เรียนได้ที่1ทุกปี กับการเป็นเด็กซิ่ว3มหาลัย(ไม่รู้ต้องตั้งหัวข้อกระทู้ยังไงแต่อยากให้ทุกคนได้ลองเข้ามาอ่านกันสักครั้งค่ะ

กระทู้คำถาม
เราขอตั้งในกระทู้คำถามนะคะเนื่องจากว่าพยายามยืนยันตัวตนแล้วแต่ไม่ได้สักทีมันยากมากเลยค่ะ ช่วงนี้เป็นช่วงที่น้องๆกำลังจะเปิดเทอม ไม่ว่าจะมหาลัยหรือมัธยมก็ดี เราก็เป็นอีกคนที่จะได้ใช้คำว่าเฟซชี่อีกครั้ง แต่อะไรๆของปีนี้ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ไม่มีความแน่นอนเอาเสียเลย สวัสดีค่ะเราเป็นนักศึกษาปี4จากมหาลัยแห่งหนึ่ง แน่นอนถ้าเราไม่ซิ่วออกมาก่อน เราคงได้ใช้คำนี้แน่ๆ ปีนี้การได้ใส่ชุดครุยอาจเป็นเรื่องที่ล่าช้า แต่คงไม่มีอะไรช้ากว่าชีวิตเราแล้วค่ะ ตอนเป็นเด็กมัธยมเราเป็นเด็กเรียนดีสอบได้ที่1ทุกปี ได้เกียรติบัตรเรียนดีทุกปี เป็นเด็กห้องEISที่เรียนยากแสนยากเพราะต้องเรียนวิทย์คณิตฟิสิกส์เคมีเป็นภาษาอังกฤษ แต่เราก็ไม่เคยหลุดจากที่1เลย ตอนปฐมเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนคืออยากเป็นเชฟเรารักการทำอาหารตั้งแต่เด็กๆ พอมัธยมต้นจนถึงช่วงม.4-5เราอยากเป็นครู เรารู้สึกว่าอาชีพนี้เป็นอะไรที่มีคุณค่าทางจิตใจสำหรับเรามากๆ เราประทับใจครูทุกคนที่สอนเรา เรามองเขาเป็นแบบอย่าง ถึงได้บอกกับตัวเองว่าต้องทำได้ พอม.6 จู่ๆเราก็หมดกำลังใจในการอยากเรียนต่อ มันเป็นช่วงที่เหนื่อยมากๆต้องสอบนั่นโน่นนี่ เอาจริงเลยเราไม่เคยคิดว่าอยากจะเรียนต่อ แต่เป็นคนที่คิดว่าอนาคตต้องทำอาชีพนี้ๆนะ เราไม่สนใจว่าเราต้องสอบGatPatหรือสอบ9สามัญ จะบอกว่าหลงตัวเองจนเกินไปก็ได้ เราพูดกับเพื่อนว่าสำหรับเราอ่ะไม่จำเป็นต้องมีรอบ2-3 แค่รอบแรกก็ได้อย่างใจหวังแล้ว แต่ตอนนั้นก็คือสมัครไว้นะ แต่เราไม่ติวไม่อ่านอะไรทั้งสิ้น พอรอบแรกเราไปสมัครโครงการทุนเรียนดีของมหาลัยหนึ่ง พอไปเจอข้อสอบเราพูดกับตัวเองเลยว่า ง่ายไปหรือเปล่าเด็กม.ต้นก็น่าจะทำได้ พอผลออกมาเราไม่ติด ทำให้พลาดรอบแรกไป จนจับพลัดจับพลูไปถึงรอบแอดมิดชั่นเราเลือกครุเป็นอันดับ12และ3ส่วนอันดับ4เป็นคณะสิ่งแวดล้อม ใช่ค่ะเราไม่ติดอันดับ123 เราติดสิ่งแวดล้อมโดยคะแนนสูงสุดในปีนั้น ต้องบอกเลยว่าตอนนั้นเสียใจมากที่ไม่ติดสิ่งที่อยากเรียน แต่ก็ยังเลือกคณะที่เราไม่รู้แม้แต่คณะนี้เขาเรียนเกี่ยวกับอะไร เขาเรียนกันยังไง และจบมาทำอะไร แต่ด้วยรอบแอดคือมันเป็นช่วงคาบเกี่ยวของการใกล้จะเปิดเทอม เราเลยบอกกับครอบครัวว่าไปตายเอาดาบหน้า สรุปคือเรียนได้1เดือนเราลาออก พอลาออกมาเราไม่มีเป้าหมายแล้ว ความอยากเป็นครูมันหดหายไปตั้งแต่เราสอบไม่ติดรอบแรกแล้ว หลังจากนั้นก็ออกไปทำงาน พอทำงานก็โดนดูถูกต่างๆนาก็เลยคิดจะกลับไปเรียนอีกครั้ง คราวนี้บอกตัวเองว่าคณะอะไรก็ได้เรียนให้จบๆ ปีนั้นสอบติดศิลปศาสตร์เอกพัฒนาชุม คำถามคืออะไรอีกแล้วว่ะเนี่ย ไม่รู้จักค่าเทอมก็แพงอีก เป็นอะไรที่พึ่งเคยได้ยิน ครอบครัว ญาติๆ บอกว่าเราโง่เรียนอะไรก็ไม่รู้ คือเขาพูดกรอกหูทุกวัน เรากดดันมากก็เลยตัดสินใจไม่ไปเรียน และก็หยุดเรียนอีกปี และล่าสุดคือปีที่แล้วเราคิดไม่ออกเลยว่าจะเรียนอะไร แต่เราก็อยากเป็นครูอยู่นะ ความฝันนี้ลบไม่ออกจริงๆ แต่ก็ไม่กล้าสอบกลัวไปหมดเลย เราสรุปเองเออเอง เราตัดสินใจไปสมัครเรียนอาชีวะ ซึ่งเราเรียนเกี่ยวกับการตลาด ตลอด1ปีเราไม่มีความสุขเลยด้วยความที่อายุ22แล้ว เราอยู่กับเด็กที่อายุ18 ช่วงวัยเรามันต่างกันมาก บางเรื่องก็คุยกันไม่รู้เรื่อง เราอึดอัดไปหมดเลย เราบอกครอบครัว คุยกับตัวเองว่าไปทำอะไรณที่ตรงนั้น เราคิดอะไรอยู่ เราอยากเป็นอยากทำอะไรกันแน่ และเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเราพึ่งไปลาออกจากวิทลัยเพราะเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ ทำไมจากเด็กที่ครูชม เพื่อนชม ทุกคนคาดหวัง กลายเป็นคนที่เป๋กับอนาคตตัวเองขนาดนี้ คนรออย่างครอบครัวก็รอไปสิเราไม่มีความแน่นอนให้เขาเลย ทั้งๆที่อนาคตเราแท้ๆ คนที่จะได้รับก็เป็นเรา แต่เรากลับมองไม่เห็นอะไรเลย มันท้อมันมืดมนไปหมดในขณะที่เพื่อนทยอยจบ เรายังย่ำอยู่กับที่ ที่เราเสียใจคือตลอดเวลา4ปีแม่เราโดนคนแถวบ้านถามเรื่องเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหยียดเราเหยียดแม่เรา สิ่งที่แม่เราบอกกับเราตลอด4ปีคือไม่เป็นไร แม่ไม่เคยบังคับให้ลูกต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ ยิ่งเราได้ฟังเรายิ่งรู้สึกว่าเราไม่น่าเกิดมา ถ้าครอบครัวไม่มีเราตั้งแต่แรกก็คงไม่เป็นแบบนี้ เรารู้สึกผิดจนไม่รู้ว่าต้องขอโทษเขากี่ครั้งมันถึงแก้ไขสิ่งที่เราเป็นเราทำอยู่ตอนนี้ได้
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่