เค้าว่ากันว่า โลกแบ่งคนออกเป็น2ประเภท คือ คนที่เคยเห็นทัชมาฮาลแล้ว กับ คนที่ยังไม่เคยเห็นทัชมาฮาล
บันทึกประจำวันที่ 25-12-61
วันนี้เราต้องนั่งรถไฟจากตัวเมืองเดลีมาที่เมืองอักรา เพื่อมาหาเป้าหมายของการเดินทางมาอินเดียในครั้งนี้ นั่นก็คือ‘ทัชมาฮาล’
ตามแผนการเดินทางเดิมของเราเลยก็คือ วันนี้เราจะถึงตัวเมืองอักราช่วงสายๆเอากระเป๋าไปเก็บที่พักก่อน แล้วจึงไปเที่ยวรอบ ๆ เมืองอักรา ส่วนพรุ่งนี้เช้าค่อยไปหา‘ทัชมาฮาล’เพราะจากที่เราอ่านเจอในหนังสือหรือบล็อกท่องเที่ยวต่าง ๆส่วนใหญ่จะแนะนำให้ไปเข้าชมทัชมาฮาลในช่วงเช้า สักประมาณ6โมงถึง6.30กำลังดี เพราะว่าคนจะไม่ค่อยเยอะ ไม่ต้องมาเบียดกับคนอื่นแล้วยังได้รูปถ่ายสวยๆของทัชมาฮาลกับแสงแรกของวัน
แต่บางทีอะไรๆก็ไม่ได้เป็นไปตามแผนไปเสียทั้งหมด ช่วงที่เราไปเป็นช่วงเดือนธันวาคมพอดี อากาศจึงค่อนข้างหนาว และมีหมอกหนาปกคลุมทั่วเมืองเกือบทั้งวัน (รวมถึงฝุ่นควันด้วย)ช่วงบ่ายๆเย็นๆนู้นแหละ ท้องฟ้าถึงจะกลับมาสดใส
เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย เราจึงตัดสินใจวินาทีสุดท้าย ไปทัชมาฮาลตอนสี่โมงครึ่ง ก่อนเวลาปิดทำการเพียง1ชั่วโมง ยอมไปตอนคนเยอะหน่อย แต่ดีกว่าไปพรุ่งนี้แล้วมองไม่เห็นอะไรเลย
ราคาค่าเข้าชมทัชมาฮาลจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับว่าคุณถือพาสปอร์ตสัญชาติอะไร ถ้าคุณเป็นคนอินเดีย คุณก็จะได้เข้าชมทัชมาฮาลด้วยราคาตั๋วที่ถูกแสนถูก เพียงคนละ45รูปีเท่านั้น สำหรับคนต่างชาติต้องจ่ายคนละ1,050รูปี แต่คนไทยอย่างพวกเรา จ่ายเพียงแค่530รูปีเท่านั้น เนื่องจากประเทศไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกของBIMSTEC คนไทยจึงได้รับสิทธิพิเศษมากกว่านักท่องเที่ยวในหลายๆประเทศ
สิ่งที่จะได้หลังจากจ่ายเงินค่าเข้าแล้วก็จะมีตั๋ว1ใบ (ห้ามทำหายเพราะเค้าจะมีเช็คหลายจุด) น้ำ1ขวด และที่สวมรองเท้า เอาไว้ใส่ก่อนเข้าตัวสุสานก่อนจะเข้าไปข้างในได้ เราก็ต้องผ่านด่านแสกนตัว และตรวจสัมภาระก่อน สิ่งที่ห้ามเอาเข้าไปเด็ดขาดเลยก็คือ ขาตั้งกล้อง โดรน กับพวกของกินต่าง ๆ
กว่าจะเข้ามาข้างในได้ ก็รู้ซึ้งแล้วที่เค้าแนะนำให้มาที่นี่ในช่วงเช้า เพราะคนเยอะมาก เยอะแบบมากมาก ไม่มีที่ยืนเลยก็ว่าได้ โชคดีที่เราเป็นคนที่ไม่ได้ชอบถ่ายรูปตัวเอง เน้นถ่ายรูปวิวซะมากกว่า ไม่งั้นมีเครียดแน่ ๆ เพราะหันไปทางซ้ายก็มีคุณลุงคุณป้ายืนคุยกันอยู่ หันไปทางขวาก็มีลูกเด็กเล็กแดงวิ่งเล่นอยู่ข้างๆ
สิ่งที่ทำให้เราขนลุกและตื่นเต้นมากที่สุดคือประตูทางเข้าก่อนถึงตัวทัชมาฮาล เมื่อเรายิ่งเดินเข้าไปใกล้ประตูมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งเห็นตัวทัชมาฮาลใหญ่ขึ้นมากเท่านั้น เป็นความรู้สึกที่เรายังคงจำได้และจะไม่มีวันลืม ที่นี่สินะ ที่เราวาดฝันว่าจะมาให้ได้เมื่อหลายปีก่อน
วันนี้มันอยู่ตรงหน้าเราแล้ว ห่างแค่เพียงเอื้อมมือเดียว
‘ทัชมาฮาล’ คือสุสานที่กษัตริย์ในราชวงศ์โมกุล นามว่าจักรพรรดิชาห์ชะฮันสร้างให้พระนางมุมตัซ มาฮาล ภรรยาสุดที่รักที่เสียชีวิตไปตอนคลอดลูกคนที่14ก็เลยสั่งให้สร้างสุสานจากหินอ่อนทั้งหมด เพื่อแสดงความรักให้แก่ภรรยา และสั่งฆ่าคนสร้างทิ้งเพื่อไม่ให้ไปสร้างที่อื่นได้อีก อีกทั้งจักรพรรดิชาห์ชะฮันยังมีโครงการจะก่อสร้างสุสานของตัวเอง เป็นสุสานหินอ่อนสีดำอยู่ตรงข้ามแม่น้ำอีกฝั่ง เพื่อจะได้อยู่เคียงข้างกับภรรยาตลอดไป แต่เนื่องจากงบประมาณที่สูงและแรงงานคนจำนวนมาก จึงถูกพ่อของตนจับไปขังที่ Agra Fort ( ป้อมที่อยู่ใกล้ๆทัชมาฮาลประมาณ 2 กิโลเมตร ) จนสิ้นชีวิตเลยไม่มีโอกาสได้สร้างทัชมาฮาลสีดำ
ก่อนจะเข้าไปข้างในทัชมาฮาลจะมีการตรวจตั๋วอีกรอบนึง แบ่งเป็นแถวคนอินเดียและแถวคนต่างชาติ แถวคนอินเดียจะยาวมาก ๆ ยาวเกือบวนรอบทัชมาฮาลได้รอบนึง ส่วนแถวคนต่างชาติจะสั้นและรวดเร็วกว่า
ตัวสุสานทัชมาฮาลทำมาจากหินอ่อนสีขาวทั้งหมด ปกติเราเป็นคนที่ไม่อินและไม่รู้เรื่องด้านสถาปัตยกรรมมากนัก แต่ที่นี่เรายอมรับเลยว่า เป็นที่สุดของที่สุด เป็นสิ่งก่อสร้างที่ละเอียดมาก ๆ ทั้งการออกแบบ การวาดลวดลายรวมถึงการแกะสลักต่างๆและที่สำคัญตัวอาคาร มีอุณหภูมิที่เย็นตลอดเวลาหลังจากชื่นชมความงดงามของตัวอาคารแล้ว เราก็ต้องไปต่อแถวรอเข้าไปดูข้างในตัวสุสาน เราตื่นเต้นมาก เพราะก่อนมาเราทำการบ้านมาดีมาก ๆ ทั้งดูคลิปในยูทูป และหาข้อมูลจากในอินเตอร์เน็ต แต่เค้าห้ามไม่ให้ถ่ายภาพหรือวิดิโอบริเวณด้านในเลย เราจึงได้แต่จินตนาการและสงสัยว่าข้างในมันจะเป็นยังไง วันนี้ในที่สุดเราก็จะได้รู้แล้ว
ตัวข้างในสุสาน ได้จัดทางเดินให้นักท่องเที่ยวเดินเรียงกันเป็นแนววงกลม บริเวณด้านในตรงกลางจะมีโลงศพของจักรพรรดิชาห์ชะฮันและพระนางมุมตัซ มาฮาลซึ่งทำมาจากหินอ่อนที่มีลวดลายละเอียดสวยงามไม่ว่าตอนอยู่ข้างนอก คุณจะเห็นคนเยอะวุ่นวายขนาดไหน พอเข้ามาข้างในแล้วจะรับรู้ได้ถึงความสงบ
ถ้าถามเราว่าชอบที่นี่มากขนาดไหน?เราบอกได้เลยว่าเราชอบที่นี่มาก ชอบขนาดที่ว่าอยากพาพ่อกับแม่มาดูที่นี่ด้วยตาของพวกเค้าเองใครจะมารีบมานะ เราเคยได้ยินมาว่า ในอนาคต ทางการเค้าจะปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมแล้ว เพราะมลพิษทางอากาศกับนักท่องเที่ยวที่เยอะมหาศาลในแต่ละวัน จะส่งผลเสียต่อตัวหินอ่อนได้
เราใช้เวลาดื่มด่ำกับที่นี่จนหมดเวลาเข้าชม ความรู้สึกเต็มอิ่ม อิ่มอกอิ่มใจมันเป็นอย่างนี้นี่เอง ที่นี่เป็นที่ที่ทำให้เรายอมทำงาน เก็บเงินออมเงินมา แล้วมันทำให้เรารู้ว่าการตัดสินใจมาอินเดียในครั้งนี้เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ดีและคุ้มค่าที่สุดในชีวิตเราแล้ว สำหรับคนที่ไม่เคยหรือยังไม่กล้ามาอินเดียและที่ทัชมาฮาลแห่งนี้ เชื่อเราเถอะ คุณลองมาที่นี่สักครั้ง แล้วคุณจะรักอินเดีย
written by lanlalin the real nomad
✪ INSTA @lanlalin___
✪ FB @The real nomad ลุยเดี่ยวเที่ยวรอบโลก
https://www.facebook.com/therealnomads
✪ youtube :
https://www.youtube.com/channel/UCw1bGgebvFWRQW2Fxz4v1FQ
✪ website แชร์แผนเที่ยว บทความท่องเที่ยว :
https://lanlalink.wixsite.com/therealnomad
✪ EMAIL cream.abc@hotmail.com
30-06-2020
[CR] ‘ทัชมาฮาล’ ที่รัก
บันทึกประจำวันที่ 25-12-61
วันนี้เราต้องนั่งรถไฟจากตัวเมืองเดลีมาที่เมืองอักรา เพื่อมาหาเป้าหมายของการเดินทางมาอินเดียในครั้งนี้ นั่นก็คือ‘ทัชมาฮาล’
ตามแผนการเดินทางเดิมของเราเลยก็คือ วันนี้เราจะถึงตัวเมืองอักราช่วงสายๆเอากระเป๋าไปเก็บที่พักก่อน แล้วจึงไปเที่ยวรอบ ๆ เมืองอักรา ส่วนพรุ่งนี้เช้าค่อยไปหา‘ทัชมาฮาล’เพราะจากที่เราอ่านเจอในหนังสือหรือบล็อกท่องเที่ยวต่าง ๆส่วนใหญ่จะแนะนำให้ไปเข้าชมทัชมาฮาลในช่วงเช้า สักประมาณ6โมงถึง6.30กำลังดี เพราะว่าคนจะไม่ค่อยเยอะ ไม่ต้องมาเบียดกับคนอื่นแล้วยังได้รูปถ่ายสวยๆของทัชมาฮาลกับแสงแรกของวัน
แต่บางทีอะไรๆก็ไม่ได้เป็นไปตามแผนไปเสียทั้งหมด ช่วงที่เราไปเป็นช่วงเดือนธันวาคมพอดี อากาศจึงค่อนข้างหนาว และมีหมอกหนาปกคลุมทั่วเมืองเกือบทั้งวัน (รวมถึงฝุ่นควันด้วย)ช่วงบ่ายๆเย็นๆนู้นแหละ ท้องฟ้าถึงจะกลับมาสดใส
เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย เราจึงตัดสินใจวินาทีสุดท้าย ไปทัชมาฮาลตอนสี่โมงครึ่ง ก่อนเวลาปิดทำการเพียง1ชั่วโมง ยอมไปตอนคนเยอะหน่อย แต่ดีกว่าไปพรุ่งนี้แล้วมองไม่เห็นอะไรเลย
ราคาค่าเข้าชมทัชมาฮาลจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับว่าคุณถือพาสปอร์ตสัญชาติอะไร ถ้าคุณเป็นคนอินเดีย คุณก็จะได้เข้าชมทัชมาฮาลด้วยราคาตั๋วที่ถูกแสนถูก เพียงคนละ45รูปีเท่านั้น สำหรับคนต่างชาติต้องจ่ายคนละ1,050รูปี แต่คนไทยอย่างพวกเรา จ่ายเพียงแค่530รูปีเท่านั้น เนื่องจากประเทศไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกของBIMSTEC คนไทยจึงได้รับสิทธิพิเศษมากกว่านักท่องเที่ยวในหลายๆประเทศ
สิ่งที่จะได้หลังจากจ่ายเงินค่าเข้าแล้วก็จะมีตั๋ว1ใบ (ห้ามทำหายเพราะเค้าจะมีเช็คหลายจุด) น้ำ1ขวด และที่สวมรองเท้า เอาไว้ใส่ก่อนเข้าตัวสุสานก่อนจะเข้าไปข้างในได้ เราก็ต้องผ่านด่านแสกนตัว และตรวจสัมภาระก่อน สิ่งที่ห้ามเอาเข้าไปเด็ดขาดเลยก็คือ ขาตั้งกล้อง โดรน กับพวกของกินต่าง ๆ
กว่าจะเข้ามาข้างในได้ ก็รู้ซึ้งแล้วที่เค้าแนะนำให้มาที่นี่ในช่วงเช้า เพราะคนเยอะมาก เยอะแบบมากมาก ไม่มีที่ยืนเลยก็ว่าได้ โชคดีที่เราเป็นคนที่ไม่ได้ชอบถ่ายรูปตัวเอง เน้นถ่ายรูปวิวซะมากกว่า ไม่งั้นมีเครียดแน่ ๆ เพราะหันไปทางซ้ายก็มีคุณลุงคุณป้ายืนคุยกันอยู่ หันไปทางขวาก็มีลูกเด็กเล็กแดงวิ่งเล่นอยู่ข้างๆ
สิ่งที่ทำให้เราขนลุกและตื่นเต้นมากที่สุดคือประตูทางเข้าก่อนถึงตัวทัชมาฮาล เมื่อเรายิ่งเดินเข้าไปใกล้ประตูมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งเห็นตัวทัชมาฮาลใหญ่ขึ้นมากเท่านั้น เป็นความรู้สึกที่เรายังคงจำได้และจะไม่มีวันลืม ที่นี่สินะ ที่เราวาดฝันว่าจะมาให้ได้เมื่อหลายปีก่อน
วันนี้มันอยู่ตรงหน้าเราแล้ว ห่างแค่เพียงเอื้อมมือเดียว
‘ทัชมาฮาล’ คือสุสานที่กษัตริย์ในราชวงศ์โมกุล นามว่าจักรพรรดิชาห์ชะฮันสร้างให้พระนางมุมตัซ มาฮาล ภรรยาสุดที่รักที่เสียชีวิตไปตอนคลอดลูกคนที่14ก็เลยสั่งให้สร้างสุสานจากหินอ่อนทั้งหมด เพื่อแสดงความรักให้แก่ภรรยา และสั่งฆ่าคนสร้างทิ้งเพื่อไม่ให้ไปสร้างที่อื่นได้อีก อีกทั้งจักรพรรดิชาห์ชะฮันยังมีโครงการจะก่อสร้างสุสานของตัวเอง เป็นสุสานหินอ่อนสีดำอยู่ตรงข้ามแม่น้ำอีกฝั่ง เพื่อจะได้อยู่เคียงข้างกับภรรยาตลอดไป แต่เนื่องจากงบประมาณที่สูงและแรงงานคนจำนวนมาก จึงถูกพ่อของตนจับไปขังที่ Agra Fort ( ป้อมที่อยู่ใกล้ๆทัชมาฮาลประมาณ 2 กิโลเมตร ) จนสิ้นชีวิตเลยไม่มีโอกาสได้สร้างทัชมาฮาลสีดำ
ก่อนจะเข้าไปข้างในทัชมาฮาลจะมีการตรวจตั๋วอีกรอบนึง แบ่งเป็นแถวคนอินเดียและแถวคนต่างชาติ แถวคนอินเดียจะยาวมาก ๆ ยาวเกือบวนรอบทัชมาฮาลได้รอบนึง ส่วนแถวคนต่างชาติจะสั้นและรวดเร็วกว่า
ตัวสุสานทัชมาฮาลทำมาจากหินอ่อนสีขาวทั้งหมด ปกติเราเป็นคนที่ไม่อินและไม่รู้เรื่องด้านสถาปัตยกรรมมากนัก แต่ที่นี่เรายอมรับเลยว่า เป็นที่สุดของที่สุด เป็นสิ่งก่อสร้างที่ละเอียดมาก ๆ ทั้งการออกแบบ การวาดลวดลายรวมถึงการแกะสลักต่างๆและที่สำคัญตัวอาคาร มีอุณหภูมิที่เย็นตลอดเวลาหลังจากชื่นชมความงดงามของตัวอาคารแล้ว เราก็ต้องไปต่อแถวรอเข้าไปดูข้างในตัวสุสาน เราตื่นเต้นมาก เพราะก่อนมาเราทำการบ้านมาดีมาก ๆ ทั้งดูคลิปในยูทูป และหาข้อมูลจากในอินเตอร์เน็ต แต่เค้าห้ามไม่ให้ถ่ายภาพหรือวิดิโอบริเวณด้านในเลย เราจึงได้แต่จินตนาการและสงสัยว่าข้างในมันจะเป็นยังไง วันนี้ในที่สุดเราก็จะได้รู้แล้ว
ตัวข้างในสุสาน ได้จัดทางเดินให้นักท่องเที่ยวเดินเรียงกันเป็นแนววงกลม บริเวณด้านในตรงกลางจะมีโลงศพของจักรพรรดิชาห์ชะฮันและพระนางมุมตัซ มาฮาลซึ่งทำมาจากหินอ่อนที่มีลวดลายละเอียดสวยงามไม่ว่าตอนอยู่ข้างนอก คุณจะเห็นคนเยอะวุ่นวายขนาดไหน พอเข้ามาข้างในแล้วจะรับรู้ได้ถึงความสงบ
ถ้าถามเราว่าชอบที่นี่มากขนาดไหน?เราบอกได้เลยว่าเราชอบที่นี่มาก ชอบขนาดที่ว่าอยากพาพ่อกับแม่มาดูที่นี่ด้วยตาของพวกเค้าเองใครจะมารีบมานะ เราเคยได้ยินมาว่า ในอนาคต ทางการเค้าจะปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมแล้ว เพราะมลพิษทางอากาศกับนักท่องเที่ยวที่เยอะมหาศาลในแต่ละวัน จะส่งผลเสียต่อตัวหินอ่อนได้
เราใช้เวลาดื่มด่ำกับที่นี่จนหมดเวลาเข้าชม ความรู้สึกเต็มอิ่ม อิ่มอกอิ่มใจมันเป็นอย่างนี้นี่เอง ที่นี่เป็นที่ที่ทำให้เรายอมทำงาน เก็บเงินออมเงินมา แล้วมันทำให้เรารู้ว่าการตัดสินใจมาอินเดียในครั้งนี้เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ดีและคุ้มค่าที่สุดในชีวิตเราแล้ว สำหรับคนที่ไม่เคยหรือยังไม่กล้ามาอินเดียและที่ทัชมาฮาลแห่งนี้ เชื่อเราเถอะ คุณลองมาที่นี่สักครั้ง แล้วคุณจะรักอินเดีย
written by lanlalin the real nomad
✪ INSTA @lanlalin___
✪ FB @The real nomad ลุยเดี่ยวเที่ยวรอบโลก https://www.facebook.com/therealnomads
✪ youtube : https://www.youtube.com/channel/UCw1bGgebvFWRQW2Fxz4v1FQ
✪ website แชร์แผนเที่ยว บทความท่องเที่ยว : https://lanlalink.wixsite.com/therealnomad
✪ EMAIL cream.abc@hotmail.com
30-06-2020
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้