⚔/มาลาริน/8 ก.ค. ไทยพบป่วยโควิด 2 รายมาจากตปท. นายกฯเผย“ในหลวง”ทรงชมเชยการแก้ปัญหาโควิด ได้รับคำชมจากใน-นอกประเทศ

ศบค.แถลงพบผู้ป่วย‘โควิด’ใหม่ 2 ราย กลับมาจากตปท. อาชีพรับจ้าง-นักเผยแพร่ศาสนา

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 11.41 น.



ศบค.แถลงพบผู้ป่วย‘โควิด’ใหม่ 2 ราย กลับมาจากตปท. อาชีพรับจ้าง-นักเผยแพร่ศาสนา
 
8 กรกฎาคม 2563 แพทย์หญิงพรรณประภา ยงค์ตระกูล หรือ “หมอบุ๋ม” ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์รายวัน ว่า วันนี้พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 2 ราย เป็นผู้เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และอยู่ในสถานกักกันของรัฐ ขณะที่ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ยอดเสียชีวิตสะสมคงที่ 58 ราย โดยผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย กลับมาจากประเทศอินเดีย เพศชาย อายุ 31 ปี อาชีพรับจ้าง ส่วนอีก 1 ราย กลับมาจากประเทศอินโดนีเซีย เพศชาย อายุ 39 ปี เป็นนักเผยแพร่ศาสนา

https://www.naewna.com/local/503989

"นายกฯ" เผย "ในหลวง" ทรงชมเชย "รบ.-จนท.สธ."ร่วมแก้โควิด ให้รัฐบาลดูแลปชช. ด้วยความเป็นธรรม-โปร่งใส



“นายกฯ”เผย” “ในหลวง”ทรงชมเชย ขอบคุณ “รัฐบาล-จนท.สาธารณสุข”ร่วมกันทำงานแก้ปัญหาโควิด ได้รับคำชมจากใน-นอกประเทศ ทรงมีกระแสรับสั่งความสามัคคี ให้รบ.ดูแลปชช.มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ขอให้ภูมิใจ “ประวัติศาสตร์-อัตลักษณ์” ของประเทศ
 
 
วันที่ 8ก.ค.63 เมื่อเวลา12.25 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมครม.ว่า สิ่งที่อยากจะเรียนให้ทราบคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานทุนทรัพย์เพื่อจัดซื้อรถพยาบาลเคลื่อนที่ ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้พัฒนาไว้ 1 คัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานเพิ่มเติมเพื่อให้ครบเขตการให้การบริการที่สามารถเคลื่อนที่ได้เมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา
 
นายกฯ กล่าวว่าในการเข้าเฝ้าฯเพื่อถวายข้อราชการตามช่วงระยะเวลาของรัฐบาล เพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบ สิ่งที่ทรงรับสั่งลงมาเรื่องแรกคือ ทรงชมเชย ขอบคุณทั้งรัฐบาล เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข และทุกคนที่ได้ร่วมทำงานด้วยกันแก้ไขปัญหาโควิด-19 ซึ่งวันนี้ได้รับคำชื่นชมจากหน่วยงานภายนอก ต่างประเทศ เป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจของประเทศไทยซึ่งพระองค์ทรงพระราชทานกำลังใจเป็นกรณีพิเศษ
 
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องที่สอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีกระแสรับสั่งเรื่องของความรัก ความสามัคคี และรัฐบาลมีหน้าที่ดูแลให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดูแลเรื่องความเป็นธรรม ความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ พระองค์ทรงเน้นย้ำในเรื่องเหล่านี้ รวมทั้งทำให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพให้ดีที่สุด บริหารจัดการทุกอย่างให้ได้ในทุกมิติ ในส่วนปัญหาใดก็ตามที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน ก็ขอให้รัฐบาลมีแผนงานโครงการลงไปดูแลให้สอดคล้องกับงบประมาณที่มีอยู่ให้เป็นไปด้วยความเหมาะสม

“สิ่งที่ทรงให้ความสนใจเป็นพิเศษคือเรื่องของน้ำ ป่า การกักเก็บน้ำต่างๆเพื่อประชาชนที่ยังได้รับความเดือดร้อนจะได้รับการช่วยเหลือดูแล พระองค์ทรงให้ความสนพระทัยในเรื่องเหล่านี้มาก สำหรับการบริหารจัดการในด้านอื่นๆนั้น รัฐบาลก็จะทำหน้าที่ของรัฐบาลให้ดีที่สุด เพื่อสนองพระราโชบายต่างๆโดยเฉพาะเรื่องของการสืบสาน รักษาและต่อยอด ต้องดำเนินการให้เหมาะสมให้ดีที่สุด” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีกระแสรับสั่งในเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทย ความเป็นอัตลักษณ์ของประเทศไทย ซึ่งเราทุกคนควรภูมิใจในเรื่องเหล่านี้และรักษาไว้ให้ได้ เราต้องเปรียบเทียบกับต่างประเทศว่าเรามีความแตกต่างกับเขาอย่างไรในบริบทต่างๆ หลายอย่าง ซึ่งรัฐบาลก็รับสนองฯตรงนี้ เราต้องช่วยกันศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทยให้ได้ เรามีการพัฒนามาตามลำดับ หลายคนยังมีความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ ตนเข้าใจ แต่ก็ต้องนึกถึงด้วยว่าที่ผ่านมาเราได้อะไรไปแล้วบ้าง ในส่วนตรงนี้หลายคนก็ได้ไปแล้ว แต่ยังไม่พอเพราะความต้องการไม่มีวันสิ้นสุด ตนเข้าใจดีเราเองก็ต้องค่อยๆ ทยอยดำเนินการ จัดลำดับสำหรับความเร่งด่วนของแผนงานโครงการ การใช้จ่ายงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด สิ่งเรานี้ต้องไปด้วยกันให้ได้ ด้วยความรัก ความสามัคคีไปด้วยกัน เพื่อสร้างประเทศไทยให้เข้มแข็งต่อไป ต้องทำให้ประเทศไทยและประชาชนมีความสุข

https://siamrath.co.th/n/168093



วันนี้มีเพื่อนมาหาในที่ทำงาน  มานั่งรอพาไปทานข้าวกลางวัน

ไปร้านอาหารมีทั้งห้องแอร์และที่เปิดโล่ง  เรานั่งที่เปิดโล่งกันค่ะ

มีเจล  มีน้ำให้ล้างมือ แต่ไม่มีวัดไข้

ตอนเย็นเลิกงานพาไปเดินห้าง  มีวัดไข้ค่ะ มาลาริน 36.4 c. อาจเพราะเพิ่งออกจากรถแล้วเข้าห้างทันที

เขาไม่บอกตัวเลขค่ะ  แต่เราถาม เขาจึงบอกให้ (บางห้างก็บอกให้เลย)

ทุกคนที่ในห้าง ต่างใส่หน้ากากอนามัย ทุกคนไม่มีการ์ตกค่ะ 

ไปลองลิปติก เขายังไม่เอามาทาที่หลังมือ เขาแตะที่กระทิชชูให้ดูสี 

ดูว่าปกป้องดีค่ะ ไม่อย่างนั้นน่ากลัวอันตรายจากการสัมผัส

มาบอกเล่ากันให้ฟังว่า...คนไทยยังไม่ปล่อยละเลยการใช้หน้ากากอนามัย ในกทม.ยังไม่การ์ดตกค่ะ

ในวันนี้ก็มีข่าวดีที่ไทยยังไม่มีติดต่อในประเทศอีกวันนะคะ

ในหลวงทรงชมเชยทุกคนที่รับมือโควิดได้ดี ผ่านมาทางนายกฯลุงตู่

เป็นที่ปลื้มมากค่ะ 

คนไทยมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม 

ตอนเย็นหลังไปห้างก็ไปเดินที่ตลาดนัด  มีคนสวมหน้ากากอนามัย ไปซื้ออาหาร พ่อค้าแม่ค้าก็สวมหน้ากากอนามัยกันทุกคน

หายห่วงค่ะ ...การสวมหน้ากากอนามัย เป็นวิถีใหม่ไปแล้ว

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 8
การแถลงข่าวของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) วันที่ 8 ก.ค. 2563
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
การแถลงข่าวของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19)
ณ​ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
วันที่ 8 กรกฎาคม 2563





รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19  ณ วันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2563

ประเทศไทย
ผู้ติดเชื้อสะสม 3,197 ราย ใน 68 จังหวัด (เพิ่มขึ้น 2 ราย)
   -ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จากภายในประเทศ ติดต่อกันเป็นวันที่ 44
   -และมีผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้ที่กลับจากต่างประเทศใน State quarantine เพิ่มขึ้น 2 ราย
เสียชีวิตรวม 58 ราย (ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในวันนี้)
รักษาหายป่วยแล้ว 3,074 ราย (96.15%) (มีผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่มขึ้น 2 ราย)

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ 2 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้า State quarantine โดยมีรายละเอียดดังนี้
- มาจากประเทศอินเดีย 1 ราย เข้า State quarantine โดยเข้ารับการรักษาที่กรุงเทพมหานคร
- มาจากประเทศอินโดนีเซีย 1 ราย เข้า State quarantine โดยเข้ารับการรักษาที่จังหวัดชลบุรี

สถานการณ์โลกในวันนี้ ยอดผู้ติดเชื้อสะสมของชิลีแซงหน้าสเปนขึ้นมาเป็นอันดับที่ 6 ของโลกแล้ว ในขณะที่อิหร่านมียอดผู้ติดเชื้อขยับขึ้นมาเป็นอันดับที่ 10 ของโลก

สำหรับสถานการณ์ในอาเซียนวันนี้ ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ของฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียยังคงเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง โดยยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ของฟิลิปปินส์สูงสุดในอาเซียน อยู่ที่ 1,540 ราย ทำให้ยอดสะสมขณะนี้อยู่ที่ 47,873 รายแล้ว

ประมวลข้อมูลโดย กรมควบคุมโรค และศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์ และการวิจัยและพัฒนา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.)
https://www.facebook.com/nrctofficial/posts/2915064678619085















รวมสไลด์แถลงสถานการณ์โควิด-19 จาก ศบค.
วันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2563
https://www.facebook.com/informationcovid19/posts/161289262156073


คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบกลาง 506.67 ล้านบาท เพื่อเตรียมการรองรับปริมาณน้ำในฤดูฝน ป้องกันความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนในวงกว้าง และสนับสนุนการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด ทั้ง 76 จังหวัด ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ แม้ปัจจุบันจะเข้าฤดูฝนแล้ว แต่ฝนยังไม่ตกตามฤดูกาล หลายหน่วยงานยังเดินหน้าแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมอย่างต่อเนื่องเตรียมเก็บกักน้ำในฤดูฝน   ลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบกับประชาชน รวมทั้งดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในพื้นที่ด้วย  ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการให้ใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2563 งบกลาง  เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 506.67 ล้านบาท สำหรับโครงการของกรมชลประทาน โดยมี โครงการระบบสูบผันน้ำคลองสะพาน – อ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง  แผนงานขุดลอกคลองสายหลักและคลองสาขาในกรุงเทพฯ  พื้นที่หนองจอก 3 คลอง (6 โครงการ) และ แผนงานกำจัดวัชพืชเพื่อเตรียมความพร้อมการเร่งระบายน้ำหลากในช่วงฤดูฝน  215 แห่ง โครงการของ สทนช. ประกอบด้วย การจัดทำแบบจำลองทางกายภาพลุ่มน้ำเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 17 ลุ่มน้ำ  ค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด  และสนับสนุนการดำเนินงานของคณะทำงานภายใต้คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด และโครงการ กทม.แผนการดำเนินการขุดลอกคลองหลัก 7 คลอง และคลองสาขา 53 คลอง ใน กทม. พื้นที่หนองจอก  60 โครงการ
.
วงเงินดังกล่าวเป็นการอนุมัติเพื่อหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบดำเนินการ แต่ไม่ได้ขอตั้งงบประมาณในปี 2563 รองรับไว้และไม่มีงบประมาณเหลือจ่ายเพียงพอ เมื่อได้รับจัดสรรแล้ว ต้องดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของแผนงานโครงการอย่างเคร่งครัด และเร่งให้แล้วเสร็จสิ้นโดยเร็ว
https://www.facebook.com/DrNarumonP/posts/613876932866656


“เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ” 2 รายแรกของไทยได้มาตรฐาน มผช. ฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้ 100%

#ไทยคู่ฟ้า ไม่เพียงแต่โรงงานหรือบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้นที่สามารถผลิตเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ที่มีคุณภาพได้ เพราะวันนี้ผู้ผลิตสินค้าชุมชน 2 รายแรกของไทย คือ ดีดีดี แอลกอฮอล์เจล ของ น.ส.เรณู แก้วตา ผู้ผลิตชุมชนจังหวัดลำพูน และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ของ น.ส.วรรณภัสสร สันติธรรมสุททิ์ ผู้ผลิตชุมชนจังหวัดชุมพร สามารถผลิตเจลแอลกอฮอล์ล้างมือได้ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดส่วนผสมของแอลกอฮอล์ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ70 เพื่อให้สามารถฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ จนได้รับการรับรองคุณภาพสินค้าตามมาตรฐานอุตสาหกรรม จากกระทรวงอุตสาหกรรม

การได้รับการรับรองในครั้งนี้ เป็นเครื่องการันตีว่า สินค้าดังกล่าว มีคุณภาพตามมาตรฐาน มีความปลอดภัยและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ 100% ซึ่งนอกจากจะเพิ่มยอดขายได้มากขึ้นแล้ว ยังเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายอื่น สามารถพัฒนาสินค้าให้ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ตลอดจนช่วยเพิ่มสภาพคล่องในการประกอบธุรกิจภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ได้อีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม คลิก https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/33092
https://www.facebook.com/ThaigovSpokesman/posts/950932778705862


เตรียมลงทะเบียนรับสิทธิ์เที่ยวปันสุข

#ไทยคู่ฟ้า มาแล้วกับโครงการเที่ยวปันสุข เพื่อการฟื้นฟูภาคธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ ประกอบด้วยแพ็กเกจเราเที่ยวด้วยกันและกำลังใจ จากการสนับสนุนค่าที่พักและ ค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนค่าที่พักในลักษณะของการร่วมจ่าย (Co-pay) ในอัตราร้อยละ 40 ของค่าที่พัก แต่ไม่เกิน 3,000 บาท ต่อห้องต่อคืน

โดยแพ็กเกจเราเที่ยวด้วยกัน จะได้รับส่วนลดการเข้าพักในโรงแรมที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมและโฮมสเตย์ที่ได้ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจะได้รับ E-Voucher คืนละ 600 บาท ใช้จ่ายเป็นค่าอาหารและค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวในลักษณะร่วมจ่ายเช่นกัน ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนการใช้จ่ายในอัตราร้อยละ 40 ในส่วนของสายการบิน รวมถึงสนับสนุนค่าบัตรโดยสารเครื่องบินบางส่วนในลักษณะการจ่ายคืน (Redeem)

สำหรับผู้จองที่พักที่เดินทางโดยสายการบิน โดยผู้จองที่พักจะต้องดำเนินการจองและชำระค่าบัตรโดยสารเครื่องบินเต็มจำนวนผ่านทางเว็บไซต์ของสายการบิน และรัฐบาลจะจ่ายเงินคืนในอัตราร้อยละ 40 ของค่าบัตรโดยสาร แต่ไม่เกิน 1,000 บาทต่อที่นั่ง เข้าสู่แอปพลิเคชั่นเป๋าตังของผู้จองที่พัก ภายหลังการเช็คเอาท์ สามารถนำไปใช้จ่ายหรือถอนเงินสดได้โดยไม่มีการกำหนดระยะเวลา

ส่วนแพ็กเกจกำลังใจ จะเป็นการขอบคุณ อสม.,อสส., และ รพ.สต. ซึ่งเป็นผู้ที่เสียสละในการทำงานอย่างหนักและเป็นผู้ที่มีส่วนช่วยให้ประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไม่เกินคนละ 2,000 บาท สำหรับการเดินทาง 2 วัน 1 คืน โดยทั้งสองแพ็กเกจสามารถใช้สิทธิ์ผ่านเว็บไซต์ www.เที่ยวปันสุข.ไทย และ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com

ส่วนคุณสมบัติของประชาชนที่จะลงทะเบียนรับสิทธิ โดยต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย มีอายุ 20 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน มีบัตรประชาชน และโทรศัพท์มือถือ สามารถลงทะเบียนรับสิทธิท่องเที่ยว ที่พัก และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ โดยขอย้ำว่าต้องใช้สิทธิในจังหวัดที่ไม่ใช่ทะเบียนบ้านของตนเอง ซึ่งการลงทะเบียนขอแนะนำให้ประชาชนดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น เป๋าตัง มาเตรียมไว้

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการโรงแรม ที่พัก สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่บัดนี้ สำหรับประชาชนทั่วไปจะเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 15 ก.ค. 63 ส่วนแพ็กเกจกำลังใจ จะเปิดให้ผู้ประกอบการนำเที่ยวลงทะเบียนผ่าน www.เที่ยวปันสุข.ไทย ในวันที่ 10 ก.ค. 63 สำหรับ อสม.,อสส., และ รพ.สต. สามารถเข้าไปลงทะเบียนในวันที่ 25 ก.ค. 63 และสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค. 2563 เป็นต้นไป
https://www.facebook.com/ThaigovSpokesman/posts/954315058367634
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่