้านของเขาสองถึงสามตัว 

                         ที่บ้านของแม่ซึ่งเป็นศูนย์รวมของลูกๆ ทุกคน นี่คือรักครั้งที่เท่าไรก็จำไม่ได้เสียแล้วสำหรับหมาๆ แมวๆ ที่จรมาแล้วก็กลายเป็นผู้ร่วมอาศัยถาวร บางตัวก็ได้อุปถัมภ์บำรุงกันจนแก่เฒ่า บางตัวหายสาบสูญไร้ร่องรอยให้นึกอาลัย และบางตัวก็ตายลงต่อหน้า ทำให้เราต้องเสียน้ำตากันด้วยความสะเทือนใจกันมาแล้ว 

                         แต่ถึงอย่างไร ก็เป็นรักแรกพบทุกครั้งจริงๆ 
 

                          

มานีในสองสามวันแรกกับเตียงใหม่พร้อมเพื่อนเล่น-หมาเทา


หญิงกับลูกน้อยมานี
มานีในเดือนกรกฎาคม 63 จวนเป็นแมวสาวแล้ว

(ฝั่งซ้าย) เสือน้อย แมวอารมณ์ดีมาไกลจากน่านก่อนจะหายสาบสูญไป (บนขวา) เรโว่ เจอกันในฝากระโปรงรถเลยเลี้ยงจนโตก็มาหายอีก (ล่างขวา) บัวขาว แมวขี้บ่นจากข้างบ้าน หนีมาอยู่กับเราตั้งแต่เล็กๆ สุดท้ายถูกรถในบ้านทับตายเพราะมองไม่เห็น...ล้วนเป็นความทรงจำของทุกคน

หมายเหตุจากผู้เขียน - ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน และขออภัยที่จะต้องงดสำหรับจันทร์ที่ 20 กค.ค่ะ กลับมาพบกันใหม่ 27 กค.นะคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่