เพื่อไทย เย้ย ประยุทธ์ เดินสายพบสื่อ แค่หวังยื้อเวลารัฐบาล ไม่ได้จริงใจจริง
https://www.matichon.co.th/politics/news_2259858
“อนุสรณ์” เย้ย “ประยุทธ์” เดินสายพบสื่อ แค่กลบปัญหา-ยื้อเวลา
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร่อนจดหมายถึงบก.หนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ขอเดินสายพบสื่อ รับฟังความเห็น ว่า พล.อ.ประยุทธ์ อาจกำลังทำตัวเป็นจอมเขียนจดหมาย โดยไม่จริงใจที่จะรอรับฟังคำตอบ ถ้าอยากจะฟังจริง สิ่งที่สื่อและสังคมเรียกร้องมาโดยตลอดมีหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ก้าวข้ามความขัดแย้ง แก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยเป็นที่ยอมรับ ปรับนโยบายเศรษฐกิจที่สามารถแก้ไขวิกฤติของประเทศ แม้แต่นโยบายปฎิรูปประเทศด้านต่าง ๆ สภาปฏิรูปแห่งชาติที่พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งมากับมือ เสนอมาก็ไม่เคยทำ ทั้งการปฎิรูปการเมือง การกระจายอำนาจ กระจายงบประมาณไปส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่กระจุกทุกอย่างไว้เป็นรัฐราชการรวมศูนย์ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ช่วงแฟลชม็อบ เปิดทำเนียบจัดอีเว้นท์ “
มีปัญหา ปรึกษานายก” นำเกษตรกรไปพบถึงทำเนียบ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรต่อให้เป็นชิ้นเป็นอัน เขียนจดหมายหา 20 เจ้าสัว เจ้าสัวตอบกลับ แล้วนำสิ่งใดมาปฏิบัติให้เกิดประโยชน์เป็นรูปธรรมได้จริงบ้าง จนมาถึงรัฐบาลนิวนอร์มอล รวมไทยสร้างชาติ แล้วก็วนรอบตัวเอง มาเดินสายพบสื่ออีกรอบ ทั้งที่ช่วงหลังการยึดอำนาจจนถึงรัฐบาลคสช. เรียกสื่อไปปรับทัศนคติแกมข่มขู่หลายสำนัก ทั้งเปิดเผยและไม่เปิดเผย แล้ววันนี้จะมาเดินสายพบสื่อเพื่ออะไร เพื่อกลบปัญหาจากการบริหารราชการที่ผิดพลาดของตัวเอง ยื้อการสืบทอดอำนาจออกไปในอีกรูปแบบหนึ่ง หรือไม่
“การเดินสายพบสื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ อาจเป็นเพียงอีเว้นท์ทางการเมือง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของสังคม ทั้งเรื่องบ้อท่าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ความล่าช้าในการปรับคณะรัฐมนตรี ความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ ให้ไปสนใจกิจกรรมที่เขาต้องการเป็นคนกำหนดขึ้นเท่านั้น” นายอนุสรณ์ กล่าว
“กมธ.ปราบโกง” ดุเดือด บี้ “กกต.-ปส.” เอาผิด “ธรรมนัส” ปมเอี่ยวคดียาเสพติด-ขาดคุณสมบัติลงลต.
https://www.matichon.co.th/politics/news_2259806
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี พล.ต.อ.
เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.สงบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) เป็นประธาน ได้เชิญ พล.ต.ท.
ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(ผบช.ปส.) และคณะเข้าชี้แจงกรณีการตรวจสอบคุณสมบัติของ ร.อ.
ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลีย
โดยนาย
ธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล(ก.ก.) ในฐานะกรรมาธิการฯ พยายามจี้ถามตำรวจปราบปรามยาเสพติด(ปส.)ว่า ได้ติดตามรื้อคดีของร.อ.ธรรมนัสให้รับโทษในประเทศหรือไม่กรณีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งพล.ต.ท.
ชินภัทรชี้แจงว่าเป็นคดีเก่าที่จบไปแล้วและไม่ได้อยู่ในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่ง ผบช.ปส. อีกทั้งคดีนี้ไม่ได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศมาให้ข้อมูล ทำให้ไม่มีการหยิบยกคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ ยืนยันว่า คดีนี้ไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของตำรวจ ปส.ซึ่งการจะขอข้อมูลจากต่างประเทศต้องให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการ
ทั้งนี้ นาย
ธีรัจชัยได้สอบถามถึงการจัดทำบัญชียาเสพติด โดย พล.ต.อ.
ชินภัทร ยืนยันว่า ไม่ได้มีการทำบัญชีไว้ และไม่มีชื่อของ ร.อ.
ธรรมนัส เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดตามที่มีกระแสข่าว ส่วนกรณีตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ส.ของ ร.อ.ธรรมนัส เมื่อครั้งลงสมัครรับเลือกตั้งนั้น ยืนยันว่า ไม่มีการประสานขอให้ตำรวจ ปส. ดำเนินการตรวจสอบสถานะแต่อย่างใด
พล.ต.ท.
ชินภัทร กล่าวถึงการทำหน้าที่ของตำรวจ ปส. ปัจจุบันว่าเน้นไปที่การจับกุมเครือข่ายรายใหญ่ เพื่อขยายผลยึดทรัพย์ ของผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนยาเสพติดรายย่อยเป็นหน้าที่ของตำรวจภูธรดำเนินการจับกุม มีเพียงบางกรณีเท่านั้นที่ร้องขอให้ตำรวจ ปส. เป็นผู้ดำเนินการ ยืนยันว่าตำรวจ ปส. ทำตามอำนาจหน้าที่อย่างดีที่สุด
นอกจากนี้ นาย
ธีรัจชัย ยังได้ถามถึงข้อกฎหมายตามมาตรา 5 ของพ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 ที่ระบุว่า แม้กระทำผิดนอกราชอาณาจักรต้องได้รับโทษในราชอาณาจักรด้วยใช่หรือไม่ ซึ่งพล.ต.ท.
ชินภัทร ชี้แจงว่า ไม่สามารถให้คำตอบได้ เพราะต้องขอข้อมูลจากต่างประเทศมาพิจารณา ทำให้ที่ประชุม นำข้อมูลจากศาลออสเตรเลีย มาให้ตำรวจ ปส. ไปพิจารณา เพื่อดำเนินคดีต่อไป
จากนั้นที่ประชุมได้เชิญพ.ต.อ.
จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมคณะเข้าชี้แจง กรณีการลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ของ ร.อ.
ธรรมนัสว่า ทาง กกต.ได้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติครบถ้วนหรือไม่ เหตุใดจึงให้เข้ามาทำหน้าที่ ส.ส. โดย พ.ต.อ.
จรุงวิทย์ ชี้แจงยืนยันว่า กกต. ได้ตรวจสอบคุณสมบัติ ของ ร.อ.
ธรรมนัส เช่นเดียวกับผู้สมัครรับเลือกตั้งรายอื่นนับหมื่นราย โดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ส่งให้ 20 หน่วยงานเพื่อให้ข้อมูลกลับมา แต่ยอมรับว่าไม่ได้รับข้อมูลตอบกลับจาก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เนื่องจากได้รับแจ้งว่ามีปัญหาในการตอบกลับข้อมูล แต่ป.ป.ส.เป็นหนึ่งในคณะกรรมการในการตรวจสอบคุณสมบัติอยู่แล้ว
ส่วนกรณีที่ ร.อ.
ธรรมนัส ยืนยันในเอกสาร การสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ว่า มีคุณสมบัติครบถ้วนนั้น พ.ต.อ.
จรุงวิทย์ ชี้แจงว่า หากพบว่า ร.อ.
ธรรมนัสขาดคุณสมบัติจริงก็จะมีความผิดตามมาตรา 151 ของกฎหมายเลือกตั้ง ที่ขณะนี้ กกต. กำลังพิจารณาเอาผิด ส.ส.อยู่หลายคน รวมถึงจะมีความผิดฐานแจ้งข้อมูลเท็จต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งเรื่องของร.อ.
ธรรมนัส ที่กำลังเป็นกระแสข่าวอยู่นี้ ยังไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ ว่า มีข้อเท็จจริงเพียงใด และ กรณียังไม่เข้าสู่การพิจารณาของกกต. หากกรรมาธิการฯ เห็นว่า ร.อ.
ธรรมนัสไม่มีคุณสมบัติ หรือมีความผิดจริงก็ขอให้ยืนยันมายัง กกต. เพื่อให้วินิจฉัย ซึ่งหากกกต.ไต่สวนแล้วเห็นว่า มีความผิด ก็จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป
“ส่วนตัวผมเห็นว่า พยานหลักฐานตามที่กรรมาธิการฯ พูดถึงทั้งคำพิพากษาของศาลออสเตรเลียถือว่า โอเคแล้ว” พ.ต.อ.
จรุงวิทย์ กล่าว
นาย
ธีรัจชัยได้แจ้งต่อเลขาธิการ กกต.ว่า หลังจากนี้ ทางคณะกรรมาธิการฯจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งเรื่องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยัง กกต. ให้พิจารณาคุณสมบัติของร.อ.ธรรมนัสต่อไป
JJNY : พท.เย้ยประยุทธ์เดินสาย/กมธ.ปราบโกงบี้กกต.-ปส.เอาผิดธรรมนัส/AMCตั้งรับหนี้เสียทะลัก/บัณฑิตใหม่5แสนเสี่ยงตกงานถาวร
https://www.matichon.co.th/politics/news_2259858
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร่อนจดหมายถึงบก.หนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ขอเดินสายพบสื่อ รับฟังความเห็น ว่า พล.อ.ประยุทธ์ อาจกำลังทำตัวเป็นจอมเขียนจดหมาย โดยไม่จริงใจที่จะรอรับฟังคำตอบ ถ้าอยากจะฟังจริง สิ่งที่สื่อและสังคมเรียกร้องมาโดยตลอดมีหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ก้าวข้ามความขัดแย้ง แก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยเป็นที่ยอมรับ ปรับนโยบายเศรษฐกิจที่สามารถแก้ไขวิกฤติของประเทศ แม้แต่นโยบายปฎิรูปประเทศด้านต่าง ๆ สภาปฏิรูปแห่งชาติที่พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งมากับมือ เสนอมาก็ไม่เคยทำ ทั้งการปฎิรูปการเมือง การกระจายอำนาจ กระจายงบประมาณไปส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่กระจุกทุกอย่างไว้เป็นรัฐราชการรวมศูนย์ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ช่วงแฟลชม็อบ เปิดทำเนียบจัดอีเว้นท์ “มีปัญหา ปรึกษานายก” นำเกษตรกรไปพบถึงทำเนียบ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรต่อให้เป็นชิ้นเป็นอัน เขียนจดหมายหา 20 เจ้าสัว เจ้าสัวตอบกลับ แล้วนำสิ่งใดมาปฏิบัติให้เกิดประโยชน์เป็นรูปธรรมได้จริงบ้าง จนมาถึงรัฐบาลนิวนอร์มอล รวมไทยสร้างชาติ แล้วก็วนรอบตัวเอง มาเดินสายพบสื่ออีกรอบ ทั้งที่ช่วงหลังการยึดอำนาจจนถึงรัฐบาลคสช. เรียกสื่อไปปรับทัศนคติแกมข่มขู่หลายสำนัก ทั้งเปิดเผยและไม่เปิดเผย แล้ววันนี้จะมาเดินสายพบสื่อเพื่ออะไร เพื่อกลบปัญหาจากการบริหารราชการที่ผิดพลาดของตัวเอง ยื้อการสืบทอดอำนาจออกไปในอีกรูปแบบหนึ่ง หรือไม่
“การเดินสายพบสื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ อาจเป็นเพียงอีเว้นท์ทางการเมือง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของสังคม ทั้งเรื่องบ้อท่าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ความล่าช้าในการปรับคณะรัฐมนตรี ความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ ให้ไปสนใจกิจกรรมที่เขาต้องการเป็นคนกำหนดขึ้นเท่านั้น” นายอนุสรณ์ กล่าว
“กมธ.ปราบโกง” ดุเดือด บี้ “กกต.-ปส.” เอาผิด “ธรรมนัส” ปมเอี่ยวคดียาเสพติด-ขาดคุณสมบัติลงลต.
https://www.matichon.co.th/politics/news_2259806
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.สงบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) เป็นประธาน ได้เชิญ พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(ผบช.ปส.) และคณะเข้าชี้แจงกรณีการตรวจสอบคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลีย
โดยนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล(ก.ก.) ในฐานะกรรมาธิการฯ พยายามจี้ถามตำรวจปราบปรามยาเสพติด(ปส.)ว่า ได้ติดตามรื้อคดีของร.อ.ธรรมนัสให้รับโทษในประเทศหรือไม่กรณีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งพล.ต.ท.ชินภัทรชี้แจงว่าเป็นคดีเก่าที่จบไปแล้วและไม่ได้อยู่ในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่ง ผบช.ปส. อีกทั้งคดีนี้ไม่ได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศมาให้ข้อมูล ทำให้ไม่มีการหยิบยกคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ ยืนยันว่า คดีนี้ไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของตำรวจ ปส.ซึ่งการจะขอข้อมูลจากต่างประเทศต้องให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการ
ทั้งนี้ นายธีรัจชัยได้สอบถามถึงการจัดทำบัญชียาเสพติด โดย พล.ต.อ.ชินภัทร ยืนยันว่า ไม่ได้มีการทำบัญชีไว้ และไม่มีชื่อของ ร.อ.ธรรมนัส เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดตามที่มีกระแสข่าว ส่วนกรณีตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ส.ของ ร.อ.ธรรมนัส เมื่อครั้งลงสมัครรับเลือกตั้งนั้น ยืนยันว่า ไม่มีการประสานขอให้ตำรวจ ปส. ดำเนินการตรวจสอบสถานะแต่อย่างใด
พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวถึงการทำหน้าที่ของตำรวจ ปส. ปัจจุบันว่าเน้นไปที่การจับกุมเครือข่ายรายใหญ่ เพื่อขยายผลยึดทรัพย์ ของผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนยาเสพติดรายย่อยเป็นหน้าที่ของตำรวจภูธรดำเนินการจับกุม มีเพียงบางกรณีเท่านั้นที่ร้องขอให้ตำรวจ ปส. เป็นผู้ดำเนินการ ยืนยันว่าตำรวจ ปส. ทำตามอำนาจหน้าที่อย่างดีที่สุด
นอกจากนี้ นายธีรัจชัย ยังได้ถามถึงข้อกฎหมายตามมาตรา 5 ของพ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 ที่ระบุว่า แม้กระทำผิดนอกราชอาณาจักรต้องได้รับโทษในราชอาณาจักรด้วยใช่หรือไม่ ซึ่งพล.ต.ท.ชินภัทร ชี้แจงว่า ไม่สามารถให้คำตอบได้ เพราะต้องขอข้อมูลจากต่างประเทศมาพิจารณา ทำให้ที่ประชุม นำข้อมูลจากศาลออสเตรเลีย มาให้ตำรวจ ปส. ไปพิจารณา เพื่อดำเนินคดีต่อไป
จากนั้นที่ประชุมได้เชิญพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมคณะเข้าชี้แจง กรณีการลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ของ ร.อ.ธรรมนัสว่า ทาง กกต.ได้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติครบถ้วนหรือไม่ เหตุใดจึงให้เข้ามาทำหน้าที่ ส.ส. โดย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ชี้แจงยืนยันว่า กกต. ได้ตรวจสอบคุณสมบัติ ของ ร.อ.ธรรมนัส เช่นเดียวกับผู้สมัครรับเลือกตั้งรายอื่นนับหมื่นราย โดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ส่งให้ 20 หน่วยงานเพื่อให้ข้อมูลกลับมา แต่ยอมรับว่าไม่ได้รับข้อมูลตอบกลับจาก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เนื่องจากได้รับแจ้งว่ามีปัญหาในการตอบกลับข้อมูล แต่ป.ป.ส.เป็นหนึ่งในคณะกรรมการในการตรวจสอบคุณสมบัติอยู่แล้ว
ส่วนกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันในเอกสาร การสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ว่า มีคุณสมบัติครบถ้วนนั้น พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ชี้แจงว่า หากพบว่า ร.อ.ธรรมนัสขาดคุณสมบัติจริงก็จะมีความผิดตามมาตรา 151 ของกฎหมายเลือกตั้ง ที่ขณะนี้ กกต. กำลังพิจารณาเอาผิด ส.ส.อยู่หลายคน รวมถึงจะมีความผิดฐานแจ้งข้อมูลเท็จต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งเรื่องของร.อ.ธรรมนัส ที่กำลังเป็นกระแสข่าวอยู่นี้ ยังไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ ว่า มีข้อเท็จจริงเพียงใด และ กรณียังไม่เข้าสู่การพิจารณาของกกต. หากกรรมาธิการฯ เห็นว่า ร.อ.ธรรมนัสไม่มีคุณสมบัติ หรือมีความผิดจริงก็ขอให้ยืนยันมายัง กกต. เพื่อให้วินิจฉัย ซึ่งหากกกต.ไต่สวนแล้วเห็นว่า มีความผิด ก็จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป
“ส่วนตัวผมเห็นว่า พยานหลักฐานตามที่กรรมาธิการฯ พูดถึงทั้งคำพิพากษาของศาลออสเตรเลียถือว่า โอเคแล้ว” พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าว
นายธีรัจชัยได้แจ้งต่อเลขาธิการ กกต.ว่า หลังจากนี้ ทางคณะกรรมาธิการฯจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งเรื่องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยัง กกต. ให้พิจารณาคุณสมบัติของร.อ.ธรรมนัสต่อไป