เมื่อ come out กับคนรอบข้างว่าคบผู้หญิง

สวัสดีค่ะทุกคนที่เข้ามาอ่าน ^.^
ก่อนหน้านี้เราเคยเขียนกระทู้มาบ้างแล้ว ต้องออกตัวก่อนนะคะเราเป็นผู้หญิงที่คบได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงจะเรียกว่า Bisexual ก็ได้ค่ะ แต่ช่วงหลังมานี้เราคบก็เป็นผู้หญิงตลอด อาจเป็นเพราะผู้หญิงเป็นเพศที่เรากล้าที่จะเปิดโอกาสให้มากกว่า และปัจจุบันก็มีแฟนเป็นผู้หญิงรักแฟนมากด้วย 5555+
วันนี้เราจะมาเล่าประสบการณ์ come out กับคนรอบข้างค่ะว่าเราชอบผู้หญิง มาเล่าสนุกๆให้อ่านกันค่ะ เพราะเราเคยเจอบางคนที่ไม่กล้าบอกกับคนรอบตัว และเราก็เคยเป็นคนนึงที่เป็นแบบนั้น...เริ่ม!!!!!

ก่อนหน้านี้เราโดนถามมาตลอดเลยค่ะว่าชอบผู้ชายหรือผู้หญิง อาจเป็นเพราะว่าบุคลิกเราออกจะห้าวๆ บางช่วงก็ผมสั้น บางอารมณ์ก็ผมยาว  เคยตัดผมสั้นแล้วมาทำงาน เจอผู้ใหญ่ใกล้เกษียณ แซวว่า
 "เอ้า ตกลงเพศไหนกันแน่" ในใจนี่อยากจะตอบไปว่า "แปลกนะคะผมสั้นแล้วเบาหัวตัวเอง แต่กลายไปเป็นหนักหัวคนอื่น" แต่ความเป็นจริงมันพูดแบบนั้นไม่ได้
คนที่ถามก็เป็นผู้ใหญ่ที่ทำงานบ้าง ญาติๆบ้าง ถามเชิงแซวๆกันบ้าง ทั้งๆที่เวลาเราไปทำงานก็ใส่กระโปรงปกติ แต่ไม่ว่าใครถาม เราก็ไม่เคยพูดออกไปตรงๆว่าเราเป็นยังไง ชอบแบบไหน เรามองว่ามันก็ตัวเรา เราไม่จำเป็นต้องไปบอกใคร แต่เวลาโดนถามทุกครั้งเราจะหงุดหงิดทุกครั้ง เรามองว่าทำไมไม่มองแค่เราก็เป็นเราไง ทำไมต้องมุ่งไปเรื่องเพศ มันมีประโยชน์กับคนรอบข้างยังไง แม้กระทั้งเพื่อนสนิทเรามีคนที่รู้ว่าเราคบผู้หญิงแค่คนเดียว เป็นเพื่อนที่คบกันตั้งแต่ประถมเราบอกเค้าเพราะเค้าก็เคยคบผู้หญิงเหมือนกัน สาเหตุที่เราไม่บอกคนรอบข้างก่อนหน้านี้เพราะเรากลัวว่าคนรอบข้างจะมองเราเปลี่ยนไป แม้แต่เพื่อนสนิทคนอื่นๆเรากลัวเพื่อนเราไม่เข้าใจ เราเป็นคนที่สกินชิพ เรากลัวเพื่อนจะแสดงอาการอะไรออกมาทำให้เรารู้สึกไม่ดี กลัวเพื่อนจะไม่บริสุทธิ์ใจที่จะกอดเรา ที่เราคิดแบบนี้เพราะเราเคยเกริ่นๆกับเพื่อนที่เราคิดว่าเราน่าจะบอกเค้าได้ตอนเรียนจบใหม่ๆ เค้าพูดขึ้นมาว่า "จริงเหรอ น่ากลัวละ อย่ามาชอบเค้านะ เค้ายังชอบผู้ชายอยู่" คำพูดนั้นทำให้เราตัดสินใจไม่ติดต่อเพื่อนคนนั้นเลยราวๆ2เดือน จนเค้าน่าจะไม่สบายใจเอง โทรมาขอโทษเราที่ทำให้เรารู้สึกไม่ดี หลังจากนั้นก็เลี่ยงจะบอกใครๆ คบใครก็คบเงียบๆ ทำตัวเป็นเพื่อนสาวกันไปทุกครั้ง ขนาดเราโดนแม่ถามตรงๆว่ามีแฟนรึเปล่า คุยโทรศัพท์บ่อยๆที่คุยเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง เรายังไม่กล้าบอกไป เสียดายโอกาสมาถึงตอนนี้ที่มีโอกาสแล้วไม่ได้บอกแม่ไปตรงๆT_T เรากลัวแม่ผิดหวังที่เราเป็นแบบนี้ 

จนเมื่อราวๆ 3 ปีก่อน เราเคยเขียนกระทู้เกี่ยวกับแฟนเก่าที่เป็นผู้หญิง ทำให้เห็นสังคมของ ญญ กว้างขึ้น เหมือนเจอคนที่เข้าใจกันและเห็นมุมมองของบางคนที่เค้าคิดว่าเป็นเรื่องทั่วไป อาจเป็นเพราะมีการเปิดกว้างของสังคมมากขึ้นทำให้เรากล้าที่จะเปิดเผยมากขึ้น หลังจากนั้นไม่นานโดนรุ่นพี่ในกลุ่มที่ทำงานถามเรื่องแฟนและถามต่อไปว่าที่เราคบอยู่คือผู้ชายหรือผู้หญิง และท่าทีของเพื่อนที่ถามเราไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่าเราอึดอัด แรกๆเราเฉไฉไปเรื่อยจนเค้าถามจริงจัง เราเลยบอกว่าเราคบได้หมดนะ แต่ตอนนี้ที่คุยคือผู้หญิง เราตอบเสร็จแล้วพี่ที่ถามเราดึงเราไปกอด ถามเรา "ว่าไม่อึดอัดแล้วใช่มั๊ย กูดูรู้ตั้งนานละว่าน่าจะคบผู้หญิง แล้วกูก็สงสารเวลามีคนมาแซว แค่เป็นตัวเอง คนอื่นจะมาว่าอะไรพวกกูจัดการให้เอง" แล้วเพื่อนคนอื่นก็ขำๆกัน ไม่มีใครพูดอะไรให้เรารู้สึกไม่ดีเลย มีบ้างที่เราพาแฟนไปเจอจะมีคนแซว "แหมมมม หมวกคู่"  แต่มันเป็นการแซวขำๆกันไป ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่เรากล้าเปิดเผย และมันก็แปลกที่เรากล้าเปิดเผยเรื่องนี้ครั้งแรกไม่ใช่กับคนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิท ครั้งนั้นทำให้เรารู้สึกว่าเออ มันก็ไม่อึดอัดแล้วอย่างที่พี่เค้าพูดจริงๆ

หลังจากนั้นพอเริ่มมีคนรู้และมันทำให้เรารู้สึกดีที่ได้บอกไป คนต่อไปที่เราคิดจะบอกคือพี่สาวเราเอง สาเหตุที่เราอยากบอกเพราะเราโดนแม่พูดถึงเรื่องนี้บ่อยมากจนเราอึดอัด เราเลยโทรไปหาพี่สาว บอกเค้าไปตรงๆเลยว่าเราคบกับคนนี้นะ และคำตอบคือเหมือนเดิม พี่สาวเราบอกว่า
     
       "สมัยไหนแล้ว จะเป็นยังไงก็ได้ แค่ไม่ทำใครเดือดร้อน แม่รับได้หรือรับไม่ได้มันเป็นเรื่องของแม่ ไม่ใช่เรื่องของเรา ในเมื่อเราเป็นแล้วแม่มีตัวเลือกแค่ 2 วิธีคือจะรับให้ได้แล้วอยู่กันสงบๆหรือจะทะเลาะบ้านแตก ซึ่งยังไงเค้าก็เป็นแม่เค้าต้องรับได้ ยังไงเราก็เป็นลูกให้มันรู้ไปสิตัดขาด พี่ยังไงก็ได้ ตัดสินใจเอาเองชีวิตเป็นของเรา" >>รักพี่สาวจัง<<

หลังจากนั้นเราก็ใช้ชีวิตปกติ ไม่ถึงกับเปิด แต่ก็ไม่ปิดมีโพสรูปแฟนบ้างในไอจี แต่ก็ไม่ได้โจ่งแจ้ง ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ
แล้วก็ถึงคราวเพื่อนสนิท คนนี้ืทำเรารู้สึกผิดมาก มีโอกาสได้คุยกันแล้วเพื่อนมันถามถึงเรื่องแฟน โดยปกติแล้ว เราคบใครก็จะบอกแค่เรามีแฟน แต่ไม่เคยบอกว่าเป็นไรยังไง จนเราคิดว่ากับเพื่อนคนนี้ เราต้องหาจังหวะบอกแล้วแหละ เราไม่อยากปิดอีกแล้ว เราจึงบอกไปตรงๆว่า คนที่เราคบอยู่เป็นผู้หญิง ก่อนหน้าที่เราไม่กล้าบอกเพราะเราเคยโดนแฟนเพื่อนคนนี้แซวว่าเป็นทอมรึเปล่า ทำให้เราไม่สะดวกใจที่จะบอกไป หลังจากเราบอกไปแล้ว เพื่อนเราตอบกลับมาว่า
          "เค้าสงสัยมาตลอดว่าคบใคร มีเหตุผลอะไรที่ไม่บอก หรือเค้าสำคัญตัวผิดไปที่คิดว่าตัวเองเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเค้า เค้าไม่ได้สำคัญกับตัวเองขนาดนั้น เรื่องที่ตัวเองคบผู้หญิง เค้าไม่เห็นว่ามันจะแปลกตรงไหน เค้าโอเคหมดที่ตัวเองจะเป็นยังไง" น้ำตาจะไหล ก็ขอโทษเพื่อนไป เรากลัวไปเอง เพราะเราคิดว่าถ้าเพื่อนคนนี้รับไม่ได้หรือเราบอกไปแล้วเค้าแสดงอาการอะไรที่รู้สึกแอนตี้ เราคงจะไม่โอเคมากๆ เพราะเพื่อนคนนี้สำคัญกับเรามากๆ
หลังจากบอกทุกคนไปแล้ว เราก็เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ลดความอึดอัดทางความรู้สึกต่อคนรอบข้างลงเยอะมาก

จนเมื่อไม่นานมานี้ราวๆ 2 สัปดาห์ที่แล้วมีพี่ผู้ชายที่สนิทกับเรามากๆมาบอกว่าจะแต่งงาน และพี่คนนี้ก็เป็นอีกคนนึงที่เราอยากบอกไปว่าเราคบผู้หญิง เพราะพี่เค้าเคยขอเราคบเป็นแฟน และตอนนั้นเราก็คบผู้หญิงอยู่ เราก็บอกไปตรงๆว่าเรามีแฟนแล้วนะ แต่ไม่ได้บอกว่าคบผู้หญิง พี่เค้าก็น่ารักมากๆบอกเรามาว่าไม่เห็นเป็นไรเลย พี่ชอบพี่บอกไป พี่ถือว่าหมดหน้าที่พี่แล้ว เรามีแฟนแล้วเราบอกตรงๆก็ดีแล้ว นั่นคือสิ่งที่เราต้องทำ เพราะมันเป็นเส้นแบ่งที่ชัดเจนว่าถึงพี่จะชอบยังไง พี่ก็จะไม่ล้ำเส้นไป ด้วยความที่พี่เค้าตรงๆมาแบบนี้ หลังจากนั้นสถานะเรากับพี่เค้าก็เป็นพี่ชายน้องสาวที่สนิทกัน พี่เค้ามีแฟน หรือเรามีปัญหาชีวิตอะไร เราปรึกษาได้ทุกเรื่อง นัดกินข้าวกันเดือนละครั้งก็จะมาอัพเดทชีวิตให้ฟังกัน น่าจะเป็นผู้ชายคนเดียวที่เข้าใกล้เราได้มากที่สุด จนเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วพี่เค้ามาบอกว่าพี่จะแต่งงานละนะ แล้วก็ถามกลับเรามาว่าเราอะยังไง คิดจะแต่งเมื่อไหร่ เราเลยบอกพี่เค้าไปตรงๆว่า เราคงไม่แต่งงาน คนที่เราคบอยู่เป็นผู้หญิง ไม่รู้พี่จะโอเคมั๊ยกับเรื่องนี้ เราสบายใจกับคนนี้มากๆ อนาคตเราไม่รู้ แต่ตอนนี้เรามีความสุขกับสิ่งที่เราเป็นแบบนี้ 
หลังจากเราพูดจบ พี่เค้าเงียบไปพักนึง แล้วยิ้มตอบกลับเรามาว่า

"งั้นถ้าไม่แต่งงานพี่ต้องบอกลูกพี่ละว่าดูแลอาด้วย น้องสาวพ่อคนนี้พ่อเป็นห่วงมาก น้องจะเป็นอะไรก็ได้ เอาความสบายใจเป็นที่ตั้ง" 

หลังจากนี้คงเป็นคิวของแม่ เราคงหาโอกาสบอกแม่ตรงๆ แต่เราคิดว่าแม่น่าจะรู้แล้วแหละ เพราะเราพาแฟนมาบ้านตลอด บางครั้งก็มาค้างด้วย แค่ไม่มีใครเปิดประเด็นตรงๆ จะให้แม่มาบอก เรียกแฟนมากินข้าวสิลูก เราก็คงขำ 555 ปล่อยเบลอไปก่อน 

หลังจากเราบอกคนสำคัญในชีวิตเราไปแล้ว ทำให้เรากลับมานั่งคิดได้ว่า ที่ผ่านมาเรากลัวอะไร เราแค่เป็นตัวเอง ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เราทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ใช้ชีวิตไปในทางที่ถูกที่ควร เราพยายามรักษาความสัมพันธ์กับทุกสถานะและวันนึงถ้ามันจะมีคนรับไม่ได้กับสิ่งที่เราเป็นอยู่ เราก็คงปล่อยไป สำหรับคนที่รับเราได้ในแบบที่เราเป็น เราสัญญาว่าเราจะรักษาความสัมพันธ์ให้ดีที่สุดและจะเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกๆวัน
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่