เพื่อนสนิท ตอนที่1
สวัสดีครับ ผมชื่อเต้ย อายุของผมนั้น แค่ 15 ตัวผมยังเป็นเด็กในเมืองกรุง แต่ว่าผมต้องย้ายมาอยู่ที่บ้านนอก เพราะเนื่องด้วยงานที่ทำของพ่อ ผมเลยต้องเปลี่ยนสถานที่เรียนไปด้วย มันทำให้ผมรู้สึกไม่พอใจกับเรื่องนี้เอามากๆ
แต่ว่าถึงผมจะไม่พอใจแค่ไหนผมก็ไม่ถึงที่หมู่บ้านแห่งนี้แล้ว
เป็นหมู่บ้านที่ทำให้รู้สึกแย่มากๆไฟฟ้าก็ไม่ค่อยมีแถมบ้านก็อยู่ห่างกันมากๆมองไปทางไหนก็เจอแต่ป่า มันทำให้ผมรู้สึกขนลุกเอามากๆเลย แล้วจากนั้นพ่อก็ได้พาผมไปสมัครเรียน
และแล้วก็ถึงวันที่ผมต้องไปเรียนไปเรียนวันแรกนั้นผมรู้สึกแย่มากๆเลย ค้นหาเพื่อนไม่ได้เลยสักคน
ทั้งที่ในห้องก็มีนักเรียนตั้ง 20 กว่าคน แต่ว่าไม่มีใครกล้ามาคุยกับผมเลยสักคน ผมก็ไม่เข้าใจความรู้สึกของเด็กบ้านนอกพวกนี้เลย แล้วจังหวะนั้นก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาหาผมเขาก็ถามผมว่า เธอชื่ออะไรหรอ ย้ายมาจากที่ไหน
ผมจะได้ตอบไปว่าเราชื่อเต้ยย้ายมาจากกรุงเทพฯน่ะ แล้วเด็กหนุ่มคนนั้นก็ตอบกลับมาว่าเราชื่อต้นนะยินดีที่ได้รู้จักนายคงไม่มีเพื่อนใช่ไหมเดี๋ยวฉันจะเป็นเพื่อนกับนายเอง แล้วหลังจากนั้นไม่ว่า ผมจะไปที่ไหน ต้นก็จะไปเป็นเพื่อนตลอด
เป็นเวลาผ่านมาเกือบ 3 เดือนต้นจะได้ถามผมว่า เราเป็นเพื่อนสนิทกันใช่ไหม ในความมี่ผมก็มีเพื่อนแค่คนเดียว ผมก็ตอบว่าใช่โดยที่ยังไม่คิดอะไร
แล้วมันก็ถามผมอีกว่า ไม่ว่ากูจะไปที่ไหนจะไปเป็นเพื่อนกูให้ แล้วผมก็ตอบว่าใช่
แล้วพอวันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดวันเสาร์ซึ่งผมจำได้แม่นเลย ไอ้ต้นก็ปั่นจักรยานมาหาผมที่บ้าน มันชวนผมไปร้านอินเทอร์เน็ต เพราะมันมีรายงานต้องทำ และผมก็ยอมที่จะไปเป็นเพื่อนมัน แต่ว่า ร้านเน็ตนั้นอยู่ไกลจากบ้านผมเกือบ 2 กิโลเมตร แต่ต้นก็เป็นคนปั้น เพราะผมปั่นจักรยานไม่เป็น พอปั่นจักรยานมาได้สักพัก ก็เกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้น เรื่อง ทั้งหมดมันเป็นพวกผมเอง ผมทำการเอียงตัวซ้ายขวา เพื่อให้ต้นน้ำปั่นจักรยานได้ยากขึ้นเพราะผมจะแกล้งมันแต่สุดท้ายก่อนที่ผมกำลังเอียงตัวอยู่นั่นเอง ก็มีรถสวนมาพอดี โครม... ตัวผมนั้นกระเด็นออกมาจากรถจักรยาน แต่ว่าไอ้ต้นถูกรถเหยียบ เต็มเต็มๆร่างของมันนั้นนิ่งสนิทไปเลย
ก็ผมนั้นก็ทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งมองร่างของต้นที่หัวของมัน กำลังลืมตาจะจ้องมาที่ผม แล้วจากนั้นสักพักก็มีรถกู้ภัยยกร่างไอ้ต้นและตัวผมขึ้นไปในจังหวะที่อยู่บนรถนั้น ผมไม่กล้าแม้จะสบตาไอ้ต้นเลย เพราะสายตาที่มันจ้องนั้นดวงตาเปิดกว้างมันทำให้ผมรู้สึกกลัวมากๆ แล้วพอถึงโรงพยาบาลนั้นผมก็ได้ข่าวว่าไอ้ต้นเสียชีวิตเลย ผมไม่เสียใจเลยเพราะสภาพตอนนั้นตอนที่มันจ้องมาที่ผมผมรู้อยู่แล้วว่ามันต้องตายแล้วแน่ๆ แต่ไม่รู้สิทำไมผมถึงไม่รู้สึกเสียใจมากขนาดนั้น และ เนื่องด้วย ตัวผมไม่ได้เป็นอะไรมากเลยนอนอยู่ที่โรงพยาบาลแค่ 2-3 วัน และสุดท้ายผมจะได้ออกจากโรงพยาบาล
แล้วผมก็รีบไปงานศพกับไอ้ต้นทันทีและเนื่องด้วยผมยังจำสายตาที่มันจ้องผมได้ในตอนนั้น ผมไม่กล้าแม้แต่จะมองรูปมัน แล้วก็ถึงเวลาที่ผมต้องกลับบ้าน แหละในตอนที่ผมกำลังเดินกลับบ้าน
มันเป็นเวลา 18:00 น พอดีท้องฟ้าเริ่มมืดลงความมืดก็เริ่มกินแสงสว่าง แล้วทางที่ผมเดินกลับบ้านนั้นด้านขวาเป็นป่าทึบด้านซ้ายเป็นหมู่บ้านความรู้สึกบางอย่างทำให้ผมมองไปด้านขวามองเข้าไปในมุมมืดในป่าทึบผมก็เห็นร่างของชายหนุ่มที่มองผมอยู่ และชี้นิ้วมาที่ผมผมจำได้แม่นเลย เรื่องนั้นเป็นร่างของไอ้ต้น มันทำให้ผมรีบวิ่งกลับบ้าน
พอถึงที่บ้าน พ่อก็ได้ถามผมทันทีเป็นอะไรหรือทำไมถึงทำหน้าแบบนั้นผมก็รีบขึ้นห้องโดยที่ไม่ได้ตอบอะไร และคืนนั้นผมก็ได้ยินเสียงกระซิบข้างข้างหูผมว่า จะไปกับกูทุกทีใช่ไหม มันทำให้ผมนึกถึงคำถามที่มันถามผมว่าจะไปกับกูทุกที่ใช่ไหม แล้วตอนนั้น ผมก็ตอบว่าใช่ ผมคิดว่ามันจะต้องเอาผมไปกับมันด้วยแน่ๆ และแล้ววันนั้นก็มาถึง วันนี้พ่อผมไม่อยู่บ้านเพราะติดงาน ผมเลยต้องอยู่คนเดียวและในขณะที่ผมกำลังนอนเล่นอยู่ในห้องบนชั้น 2 ผมจะได้ยินเสียงคนกดแป้นพิมพ์คอมของพ่อดังขึ้น ตอก แต๊ก ตอก แต็ก เสียงดังมากๆ แหละด้วยการที่ผมลืมตัว ผมก็เลยตะโกนลงไปว่า พ่อครับกดแป้นพิมพ์ให้มันเบาๆหน่อย แล้วผมก็นึกว่าวันนี้พ่อไม่อยู่บ้านแล้วจากนั้น ผมก็ได้ยินเสียงคนเดินขึ้นบันได มาที่หน้าห้องของผม ตึง ตึง และเสียง ก็เข้าใกล้มาเรื่อยๆมันทำให้หัวใจของผมเกือบจะหยุดเต้นแล้วจากนั้นผมก็ได้ยินเสียงเคาะประตู ตึงๆ แล้วก็เงียบไป แต่ว่า ก็ได้ยินเสียงบิดประตู ซึ่งเป็นโชคร้ายของผมที่ผมไม่ได้ล็อคกลอนไว้ ตัวผมนะก็ได้แต่คลุมโปงไม่กล้ามองไปที่ประตู แล้วผมก็ได้ยินเสียงเดินมาใกล้ เตียงของผมจากนั้นก็มีเสียงแหบแหบแห้งๆพูดว่าฉันมารับนายแล้วนะเพื่อน ผมก็เกิดอาการกลัวสุดขีดจนตะโกนไปว่ากูไม่ใช่เพื่อน จากนั้นผมก็รู้สึกหายใจไม่ออกแน่นหน้าอกเหมือนมีคนมาทับหน้าอกของผมไว้ ขยับตัวแทบไม่ได้ และที่กำลังสุดท้ายของผมผมก็ปั่นผ้าห่มทิ้งไว้ได้พบร่างที่ดำมืดดวงตาใหญ่โตมันเหมือนดวงตาของไอ้ต้นที่มันจ้องผมตอนที่มันตายแล้วจากนั้นผมก็สลบไป
แล้วพอถึงรุ่งเช้าผมก็เห็นพ่อมาปลุกผม พ่อผมไปถามเป็นอะไรลูกทำไมที่นอน ถึงที่ยับและดำขนาดนี้ ผมไม่ได้ตอบคำถามพ่อ ผมได้แต่ร้องไห้ แล้วก็พูดว่าไอ้ต้นมันจะฆ่าผมพ่อช่วยผมด้วยไอ้ต้นมันจะฆ่าผม
เป็นยังไงกันบ้างครับใครที่อยากดูตอนต่อไปก็รอติดตามนะครับผมตอนนี้ก็คือตอนแรกของเรื่องเพื่อนสนิทฝากกดไลค์กดแชร์คอมเม้นพูดคุยกันได้นะ
คิดว่าได้กี่คะแนน
สวัสดีครับ ผมชื่อเต้ย อายุของผมนั้น แค่ 15 ตัวผมยังเป็นเด็กในเมืองกรุง แต่ว่าผมต้องย้ายมาอยู่ที่บ้านนอก เพราะเนื่องด้วยงานที่ทำของพ่อ ผมเลยต้องเปลี่ยนสถานที่เรียนไปด้วย มันทำให้ผมรู้สึกไม่พอใจกับเรื่องนี้เอามากๆ
แต่ว่าถึงผมจะไม่พอใจแค่ไหนผมก็ไม่ถึงที่หมู่บ้านแห่งนี้แล้ว
เป็นหมู่บ้านที่ทำให้รู้สึกแย่มากๆไฟฟ้าก็ไม่ค่อยมีแถมบ้านก็อยู่ห่างกันมากๆมองไปทางไหนก็เจอแต่ป่า มันทำให้ผมรู้สึกขนลุกเอามากๆเลย แล้วจากนั้นพ่อก็ได้พาผมไปสมัครเรียน
และแล้วก็ถึงวันที่ผมต้องไปเรียนไปเรียนวันแรกนั้นผมรู้สึกแย่มากๆเลย ค้นหาเพื่อนไม่ได้เลยสักคน
ทั้งที่ในห้องก็มีนักเรียนตั้ง 20 กว่าคน แต่ว่าไม่มีใครกล้ามาคุยกับผมเลยสักคน ผมก็ไม่เข้าใจความรู้สึกของเด็กบ้านนอกพวกนี้เลย แล้วจังหวะนั้นก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาหาผมเขาก็ถามผมว่า เธอชื่ออะไรหรอ ย้ายมาจากที่ไหน
ผมจะได้ตอบไปว่าเราชื่อเต้ยย้ายมาจากกรุงเทพฯน่ะ แล้วเด็กหนุ่มคนนั้นก็ตอบกลับมาว่าเราชื่อต้นนะยินดีที่ได้รู้จักนายคงไม่มีเพื่อนใช่ไหมเดี๋ยวฉันจะเป็นเพื่อนกับนายเอง แล้วหลังจากนั้นไม่ว่า ผมจะไปที่ไหน ต้นก็จะไปเป็นเพื่อนตลอด
เป็นเวลาผ่านมาเกือบ 3 เดือนต้นจะได้ถามผมว่า เราเป็นเพื่อนสนิทกันใช่ไหม ในความมี่ผมก็มีเพื่อนแค่คนเดียว ผมก็ตอบว่าใช่โดยที่ยังไม่คิดอะไร
แล้วมันก็ถามผมอีกว่า ไม่ว่ากูจะไปที่ไหนจะไปเป็นเพื่อนกูให้ แล้วผมก็ตอบว่าใช่
แล้วพอวันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดวันเสาร์ซึ่งผมจำได้แม่นเลย ไอ้ต้นก็ปั่นจักรยานมาหาผมที่บ้าน มันชวนผมไปร้านอินเทอร์เน็ต เพราะมันมีรายงานต้องทำ และผมก็ยอมที่จะไปเป็นเพื่อนมัน แต่ว่า ร้านเน็ตนั้นอยู่ไกลจากบ้านผมเกือบ 2 กิโลเมตร แต่ต้นก็เป็นคนปั้น เพราะผมปั่นจักรยานไม่เป็น พอปั่นจักรยานมาได้สักพัก ก็เกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้น เรื่อง ทั้งหมดมันเป็นพวกผมเอง ผมทำการเอียงตัวซ้ายขวา เพื่อให้ต้นน้ำปั่นจักรยานได้ยากขึ้นเพราะผมจะแกล้งมันแต่สุดท้ายก่อนที่ผมกำลังเอียงตัวอยู่นั่นเอง ก็มีรถสวนมาพอดี โครม... ตัวผมนั้นกระเด็นออกมาจากรถจักรยาน แต่ว่าไอ้ต้นถูกรถเหยียบ เต็มเต็มๆร่างของมันนั้นนิ่งสนิทไปเลย
ก็ผมนั้นก็ทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งมองร่างของต้นที่หัวของมัน กำลังลืมตาจะจ้องมาที่ผม แล้วจากนั้นสักพักก็มีรถกู้ภัยยกร่างไอ้ต้นและตัวผมขึ้นไปในจังหวะที่อยู่บนรถนั้น ผมไม่กล้าแม้จะสบตาไอ้ต้นเลย เพราะสายตาที่มันจ้องนั้นดวงตาเปิดกว้างมันทำให้ผมรู้สึกกลัวมากๆ แล้วพอถึงโรงพยาบาลนั้นผมก็ได้ข่าวว่าไอ้ต้นเสียชีวิตเลย ผมไม่เสียใจเลยเพราะสภาพตอนนั้นตอนที่มันจ้องมาที่ผมผมรู้อยู่แล้วว่ามันต้องตายแล้วแน่ๆ แต่ไม่รู้สิทำไมผมถึงไม่รู้สึกเสียใจมากขนาดนั้น และ เนื่องด้วย ตัวผมไม่ได้เป็นอะไรมากเลยนอนอยู่ที่โรงพยาบาลแค่ 2-3 วัน และสุดท้ายผมจะได้ออกจากโรงพยาบาล
แล้วผมก็รีบไปงานศพกับไอ้ต้นทันทีและเนื่องด้วยผมยังจำสายตาที่มันจ้องผมได้ในตอนนั้น ผมไม่กล้าแม้แต่จะมองรูปมัน แล้วก็ถึงเวลาที่ผมต้องกลับบ้าน แหละในตอนที่ผมกำลังเดินกลับบ้าน
มันเป็นเวลา 18:00 น พอดีท้องฟ้าเริ่มมืดลงความมืดก็เริ่มกินแสงสว่าง แล้วทางที่ผมเดินกลับบ้านนั้นด้านขวาเป็นป่าทึบด้านซ้ายเป็นหมู่บ้านความรู้สึกบางอย่างทำให้ผมมองไปด้านขวามองเข้าไปในมุมมืดในป่าทึบผมก็เห็นร่างของชายหนุ่มที่มองผมอยู่ และชี้นิ้วมาที่ผมผมจำได้แม่นเลย เรื่องนั้นเป็นร่างของไอ้ต้น มันทำให้ผมรีบวิ่งกลับบ้าน
พอถึงที่บ้าน พ่อก็ได้ถามผมทันทีเป็นอะไรหรือทำไมถึงทำหน้าแบบนั้นผมก็รีบขึ้นห้องโดยที่ไม่ได้ตอบอะไร และคืนนั้นผมก็ได้ยินเสียงกระซิบข้างข้างหูผมว่า จะไปกับกูทุกทีใช่ไหม มันทำให้ผมนึกถึงคำถามที่มันถามผมว่าจะไปกับกูทุกที่ใช่ไหม แล้วตอนนั้น ผมก็ตอบว่าใช่ ผมคิดว่ามันจะต้องเอาผมไปกับมันด้วยแน่ๆ และแล้ววันนั้นก็มาถึง วันนี้พ่อผมไม่อยู่บ้านเพราะติดงาน ผมเลยต้องอยู่คนเดียวและในขณะที่ผมกำลังนอนเล่นอยู่ในห้องบนชั้น 2 ผมจะได้ยินเสียงคนกดแป้นพิมพ์คอมของพ่อดังขึ้น ตอก แต๊ก ตอก แต็ก เสียงดังมากๆ แหละด้วยการที่ผมลืมตัว ผมก็เลยตะโกนลงไปว่า พ่อครับกดแป้นพิมพ์ให้มันเบาๆหน่อย แล้วผมก็นึกว่าวันนี้พ่อไม่อยู่บ้านแล้วจากนั้น ผมก็ได้ยินเสียงคนเดินขึ้นบันได มาที่หน้าห้องของผม ตึง ตึง และเสียง ก็เข้าใกล้มาเรื่อยๆมันทำให้หัวใจของผมเกือบจะหยุดเต้นแล้วจากนั้นผมก็ได้ยินเสียงเคาะประตู ตึงๆ แล้วก็เงียบไป แต่ว่า ก็ได้ยินเสียงบิดประตู ซึ่งเป็นโชคร้ายของผมที่ผมไม่ได้ล็อคกลอนไว้ ตัวผมนะก็ได้แต่คลุมโปงไม่กล้ามองไปที่ประตู แล้วผมก็ได้ยินเสียงเดินมาใกล้ เตียงของผมจากนั้นก็มีเสียงแหบแหบแห้งๆพูดว่าฉันมารับนายแล้วนะเพื่อน ผมก็เกิดอาการกลัวสุดขีดจนตะโกนไปว่ากูไม่ใช่เพื่อน จากนั้นผมก็รู้สึกหายใจไม่ออกแน่นหน้าอกเหมือนมีคนมาทับหน้าอกของผมไว้ ขยับตัวแทบไม่ได้ และที่กำลังสุดท้ายของผมผมก็ปั่นผ้าห่มทิ้งไว้ได้พบร่างที่ดำมืดดวงตาใหญ่โตมันเหมือนดวงตาของไอ้ต้นที่มันจ้องผมตอนที่มันตายแล้วจากนั้นผมก็สลบไป
แล้วพอถึงรุ่งเช้าผมก็เห็นพ่อมาปลุกผม พ่อผมไปถามเป็นอะไรลูกทำไมที่นอน ถึงที่ยับและดำขนาดนี้ ผมไม่ได้ตอบคำถามพ่อ ผมได้แต่ร้องไห้ แล้วก็พูดว่าไอ้ต้นมันจะฆ่าผมพ่อช่วยผมด้วยไอ้ต้นมันจะฆ่าผม
เป็นยังไงกันบ้างครับใครที่อยากดูตอนต่อไปก็รอติดตามนะครับผมตอนนี้ก็คือตอนแรกของเรื่องเพื่อนสนิทฝากกดไลค์กดแชร์คอมเม้นพูดคุยกันได้นะ