สวัสดีคะ วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๖๓ เป็นวันที่พิมพ์เรื่องราวนี้ เรื่องราวที่จะเล่าให้ทุกคนฟังต่อไปนี้เกิดขึ้นเมื่อวาน ๒๕ มิถุนายน ๖๓ เป็นวันที่มหาวิทยาลัยเปิดเป็นกิจกรรมรับน้อง ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เราชื่อขนมผิง เรามีเพื่อนอยู่กลุ่มนึ่งในกลุ่มมีประมาณ ๘ คน ในนั้นมีเพื่อคนนึ่งชื่อกฤษ์ เป็นผู้ชายคนนึ่งในกลุ่มอยู่ต่างสาขา ต่างคณะ ต่างชั้นปี แต่เราก็มาเป็นเพื่อนกันโดยการที่มีเพื่อนในกลุ่มที่พามารู้จัก เราเองก็เปรียบเสมือนตั้วตั้งตัวตีของกลุ่ม เป็นเสาหลักของกลุ่มคนนึ่งเลยก็ว่าได้ ใครเดือดร้อนใครไม่สบายใจก็มีเราที่คอยให้คำปรึกษา กลุ่มที่รักใคร่กลมเกรียวกันมันก็ผ่าไปด้วยดี ไอ้กฤษ์ที่พึ่งเข้ามาอยู่กลุ่มใหม่ก็สนิทกับเพื่อนในกลุ่มมาจน ๕ เดือน เราเริ่มออกห่างจากเพื่อนเพราะมีแฟน มันก็เช่นกันออกห่างจากเพื่อนเพราะมีแฟน แต่ในกลุ่มเวลาใครมีงาน หรือชวนไปเที่ยวที่ไหน จะไปกันครบทุกคน ทุกครั้ง แต่มีวันนึ่งเรามีปัญหาเข้ามารุ่มเร้าหลายเรื่อง ก็เลยคิกว่าจะชวนเพื่อนไปเที่ยวเมื่อต้นเดือนมิถุนายน ไล่ชวนทุกคนจนมาถึงไอ้กฤษ์ มันไม่ไปด้วยการหาเหตุผลมาบอกเราว่ารุ่นพี่ชวนกูยังไม่ไปเลย นี่กูก็แคร์นะ ส่วนแฟนกูแม่เขาไม่ให้ไปแม่เขาหัวโบราญ ถ้ากูไปเที่ยวกับแล้วรุ่นพี่กลุ่มบิ๊กไบค์กูล่ะ บลาๆๆๆ เราก็เข้าใจเอาละเมื่อมันไม่ไปเราก็ไม่ว่าอะไร พอใกล้วันเที่ยวเข้ามา มันไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนมัน ถ่ายรูปลงมีความสุข ด้วยความที่เราเป็นเพื่อนก็แหย่ๆมันไปว่า แหม๋ !!! อี

บอกว่าไม่ไปเที่ยวกับกูแต่เสือไปกับเพื่อน ไหนบอกแคนเซิลไง สาระเลว !! คำด่าถือว่าแรง แต่ด้วยความเป็นเพื่อนก็ไม่ได้พูดเพราะๆกันอยู่แล้ว มันด่าเราแรงมากกว่าที่เราด่ามันด้วยซ้ำ จนเกิดเป็นประเด็นทะเลาะกันเกิดขึ้นเมื่อมันพูดว่า (กูอยู่ปี ๓ ละ กูไม่อยากทำตัวไร้สาระว่ะ) สตั้นไปพักนึ่ง
แบ่งแยกชนชั้น มันว่ากูไร้สาระ ไม่ใช่แค่กูนะ รวมทั้งกลุ่มเลยว่ะ !! เชี้ยยยยยยยยย จากนั้นคำด่าบวกกับคำพูดนอยเพื่อนมาเต็ม จนเกิดถึงขั้นตัดเพื่อน แต่ใจเราด้วยความที่มันก็เพื่อนคนนึ่ง ตัดไม่ขาด เราหายโกรธมันหายโกรธคงกลับมาเป็นเพื่อนกันใหม่ ก็ชะล่าใจไม่แตะมันออกจากกลุ่มแชทกลุ่มไลน์ ก็ยังติดต่ามข่าวปกติ จนมาถึงวันที่ ๒๔ ก่อนที่จะมีกิจกรรมรับน้องของทางหมาวิทยาลัย มีรุ่นพี่ปี ๓ คนนึ่งเข้ามาถามเพื่อนคนนึ่งในกลุ่ม ว่าพี่ขอปลอมไปแฝงเป็นเด็กปี ๑ ได้ไหม แต่ก็กลัวเด็กไม่เคารพพี่ เพื่อนในกลุ่มคนนั้นก็มาถามความคิดเห็นของคนในกลุ่ม แต่ก็ไม่มีใครออกความคิดเห็นอะไรเพราะไม่มีใครรู้จักคนนั้นแต่เรารู้จักและเราเป็นคนวาแผนกิจกรรมทั้งหมด ด้วยความที่ทุ่มเทกับงานมากๆ ก็อยากจะให้รุ่นเราทำงานโดยที่ไม่มความกดดันจากรุ่นพี่ที่ขอเข้ามาร่วมแฝงตัวเป็นปี ๑ คนนั้น เราก็ตอบกลับเพื่อนไปทีเล่นทีจริงว่า ใครจ้างมา ไม่อยากให้ปี ๓ มา

ได้ไหม ? เพื่อนก็ว่า ไม่ได้จ้าง เขาอยากมาร่วมแค่คนเดียว เราก็ตอบแบบไม่คิดว่า

จริ้งงง เออๆ ใส่ชุดดำนะ เราตอบเพื่อไปแค่นี้ ด้วยความที่ไว้ใจเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด มันแคปหน้าจอไปปล่อยลงในกลุ่มรุ่นของปี ๓ ทั้งหมด เอาละสิ ความผิดจะอยู่ที่ใครละ หลักฐานมันออกจะแจ่มแจ้งขนาดนั้น โดนสิคะ โดนแฟนโทรมาด่าก่อนเลยคนแรก เอาละสิ มืดแปดด้านใครเป็นคนทำ พอเปิดแชทกลุ่มดูเท่านั้นแหละ ชัดเลย เหลี่ยมทุกดอกบอกกูเพื่อนรัก แค่นั้นไม่พอมันโพสด่าลงหน้าเฟสบุ๊คเปิดสาธารนะ ด้วยบทความที่ว่า
............................................ พวกผมเป็นรุ่นพี่คุณผมอยู่ ปี ๓ เป็นรุ่นพี่คุณ คุณจะทำอะไรผมไม่เคยว่า แต่ครั้งนี้คุณพูดเกินไป ( เราคิดในใจ กูไม่ได้ด่าทั้งหมด กูด่าคนๆเดียว) ไม่มีใครจะไปยุ่งงานของคุณ (ย้อนกลับไปต้นเรื่องรุ่นพี่ปี ๓ คนนึ่งจะขอแฝงตัวเข้ามาเป็นเด็กปี ๑ ) ผมปี ๓ ผมมีหน้าที่ของผม (หน้าที่ปี ๓ คือดูแล ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของงาน คอยดูคอยอยู่ห่างๆ คอยประเมินงาน ไม่ใช่หรือคะ แล้วที่จะมาแฝงตัวเป็นเด็กปี ๑ คือการมาร่วมทำกิจกรรมด้วยไม่ใช่หรือคะ แล้วปี ๒ ที่ดูแลเรื่องกิจกรรม จะเล่นกับน้องปี ๑ ก้ต้องมาคอยกังวลคอยเกรงใจว่าจะเล่นไม่ถูใจพี่เขาไหม เล่นอะไรไปจะผิดใจพี่เขารเปล่า หรือจะโดนจับผิดรึเปล่า เกรงไปอีก เกรงใจไปอีก กลัวไปอีก ) คุณปี ๒ มีหน้าที่ของคุณทำอะไรก็ทำคนละฝ่าย (ใช่คะ คนละฝ่าย แล้วพี่คนโน้นนนนนนน จะขอเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมทำไมคะ ??) ผมไม่เคยแบ่งชั้นปี (

คะ ย้อนกลับไปบทแรก ผมเป็นรุ่นพี่คุณ ผมอยู่ปี ๓ นี่คือไม่แบ่งชนชั้น ??)
แต่คำพูดของคุณมันแรงเกินไป (แรงจริงคะ ยอมรับผิดและขอโทษ กับการพูดแรงๆจนทำให้คนอ่านเข้าใจการสื่อสารจากใจผิดในครั้งนี้ ขอโทษจากใจจริงค่ะ) ผมไม่โอเคกับคำพูดของคุณจริงๆ และยังเชื่อว่ามีอีกหลายคนที่ไม่พอใจคุณอยู่ (คนหลายคนที่ไม่โอเคกับคำที่ดิฉันพูด ก็เพราะคุณเอาส่วนนั้นไปแปลให้คนส่วนมากเข้าใจเกินจริงไงคะ ดิฉันเลือกใช้คำพูดที่ผิด แต่ดิฉันใช้คำพูดนั้นกับคนๆเดียว ไม่ใช่คนทั้งชั้นปี ถ้าด่าทั้งชั้นปีขนาดนั้นไม่น่าจะใช่การขอร่วมเข้ากิจกรรมแล้วคะ พวกเขาคงมาฆ่าพ่อฆ่าแม่ดิฉันแล้วคะถึงจะด่ารวมขนาดนั้น ) เคารพรุ่นพี่ที่มีอายุเยอะกว่าคุณบ้าง ( รุ่นพี่ส่วนใหญ่อายุน้อยกว่าดิฉัน ๑-๒ ปีโดยประมาณ การที่เป็นรุ่นพี่ ไม่ใช่การนับตามอายุนะคะ แต่เป็นการนับรุ่น ที่ดิฉันเคารพปี ๓ ส่วนใหญ่ไม่ใช่อายุ แต่เป็นรุ่นพี่ในสถาบันเดียวกัน แต่ที่รับคุณเข้ามาเป็นเพื่อนต่างชั้นปี เพราะคุณไม่มีใครคบ คุณ

ใส่เพื่อนทุกคน เรื่องไหนไม่จริงแต่งเติมเก่ง ดูถูกเพื่อนหลายๆคน ด่าเพื่อนแรงๆ ไม่มีใครโกรธคุณเลยนะคะ แม้กระทั่งชีวิตครอบครัวของคุณ คุณยัง

ใส่เพื่อนเลย ที่ดิฉันคบคุณเป็นเพื่อนไม่ใช่เพราะครอบครัว หน้าตาหรืออะไรทั้งนั้นที่เพื่อนเขาเปิดใจให้ คือเขาอยากได้ใจแลกใจ ไม่ใช่หักหลังกับแบบนี้ ) เรื่องราวนี้ยังค้างคาพร้อมกับความคับแค้นใจ โทษตัวเองค่ะ ว่าทำไมไว้ใจมันมากไป ทั้งๆที่เพื่อนบางตนก็เตือน ว่ามันสันดานแบบไหน แต่ก็ยังคิดว่ามจแลกใจคงใช้ได้กับมัน .................................
........................................จากบทความที่ถูกตีความหมายผิดๆด้วยการใช้คำพูดแรงๆ จนทำให้รุ่นพี่ ปี๓ ทุกคณะ เข้าใจว่าเราด่าพวกเข้าทั้งหมด ทำให้รุ่นพี่ส่วนนึ่งโพสด่าเราโดยที่ไม่ถามต้นสายปลายเหตุ #น้องคะ คนเก่งเค้าต้องมีมารยาทด้วยนะคะลูก (แก่กว่ากู ๑ ปี) วุฒิภาวะควรมีนิดนึ่ง (พี่มีหรอคะ ถ้ามีพี่ไม่น่าจะรีบตัดสินคนขนาดนี้นะ) โซตัสกับมารยาทคนละเรื่องกันคะ (ใช่ค่ะ โซตัสคือการแบ่งชนชั้น ให้รุ่นพี่มีอำนาจมากกว่ารุ่นน้อง ส่วนมารยาท มีสักครั้งไหมคะที่พี่เดินผ่าแล้วหนูไม่ยกมือไหว้ มีสักครั้งไหมคะที่พูดกูๆๆกับพี่ มีสักครั้งไหมคะที่พี่บอกเตือนอะไรแล้วไม่ฟัง คำตอบคือไม่มีค่ะ นี่แหละคะมารยาทกับโซตัส มันคนละเรื่องกัน ) พี่อยากคุยส่วนตัว ถ้าหนูโปรพอรีบติดต่อพี่ด้วยนะคะ (โพสสักพัก กูรีบโทรหาเพื่อเล่าให้พัง ตอนนั้นใจร้อน คุยไม่ค่อยเข้าใจเรียบเรียงผิดถูก บอกให้เราใจเย็นเราตั้งสติแล้วพูดใหม่ ไม่ฟังคะไม่ฟัง พี่อยากให้น้องมาคุยต่อหน้า เอ่อพี่คะหนูคุมอารมณ์ยังไม่ได้ เอาไว้ให้หนูคุมได้ค่อยคุยได้ไหมพี่ ไม่ค่ะๆ ขึ้นมาคุยตอนี้เลยคะ ไม่ฟังคะๆ เออค่ะ ไม่ฟังก็แล้วแต่จะคิดยังไงก็แล้วแต่เลย ตัดสายทิ้ง ตู๊ดดดดดดดดด ) จบไปอีก ๑ โพส ..................................
............................................อีกโพสนึ่ง โพสไว้ว่า ถ้าไปขอคำแนะนำใครแล้วไม่ถูกใจ ก็ไม่ต้องทำตามคำแนะนำนั่นแต่ก็ "ไม่ควร" ไปพูดให้ใครเสียหายนะ ทำตัวเองให้หมดคุณค้าไปแท้ๆ (คำแนะนำทุกคำ รับฟังแล้วเก็บมาปรับปรุงและนำไปใช้ ทุกครั้ง ย้ำว่าทุกครั้ง ไม่เคยไม่ทำตาม "และไม่เคยพูดให้ใครเสียหายเลยสักครั้ง" เท่าที่เราเห็นมีแต่พวกคุณที่รุมด่าเราปาวๆ ลงเฟสบุ๊ก เราไม่เคยลดคุณค่าของตัวเราเลยค่ะ มีแต่พวกคุณที่พูดให้เราเสียหายทั้งๆที่ไม่ได้รับรู้ความจริง !! คุณค่าเราก็มีค่ะ มีสำหรับคนที่มองเห็นมัน แต่พวกคุณคงไม่เห็นหรอกคะ เพราะคุณค่าของคน มันอยู่ที่เราเป็นคนของใคร เราไม่ใช่คนของคุณ คุณจะมามองเห็นคุณค่าของเราได้ยังไงละคะ จริงไหม ??)
สรุปค่ะ เรื่องราวที่เกิดขึ้น เริ่มต้นจากคน ๔ คนที่มีความผิดแตกต่างกันไป
คนที่ ๑ รุ่นพี่ผู้หญิงปี ๓ ที่ขอเข้ามาทำกิจกรรมร่วมกับน้องปี ๑ ทั้งๆที่เขาก็รู้ว่ามันไม่ควร รู้ว่ารุ่นน้องมันจะไม่เคารพ แต่ก็ยังอยากจะเข้ามาทำเพื่อความสนุกของตัวเอง
คนที่ ๒ เพื่อนในกลุ่มของเรา ที่มันตัดสินใจไม่ได้แล้วเอาเรื่องนี้มาปรึกษา (มันก็ไม่ผิดนะ มันแค่เป็นสะพาน)
คนที่ ๓ เป็นตัวเราที่ เราพูดทีเล่นทีจริง และใช้คำพูดที่จริงๆแล้วก็ไม่ควรพูด "

" จริงๆแล้วเป็นแค่คำอุทานที่ใช้กับคนๆเดียว ไม่ได้สือถึงคนที่ไม่เกี่ยวข้อง
คนที่ ๔ ไอ้กฤษ์ คนที่ทำให้เรื่อเล็กๆเป็นเรื่องใหญ่โต (จริงๆน่าจะคุยกันให้เข้าใจก่อนที่จะเอาไปโพส) แต่มันก็เอาเรื่องแค่ขี้เล็บตีนหมาไปกระจายจนเป็นเรื่องใหญ่ เข้าใจผิดแค่คนเดียวไม่พอ ล่อไปซะครึ่งมหาลัย เรียนปริญญาตรี สาขาก็เป็นสาขาที่คนมีสมองมีความคิดเขาเรียนกัน แต่ทำไมตรรกะความคิดของคนเรียนสูงๆถึงมีแค่นี้
.....................พักไว้แค่นี้ก่อนนะคะ จะมีการเรียกประชุมของปี ๒ และปี ๓ ทั้งหมด ผลจะออกมาเป็นยังไง เดียวจะมาอัพเดตให้ฟังคะ..............................
เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด (เพื่อนต่างสาขา)
แบ่งแยกชนชั้น มันว่ากูไร้สาระ ไม่ใช่แค่กูนะ รวมทั้งกลุ่มเลยว่ะ !! เชี้ยยยยยยยยย จากนั้นคำด่าบวกกับคำพูดนอยเพื่อนมาเต็ม จนเกิดถึงขั้นตัดเพื่อน แต่ใจเราด้วยความที่มันก็เพื่อนคนนึ่ง ตัดไม่ขาด เราหายโกรธมันหายโกรธคงกลับมาเป็นเพื่อนกันใหม่ ก็ชะล่าใจไม่แตะมันออกจากกลุ่มแชทกลุ่มไลน์ ก็ยังติดต่ามข่าวปกติ จนมาถึงวันที่ ๒๔ ก่อนที่จะมีกิจกรรมรับน้องของทางหมาวิทยาลัย มีรุ่นพี่ปี ๓ คนนึ่งเข้ามาถามเพื่อนคนนึ่งในกลุ่ม ว่าพี่ขอปลอมไปแฝงเป็นเด็กปี ๑ ได้ไหม แต่ก็กลัวเด็กไม่เคารพพี่ เพื่อนในกลุ่มคนนั้นก็มาถามความคิดเห็นของคนในกลุ่ม แต่ก็ไม่มีใครออกความคิดเห็นอะไรเพราะไม่มีใครรู้จักคนนั้นแต่เรารู้จักและเราเป็นคนวาแผนกิจกรรมทั้งหมด ด้วยความที่ทุ่มเทกับงานมากๆ ก็อยากจะให้รุ่นเราทำงานโดยที่ไม่มความกดดันจากรุ่นพี่ที่ขอเข้ามาร่วมแฝงตัวเป็นปี ๑ คนนั้น เราก็ตอบกลับเพื่อนไปทีเล่นทีจริงว่า ใครจ้างมา ไม่อยากให้ปี ๓ มา
............................................ พวกผมเป็นรุ่นพี่คุณผมอยู่ ปี ๓ เป็นรุ่นพี่คุณ คุณจะทำอะไรผมไม่เคยว่า แต่ครั้งนี้คุณพูดเกินไป ( เราคิดในใจ กูไม่ได้ด่าทั้งหมด กูด่าคนๆเดียว) ไม่มีใครจะไปยุ่งงานของคุณ (ย้อนกลับไปต้นเรื่องรุ่นพี่ปี ๓ คนนึ่งจะขอแฝงตัวเข้ามาเป็นเด็กปี ๑ ) ผมปี ๓ ผมมีหน้าที่ของผม (หน้าที่ปี ๓ คือดูแล ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของงาน คอยดูคอยอยู่ห่างๆ คอยประเมินงาน ไม่ใช่หรือคะ แล้วที่จะมาแฝงตัวเป็นเด็กปี ๑ คือการมาร่วมทำกิจกรรมด้วยไม่ใช่หรือคะ แล้วปี ๒ ที่ดูแลเรื่องกิจกรรม จะเล่นกับน้องปี ๑ ก้ต้องมาคอยกังวลคอยเกรงใจว่าจะเล่นไม่ถูใจพี่เขาไหม เล่นอะไรไปจะผิดใจพี่เขารเปล่า หรือจะโดนจับผิดรึเปล่า เกรงไปอีก เกรงใจไปอีก กลัวไปอีก ) คุณปี ๒ มีหน้าที่ของคุณทำอะไรก็ทำคนละฝ่าย (ใช่คะ คนละฝ่าย แล้วพี่คนโน้นนนนนนน จะขอเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมทำไมคะ ??) ผมไม่เคยแบ่งชั้นปี (
แต่คำพูดของคุณมันแรงเกินไป (แรงจริงคะ ยอมรับผิดและขอโทษ กับการพูดแรงๆจนทำให้คนอ่านเข้าใจการสื่อสารจากใจผิดในครั้งนี้ ขอโทษจากใจจริงค่ะ) ผมไม่โอเคกับคำพูดของคุณจริงๆ และยังเชื่อว่ามีอีกหลายคนที่ไม่พอใจคุณอยู่ (คนหลายคนที่ไม่โอเคกับคำที่ดิฉันพูด ก็เพราะคุณเอาส่วนนั้นไปแปลให้คนส่วนมากเข้าใจเกินจริงไงคะ ดิฉันเลือกใช้คำพูดที่ผิด แต่ดิฉันใช้คำพูดนั้นกับคนๆเดียว ไม่ใช่คนทั้งชั้นปี ถ้าด่าทั้งชั้นปีขนาดนั้นไม่น่าจะใช่การขอร่วมเข้ากิจกรรมแล้วคะ พวกเขาคงมาฆ่าพ่อฆ่าแม่ดิฉันแล้วคะถึงจะด่ารวมขนาดนั้น ) เคารพรุ่นพี่ที่มีอายุเยอะกว่าคุณบ้าง ( รุ่นพี่ส่วนใหญ่อายุน้อยกว่าดิฉัน ๑-๒ ปีโดยประมาณ การที่เป็นรุ่นพี่ ไม่ใช่การนับตามอายุนะคะ แต่เป็นการนับรุ่น ที่ดิฉันเคารพปี ๓ ส่วนใหญ่ไม่ใช่อายุ แต่เป็นรุ่นพี่ในสถาบันเดียวกัน แต่ที่รับคุณเข้ามาเป็นเพื่อนต่างชั้นปี เพราะคุณไม่มีใครคบ คุณ
........................................จากบทความที่ถูกตีความหมายผิดๆด้วยการใช้คำพูดแรงๆ จนทำให้รุ่นพี่ ปี๓ ทุกคณะ เข้าใจว่าเราด่าพวกเข้าทั้งหมด ทำให้รุ่นพี่ส่วนนึ่งโพสด่าเราโดยที่ไม่ถามต้นสายปลายเหตุ #น้องคะ คนเก่งเค้าต้องมีมารยาทด้วยนะคะลูก (แก่กว่ากู ๑ ปี) วุฒิภาวะควรมีนิดนึ่ง (พี่มีหรอคะ ถ้ามีพี่ไม่น่าจะรีบตัดสินคนขนาดนี้นะ) โซตัสกับมารยาทคนละเรื่องกันคะ (ใช่ค่ะ โซตัสคือการแบ่งชนชั้น ให้รุ่นพี่มีอำนาจมากกว่ารุ่นน้อง ส่วนมารยาท มีสักครั้งไหมคะที่พี่เดินผ่าแล้วหนูไม่ยกมือไหว้ มีสักครั้งไหมคะที่พูดกูๆๆกับพี่ มีสักครั้งไหมคะที่พี่บอกเตือนอะไรแล้วไม่ฟัง คำตอบคือไม่มีค่ะ นี่แหละคะมารยาทกับโซตัส มันคนละเรื่องกัน ) พี่อยากคุยส่วนตัว ถ้าหนูโปรพอรีบติดต่อพี่ด้วยนะคะ (โพสสักพัก กูรีบโทรหาเพื่อเล่าให้พัง ตอนนั้นใจร้อน คุยไม่ค่อยเข้าใจเรียบเรียงผิดถูก บอกให้เราใจเย็นเราตั้งสติแล้วพูดใหม่ ไม่ฟังคะไม่ฟัง พี่อยากให้น้องมาคุยต่อหน้า เอ่อพี่คะหนูคุมอารมณ์ยังไม่ได้ เอาไว้ให้หนูคุมได้ค่อยคุยได้ไหมพี่ ไม่ค่ะๆ ขึ้นมาคุยตอนี้เลยคะ ไม่ฟังคะๆ เออค่ะ ไม่ฟังก็แล้วแต่จะคิดยังไงก็แล้วแต่เลย ตัดสายทิ้ง ตู๊ดดดดดดดดด ) จบไปอีก ๑ โพส ..................................
............................................อีกโพสนึ่ง โพสไว้ว่า ถ้าไปขอคำแนะนำใครแล้วไม่ถูกใจ ก็ไม่ต้องทำตามคำแนะนำนั่นแต่ก็ "ไม่ควร" ไปพูดให้ใครเสียหายนะ ทำตัวเองให้หมดคุณค้าไปแท้ๆ (คำแนะนำทุกคำ รับฟังแล้วเก็บมาปรับปรุงและนำไปใช้ ทุกครั้ง ย้ำว่าทุกครั้ง ไม่เคยไม่ทำตาม "และไม่เคยพูดให้ใครเสียหายเลยสักครั้ง" เท่าที่เราเห็นมีแต่พวกคุณที่รุมด่าเราปาวๆ ลงเฟสบุ๊ก เราไม่เคยลดคุณค่าของตัวเราเลยค่ะ มีแต่พวกคุณที่พูดให้เราเสียหายทั้งๆที่ไม่ได้รับรู้ความจริง !! คุณค่าเราก็มีค่ะ มีสำหรับคนที่มองเห็นมัน แต่พวกคุณคงไม่เห็นหรอกคะ เพราะคุณค่าของคน มันอยู่ที่เราเป็นคนของใคร เราไม่ใช่คนของคุณ คุณจะมามองเห็นคุณค่าของเราได้ยังไงละคะ จริงไหม ??)
สรุปค่ะ เรื่องราวที่เกิดขึ้น เริ่มต้นจากคน ๔ คนที่มีความผิดแตกต่างกันไป
คนที่ ๑ รุ่นพี่ผู้หญิงปี ๓ ที่ขอเข้ามาทำกิจกรรมร่วมกับน้องปี ๑ ทั้งๆที่เขาก็รู้ว่ามันไม่ควร รู้ว่ารุ่นน้องมันจะไม่เคารพ แต่ก็ยังอยากจะเข้ามาทำเพื่อความสนุกของตัวเอง
คนที่ ๒ เพื่อนในกลุ่มของเรา ที่มันตัดสินใจไม่ได้แล้วเอาเรื่องนี้มาปรึกษา (มันก็ไม่ผิดนะ มันแค่เป็นสะพาน)
คนที่ ๓ เป็นตัวเราที่ เราพูดทีเล่นทีจริง และใช้คำพูดที่จริงๆแล้วก็ไม่ควรพูด "
คนที่ ๔ ไอ้กฤษ์ คนที่ทำให้เรื่อเล็กๆเป็นเรื่องใหญ่โต (จริงๆน่าจะคุยกันให้เข้าใจก่อนที่จะเอาไปโพส) แต่มันก็เอาเรื่องแค่ขี้เล็บตีนหมาไปกระจายจนเป็นเรื่องใหญ่ เข้าใจผิดแค่คนเดียวไม่พอ ล่อไปซะครึ่งมหาลัย เรียนปริญญาตรี สาขาก็เป็นสาขาที่คนมีสมองมีความคิดเขาเรียนกัน แต่ทำไมตรรกะความคิดของคนเรียนสูงๆถึงมีแค่นี้
.....................พักไว้แค่นี้ก่อนนะคะ จะมีการเรียกประชุมของปี ๒ และปี ๓ ทั้งหมด ผลจะออกมาเป็นยังไง เดียวจะมาอัพเดตให้ฟังคะ..............................