เมื่อผกก​ (พี่ภาสพูด​ถึงEP1)​ #TheUnderclass

ดูแล้วเล่า ชำแหละ The Underclass EP1
กรุณาดูกันก่อนนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าสปอย
ก่อนจะเข้าเรื่องแคสติ้งต่อในวันพรุ่งนี้ อยากจะเขียนถึง EP1 ซักหน่อยครับ

เอาจริงๆ EP1 กลับเป็นอะไรที่ผมเองไม่มั่นใจมากๆเหมือนกันว่าจะออกมาแล้วผลลัพธ์เป็นยังไงทั้งๆที่ EP1 นั้นควรจะเป็นของแข็งเพื่อเรียกแขกแท้ๆ เพราะสำหรับเราเองก็ยังมีจุดที่เสียดาย จุดที่ไม่ชอบแต่กลับไปแก้ไขไม่ได้อยู่พอสมควร  ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่ดูกันนะครับ ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม

เอาจริงๆสำหรับ EP แรกก็คิดท่าเล่ามาหลายท่า ไม่ว่าจะเปิดเรื่องที่แพงถูกจับได้เลยแล้วพอหลังไตเติ้ลแพงก็เข้าห้อง F เลย หรือว่าเริ่มจากแพงเข้ามายังห้อง F แล้วค่อยๆเล่าย้อนว่าแพงนั้นโกงข้อสอบ ตัดสลับชีวิตแพงสมัยอยู่ห้อง A และห้อง F แต่ในที่สุดก็ตกลงกับทางทีมและผู้ใหญ่ว่ามาเล่าเรื่องให้เข้าใจง่ายที่สุดดีกว่า เราจะเล่าจาก 1 ไป 10 และโฟกัสที่ตัวแพงตลอด จะมีแค่ซีนเปิดเท่านั้นที่มีเซ็ทโลกของเรื่องนี้ว่าโลก(โรงเรียน)ที่ตัวละครอยู่นั้นมีกติกายังไง

เอาเข้าจริงส่วนตัวยังไม่ชอบซีนเปิดซักเท่าไหร่ที่เป็นรองผอ.เดินแนะนำโรงเรียน ไอเดียเราคือ รอง ผอ.พาคณะผู้ปกครองระดับวีไอพีเดินทัวร์พาดูความหรูหราของโรงเรียน ในหลากหลายโลเคชั่น แต่ทุกอย่างกลับมาดูโปรดัคชั่นต่ำไปหมด ด้วยงบที่มีเราไม่สามารถได้โลเคชั่นที่หรูพอ ผู้ปกครองที่ดู VIP พอที่จะให้รอง ผอ. มาต้อนรับประจบประแจง สุดท้ายแค่มาเดินตรงสนามข้างโรงเรียน การถ่ายต้องมีดีไซน์ที่หวือหวากว่านี้ ผลออกมาก็เลยดูก๊องแก๊ง ไม่สมราคาตามที่ รอง ผอ. อ้าง แต่สิ่งที่น่าจะพอช่วยซีนนี้ไว้ให้ดีขึ้นได้คือการตัดสลับกับชอตวิ่งบนทางเดินอาคารของแก๊งค์มีน ที่ออกมาแล้วรู้สึกค่อนข้างพอใจ ส่วนเรื่องเอ็กตร้านักเรียนนี่ต้องทำใจครับ มันจะโหรงเหรงประมาณนี้แหละ

ซีนแพงทำข้อสอบ จากในบทผมก็อิงจากประสบการณ์ตัวเองที่ค่อนข้างเป็นเด็กเรียนมาตลอด พอโกงครั้งแรกตอน ม.ปลาย ก็โกงไม่เป็น กล้าๆกลัวๆ และสุดท้ายก็เผลอทำโพยทิ้งไว้ในห้องสอบและโดนจับได้ พอครูทักก็กดดันกลัวไม่กล้าโกหกต่อก็เลยสารภาพเลย(รอบหน้าไปขอให้ครูพี่ลินช่วยนะแพง) จริงๆจะเปิดมาที่ซีนแพงทำข้อสอบเลยก็ได้แต่เพื่อให้เห็นว่าแพงเครียดและกดดันกับการลอกข้อสอบครั้งนี้มาก เลยต้องมีซีนในห้องน้ำที่บ่งบอกถึงความกดดันที่จะต้องรักษาตำแหน่งในห้อง A ให้ได้ ส่วนแพงได้โพยมายังไงนั้นยังเป็นความลับที่ต้องติดตามกันต่อไป

หลังจากนั้นก็เลือกที่จะมาเล่าที่บ้านแพง ซึ่งเอาจริงๆเป็นพาร์ทที่ดูเนือยๆเหมือนกัน เราจะไม่เล่าแล้วข้ามมาเปิดเทอมเลยก็ได้(จริงๆผมเป็นสายชอบเดินเรื่องเร็ว) แต่ก็โดนแย้งว่า ในเมื่อเราเลือกที่จะเล่าแพงเป็นแกนหลัก คนดูควรจะเข้าใจแพงระดับหนึ่ง เพราะแพงในช่วงต้นๆไม่ใช่คนที่นิสัยน่ารักนักมีโอกาสที่คนดูจะเกลียดแพงได้ เราจึงต้องเล่าที่บ้านเพื่อให้เห็นที่มาที่ไปของแพงหน่อย ซึ่งผมก็ไม่ใช่สายชอบแนวเมโลดราม่าครอบครัว จึงพยายามหนีซีนที่มันดราม่าแรงๆจัดๆแล้วทรีทซีนที่บ้านให้มันดูแห้งแล้งและอึดอัดแทน ให้พ่อพูดน้อยที่สุดแต่เย็นชาที่สุด

ซีนเดินผ่านห้อง A ก็เป็นซีนที่ชอบ มันบอกอะไรหลายๆอย่างของตัวละครห้อง A โดยไม่ต้องมีไดอาล็อคดี เปิดให้คนดูคิดและเก็บดีเทลเอา จริงๆที่ดีไซน์ไว้ในบทคือแพงจะเดินผ่านห้อง A แล้วไล่ห้องอื่นมาเรื่อยๆ (จาก A ไป D)ด้วยความทุกข์ ไฟจะค่อยๆมืดขึ้นเรื่อยๆแล้วแพงจะจมกับความมืดในที่สุด แต่ด้วยไทมมิ่งและโลเคชั่นที่ไม่อำนวยนักทำให้ออกมาได้ประมาณนี้ โดยในส่วนของห้อง A ตั้งแต่ซีนที่ทำข้อสอบก็พยายามดีไซน์ให้มันดูทึบๆไม่สว่าง เงาเยอะ กดดันและอึดอัด แล้วพอแพงไปโผล่ที่ห้อง F โทนสีของเรื่องก็จะสว่างขึ้นทันที เพื่อแทนความมีชีวิตชีวาของห้อง F และเป็นโลกใบใหม่ที่แพงต้องมาอยู่

เอาจริงๆซีนแรกของห้อง F เรายังไม่พอใจเท่าไหร่อยากทำให้ดีกว่านี้ถ้ามีเวลาเพิ่ม เรายังไม่สามารถเก็บมุมและมีเทคที่ดีมากพอที่จะทำให้ไดนามิคในซีนนี้ลื่นไหล เรารู้สึกผิดกับน้องๆหลายคนในซีนที่มีเวลาให้น้องได้เล่นน้อยและเพิ่มชอทที่ให้สมกับเปิดตัวละครแต่ละตัวได้มากกว่านี้ ขอโทษจริงๆครับ แต่ชอบจังหวะของครูเมย์ในซีนนี้มาก ในเชิงคอเมดี้มิ้นท์(ครูเมย์)นั้นเอาอยู่และคมดี

ซีนโรงอาหารเป็นซีนที่วัดเหมือนกันว่าคนดูท่านไหนจับเลเยอร์ที่เราซ่อนไว้ได้บ้าง ซึ่งอะไรแบบนี้จะมีตลอดทั้งเรื่อง เหมือนเรื่องการศึกษาเป็นเพียงเลเยอร์แรกจริงๆ ซึ่งจะเริ่มหนักข้อใน EP ถัดๆไป ใครมาสายนี้บันเทิงแน่นอน   แต่ยิ่งพูดเรื่องล่อแหลมเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องทำให้มันทุกอย่างดูหลุดจากความจริงเข้าไว้จะได้ปลอดภัย(มันไม่ใช่ประเทศไทย มันเป็นโลกสมมุติ เป็นโลกคู่ขนาน ท่องไว้ๆ)  ผมยังมีหมาชราแถมป่วยต้องเลี้ยงดู 555 ถ้าใครได้เห็นคำเตือนของช่องที่ขึ้นก่อนฉาย(์Netflix ไม่มี)น่าจะเข้าใจว่าเขาก็ระมัดระวังอยู่เหมือนกัน  ตอนสมัยทำ  The Change Company เวอร์ชั่นฉายช่องก็มีขึ้นคำเตือนยาวๆเหมือนกัน ทำไมทำอะไรล่อแหลมตลอดวะ 555)

ซีนที่ผมว่าดีที่สุดใน EP นี้ก็คือซีนห้องน้ำ มีน vs แพง เอาจริงๆเสียดายที่ตอนแรกเราอยากมีซีนคั่นสั้นๆที่มีนมันมานั่งนึกว่าที่มี่จังและเหมียวพูดนั้นถูก มีนเลยยอมลดทิฐิเพื่อขอโทษแพง แต่ด้วยเวลาที่ไม่ลงตัวผมเลยต้องตัดซีนนั้นไป(ไม่ได้ถ่าย) แต่ถ้าย้อนกลับมาแก้ตัดต่อได้ ซีนโรงอาหารหลังจากมี่จังพูดเตือนมีน ถ้าทิ้งชอตมีนนั่งคิดค้างไว้มากกว่านี้แล้วปิดซีนก็น่าจะได้ความหมายนั้นแล้ว แต่ซีนห้องน้ำนี้เป็นซีนที่อธิบายคาแรคเตอร์ของแพงและมีนได้ดีมากๆ ได้มุมที่อ่อนโยนของมีนและมุมความกดดันที่ถอยไม่ได้ของแพง  และมีนัยยะที่สะท้อนความขัดแย้งทางการเมืองของคนในสังคมทั้งสองขั้วตรงข้าม มีนเองก็ยังไม่มีความอดทนมากพอที่จะทำให้แพงเข้าใจสิง่ที่ตัวเองต้องการสื่อได้มากกว่านี้ แพงเองก็มีธงที่ยังไงก็ไม่ยอมเปลี่ยนและมองว่าตัวเองสูงกว่าคนอื่นอยู่จึงเอาแต่พูด hate speech ใส่อีกฝ่าย มันถึงไม่เข้าใจกัน

จุดที่เฟลที่สุดในตอนก็คงเป็นช่วงภารกิจตัดรั้วของแกะดำ ซึ่งก็อยากออกมาให้สนุก ลุ้นระทึก มีมู๊ดแบบความแอคชั่นทริเลอร์แบบหนังจารกรรม แต่ด้วยงบและเวลาถ่ายทำให้ไม่สามารถทำได้ ตอนแรกเราอยากให้เวลาซีนนี้เยอะๆอย่างน้อย 8 ชั่วโมงขึ้นไป แต่ด้วยเนื่องคิวน้องๆที่พร้อมกัน 5 คนในช่วงกลางคืนนั้นหายากมาก(พ่วงด้วยคิวของโลด้วย) และมาคำนวนยังไงก็หาช่องที่ลงในคิวที่มีแล้วมีเวลาเต็มที่ไม่ได้ พอต้องลดเวลาถ่ายซีนนี้เหลือ 2ชม. มันจึงจำเป็นต้องลดดีเทลและแอคชั่นหลายๆอย่างในซีนไป ตัวละครต่างๆได้โชว์อะไรน้อยลง ธีเองก็ได้โชว์อะไรน้อยลง(ขอโทษนะม่อน) พี่ยามก็เลยต้องเป็นแค่ NPC หรือ AI โง่ๆ คือถ้าอยากได้ mood and tone ที่ต้องการในตอนต้นนั้นต้องใช้เวลาถ่ายเยอะมากๆ ต้องการชอตและมูฟเมนต์ของกล้องที่เยอะ เมื่อมีเวลาแค่นี้เราจึงทำได้เพียงโทนดาวน์มู๊ดลงให้ติดตลกขึ้น เอาจริงๆแค่นี้ยังถือว่าถ่ายไม่ทันเลย อย่างชอตยามที่ต้องระบุระยะห่างของยามกับแก๊งค์แกะดำเราก็ไม่มีโอกาสถ่าย ต้องขโมยชอตจาก EP อื่นมาใช้ด้วยซ้ำ ซึ่งน่าเศร้ามากๆเพราะมันควรจะเป็นซีนปฏิบัติการครั้งแรกของแกะดำที่สนุกสมเป็นไคลแมกซ์ที่น่าจดจำของตอน

จริงๆเป็น EP ที่มีโครงสร้างการเล่าเรื่องที่พยายามให้เข้าใจง่ายที่สุด เล่าเป็นเส้นตรงโดยผ่านการรับรู้ของแพงไปเกือบทั้งตอน ตัวละครอื่นๆอาจจะยังไม่โดดเด่นมากนัก แต่ก็พยายามกระจายบทเท่าที่ทำได้ แต่ก็รู้สึกยังไม่ทำให้ทุกคนได้โดดเด่นและมีซีนน่าจำขนาดนั้น ขอโทษน้องๆด้วยจริงๆ แต่ยังไงตอนนี้ก็พยายามโฟกัสไปที่แพงมากที่สุด จะขาดก็แค่ไคลแมกซ์ที่พีคของตอนเนี่ยแหละ(ตัดรั้ว)

มาดูแล้วเวอร์ชั่นทีวีกับ netflix แล้วอารมณ์ต่างกันเยอะเหมือนกัน(ที่แน่ๆสีสวยขึ้นมาก เสียงก็ดีกว่า) การทริมซีนออกเล็กๆน้อยๆส่งผลต่ออารมณ์เยอะ จริงๆก็พยายามจะทำให้สนุกทั้ง 2 เวอร์ชั่นแต่เกินความสามารถจริงๆครับ อย่างซีนสุดท้ายพอตัดช่วงที่มีรอง ผอ.ออกไป แล้วรู้สึกความหมายของเพลงยักษ์ใหญ่ไล่ยักษ์เล็กนั้นไม่อิมแพคเท่าไหร่

พยายามนั่งไล่อ่านคอมเมนต์จากทุกที่ มีทั้งที่ทำให้ใจฟูและทำให้จิตตกไปพร้อมกันๆ แต่ก็ธรรมดาของการทำงานครับ มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบอยู่แล้ว บางอย่างที่เขาชอบกันแล้วเราไม่ชอบก็มี การรับรู้และรสนิยมคนมันต่างกัน ข้อเสียหลายๆอย่างเราเองก็รู้อยู่แก่ใจ ก็พยายามเลือกว่าอันไหนที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของเราในอนาคต และต้องขอบคุณคนที่เข้าใจเรา ในแนวทางที่เราตั้งใจนำเสนอและสิ่งที่เราจะสื่อ ยังไงขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสติดตามต่อในตอนต่อๆไป หวังว่าทุกคนจะชอบมันมากขึ้น

มาติดตามกันต่อได้ใน EP 2 "ศาลนักเรียน" เข้มข้นขึ้นแน่นอน
#TheUnderclassTH
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่