คำพูดที่คนทั่วไปชอบพูดว่า ใบปริญญามันเป็นแค่กระดาษ....

อยากถามความคิดเห็นนะครับ คือผมทำงานในธุระกิจหนึ่งที่ต้องทีการเกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการ และเค้าต้องเข้ามาตรวจสอบธุระกิจผมเป็นประจำ เวลาเค้าเข้ามาเราก็มีบทสนทนากันทั่วไปแต่ในวันนั้น เค้าสอบถามถึงพนักงานในสังกัดผมขึ้นว่า ว่าพี่คนนี้เป็นช่างซ่อม ซ่อมมากี่ปีแล้วทำอะไรเป็นบ้าง เราก็ตอบไปว่า เค้าเก่งนะครับอยู่มานานหลายปี เรียนรู้จากการซ่อมจากการลงมือทำจนรู้และเข้าใจทุกระบบ แล้วเจ้าหน้าที่ราชการก็พูดขึ้นมาว่า "นะ ใบปริญญา มันไม่มีค่าอะไรเป็นแค่กระดาษ เด็กจบมามีปริญญาทำอะไรไม่เป็นสู้คนไม่จบอะไรมาแต่ทำเป็นไม่ได้" คือ คำพูดนี้ ผมได้ยินได้เห็นมาบ่อยๆที่เค้าชอบพูดกันเยอะแชร์กันเยอะ แต่มันสะกิดใจผมว่า เฮ้ย มันไม่ใช่นะคิดแบบนี้มันไม่ถูกซะทีเดียว ต้องบอกก่อนว่า ผมไม่ต้องการดูถูกใครไม่ได้มีเจตนาจะเหยียดคนที่ไม่มี
 
ปริญญาใดๆนะครับ แต่อยากให้ช่วยกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหน่อย เพราะการเรียนจบการสอบเข้า มันมีระบบในการคัดเลือกคัดสรร การเรียงลำดับความสามารถในการเข้าเรียน จบด้วยเกรดเฉลี่ยเท่าไหร่ มันคือระบบพื้นฐานที่เค้าสร้างขึ้นมาเพื่อคัดเลือกความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของแต่ละคน หลายๆอย่างที่เราสงสัยว่า วิชา แคลคูลัส วิชาฟิสิกส์ เคมี ชีวะ เชิงลึกเรียนไปทำไม ชีวิตจริงไม่ได้ใช้ แต่ผมเพิ่งเข้าใจว่าจริงๆแล้วมันคือการทดสอบขีดความสามารถของสมองในการคิดอย่างเป็นระบบของแต่ละคน ดังนั้นคนเข้ามาสัมภาษณ์งาน 100 คน คุณจะมีอะไรบ่งบอกเข้าแต่ละคนได้ว่า คนนี้มีความสามารถระดับไหน ในเวลา 10นาที ในการสัมภาษณ์ ถ้าไม่มีระบบ เกรดเฉลี่ย และ ใบปริญญารับรอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่มีโอกาสเรียนจบได้ใบปริญญา รับรองจะต้องเก่งมีความสามารถทุกคนอันนั้นผมเข้าใจ
 
แต่ไม่ใช่ว่า คุณไม่มีใบปริญญา ไม่สามารถ เรียนจบได้สูง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแล้ว คุณจะะเอาเรื่องประสบการณ์เรื่องการลงมือทำมาเหยียดคนที่มีใบปริญญาว่าไม่มีประโยชน์ไม่ได้ เพราะผมว่า คนเรียนจบมีใบเค้าก็จะมีเพดานบินมี หน้าที่ที่ไปแสดงความสามารถกันในอีกระดับหนึ่งในระดับ การบริหารควบคุม ในระดับการวางแผนจัดสรร มีความคิดที่ล้ำลึกกว่า เพราะในหัวของคนพวกนี้เค้าเรียนเค้าถูกฝึกให้ศึกษามาในการคิดอย่างเป็นระบบ หลายครั้งมันก็รู้สึกเซ็งๆนะที่ได้คิดการ พูดเหยียดคนมีปริญญาในลักษณะอย่างนี้ แต่จะพูดแย้งก็ไม่ได้มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน อธิบายกันยาก คนเรามีทางของแต่ละคนแต่ผมว่า ในเมื่อคุณทำแบบเขาไม่ได้ หรือ ไม่ได้มีโอกาส แบบเข้า แต่คุณก็ไม่ควรจะใช้ใช้ speech แบบนี้ในการ เหยียดคนที่เค้ามีที่เค้าเป็นได้ตามความสามารถ หรือมีความคิดเห็นกันว่าอย่างไรครับ  สรุปบทสนทนาครั้งนั้นผมก็ได้แต่ยิ้มๆเงียบๆไป แต่วันต่อมาก็ยังมาเห็น เพจใน FB เพจนึงแชร์  Hate speech ที่เหยียดคนจบปริญญาแบบนี้อยู่ เลยขอสอบถามความคิดเห็นกันหน่อยครับ 
ขอบคุณครับ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 5
ปริญญาเป็นใบที่แสดงว่าผู้ที่มีชื่อบนปริญญาดังกล่าว ได้ผ่านตามมาตรฐานการศึกษาที่เขากำหนดไว้ในหลักสูตรเท่านั้นเองครับ

ที่จริงแล้วปริญญาไม่ได้มีค่าในตัวของมันเองครับ ความรู้ของคนที่มีรายชื่อบนปริญญานั้นต่างหากครับที่มีคุณค่า ดังนั้นที่เขากล่าวว่าปริญญามันแค่กระดาษก็สามารถคิดตามนั้นได้ครับ

เรารับคนเข้าทำงาน เราต้องการความรู้ความสามารถของเขาบางอย่างที่เหมาะกับงานของเราครับ แต่เราไม่รู้จักคนๆนั้นมาก่อน เราก็เลยต้องขอดูใบการันตีของเขา ว่าเขาผ่านการศึกษาด้านนี้มาจริงๆ นั่นก็คือ ใบปริญญา(หรือใบมาตรฐานอื่น) ดังนั้นที่เขากล่าวว่าใบปริญญาเป็นแค่กระดาษ ถ้าคิดตามนี้ ปริญญาจึงไม่ใช่แค่กระดาษครับ มันเหมือนตั๋วสำหรับโอกาสที่จะได้เข้าทำงานเลยทีเดียว

การร่ำเรียนมา โดยทั่วไปหลักสูตรจะสอนให้เรารู้รอบด้าน รู้ลึกกว่าระดับปกติทั่วไป ระดับความลึกของความรู้ก็แล้วแต่ว่าเรียนด้านไหนสาขาไหน ซึ่งตามมาตรฐานแล้ว ผู้ศึกษาผ่านตามมาตรฐานปริญญาจะสามารถมองมุมกว้างและดำเนินการได้มีประสิทธิภาพกว่าคนที่นำแค่ส่วนหนึ่งของหลักการมา

ที่เราเห็นหลายๆคนทำงานนั้น เราเห็นเพียงแค่ด้านหนึ่งของความรู้ที่เขานำออกมาใช้เท่านั้นเองครับ ยกตัวอย่างทั่วไปเช่น เราไปร้านขายยา เราซื้อยา เขาจ่ายยาตามอาการ ดูง่ายมาก ใครก็ตามที่อ่านภาษาไทยออกก็สามารถนำมาฝึกในเรียนรู้จ่ายยาได้ไม่ยากและไม่นาน ซึ่งแน่นอนครับว่าไม่ต้องใช้ใบปริญญา แต่หากใครก็ตามที่เคยได้ซื้อยากับเภสัชกรแล้ว ผมว่าคงรับรู้ได้ถึงความแตกต่าง เภสัชกรจะอธิบายได้ละเอียดกระจ่างและชัดเจนกว่ามาก ทั้งด้านรูปแบบผลิตภัณฑ์ ผลข้างเคียง อันตรกิริยา อายุยา เป็นต้น นั่นเป็นสิ่งที่ผู้ที่ผ่านมาตรฐานปริญญาเหนือกว่าโดยค่าเฉลี่ย(อันนี้ผมยกตัวอย่างนะครับไม่ได้ตั้งใจพาดพิงอาชีพใด)

ตัวผมเองหลังจากทำงานได้สักพักแล้วก็ไม่ใคร่จะสนใจใบปริญญาเท่าไหร่ สำหรับผม ผมจะแยกพนักงานออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือทำงานเหมือนเดิมซ้ำๆ และอีกกลุ่มหนึ่งคือทำงานสร้างสรรค์
- กลุ่มแรก หากเป็นงานที่วิธีการทำงานเหมือนเดิมทุกครั้ง ผมก็จะฝึกพนักงานขึ้นมา ไม่จำเป็นว่าต้องจบปริญญาอะไรมา แค่ว่าดูแล้วมีแววฝึกได้ก็พอ ผลปรากฎว่าพนักงานสามารถทำงานได้ดีไม่แพ้ปริญญาเลยทีเดียว เพียงแค่ต้องสอนให้เป็นขั้นเป็นตอนชัดเจน เขาก็จะสามารถทำงานออกมาได้ดี ไม่บกพร่อง
- กลุ่มที่สอง หากเป็นงานที่ต้องขบคิด งานที่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการที่หน้างาน งานที่ซับซ้อน หรืองานที่ต้องออกแบบวิธีทำงาน/เอกสาร ผมก็จะใช้พนักงานปริญญาครับ เพราะเขาจะเรียนรู้ได้ไวกว่า คุยกันรู้เรื่องกว่า ส่วนงานออกมาดีหรือเปล่าอันนี้แล้วแต่คนครับ

จากการที่ได้สัมภาษณ์และได้ร่วมงานกับผู้ร่วมงานปริญญาหลายคน ก็พบว่า ปริญญา สถาบันที่จบการศึกษา ไม่ได้การันตีคุณภาพครับ ความรู้ของแต่ละคนไม่เท่ากันจริงๆ ขั้นแย่ที่สุดนั้น บางคนจบมาแต่ความรู้บางด้านของปริญญาเหมือนไม่ได้เรียนอะไรที่ดูแล้วเห็นว่าแตกต่างจากคนทั่วไปเลยก็ยังมีครับ บางคนก็เกรดน้อยแต่สัมภาษณ์แล้วรู้เลยครับว่ามีความรู้ดีเกินเกรดเฉลี่ยที่ได้รับไปมากก็มี แต่ยอมรับครับว่าชื่อเสียงสถาบันที่จบโดยค่าเฉลี่ยแล้ว สถาบันที่มีชื่อเสียงกว่าจะผลิตนักศึกษาได้มีคุณภาพมากกว่า แต่นั่นก็ไม่ใช่ 100% ของนักศึกษาที่จบ

ผมพิมพ์มายืดยาว สรุปแล้วผมมองว่าคำพูดของเขาที่ว่า ปริญญาเป็นแค่กระดาษ ก็เหมือนองุ่นเปรี้ยวน่ะครับ คนเราย่อมหาคำพูดมาปลอบใจตนเองและโจมตีฝั่งตรงข้ามได้เสมอ อย่าใส่ใจมากเลยครับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีความจริงเอาเสียเลย ก็อยากบอกว่าความรู้ต่างหากครับที่สร้างค่าของคน ปริญญาไม่ใช่สิ่งที่ต้องน่ายึดติด แต่สำหรับการทำงานแล้วปริญญานี่สำคัญมาก(ๆๆๆ)ครับ มันถือเป็นหนึ่งในใบเบิกทางเลยทีเดียว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่