เรื่องที่เก็บมานาน เป็น 10 ปี ถ้าเราเจอลักษณะนี้ เราจะอยู่ในสังคมรอบข้าง แบบนี้อย่างไร?

สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน  เพี้ยนฮัลโหล
 
วันนี้เรามีเรื่อง สังคมรอบข้างเรามาเล่าให้ฟังค่ะ เรื่องยาวหน่อยนะคะ เริ่มเรื่องเลยแล้วกันะคะ  คือ บ้านเราเป็นบ้าน พื้นที่ดินสมัย ปู่ ย่า ค่ะ ซึ่งลูกของปู่ ย่า  มีพ่อ เป็นพี่ชายคนโตของบ้านหลังนี้ ก็ได้ปลูกบ้าน อยู่ในพื้นที่ดินนี้ด้วย พ่อมีพี่น้อง 3 คนค่ะ มีน้องผู้หญิง 2 คน น้องผู้หญิงคนกลาง คนนี้ไปๆ มาๆ แต่ไม่ได้สร้างบ้านอยู่ในพื้นที่นี้ แต่ก็มีลูกชายเขาที่เปิดร้านขายของ อยู่ในพื้นที่นี้แต่เด็ก และ น้องสาวคนสุดท้องของพ่อ ได้ใช้บ้าน ตา ยาย และต่อเติม เพื่อเป็นที่อยู่ของครอบครัวเขามาตั้งแต่แรก ต่อมา ปู่ ย่า ได้เสียไป ก็เริ่มมีเรื่อง การแย่งพื้นที่กัน เกิดขึ้นเรื่อยมา เช่น น้องสุดท้อง ให้สามีเขา มาทำร้ายพ่อเรา จนเป็นเรื่อง ขึ้นโรงพักมานักต่อนัก ตั้งแต่สมัยเราเด็กๆ  เราเห็นเรื่องราวพวกนี้มาเยอะแยะ ไปหมดค่ะ 
 
วันนึง เราเรียนสูงขึ้น และ โตขึ้น เราเริ่มออกไปทำงานนอกบ้าน และ พักอยู่นอกบ้านเลย เป็น 10 ปี จนไม่อยากคิดกลับไปอยู่ในพื้นที่นั้น เพราะไม่ชอบสังคมแบบนี้ และแล้ววันนึง ก็มีเหตุการณ์ ที่ทำให้เราต้องย้ายเข้าไปยู่บ้านอีกครั้ง คือ แม่เราเสีย และ เหลือพ่อ กับหลาน อยู่ที่บ้านหลังนั้น เราเห็นว่าไม่มีใครอยู่บ้าน และ เราก็มีปัญหาแฟนเก่าด้วย จึงตัดสินใจไม่อยู่ข้างนอกแระ ย้ายเข้าบ้านดีกว่า จากนั้นสิ่งที่เราเจอ คือ อาผู้หญิง ที่อยู่ในบ้าน อยากแบ่งที่ เราอธิบายพื้นที่ก่อนนะคะ บ้านเราเป็นทรงยาว เหมือนโบกี้รถไฟ มีประตูเข้า-ออกบ้านเรา ทางเดียว คือ ตรงกลางบ้าน พื้นที่ที่ 2 เป็นทางเดินแนวยาวไปถึงประตูใหญ่หน้าบ้าน พื้นที่นี้เป็น ทางเดินร่วมนะคะ เพราะพื้นที่ที่3 จะเป็นแนวยาวเช่นกัน แต่เป็นบ้าน ปู่ ย่า ที่อา เอามาต่อเติม นั่นแหละค่ะ สรุปเนื้อที่บ้านเรามีประมาณนี้นะคะ ลืมบอกไปว่าในตอนที่ปู่ ย่า ยังมีชีวิตอยู่ ได้ให้พ่อไป เพิ่มทะเบียนบ้านเป็นของตัวเอง 1 ทะเบียนบ้านสำหรับครอบครัวเรา สรุปนะคะ พื้นที่ดินนี้มี 2 ทะเบียนบ้านนั่นเอง จากนั้น อาผู้หญิงได้อย่าแบ่งที่ และ เขาก็มาบอกพ่อเราว่า อยากแบ่งที่พ่อเราก็ไม่ได้ติดอะไร แต่พอพูดไปพูดมาเขาจะเอาที่ ที่เป็นทางเดินไปด้วย เขาบอกต้องแบ่ง 3 เนื่องจากมีพี่น้อง 3 คน พ่อเราเลยบอกไปว่า ถ้าเอาที่ทางเดินไปหมด บ้านเราจะออกยังไง เขาก็ไม่ยอม จากนั้นพ่อเลยตัดสินใจงั้นไม่แบ่งแล้วจบ!! ก็ให้อยู่กันไปแบบนี้แหละ ยันลูกหลานใครอยากอยู่ ก็อยู่ไป
 
จากนี้เป็นเรื่องของเราล้วนๆแล้วนะคะ เกริ่นเรื่อง ยาวไปหน่อย เพี้ยนจริงจัง  เราได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านพ่อ แรกๆ ก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมากนักเพราะเราไม่มีอะไร กลับมาเลย เราคิดว่าของอื่นที่เราเคยมี เราทิ้งไว้กับแฟนเก่าไปเลย เราสร้างใหม่ได้ เรามานี่ เราหางานมาเรื่อยๆ จนมาเจออ๊อฟฟิตใกล้บ้านที่นึง ปกติอาเรา จะออกมานั่งเม้าส์มอย กะเพื่อนหน้าบ้านตามประสา เราเจอทุกวันเราหวัดดีเขาปกติ เพราะเราคิดว่าเรื่องที่เป็นเรื่องผู้ใหญ่ เราเลยไม่อยากเอามาคิดว่า เราต้องเกลียดเขาไปด้วย เราไปสมัครงานแล้วคงเป็นดวงมั้งค่ะ เป็นที่ทำงานเดียวกับลูกสาวเขาคนนึง อายุแก่กว่าเราประมาณ 10 มั้งค่ะ เราไม่ได้สนใจอะไร พออาเรารู้ว่าเราสมัครงานที่เดียวกับลูกเขาเท่านั้น เราเข้าไปทำงาน คนละตำแหน่งกันะคะ แต่จากนั้น อาเรา ก็ดูมีความรุกลี้ รุกลน ยังไงแปลกๆ เช่น โทรหาลูกเค้าตลอด คุยกะลูกเค้าเป็นเวลานานๆ พอวันนึงเราเริ่มมีเพื่อนที่ทำงานมากขึ้น เพื่อนก็มาเล่าให้เราฟังว่า ที่อาเราโทรหาลูกสาวเขานั้น คือ โทรมาถามว่าเราได้ไปเล่าอะไร ทำให้ลูกเค้า เสียหายหรือเปล่า เรายิ่ง งง เข้าไปอีก!!!

ต่อมา.... ผ่านมาเรื่อยๆ ลูกอา ก็เริ่มไม่อยากทำงานที่นี่ พอเพื่อนที่เขาสนิทที่สุดออก จากนั้น เขาก็ออกจากที่นี่ไปเลยโดยไม่มีการร่ำลาใครทั้งสิ้น คือ ออกผิดกฎโรงงานนั่นเอง เราเองก็ไม่ได้ใส่ใจไรมาก เพราะปกติบ้านเรากะบ้านเขาก็ไม่ได้สุงสิงกันอยู่แล้ว ส่วนตัวเราเองนั้น ก็เริ่มสร้างชีวิตใหม่เรื่อยๆ เช่นกัน คือ เริ่มจากการซื้อรถจักรยานยนต์ก่อน  ต่อมาเรื่อยๆ เราก็ซื้อ รถยนต์เก๋ง 1 คัน   เริ่มคบหากับแฟนใหม่ใช้ชีวิตใหม่ๆ และ เก็บเงินผูกข้อไม้ ข้อมือ สู่ขอแฟน เป็นพิธีครอบครัวเล็กๆ ที่บ้านต่างจังหวัดของแฟน ตามประเพณี เราพาแฟนเข้าไปอยู่บ้านหลังนี้ด้วย เพื่อรอซื้อบ้านใหม่ เรื่องก็เริ่มเกิด เวลาเราเดินผ่านหน้าประตูบ้านเขาทีไร ลูกอา + อาคนนี้ ก็จะเริ่ม ด่าแทรกออกมา เป็นคำพูดต่างๆนาๆ  เช่น ซื้อรถหรอ รถแบบนี้ใครๆ ก็ซื้อได้ รถเก่าๆ หรือ พูดดังๆออกมาจากบ้าน เพื่อให้เราได้ยิน ลูกเค้านะจบ ป.ตรี มันเก่ง มันเลี้ยงลูกเรียนเอกชนได้สบาย (คือลูกสาวเค้าคนนี้บอกก่อนว่า เรียนก็ไม่รู้จบ ป.ตรีหรือเปล่า เพราะทำตัวลึก ลับๆ มีแฟนเคยเอามาอยู่จน เลิกลากันไป ก็เหลือแต่ลูกเล็กๆ 1 คน ไม่มีทรัพย์สินอะไรนอกจาก จักรยานยนต์ 1 คัน ที่แม่ซื้อให้ตั้งแต่มีครอบครัวแรกๆ เพราะครอบครัวบ้านใกล้เค้ามากๆ เลยจะรู้ จะเห็นกันตลอด เหมือนที่เค้าเห็นครอบครัวเราเลยค่ะ)

ลูกสาวอา + อา ด่าแขวะเราประมาณนี้ทุกวันที่เรากับแฟนเดินเข้าบ้าน ผ่านหน้าประตูบ้านเขา พฤติกรรม คือ จะแอบมองเวลาเราเข้าบ้านหลังเลิกงาน / แอบฟังบ้านเราว่าคุยอะไรกัน (เราเคยเห็นนะคะถึงกล้าเล่า) / แกล้งบ้านเรา เช่น เอาน้ำแฟ้บมารดน้ำต้นไม้ที่พ่อเราปลูก / เอารองเท้าหลานเราไปทิ้งข้างนึง / วางยาเบื่อแมวที่มาคลอดลูกที่บ้านเรา ตายหมด / เอามีดมากรีดยารถยนต์เรา เป็นรอยฉีก (เราออกรถมา 1 อาทิตย์) / เอาน้ำแฟ้บมาใส่ในตู้ปล่าที่หลานเราเลี้ยง บลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มันเยอะมากจริงๆ ค่ะ แต่ที่เราไม่ทำไร เพียงเพราะ เราอยากให้มันเป็นไปตามกรรม แค่นั้นเองค่ะ! ส่วนตัวเราเอง ก็คงอยู่จนกว่าจะเก็บเงินดาวน์บ้านใหม่ได้ครบ รอผ่อนรถหมด อะไรประมาณนี้ค่ะ แต่เรารู้สึกว่า เราต้องเจออะไรแบบนี้อีกหลายปีแน่ๆ กว่าเราจะไปอยู่ที่อื่น
เพี้ยนสะอื้น ขอบคุณที่อ่านจบนะคะ  เรื่องที่เก็บมานา เป็น 10 ปี
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่