หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[SR] รีวิว AUDI Q7 45TDI QUATTRO ปรับหน้าตา ช่วงล่างแน่นขับสนุก !
กระทู้รีวิว
SUV
รถยนต์
Audi
Audi Q7
AUDI เป็นแบรนด์ค่ายรถเยอรมันที่แน่นอนว่าหลายๆคนคงรู้จักกันดีครับ แต่ในประเทศไทยนั้นต้องบอกกันตรงๆว่าเรื่องความแพร่หลายนั้นยังมีไม่มากนักหากเทียบกับค่ายรถคู่แข่ง จึงทำให้ไม่ค่อยได้เห็นบนท้องถนนเท่าที่ควร แต่ถือว่าในไม่กี่ปีหลังๆนั้นค่ายนี้ลุยตลาดเต็มที่ มีโปรโหดๆลดราคามาเยอะจึงทำให้เห็นบนท้องถนนมากขึ้น จุดเด่นของค่ายนี้คือรถทุกคันนั้นนำเข้าทั้งคันจากเยอรมันตรง ทำให้เรื่องของคุณภาพงานประกอบ ความมั่นใจนั้นมากขึ้น ด้านการขับขี่งานประกอบจากที่เยอรมันนั้นไว้ใจได้เลยแหละ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่อาจจะสูงขึ้นและออพชั่นไมไ่ด้จัดเต็มแบบรถประกอบไทย แต่ถ้าคนที่ชอบเรื่องคุณภาพ งานประกอบ รวมถึงเน้นการขับขี่ AUDI นั้นต้องเป็น 1 ในตัวเลือกเวลาซื้อรถแน่นอนครับ ค่ายนี้เด่นในเรื่องของการขับขี่ที่สนุก เครื่องยนต์ตอบสนองได้ดีและมั่นใจได้ รวมถึงดีไซน์เป็นเอกลักษณ์
AUDI Q7 45TDI QUATTRO ในรุ่นนี้จะเป็นรุ่นที่เปลี่ยนหน้าตา Minorchange แล้วนะครับและในไทยนั้นมีการเปิดตัวไปเมื่อต้นปีนี้เองต้องบอกเลยว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เยอะมากๆทั้งในด้านหน้าด้านท้าย รวมถึงไฟหน้าและไฟท้ายนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดถือว่าแตกต่างกับรุ่นก่อนหน้าแบบชัดเจน เปลี่ยนเยอะจนคิดว่าเป็นรุ่น ModelChange ก็ว่าได้ครับ จะมีแค่ส่วนเดิมคือส่วนของด้านข้างเท่านั้นเองครับ และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการยกดีไซน์ยุคใหม่มาใช้งานทั้งหมดรวมถึงภายในล้ำๆครับ ส่วนทางด้านเครื่องยนต์ในรุ่นนี้ยังคงใช้เครื่องดีเซล V6 Commonrail Direct Injection ขนาด 3.0 ลิตร 2,967 ซีซี. พ่วงเทอร์โบ พละกำลังสูงสุด 249 แรงม้า ที่ 2,910 – 4,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 3,000 รอบ/นาที เกียร์อัตโนมัติ Tiptronic 8 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา quattro permanent all-wheel drive ความจุถังน้ำมัน 85 ลิตร เป็นออฟชั่นเดียวแล้ว และในส่วนของระบบฟีเจอร์การช่วยเหลือ นั้นยังคงไม่มีอะไรมาให้เท่าไรนักครับแอบน่าเสียดายพอสมควร และ หน้าปัด Virtual Cockpit ก็ยังไม่มีมา แต่อย่างน้อยก็ได้ในเรื่องของ หน้าจอกลาง ระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 8.8 นิ้ว และ หน้าจอควบคุม Multifunction แบบสัมผัส พร้อมตอบสนองการสั่งงาน Haptic ขนาด 8.6 นิ้ว แบบเดียวกับรุ่นพี่ AUDI Q8 มาเลย พร้อมกับยกดีไซน์ออกแบบมาทั้งหมด รวมถึงไฟหน้าไฟท้ายแบบใหม่ แต่ในตัวนี้ไม่ใช่ Matrix LED เพราะเป็นรุ่นปกติ ไม่ใช่ S-Line นะครับ และตัวนี้จะมีจุดแตกต่างทั้งเรื่องของ ช่วงล่างถุงลม และ ชุดตกแต่งภายนอกแบบ S-Line ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระ 4-Zones รวมถึงไม่มี ระบบเสียงระดับพรีเมียม BOSE พร้อมระบบเสียง 3 มิติ และ ลายล้อนั้นจะเป็นคนละลายกับรุ่น S-line นั้นเองครับ ทำให้ไฟหน้าเลยแตกต่างกับที่เคยเห็นกัน ส่วนทางด้านราคานั้น ตัวที่เรารีวิวนั้นจะเป็นตัว Q7 45 TDI quattro 4,849,000 บาท และ Q7 45 TDI quattro S-Line 5,299,000 บาท สำหรับรุ่นสูงสุด แอบเสียดายไม่มีหลังคากระจกใส่เข้ามาให้เลยครับ
EXTERIOR
ภายนอกภาพรวมส่วนตัวแล้วนั้นต้องบอกว่าสวยงามและมีความทันสมัยมากขึ้นแต่ด้วยเป็นการเปลี่ยนแปลงหน้าตาเลยทำให้ตัวบอดี้ภาพรวมยังคงมีความเหลี่ยมอยู่บ้างครับเมื่อเทียบกับหน้าตาใหม่ แต่ก็ยังถือว่าลงตัวและดูดีใช้ได้เลยแหละ หลักๆที่เปลี่ยนคือกันช้นหน้าชุดใหม่ทั้งหมด ไฟหน้า และ ฝาท้ายทั้งชิ้น และไฟท้ายรวมถึงยกเปลี่ยนแผงคอนโซลแบบชุดใหญ่ครับถือว่าทำให้มันยืดอายุไปได้อีกนานมากๆเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนที่มีความเหลี่ยมสันเยอะกว่านี้ การเปลี่ยนไฟหน้าท้าย กันชนทำให้มันดูเข้ากับยุคใหม่มากขึ้นและไม่แก่แบบเดิมแล้ว ส่วนในการตกแต่งรุ่นนี้จะเป็นตัวปกติ ทำให้กันชน อะไรพวกนี้ไม่ได้ดูสวยหรือสปอร์ตเท่ากับในรุ่น S-Line รวมถึงไฟหน้าเป็นแค่ LED ปกติครับ
จะเห็นเลยว่าถ้าใครเคยติดตามค่ายนี้มาในรุ่นก่อน Minorchange นั้นทางด้านไฟหน้าท้ายกันชนจะไม่ได้ออกแบบมาทรงนี้เลยครับ เพราะรุ่นนี้มีการเปลี่ยนแปลงเยอะมากจริงๆรูปทรงตัวรถยังคงดูแข็งแกร่งแต่เพิ่มความทันสมัยหน้าหลังเข้าไป ล้อลายใหม่ กันชนหน้าหลังใหม่ และไฟท้ายรูปทรงใหม่และลูกเล่นลายละเอียดต่างๆสวยงามใช้ได้เลย และในรุ่นนี้ชอบที่มีแผงบังแดดฝาท้ายมาให้ตรงกระจกด้วย ไม่ค่อยเห็นรถยนต์ค่ายไหนใส่มาให้ครับอันนี้ถือว่าใส่ใจดีมาก ส่วนไฟหน้าตัวนี้น่าเสียดายเป็นไฟปกติไม่ใช่ Matrix LED ครับ ส่วนทรงกระจังหน้านั้นเปลี่ยนเป็นยุคใหม่ทั้งหมดแล้วมีความกว้างใหญ่ เด่นสะใจมากขึ้นกว่าเดิมไปอีกขั้น และด้วยความที่เป็นรถสีดำทำให้ขับชุดโครเมี่ยมสีเงินด้านตรงกระจังหน้าและเส้นรอบคันได้ดีกว่าเดิมรวมถึงด้านท้าย
เมื่อมองหน้าตรงเราจะเห็นได้ว่า กระจังหน้านั้นเด่นสะดุดตาเป็นเอกลักษณ์ประจำค่ายครับและครั้งนี้มีรูปทรงเปลี่ยนแปลงมาดูดีขึ้นเข้ากับธีมออกแบบใหม่ และแน่นอนว่าชุดกันชนนั้นจะแตกต่างกับตัว S-line ทำให้มันไม่ได้ดูดุดันหรือสปอร์ตมากนักครับรวมถึงจะไม่มีเส้นเงินๆคาดส่วนชายล่างกันชนด้วย ด้านข้างนั้นเราจะเห็นว่าตัวรถยังคงทรงเดิมกับรุ่นก่อนหน้าถ้าหากเราปิดหน้าหลังก็แทบจะแยกไม่ออกแล้ว ก็เป็นเพราะว่าตัวนี้มันคือการ Minorchange ครับ แตกต่างกับในส่วนของล้อที่มีลายใหม่มาให้ ส่วนชายล่างเล่นสีเงินเขียนว่า Quattro เช่นเดิมเลยและระยะความสูงของตัวรถรุ่นนี้ไม่ใช่ช่วงล่างถุงลม จึงทำให้มันไม่ได้มีการยกสูง กดลงต่ำได้ เป็นระยะพื้นฐานเลยครับ ส่วนไฟท้ายนั้นต้องบอกเลยว่าถ้ามองท้ายตรงแบบนี้คิดว่ารุ่นใหม่ทั้งหมด ทั้งไฟท้ายแบบใหม่ ทรงใหม่ไฟแบบ 3D และ ชายกันชนล่างแบบใหม่รวมถึง ไฟท้ายชุดที่ 2 ก็ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของค่ายนี้เวลาเปิดฝาท้ายและจะทำงานนั้นเองครับ ส่วนชายล่างถ้าเป็นรุ่น S Line นั้นจะมีความดุดันและโชว์ท่อไอเสียขวาซ้ายแบบเต็มๆไม่ใช่แค่ลวดลายแบบคันนี้ และตรงส่วนใต้ไฟมีเส้นโครเมี่ยมตัดขอบทำให้เด่นขึ้นและลงตัวขึ้น ชอบงานออกแบบด้านท้ายคันนี้กว่าเดิมเยอะ
ไฟเลี้ยวตรงกระจกหูช้างนั้นยังคงมีมาให้พร้อมกับมีช่องเล็กๆแสดงให้เห็นเวลาเรามองจากในรถครับ และกระจังหน้าเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดพร้อมกับลวดลายข้างในกระจังที่แตกต่างกับรุ่นก่อนเป็นขีดแนวตั้ง แต่ในส่วนของกระจังหน้าตัวปกติ และ ตัว S-line นั้นจะไม่ได้แตกต่างกันครับ แต่เหมือนมีเซนเซอร์ตรงโลโก้ ไม่แน่ใจว่าเป็นกล้องหรืออะไรเพราะเท่าที่ดูเหมือนจะไม่ได้ติดตั้งมาในส่วนของตัวที่ขายในไทยก็ถือว่าแอบน่าเสียดายอยู่พอสมควรเลยจุดนี้ครับ
ล้ออัลลอยลายใหม่ในรุ่นนี้จะมาพร้อมกับขนาด 20 นิ้วครับ แต่ถ้าตัว S-line นั้นจะเป็นขนาด 21 นิ้ว ดูแตกต่างกันนิดหน่อยรวมถึงในเรื่องของงานออกแบบและโทนสีของล้อด้วยเช่นกันครับและยางตัวนี้ให้มาในขนาด 285-45R20 ครับ งานออกแบบข้างตัวถังรถนั้นเส้นสายที่มีความคมเป็นสันสวยงาม และชายล่างนั้นเป็นสีดำ แต่เรื่องจากตัวรถสีดำเลยทำให้มันดูเหมือนกับสีเดียวกับตัวรถ แต่จะมีตัดด้วยสีเงินด้านที่เขียนว่า Quattro ด้วยเช่นกันครับ และเราจะเห็นในตัวก่อนหน้าด้วยเช่นกัน ทำให้รถสีดำแบบนี้ยิ่งขับตัวนี้ออกมาให้เด่นและด้านข้างนั้นไม่เรียบเกินไปด้วย ส่วนการขึ้นลงไม่ยากครับแม้จะไม่มีบันไดก็ตามในระยะนี้และไม่ได้เลอะขอบชายกางเกงเท่าไรด้วยครับในการออกแบบนี้
ไฟหน้านั้นเป็นจุดที่แตกต่างมากๆเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน และเทียบกับตัว S-line ครับ แน่นอนว่าทรงไฟหน้าเปลี่ยนไปเยอะมากมีความโค้งมนสวยงามและมีงานออกแบบที่แตกต่างกว่าเดิม แต่ในรุ่นที่เรารีวิวนั้นจะเป็นไฟหน้า LED ปกติพร้อมกับหลอดไฟเลี้ยวแบบหลอดไส้ครับ เลยค่อนข้างธรรมดาไปนิดหน่อย แต่เรื่องความสว่างนั้นไม่ได้แตกต่างกันครับแต่แค่ไม่มีเทคโนโลยี MATRIX LED แบบรุ่น S-Line ครับรวมถึงไฟ DRL อะไรแตกต่างกันทั้งหมดเลย แต่คันที่เรารีวิวนั้นยังคงมีไฟตัดหมอกและแสงอะไรนั้นกินไปถึงขอบข้างได้กำลังดีครับ มองเห็นชัดเจนเลยและแน่นอนว่าด้วยความที่มันเป็นรถนำเข้าทำให้มันมีที่ล้างไฟหน้าเวลาหิมะตกหรือโคลนเลอะได้ด้วย ส่วนตัวไฟท้ายนั้นแน่นอนว่าค่ายนี้เวลาเปิดฝาท้ายมันยกไฟไปทั้งหมดทำให้ต้องมีไฟท้าย 2 ชุดครับ ชุดล่างนั้นจะทำงาน เวลาเปิดฝาท้าย เพื่อความปลอดภัย และ มีไฟตัดหมอกหลัง และ ไฟถอยหลังในส่วนข้างล่างครับ และส่วนข้างบนนั้นจะเป็นไฟหลักสวยงามแบบ 3 มิติ ที่เป็นไฟเบรคและไฟเลี้ยวแบบ Dynamic ไฟเลี้ยววิ่งนั้นเองถือว่างานออกแบบไฟทั้งหมด ค่ายรถยนต์ AUDI นั้นเป็นค่ายที่ออกแบบไฟหน้าไฟท้ายได้ล้ำเกินค่ายอื่นๆเยอะมากและสวยกว่าแบบชัดเจนครับ
ยามค่ำคืนนั้นเป็นจุดที่สามารถขับตัวรถให้เด่นยิ่งขึ้นไปอีกไฟท้ายนั้นมีความโดดเด่นมากกว่าเดิมไปอีกเวลาขับกลางคืนทั้งเวลาเบรคและไฟเลี้ยวต่างๆ แต่อย่างที่บอกไปนั้นไฟชุดล่างจะไม่ทำงานเวลาปกติครับ จะทำงานแค่ช่วงเปิดฝาท้ายเท่านั้นและไฟเบรคดวงที่ 3 นั้นจะอยู่ขอบบนตัวสปอยเลอร์ด้านหลัง แต่ด้านหน้านั้นเวลากลางคืนไฟอาจจะไม่ได้เด่นเท่าไรมีเพียงแค่ไฟ LED หลักทำงานเท่านั้น และพวกไฟตัดหมอกอะไรนั้นอยู่ในโคมหลักทั้งหมด ไม่มีส่วนไฟตรงกันชนล่างครับ แต่เรื่องของความสว่างนั้นทำได้ดี แสงคมสวย เก็บมุมได้กว้าง แต่ถ้าเน้นความสวยงามนั้น เพิ่มงบจัดรุ่น S-line จะครบเครื่องลงตัวที่สุดเลยครับในรุ่นนี้ และกระจังหน้าส่วนสีเงินจะเห็นว่าเล่นกับแสงได้ดีมากยามค่ำคืน
เมื่อปลดล็อคหรือเดินไปเปิดกระตูนั้นไฟหน้าไฟท้าย และไฟตรงที่จับประตูนั้นมีไฟส่องสว่างมาให้ทั้งหมด 4 จุดเลยครับ แต่จะไม่ได้มีไฟส่องพื้นอะไรมาให้เวลาเปิดประตูครับ เมื่อปลดล็อคคันนี้ก็มีทั้งเอื้อมมือเข้าไปก็สามารถดึงเปิดได้เลยครับไม่ต้องกดปุ่มอะไร แต่เวลาล็อคก็สัมผัสล็อคได้ตรงมือจับได้เลย รวมถึงเตะฝาท้ายได้ด้วยครับในรุ่นนี้ และไฟส่องป่ายทะเบียนอะไรเป็น LED ทั้งหมด แต่ไฟชุดที่ 2 ด้านท้าย และไฟเลี้ยวหน้ายังคงเป็นหลอดไส้ปกติครับจุดนี้
ชื่อสินค้า:
AUDI Q7 45TDI QUATTRO
คะแนน:
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้
- ได้รับสินค้ามาใช้รีวิวฟรี โดยต้องคืนสินค้าให้เจ้าของสินค้า
- ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
รีวิว KIA CARNIVAL SXL 2021 รถครอบครัว 11 ที่นั่ง ฟีเจอร์แน่น อัตราเร่งดี ลงตัว !
KIA ยังคงทำตลาดในบ้านเราอย่างต่อเนื่องแน่นอนว่าจะเน้นไปทางรถยนต์แบบ 11 ที่นั่ง กับรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลักแต่ก็ถือว่าเป็นกลุ่มที่จัดว่าทำออกมาได้สวยและโดดเด่นเช่นเดิม ซึ่ง KIA
Techhangout
พรีวิว Audi Q7 & Q8 60 TFSI e quattro S line Black Edition ปลั๊กอินสุดแรง ราคาถูกลงสูงสุด ถึง 1 ล้าน
อาวดี้ ประเทศไทย เปิดตัว Audi Q7 60 TFSI e quattro S line Black Edition และ Audi Q8 60 TFSI e quattro S line Black Edition พรีเมียม SUV Hi Performance เด่นด้วยเทคโนโลยีขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดเจเน
PonTripleP
Toyota ประกาศขุมพลังใหม่ N15 1.5 HEV / PHEV เตรียมติดตั้งใน All NEW Corolla (ALTIS)
Toyota ประกาศขุมพลังใหม่ NEW 1.5 HEV / PHEV / 1.5 TURBO HEV / 1.5 TURBO PHEV เครื่องยนต์เล็กลง แต่ให้ประสิทธิภาพสูงขึ้น รองรับการทำงานร่วมกับ มอเตอร์ไฟฟ้า ระบบ Hybrid / Plug-in Hybrid NEW Generation ค
สมาชิกหมายเลข 8673641
รีวิว AUDI Q8 60 TFSIe QUATTRO PHEV เสียบปลั๊ก แรงขึ้น แถมราคาถูกลง !
AUDI เองนั้นถือว่าเป็นแบรนด์ที่ยังคงลุยตลาดกันแบบหนักหน่วงจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า หรือ ว่า รถตระกูลแรงแบบ RS และในตอนนี้เป็น PHEV หรือว่า Plug In Hybrid ตัวแรกของค่ายที่เอาเข้ามาขายในไทยด้วยเช่นกันครั
Techhangout
Toyota Aqua รุ่น Minorchange Hatchback Hybrid เฉพาะตลาดญี่ปุ่น พร้อมหน้าตาสไตล์ Hammerhead
Toyota ปรับโฉม Aqua รถ Hatchback ขุมพลัง Hybrid รุ่นเล็ก (ชื่อเดิม Prius C ในตลาดต่างประเทศ) ที่ทำตลาดเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น โดยยังคงใช้งานวิศวกรรมพื้นฐาน TNGA-B ร่วมกับ Yaris และ Yaris Cross (เวอร์ชั
สมาชิกหมายเลข 8930230
New Triton Absolute ชุดแต่งรอบคัน เอามายั่วให้อยาก แต่ยังไม่ขาย
ใครเป็นแฟน Triton คงได้เห็นรถที่มิตซูเอามาโชว์ในงาน Motor Show 2019 ซึ่งเป็นไทรทันรุ่นตกแต่งพิเศษ Triton Absolute ชุดแต่งรอบคันสวยลงตัวดี ดูสปอร์ตและทันสมัยเข้ากับสไตล์ของรถ เปรียบเทียบกับรุ่นป
สมาชิกหมายเลข 971259
อู่นัมเบอร์วัน อู่ห่วยแตกของคนเชียงใหม่
จะพูดถึงอู่หนึ่งในเชียงใหม่ที่บริการห่วยมากกกก ห่วยยังไง -เอารถไปทิ้งให้ซ่อม 1 อาทิตย์เต็มๆ (พนักงานนัดเอง) มีรอยตรงบังโคลนนิดหน่อยหน้าหลังไม่เยอะมาก พอแจ้งเสร็จพนักงานก็บอก ซ่อม 1 อาทิตย์ (รอยนิดเดีย
สมาชิกหมายเลข 8839890
การเคลมแห้ง ในรอบเดียว หลายๆจุด ควรคุยกับประกันยังไง
สำหรับประกันรถยนต์ ประเภท1 เช่น มี 3จุด 1.กระจกข้างขูดกำแพง 2.กระจังหน้าขูดฟุตบาท 3.กันชนท้ายขูดเวลายกกระเป๋าเดินทาง เกิดเหตุไม่พร้อมกัน ถ้าสมมุติว่า ว่าง อยากเคลมพร้อมๆกัน เราจะต้องเรียก ประกันมาดู
++hbk++
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
SUV
รถยนต์
Audi
Audi Q7
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 25
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[SR] รีวิว AUDI Q7 45TDI QUATTRO ปรับหน้าตา ช่วงล่างแน่นขับสนุก !
AUDI เป็นแบรนด์ค่ายรถเยอรมันที่แน่นอนว่าหลายๆคนคงรู้จักกันดีครับ แต่ในประเทศไทยนั้นต้องบอกกันตรงๆว่าเรื่องความแพร่หลายนั้นยังมีไม่มากนักหากเทียบกับค่ายรถคู่แข่ง จึงทำให้ไม่ค่อยได้เห็นบนท้องถนนเท่าที่ควร แต่ถือว่าในไม่กี่ปีหลังๆนั้นค่ายนี้ลุยตลาดเต็มที่ มีโปรโหดๆลดราคามาเยอะจึงทำให้เห็นบนท้องถนนมากขึ้น จุดเด่นของค่ายนี้คือรถทุกคันนั้นนำเข้าทั้งคันจากเยอรมันตรง ทำให้เรื่องของคุณภาพงานประกอบ ความมั่นใจนั้นมากขึ้น ด้านการขับขี่งานประกอบจากที่เยอรมันนั้นไว้ใจได้เลยแหละ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่อาจจะสูงขึ้นและออพชั่นไมไ่ด้จัดเต็มแบบรถประกอบไทย แต่ถ้าคนที่ชอบเรื่องคุณภาพ งานประกอบ รวมถึงเน้นการขับขี่ AUDI นั้นต้องเป็น 1 ในตัวเลือกเวลาซื้อรถแน่นอนครับ ค่ายนี้เด่นในเรื่องของการขับขี่ที่สนุก เครื่องยนต์ตอบสนองได้ดีและมั่นใจได้ รวมถึงดีไซน์เป็นเอกลักษณ์
AUDI Q7 45TDI QUATTRO ในรุ่นนี้จะเป็นรุ่นที่เปลี่ยนหน้าตา Minorchange แล้วนะครับและในไทยนั้นมีการเปิดตัวไปเมื่อต้นปีนี้เองต้องบอกเลยว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เยอะมากๆทั้งในด้านหน้าด้านท้าย รวมถึงไฟหน้าและไฟท้ายนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดถือว่าแตกต่างกับรุ่นก่อนหน้าแบบชัดเจน เปลี่ยนเยอะจนคิดว่าเป็นรุ่น ModelChange ก็ว่าได้ครับ จะมีแค่ส่วนเดิมคือส่วนของด้านข้างเท่านั้นเองครับ และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการยกดีไซน์ยุคใหม่มาใช้งานทั้งหมดรวมถึงภายในล้ำๆครับ ส่วนทางด้านเครื่องยนต์ในรุ่นนี้ยังคงใช้เครื่องดีเซล V6 Commonrail Direct Injection ขนาด 3.0 ลิตร 2,967 ซีซี. พ่วงเทอร์โบ พละกำลังสูงสุด 249 แรงม้า ที่ 2,910 – 4,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 3,000 รอบ/นาที เกียร์อัตโนมัติ Tiptronic 8 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา quattro permanent all-wheel drive ความจุถังน้ำมัน 85 ลิตร เป็นออฟชั่นเดียวแล้ว และในส่วนของระบบฟีเจอร์การช่วยเหลือ นั้นยังคงไม่มีอะไรมาให้เท่าไรนักครับแอบน่าเสียดายพอสมควร และ หน้าปัด Virtual Cockpit ก็ยังไม่มีมา แต่อย่างน้อยก็ได้ในเรื่องของ หน้าจอกลาง ระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 8.8 นิ้ว และ หน้าจอควบคุม Multifunction แบบสัมผัส พร้อมตอบสนองการสั่งงาน Haptic ขนาด 8.6 นิ้ว แบบเดียวกับรุ่นพี่ AUDI Q8 มาเลย พร้อมกับยกดีไซน์ออกแบบมาทั้งหมด รวมถึงไฟหน้าไฟท้ายแบบใหม่ แต่ในตัวนี้ไม่ใช่ Matrix LED เพราะเป็นรุ่นปกติ ไม่ใช่ S-Line นะครับ และตัวนี้จะมีจุดแตกต่างทั้งเรื่องของ ช่วงล่างถุงลม และ ชุดตกแต่งภายนอกแบบ S-Line ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระ 4-Zones รวมถึงไม่มี ระบบเสียงระดับพรีเมียม BOSE พร้อมระบบเสียง 3 มิติ และ ลายล้อนั้นจะเป็นคนละลายกับรุ่น S-line นั้นเองครับ ทำให้ไฟหน้าเลยแตกต่างกับที่เคยเห็นกัน ส่วนทางด้านราคานั้น ตัวที่เรารีวิวนั้นจะเป็นตัว Q7 45 TDI quattro 4,849,000 บาท และ Q7 45 TDI quattro S-Line 5,299,000 บาท สำหรับรุ่นสูงสุด แอบเสียดายไม่มีหลังคากระจกใส่เข้ามาให้เลยครับ
EXTERIOR
ภายนอกภาพรวมส่วนตัวแล้วนั้นต้องบอกว่าสวยงามและมีความทันสมัยมากขึ้นแต่ด้วยเป็นการเปลี่ยนแปลงหน้าตาเลยทำให้ตัวบอดี้ภาพรวมยังคงมีความเหลี่ยมอยู่บ้างครับเมื่อเทียบกับหน้าตาใหม่ แต่ก็ยังถือว่าลงตัวและดูดีใช้ได้เลยแหละ หลักๆที่เปลี่ยนคือกันช้นหน้าชุดใหม่ทั้งหมด ไฟหน้า และ ฝาท้ายทั้งชิ้น และไฟท้ายรวมถึงยกเปลี่ยนแผงคอนโซลแบบชุดใหญ่ครับถือว่าทำให้มันยืดอายุไปได้อีกนานมากๆเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนที่มีความเหลี่ยมสันเยอะกว่านี้ การเปลี่ยนไฟหน้าท้าย กันชนทำให้มันดูเข้ากับยุคใหม่มากขึ้นและไม่แก่แบบเดิมแล้ว ส่วนในการตกแต่งรุ่นนี้จะเป็นตัวปกติ ทำให้กันชน อะไรพวกนี้ไม่ได้ดูสวยหรือสปอร์ตเท่ากับในรุ่น S-Line รวมถึงไฟหน้าเป็นแค่ LED ปกติครับ
จะเห็นเลยว่าถ้าใครเคยติดตามค่ายนี้มาในรุ่นก่อน Minorchange นั้นทางด้านไฟหน้าท้ายกันชนจะไม่ได้ออกแบบมาทรงนี้เลยครับ เพราะรุ่นนี้มีการเปลี่ยนแปลงเยอะมากจริงๆรูปทรงตัวรถยังคงดูแข็งแกร่งแต่เพิ่มความทันสมัยหน้าหลังเข้าไป ล้อลายใหม่ กันชนหน้าหลังใหม่ และไฟท้ายรูปทรงใหม่และลูกเล่นลายละเอียดต่างๆสวยงามใช้ได้เลย และในรุ่นนี้ชอบที่มีแผงบังแดดฝาท้ายมาให้ตรงกระจกด้วย ไม่ค่อยเห็นรถยนต์ค่ายไหนใส่มาให้ครับอันนี้ถือว่าใส่ใจดีมาก ส่วนไฟหน้าตัวนี้น่าเสียดายเป็นไฟปกติไม่ใช่ Matrix LED ครับ ส่วนทรงกระจังหน้านั้นเปลี่ยนเป็นยุคใหม่ทั้งหมดแล้วมีความกว้างใหญ่ เด่นสะใจมากขึ้นกว่าเดิมไปอีกขั้น และด้วยความที่เป็นรถสีดำทำให้ขับชุดโครเมี่ยมสีเงินด้านตรงกระจังหน้าและเส้นรอบคันได้ดีกว่าเดิมรวมถึงด้านท้าย
เมื่อมองหน้าตรงเราจะเห็นได้ว่า กระจังหน้านั้นเด่นสะดุดตาเป็นเอกลักษณ์ประจำค่ายครับและครั้งนี้มีรูปทรงเปลี่ยนแปลงมาดูดีขึ้นเข้ากับธีมออกแบบใหม่ และแน่นอนว่าชุดกันชนนั้นจะแตกต่างกับตัว S-line ทำให้มันไม่ได้ดูดุดันหรือสปอร์ตมากนักครับรวมถึงจะไม่มีเส้นเงินๆคาดส่วนชายล่างกันชนด้วย ด้านข้างนั้นเราจะเห็นว่าตัวรถยังคงทรงเดิมกับรุ่นก่อนหน้าถ้าหากเราปิดหน้าหลังก็แทบจะแยกไม่ออกแล้ว ก็เป็นเพราะว่าตัวนี้มันคือการ Minorchange ครับ แตกต่างกับในส่วนของล้อที่มีลายใหม่มาให้ ส่วนชายล่างเล่นสีเงินเขียนว่า Quattro เช่นเดิมเลยและระยะความสูงของตัวรถรุ่นนี้ไม่ใช่ช่วงล่างถุงลม จึงทำให้มันไม่ได้มีการยกสูง กดลงต่ำได้ เป็นระยะพื้นฐานเลยครับ ส่วนไฟท้ายนั้นต้องบอกเลยว่าถ้ามองท้ายตรงแบบนี้คิดว่ารุ่นใหม่ทั้งหมด ทั้งไฟท้ายแบบใหม่ ทรงใหม่ไฟแบบ 3D และ ชายกันชนล่างแบบใหม่รวมถึง ไฟท้ายชุดที่ 2 ก็ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของค่ายนี้เวลาเปิดฝาท้ายและจะทำงานนั้นเองครับ ส่วนชายล่างถ้าเป็นรุ่น S Line นั้นจะมีความดุดันและโชว์ท่อไอเสียขวาซ้ายแบบเต็มๆไม่ใช่แค่ลวดลายแบบคันนี้ และตรงส่วนใต้ไฟมีเส้นโครเมี่ยมตัดขอบทำให้เด่นขึ้นและลงตัวขึ้น ชอบงานออกแบบด้านท้ายคันนี้กว่าเดิมเยอะ
ไฟเลี้ยวตรงกระจกหูช้างนั้นยังคงมีมาให้พร้อมกับมีช่องเล็กๆแสดงให้เห็นเวลาเรามองจากในรถครับ และกระจังหน้าเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดพร้อมกับลวดลายข้างในกระจังที่แตกต่างกับรุ่นก่อนเป็นขีดแนวตั้ง แต่ในส่วนของกระจังหน้าตัวปกติ และ ตัว S-line นั้นจะไม่ได้แตกต่างกันครับ แต่เหมือนมีเซนเซอร์ตรงโลโก้ ไม่แน่ใจว่าเป็นกล้องหรืออะไรเพราะเท่าที่ดูเหมือนจะไม่ได้ติดตั้งมาในส่วนของตัวที่ขายในไทยก็ถือว่าแอบน่าเสียดายอยู่พอสมควรเลยจุดนี้ครับ
ล้ออัลลอยลายใหม่ในรุ่นนี้จะมาพร้อมกับขนาด 20 นิ้วครับ แต่ถ้าตัว S-line นั้นจะเป็นขนาด 21 นิ้ว ดูแตกต่างกันนิดหน่อยรวมถึงในเรื่องของงานออกแบบและโทนสีของล้อด้วยเช่นกันครับและยางตัวนี้ให้มาในขนาด 285-45R20 ครับ งานออกแบบข้างตัวถังรถนั้นเส้นสายที่มีความคมเป็นสันสวยงาม และชายล่างนั้นเป็นสีดำ แต่เรื่องจากตัวรถสีดำเลยทำให้มันดูเหมือนกับสีเดียวกับตัวรถ แต่จะมีตัดด้วยสีเงินด้านที่เขียนว่า Quattro ด้วยเช่นกันครับ และเราจะเห็นในตัวก่อนหน้าด้วยเช่นกัน ทำให้รถสีดำแบบนี้ยิ่งขับตัวนี้ออกมาให้เด่นและด้านข้างนั้นไม่เรียบเกินไปด้วย ส่วนการขึ้นลงไม่ยากครับแม้จะไม่มีบันไดก็ตามในระยะนี้และไม่ได้เลอะขอบชายกางเกงเท่าไรด้วยครับในการออกแบบนี้
ไฟหน้านั้นเป็นจุดที่แตกต่างมากๆเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน และเทียบกับตัว S-line ครับ แน่นอนว่าทรงไฟหน้าเปลี่ยนไปเยอะมากมีความโค้งมนสวยงามและมีงานออกแบบที่แตกต่างกว่าเดิม แต่ในรุ่นที่เรารีวิวนั้นจะเป็นไฟหน้า LED ปกติพร้อมกับหลอดไฟเลี้ยวแบบหลอดไส้ครับ เลยค่อนข้างธรรมดาไปนิดหน่อย แต่เรื่องความสว่างนั้นไม่ได้แตกต่างกันครับแต่แค่ไม่มีเทคโนโลยี MATRIX LED แบบรุ่น S-Line ครับรวมถึงไฟ DRL อะไรแตกต่างกันทั้งหมดเลย แต่คันที่เรารีวิวนั้นยังคงมีไฟตัดหมอกและแสงอะไรนั้นกินไปถึงขอบข้างได้กำลังดีครับ มองเห็นชัดเจนเลยและแน่นอนว่าด้วยความที่มันเป็นรถนำเข้าทำให้มันมีที่ล้างไฟหน้าเวลาหิมะตกหรือโคลนเลอะได้ด้วย ส่วนตัวไฟท้ายนั้นแน่นอนว่าค่ายนี้เวลาเปิดฝาท้ายมันยกไฟไปทั้งหมดทำให้ต้องมีไฟท้าย 2 ชุดครับ ชุดล่างนั้นจะทำงาน เวลาเปิดฝาท้าย เพื่อความปลอดภัย และ มีไฟตัดหมอกหลัง และ ไฟถอยหลังในส่วนข้างล่างครับ และส่วนข้างบนนั้นจะเป็นไฟหลักสวยงามแบบ 3 มิติ ที่เป็นไฟเบรคและไฟเลี้ยวแบบ Dynamic ไฟเลี้ยววิ่งนั้นเองถือว่างานออกแบบไฟทั้งหมด ค่ายรถยนต์ AUDI นั้นเป็นค่ายที่ออกแบบไฟหน้าไฟท้ายได้ล้ำเกินค่ายอื่นๆเยอะมากและสวยกว่าแบบชัดเจนครับ
ยามค่ำคืนนั้นเป็นจุดที่สามารถขับตัวรถให้เด่นยิ่งขึ้นไปอีกไฟท้ายนั้นมีความโดดเด่นมากกว่าเดิมไปอีกเวลาขับกลางคืนทั้งเวลาเบรคและไฟเลี้ยวต่างๆ แต่อย่างที่บอกไปนั้นไฟชุดล่างจะไม่ทำงานเวลาปกติครับ จะทำงานแค่ช่วงเปิดฝาท้ายเท่านั้นและไฟเบรคดวงที่ 3 นั้นจะอยู่ขอบบนตัวสปอยเลอร์ด้านหลัง แต่ด้านหน้านั้นเวลากลางคืนไฟอาจจะไม่ได้เด่นเท่าไรมีเพียงแค่ไฟ LED หลักทำงานเท่านั้น และพวกไฟตัดหมอกอะไรนั้นอยู่ในโคมหลักทั้งหมด ไม่มีส่วนไฟตรงกันชนล่างครับ แต่เรื่องของความสว่างนั้นทำได้ดี แสงคมสวย เก็บมุมได้กว้าง แต่ถ้าเน้นความสวยงามนั้น เพิ่มงบจัดรุ่น S-line จะครบเครื่องลงตัวที่สุดเลยครับในรุ่นนี้ และกระจังหน้าส่วนสีเงินจะเห็นว่าเล่นกับแสงได้ดีมากยามค่ำคืน
เมื่อปลดล็อคหรือเดินไปเปิดกระตูนั้นไฟหน้าไฟท้าย และไฟตรงที่จับประตูนั้นมีไฟส่องสว่างมาให้ทั้งหมด 4 จุดเลยครับ แต่จะไม่ได้มีไฟส่องพื้นอะไรมาให้เวลาเปิดประตูครับ เมื่อปลดล็อคคันนี้ก็มีทั้งเอื้อมมือเข้าไปก็สามารถดึงเปิดได้เลยครับไม่ต้องกดปุ่มอะไร แต่เวลาล็อคก็สัมผัสล็อคได้ตรงมือจับได้เลย รวมถึงเตะฝาท้ายได้ด้วยครับในรุ่นนี้ และไฟส่องป่ายทะเบียนอะไรเป็น LED ทั้งหมด แต่ไฟชุดที่ 2 ด้านท้าย และไฟเลี้ยวหน้ายังคงเป็นหลอดไส้ปกติครับจุดนี้
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้