เราขอเล่าคร่าวๆ ก่อนนะคะว่า ตอนนี้เราอายุ 28 ย่างเข้า 29
ตอนนี้คบกับแฟนคนปัจจุบันได้ 3 ปี ส่วนแฟนเราปีนี้อายุ 30 แล้วค่ะ
แฟนเราเป็นคนดีนะคะ ดูแลเราดีมาก สำหรับเราเขาเป็นคนเก่งและมีความสามารถคนนึงเลยค่ะ
ปัญหาคือแฟนเราตอนนี้ว่างงานค่ะ เนื่องจากเขาขอลาออกจากงานที่เก่า เพราะไม่ชอบตัวงานที่ทำ
ซึ่งเมื่อก่อนงานที่แฟนทำงานอยู่มีรายได้เดือนนึงเกือบสี่หมื่นบาท แต่เขาก็ลาออกมาและอยู่ได้ด้วยเก็บเงินส่วนตัว
และเงินกงสีจากธุรกิจที่บ้าน ปัจจุบันเราเช่าห้องคอนโดอยู่ด้วยกัน ค่าใช้จ่าย ค่ากินก็ช่วยๆ กันจ่ายค่ะ
แต่ส่วนใหญ่แฟนจะออกค่าใช้จ่ายให้เยอะกว่า เพราะเงินเดือนเราเองไม่สูงมากนัก
ลืมบอกไปว่าเรากับแฟนยังไม่ได้แต่งงานกันค่ะ และแฟนเราเองก็บอกว่ายังไม่พร้อมตอนนี้ ทั้งเรื่องเงิน เรื่องงาน
จริงๆ แล้ว คุณแฟนสามารถกลับไปทำงานที่บ้านได้ค่ะ และรายได้ต่อเดือนที่ได้ก็มากกว่าไปทำงานเป็นลูกจ้างเสียอีก
แต่เจ้าตัวไม่ยอมกลับไปทำค่ะ เขาให้เหตุผลกับเราว่าขาดอิสระและอาจไม่ได้เจอเราเลย
ซึ่งเรามองว่าไม่ใช่ปัญหา เพราะทำงานที่ไหนก็ไม่ต่างกัน เราขอแค่ให้เขาตั้งใจทำงานและช่วยกันเก็บเงินเเต่งงานก็พอ
แต่ในระยะหลังที่แฟนเราว่างงาน เราถูกกดดันจากครอบครัวเราเองเยอะมากค่ะ โดยคุณแม่เราเองชอบบ่นให้ฟังบ่อยครั้ง
ว่าแฟนเราติดเพื่อนเกินไปบ้าง ขาดความกระตือรือร้นที่จะสร้างครอบครัวบ้าง และเห็นแก่ตัวบ้าง
ซึ่งบางข้อเราแทบเถียงท่านไม่ออกเลย เพราะบางอย่างเขาก็เป็นแบบนั้นจริงๆ แต่แฟนเราก็ดูแลเราดี และเรารักเขามาก มันจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่
คุณแม่ชอบเอาเราไปเปรียบเทียบกับญาติของเราเอง ซึ่งญาติเราคนนี้ แฟนเขาดูแลญาติเราดีมากค่ะ รวมถึงดูแลครอบครัวฝ่ายหญิงอย่างดีด้วย
ซื้อบ้านด้วยกัน และกำลังจะแต่งงาน ในขณะที่เราอายุใกล้แตะ 30 ห้องยังต้องเช่าอยู่ (เราเคยคุยกันเรื่องซื้อบ้าน แต่แฟนไม่ซื้อค่ะ เขาบอกว่าเขามีบ้านเก่าที่เป็นของครอบครัวเขาอยู่แล้ว เขาจะหาเงินมารีโนเวทบ้านหลังนั้นใหม่ และจะพาเราไปอยู่ตรงนั้นแทน แต่ตอนนี้ผ่านมาปีกว่าๆ บ้านยังไม่รับการรีโนเวทใดๆ) รถไม่มี (เราไม่ซีเรียส ใช้บีทีเอสได้ค่ะ แต่ลำบากเวลาต้องซื้อวัตถุดิบทำขนมเยอะๆ ค่ะ) ทำงานกินเงินเดือน รายได้หนึ่งหมื่นเก้าพันบาท
เงินเดือนพอใช้นะคะแต่ไม่พอเก็บ จนเราเองต้องทำขนมขายเป็นอาชีพเสริมค่ะ เราอยากหาเงินให้ได้มากๆ เพื่อจะได้เอาเงินมาแต่งงานกับแฟนเรา
และเริ่มต้นอนาคตกันเสียที (เราไม่อยากให้ผู้ชายรู้สึกว่า ทำไมต้องเป็นเขาฝ่ายเดียวที่ต้องหาเงินอยู่คนเดียว)
แต่กลายเป็นว่าตอนนี้ครอบครัวเรามองว่าแฟนเราไม่เอาไหนรอแต่พึ่งที่บ้าน ส่วนแฟนเราเองก็กลับมองว่าครอบครัวเราไปดูถูกเขาและเห็นแก่เงิน และพอทะเลาะกันเขาก็ชอบบอกว่าเราทะเยอะทะยานเกินไป ทำไมถึงไม่ค่อยเป็นค่อยไป อะไรก็มองเเต่เรื่องเงิน จะรีบอะไรขนาดนั้น (หลังเลิกงานบางทีเราก็รับทำขนมด้วยค่ะ ส่วนวันหยุดก็ทำทั้งวันเลย ไม่ได้พัก ตัวเราขับรถไม่เป็น เวลาซื้อของซื้อวัตถุดิบทำขนม เราเดินไปซื้อเองแบกกลับเองหมดค่ะ ซึ่งตรงนี้แม่เรามองว่าทำไมแฟนเราไม่ช่วยเลย ทั้งที่มีรถและช่วงนี้ก็ว่างงาน) ตอนนี้เรารู้สึกสับสนกับชีวิตตัวเองมากค่ะ ว่าควรจะเอายังไงต่อดี เรารักแฟนคนนี้และอยากแต่งงานกับเขา เรารู้ว่าเขาไม่ใช่แฟนที่ดีที่สุดหรอกค่ะ แต่เราก็เลือกแล้ว
เราควรปรับทัศนคติหรือคุยกับครอบครัวว่ายังไงดี เพราะทุกวันนี้ทุกคนในครอบครัวเชียร์ให้เลิกกันหมด แต่เรายังมองเห็นความดีในตัวเขาอยู่ เราจะทำยังไงให้ผู้ใหญ่เขากลับมายอมรับแฟนเราได้อีกครั้งค่ะ แฟนเราเป็นคนทำงานเก่ง แม้จะขาดความมั่นใจในตัวเองไปบ้าง มีความสามารถดี แต่ช่วงนี้เหมือนเขาหมดไฟ ในขณะที่เราเริ่มอยากตั้งต้นชีวิตตัวเองแล้ว เราควรทำยังไงต่อดีค่ะ
จะทำอย่างไร เมื่อครอบครัวของเราอยากให้เลิกกับแฟน
ตอนนี้คบกับแฟนคนปัจจุบันได้ 3 ปี ส่วนแฟนเราปีนี้อายุ 30 แล้วค่ะ
แฟนเราเป็นคนดีนะคะ ดูแลเราดีมาก สำหรับเราเขาเป็นคนเก่งและมีความสามารถคนนึงเลยค่ะ
ปัญหาคือแฟนเราตอนนี้ว่างงานค่ะ เนื่องจากเขาขอลาออกจากงานที่เก่า เพราะไม่ชอบตัวงานที่ทำ
ซึ่งเมื่อก่อนงานที่แฟนทำงานอยู่มีรายได้เดือนนึงเกือบสี่หมื่นบาท แต่เขาก็ลาออกมาและอยู่ได้ด้วยเก็บเงินส่วนตัว
และเงินกงสีจากธุรกิจที่บ้าน ปัจจุบันเราเช่าห้องคอนโดอยู่ด้วยกัน ค่าใช้จ่าย ค่ากินก็ช่วยๆ กันจ่ายค่ะ
แต่ส่วนใหญ่แฟนจะออกค่าใช้จ่ายให้เยอะกว่า เพราะเงินเดือนเราเองไม่สูงมากนัก
ลืมบอกไปว่าเรากับแฟนยังไม่ได้แต่งงานกันค่ะ และแฟนเราเองก็บอกว่ายังไม่พร้อมตอนนี้ ทั้งเรื่องเงิน เรื่องงาน
จริงๆ แล้ว คุณแฟนสามารถกลับไปทำงานที่บ้านได้ค่ะ และรายได้ต่อเดือนที่ได้ก็มากกว่าไปทำงานเป็นลูกจ้างเสียอีก
แต่เจ้าตัวไม่ยอมกลับไปทำค่ะ เขาให้เหตุผลกับเราว่าขาดอิสระและอาจไม่ได้เจอเราเลย
ซึ่งเรามองว่าไม่ใช่ปัญหา เพราะทำงานที่ไหนก็ไม่ต่างกัน เราขอแค่ให้เขาตั้งใจทำงานและช่วยกันเก็บเงินเเต่งงานก็พอ
แต่ในระยะหลังที่แฟนเราว่างงาน เราถูกกดดันจากครอบครัวเราเองเยอะมากค่ะ โดยคุณแม่เราเองชอบบ่นให้ฟังบ่อยครั้ง
ว่าแฟนเราติดเพื่อนเกินไปบ้าง ขาดความกระตือรือร้นที่จะสร้างครอบครัวบ้าง และเห็นแก่ตัวบ้าง
ซึ่งบางข้อเราแทบเถียงท่านไม่ออกเลย เพราะบางอย่างเขาก็เป็นแบบนั้นจริงๆ แต่แฟนเราก็ดูแลเราดี และเรารักเขามาก มันจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่
คุณแม่ชอบเอาเราไปเปรียบเทียบกับญาติของเราเอง ซึ่งญาติเราคนนี้ แฟนเขาดูแลญาติเราดีมากค่ะ รวมถึงดูแลครอบครัวฝ่ายหญิงอย่างดีด้วย
ซื้อบ้านด้วยกัน และกำลังจะแต่งงาน ในขณะที่เราอายุใกล้แตะ 30 ห้องยังต้องเช่าอยู่ (เราเคยคุยกันเรื่องซื้อบ้าน แต่แฟนไม่ซื้อค่ะ เขาบอกว่าเขามีบ้านเก่าที่เป็นของครอบครัวเขาอยู่แล้ว เขาจะหาเงินมารีโนเวทบ้านหลังนั้นใหม่ และจะพาเราไปอยู่ตรงนั้นแทน แต่ตอนนี้ผ่านมาปีกว่าๆ บ้านยังไม่รับการรีโนเวทใดๆ) รถไม่มี (เราไม่ซีเรียส ใช้บีทีเอสได้ค่ะ แต่ลำบากเวลาต้องซื้อวัตถุดิบทำขนมเยอะๆ ค่ะ) ทำงานกินเงินเดือน รายได้หนึ่งหมื่นเก้าพันบาท
เงินเดือนพอใช้นะคะแต่ไม่พอเก็บ จนเราเองต้องทำขนมขายเป็นอาชีพเสริมค่ะ เราอยากหาเงินให้ได้มากๆ เพื่อจะได้เอาเงินมาแต่งงานกับแฟนเรา
และเริ่มต้นอนาคตกันเสียที (เราไม่อยากให้ผู้ชายรู้สึกว่า ทำไมต้องเป็นเขาฝ่ายเดียวที่ต้องหาเงินอยู่คนเดียว)
แต่กลายเป็นว่าตอนนี้ครอบครัวเรามองว่าแฟนเราไม่เอาไหนรอแต่พึ่งที่บ้าน ส่วนแฟนเราเองก็กลับมองว่าครอบครัวเราไปดูถูกเขาและเห็นแก่เงิน และพอทะเลาะกันเขาก็ชอบบอกว่าเราทะเยอะทะยานเกินไป ทำไมถึงไม่ค่อยเป็นค่อยไป อะไรก็มองเเต่เรื่องเงิน จะรีบอะไรขนาดนั้น (หลังเลิกงานบางทีเราก็รับทำขนมด้วยค่ะ ส่วนวันหยุดก็ทำทั้งวันเลย ไม่ได้พัก ตัวเราขับรถไม่เป็น เวลาซื้อของซื้อวัตถุดิบทำขนม เราเดินไปซื้อเองแบกกลับเองหมดค่ะ ซึ่งตรงนี้แม่เรามองว่าทำไมแฟนเราไม่ช่วยเลย ทั้งที่มีรถและช่วงนี้ก็ว่างงาน) ตอนนี้เรารู้สึกสับสนกับชีวิตตัวเองมากค่ะ ว่าควรจะเอายังไงต่อดี เรารักแฟนคนนี้และอยากแต่งงานกับเขา เรารู้ว่าเขาไม่ใช่แฟนที่ดีที่สุดหรอกค่ะ แต่เราก็เลือกแล้ว
เราควรปรับทัศนคติหรือคุยกับครอบครัวว่ายังไงดี เพราะทุกวันนี้ทุกคนในครอบครัวเชียร์ให้เลิกกันหมด แต่เรายังมองเห็นความดีในตัวเขาอยู่ เราจะทำยังไงให้ผู้ใหญ่เขากลับมายอมรับแฟนเราได้อีกครั้งค่ะ แฟนเราเป็นคนทำงานเก่ง แม้จะขาดความมั่นใจในตัวเองไปบ้าง มีความสามารถดี แต่ช่วงนี้เหมือนเขาหมดไฟ ในขณะที่เราเริ่มอยากตั้งต้นชีวิตตัวเองแล้ว เราควรทำยังไงต่อดีค่ะ