ถ้า flatmate เป็นคนจริงใจ แต่ไม่เกรงใจ ควรทำอย่างไรดี!?

สวัสดีค่ะ อยากทราบความคิดเห็นของเพิ่อนๆว่า ถ้าเพื่อนๆเป็นเราที่ต้องเจอกับ flatmate แบบนี้ จะมีวิธีจัดการยังไง

ปัจจุบัน เราเรียนอยู่ต่างประเทศค่ะ เช่าอยู่ในอพาร์ทเมนต์ที่มีห้องนอนเดี่ยวสี่ห้องนอน ครัวรวม และห้องน้ำรวม
ย้อนกลับไปเมื่อสักหนึ่งปีก่อน เราเช่าอยู่อีกที่นึงค่ะ แต่การเดินทางไปมหาลัยไม่สะดวก เลยย้ายมาที่ใหม่ ซึ่งเพื่อนที่เรียนด้วยกัน (ต่างชาติ) เป็นคนช่วยหาให้ด้วย ซึ่งปัจจุบันเราอาศัยอยู่กับเพื่อนคนนี้ในอพาร์ทเมนต์เดียวกัน ตอนนั้นเราก็ดีใจมากที่ได้เข้ามาอยู่กับเพื่อน อย่างน้อยจะได้ติวหนังสือด้วยกัน

ช่วงแรกๆทุกอย่างดีมากค่ะ แต่พอเริ่มอยู่ได้ไม่พอเดือนก็เริ่มมีปัญหาค่ะ
1. สัญญาณ wifi - ที่อพาร์ทเมนต์จะมีตัว router ใหญ่ตั้งไว้กลางอพาร์ทเมนต์ แต่ห้องเราอยู่ลึกที่สุด สัญญานเลยเข้ามาได้น้อย เราเลยขอ flatmate ทุกคนในอพาร์ทเมนต์ว่าจะเปลี่ยนที่ตั้ง router เพื่อให้เราได้สัญญาณเยอะขึ้น ทุกคนก็ไม่มีปัญหาอะไร ยกเว้นเพื่อนเรา (ให้ชื่อ เอ) ที่บอกว่า คนก่อนที่เค้าอาศัยอยู่ที่นี่ เค้าไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรเลย เราก็แบบอึ้งๆนิดนึง แต่ก็ตอบกลับไปว่า "แต่เรามีปัญหา" แต่เราก็ไม่ได้ไปต่อล้อต่อเถียงกับเพื่อน ตัดปัญหาโดยการยอมไปหาซื้อ extender มาขยายสัญญาณเข้าห้องตัวเอง สี่เดือนผ่านไป ห้องเรามีปัญหาเรื่องสัญญาณ wifi ไม่แรงอีก เราก็ไปถามเพื่อนว่าตัว router มีปัญหาหรอ เน็ตไม่ดีเลย สรุปเอโป๊ะหลุดพูดออกมาว่า "ก็ปกติดีนะ นางยัง downlaod ได้ปกติเลย ใช้ extender ของยูอ่ะ" อึ้งค่ะ ตอนนั้นบอกว่าตัวเองไม่มีปัญหาเรื่องสัญญาณ วันนี้มาใช้ของเราเฉย
2. พัดลม - ช่วงนี้ อากาศที่นี่จะเริ่มร้อนขึ้น แล้วบ้านที่นี่จะไม่ค่อยติดแอร์กัน เพราะมันจะร้อนอยู่แค่ไม่กี่เดือน แล้วอากาศจะกลับมาเย็นอีก แต่ด้วยความที่เราเป็นคนขี้ร้อน เราเลยยอมซื้อพัดลมมา (ราคาไม่ได้สูงมาก) เอก็บอกว่า ซื้อทำไมเปลืองเงิน อากาศไม่ได้ร้อนขนาดนั้นสักหน่อย บลาๆๆ เราก็ไม่ได้สนใจ เงินเรา เราซื้อ   ประมาณสัปดาห์ที่แล้ว เรากลับมาจากทำงาน วันนั้นอากาศค่อนข้างร้อน กะว่าจะเปิดพัดลมแช่เย็นๆในห้อง สรุปว่าเราเปิดห้องเราเข้าไป เจอ เอ นั่งอยู่ในห้องเรากับเพื่อนอีกหนึ่งคนที่ไม่ใช่ flatmate เปิดพัดลม พอเราถามว่าเข้ามาทำอะไรในห้องเรา เอก็บอกว่า ร้อน ขอนั่งตากพัดลมหน่อย....อึ้งไปอีก1ดอก....
3. หม้อหุงข้าว - เอ มีหม้อหุงข้าวของตัวเองอยู่แล้ว แต่จะชอบมาใช้ของเรา (โดยที่ไม่ขอยืมก่อน) โดยบอกว่า หม้อหุงข้าวของเราดีกว่าของเอ เวลาเอหุงแล้วข้าวมันจะร่วนเกิน โดยที่พอหุงเสร็จแล้วก็จะทิ้งข้าวไว้ในหม้อแบบนั้นสองถึงสามวัน แล้วก็ไม่ยอมเช็ดทำความสะอาด มีครั้งนึงที่เราจะใช้หม้อหุงข้าวของเราแต่ใช้ไม่ได้เพราะมีข้าวของเค้าอยู่ในนั้น เราก็เลยหยิบของเอมาใช้ สรุปว่าหม้อหุงข้าวของเอก็ปกติดี ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร ไม่ร่วนไม่แฉะ
4. ชอบเคาะห้อง - เราชอบอยู่เงียบๆในห้องคนเดียว เอก็จะชอบมาเคาะประตูตลอด เรียกให้เปิด พอเราไปเปิด เอก็จะบอกว่า เบื่อ หาอะไรทำกัน คือบางครั้งเราไม่ได้อยู่ใน mood ที่อยากจะ interact กับเอ ถ้าเราไม่ไปเปิดประตู เอก็จะโทรหาหรือไม่ก็ส่งข้อความมาว่า ทำอะไรอยู่ อยู่ในห้องรึป่าว
5. งาน part time - เราได้งานในร้านอาหาร แล้วเราเห็นเอก็อยากทำบ้าง เราเลยพาเอไปสมัครเพื่อทำงานด้วยกัน คือตอนก่อนที่จะพาไปสมัคร เราก็บอกเงื่อนไขกับเอพอสมควรว่า วันนึงต้องทำงานห้าถึงแปดชั่วโมงนะ อาจจะต้องทำงานสัปดาห์ละสองถึงสามวัน แล้วก็ถ้าเค้าให้ทำอะไรก็ต้องทำหมดนะ เช่น ถูพื้น ล้างจาน ย่างเนื้อ กลับบ้านดึก เอก็บอกว่าทำได้ ขอแค่ให้ได้เงินก็พอ วันแรกที่เอเริ่มทำงานจริงจัง (สองวันก่อนหน้า ทางร้านให้เอไปทดลองวันละสี่ชั่วโมง ก็เห็นว่าเอทำได้ปกติ) เราก็ได้ shift เดียวกัน เริ่มตั้งแต่บ่ายสาม ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องได้กลับบ้านอย่างไวสุดคือสองทุ่ม ช้าสุดคือห้าทุ่ม ทำงานได้ถึงประมาณเกือบสองทุ่ม เอเดินมาชวนเรากลับบ้าน เราบอกว่าเรายังกลับไม่ได้เพราะออเดอร์ลูกค้าเยอะมาก บวกกับสัปดาห์ก่อนเราไม่ได้เข้าไปทำงาน เอก็เดินหน้าเบ้ๆกลับไป ผ่านมาอีก10นาที เอก็บอกว่า เหนื่อยมากอยากกลับบ้าน ทำงานมาตั้ง5ชั่วโมงแล้ว เราก็บอกให้เอไปบอกกับผจก.ร้านว่าจะขอกลับ ผจก.ก็ดูไม่ค่อย happy เท่าไร แต่ก็ยอมให้เอกลับ เพราะเอบอกว่าเอรู้สึกคลื่นไส้ เวียนหัว พอเอกลับบ้านไปแล้ว เอก็โทรหาเราทุกๆครึ่งชั่วโมง บอกให้เรารีบกลับบ้านเพราะเอรู้สึกไม่ดี เราก็กลับไม่ได้เพราะยังต้องช่วยที่ร้าน ร้านขายยาก็ปิดหมดเพราะมันดึกมากแล้ว เราทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่ ignore เอไป
6. ฝากเราซื้อของแล้วไม่ยอมจ่ายเงิน - เราไปซื้อของใน supermarket หรือตอนเวลาที่เราไปเที่ยว เอก็จะฝากซื้อของ ช่วงแรกๆเราก็ซื้อมาตามที่เอฝาก แต่เอจะทำเนียนไม่ให้เงิน ต้องทวงถึงจะยอมให้ บางครั้งเราทวง แต่เอก็จะบอกว่าไม่มีเงิน ให้รอจนกว่าเงินจะออกตอนสิ้นเดือน จนสุดท้ายพอเอฝากซื้อของอีก เราก็เลยต้องบอกไปว่า หาของที่เอสั่งไม่เจอ 
7. (เกือบ) ยืมเงิน - ช่วงสักสองเดือนที่แล้ว เอทำโทรศัพท์พัง อยากจะซื้อโทรศัพท์ใหม่ เอก็ถามเราว่าเรามีบัตรเครดิตมั้ย ถ้าเกิดว่าจ่ายด้วยบัตรเครดิตอ่ะ มันจะคิดดอกเบี้ย 0% (จริงๆแล้วเรามี แต่เราเก็บเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินจริงๆ เพราะเป็นบัตรเครดิตของไทย ที่บ้านเราจ่ายให้) เราบอกเอไปว่าเราไม่มี แล้วที่นี่ ถึงไม่มีบัตรเครดิตก็สามารถผ่อนได้เหมือนกัน แต่แค่อาจจะต้องเสียดอกเบี้ยนิดหน่อย เอก็บอกว่าไม่เอาเพราะไม่อยากเสียดอกเบี้ย แล้วเอก็ร้องไห้ บอกว่าถ้าพ่อแม่เอรู้ว่าเอทำโทรศัพท์พัง จะต้องโดนว่า แถมอาจจะไม่ได้ให้เงินซื้อโทรศัพท์ใหม่อีกต่างหาก เอมีเงินเก็บสำรองไว้ประมาณ 1000ยูโร เราก็เลยแนะนำว่า ให้ซื้อแบบพอใช้ได้ไปก่อนแบบราคาไม่เกิน200 แล้วก็หางาน part time ทำเพื่อโปะคืน ไม่ก็ซื้อเครื่องใหม่ที่ดีกว่าเดอท เอก็บอกว่าเอจะเอารุ่นที่ราคา 800ยูโร เพราะสุดท้ายแล้วเอก็จะซื้อรุ่นแพงๆอยู่ดี ทำไมต้องเสียเงินสองรอบด้วย แล้วเอก็มาขอยืมเงินเรา 500ยูโร ถ้าได้งาน part time (ซึ่งตอนนั้นยังหางานไม่ได้) จะค่อยๆทยอยคืนเงินให้เรา อึ้งแรงๆไปอีกดอก แต่เราก็ไม่ได้ให้ยืมไป โดยให้เหตุผลไปว่า เรามีเงินเก็บไม่มากพอที่จะให้ใครยืม

ที่เล่ามานี่ ไม่ใช่ว่าเอไม่มีความดีเลยนะคะ ถ้าตัดเรื่องที่เล่าให้ฟังมาทั้งหมด เอก็ถือว่าเป็นเพื่อนที่ดีคนนึง (ณ ตอนนี้)
แต่อยากทราบว่า เราควรจัดการเรื่องนี้อย่างไรดีคะ? หลักๆก็คือคงเรื่อง wifi, หม้อหุงข้าว และพัดลม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่