สวัสดีคะ เรื่องอาจจะยาวหน่อยนะคะ เรามาเล่าเรื่องราว4เดือนที่ผ่านมากับการที่ห่างกับแฟน ก่อนอื่นขอบอกก่อนเลยนะคะว่าก่อนที่จะมีปัญหา ณ ตอนนี้ ก่อนหน้าเรายังรักกันดีและไม่มีปัญหากันเลยหรืออาจจะเป็นเพราะเราซื้อบ้านที่ชลบุรีแล้วย้ายงานด้วยแต่เราคุยกันมาสร้างอนาคตครอบครัวด้วยกัน หรือแม่เขาคงคิดว่าให้ลูกเขามาผ่อนบ้านช่วยหรือป่าว เขาถึงพยายามให้ห่างกัน
เริ่มแรกเราทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ กทม ด้วยกันมาเกือบ2ปีไปมาหาสู่บ้านกันและกันปกติ และเรา(คนเดียว)อยากมีบ้านเลยซื้อบ้านที่ชลบุรีแล้วจะโอนบ้านในเดือน กุมภาพันธ์ 2563 พร้อมจะย้ายไปอยู่ในเดือนมีนาคม 2563 เราก็เริ่มหางานกัน เราก็ได้งานแถวบ้านที่ซื้อเขาก็หาแต่เขาบอกว่าเกรงใจเพื่อนที่ฝากงานที่เก่าไว้เลยอยู่ต่ออีก1เดือน แล้วจะย้ายมาเดือนเมษา 2563 แต่เราย้ายให้ย้ายพร้อมกัน จนงานที่แฟนหาสมัครไว้ก็โทรมานัดสัมภาษณ์ แต่เขาเลือกที่จะยกเลิกไป ถามว่าเราเสียดายแทนมั้ยก็เสียดาย
ถึงเวลาย้ายมาอยู่ ชลบุรี เราก็มาทำงานไป วันหยุดเขาก็ยังมาหาปกติ พอเข้าเดือนนี้พิษโควิดเริ่มรุนแรงมากขึ้นเราก็ห่วงเขาอยากให้รีบออกจากงานที่เก่าก่อนและฝากงานที่บริษัทให้ แต่ตอนนั้นเขาก็ลังเลเพราะแม่น้องและญาติๆโทรให้กลับบ้านแต่ตอนนั้นเขาก็ยังไม่พูดว่าจะไป จนมาถึงวันที่24มีนาคม2563 รัฐจะปิด กทม ด้วยเหตุนี้แม่เขาโทรมาสั่งให้ไปลาออกแล้วกลับบ้านภายในพรุ่งนี้ เขาเลยตัดสินใจทำตามโดยไม่ถามเราสักคำ ถามว่าช็อกมั้ย มากกกกกอึ้งด้วยที่เขาตัดสินใจแบบนั้น คือเราต้องเข้าใจสินะ พูดอะไรไม่ได้ ตอนนั้นโครตน้อยใจเลย เราพยายามให้ย้ายมาพร้อมกันเขาไม่เลือกที่จะมา
ข้ามมาเดือน เมษายน 2563
เราก็ได้พูดคุยกันเข้าใจว่าเมื่อโควิดซาๆ เขาจะกลับมาหางานทำงานด้วยกัน ตลอดเวลานั้นก็คุยกันดี happy แค่รอวันที่เขากลับมา นั่งนับวันรอ เพราะเขาบอกว่าคุยกับแม่เรียบร้อยและแม่ก็ให้มาชลบุรีทำงานด้วยกัน *ดูเหมือนจะมีความสุข*
เริ่มเข้าเดือน พฤษภาคม 2563
สถานการ โควิดเริ่มค่อยๆดีขึ้น ห้างเริ่มเปิดและสามารถข้ามจังหวัดได้ เราจะถามเขาว่าจะมาได้เมื่อไรแต่ก็เหมือนว่าเขาเกรงใจแม่ แต่เขาก็ตอบเราว่าจะมาต้นเดือนมิถุนา 2563 *โครตดีใจเลยนะ ความรู้สึกที่รอค่อยมา3เดือน * แต่แล้วใกล้ถึงวันเราถามว่าจะมาวันไหนจะได้บินไปและนั่งรถเป็นเพื่อน แต่คำตอบที่ได้คือแม่เขาซื้อที่แล้วจะสร้างบ้านให้เขาอยากให้เขาอยู่บ้าน *เหมือนโดนฟ้าผ่ากลางใจเลย เสียใจมาก * และเขาก็บอกให้เขาใจ คือเราต้องเข้าใจมัน ไม่มีสิทธิ์งอแงง หรอ คุยกันไม่เข้าใจเขาก็ไม่เลือกไม่พูดไม่เปิดใจคุย มีแค่บอกเราว่า ณ ตอนนี้ให้คำตอบไม่ได้
จนมาเดือน มิถุนายน 2563
เข้าเดือนนี้เราก็พยายามพูดคุยเข้าใจเพื่อรักษาความรักไว้ พยายามเข้าใจ *แต่ลึกๆก็กลัวคำตอบที่ไม่เป็นดั้งที่หวัง* เราพยายามไม่ให้มีเรื่องทะเลาะกัน และสถานการโควิดก็ดีขึ้น ทางเราก็อยากจะทำบุญบ้านเลยบอกเขาว่ามาได้ไหม เขาก็บอกมาว่าเดี๋ยวไปคุยกับแม่ แต่แล้วคำตอบคือแม่ไม่ให้มาเพราะงานที่บ้านเยอะ *หมายถึงทำนาทำสวนรับส่งญาติ* แล้วเราก็น้อยใจสุดๆร้องไห้เสีย เหมือนโดนกีดกั้นไม่ให้เจอ ตั้งแต่เดือนนี้มาเราไม่มีความสุขเลย เขาเริ่มเปลี่ยนไปไม่ค่อยสนใจไม่ใส่ใจไม่แคร์ความรู้สึกเราเลย เลยถามว่าเราจะยังไงกันต่อมีปัญหาทุกวัน เราเหมือนคนอกหักเหมือนโดนทิ้งแบบเงียบๆ เราร้องไห้เสียงใจเขาก็ยังไม่สนมีแต่ไล่บอกไม่คุยด้วย ถ้าเป็นแบบนี้ -จุกสิคะ คนที่เคยตามแคร์ความรู้สึกแฟนแต่วันนี้ไล่เราเหมือนเราไม่ใช่คนที่เคยอยู่ด้วยกันมา นับวันมันยิ่งหนักขึ้นๆ บอกเราว่าเลือกไม่ได้บอกเราว่าตอนนี้ยังพูดไม่ได้ว่าจะได้มาเมื่อไหร่ จนวันที่26 เราได้โทรคุยกับแม่ของเขา เราแค่จะโทรไปถามไถ่ว่าเป็นยังไงบ้างสบายดีมั้ย ก็พูดคุยปกติแล้วแม่ก็พูดขึ้นมาว่า ไม่รู้ว่าคุยกันยังนะ แต่แม่ไม่ให้ไปแล้วนะจะให้อยู่บ้านถาวรแล้วเลี้ยงพ่อแม่ ทำนาแทนพ่อ คงไม่ไปแล้วนะชลบุรีเพราะพ่อแกแล้วจะเข้า60 แม่บอกเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่ายังไงก็ตอนมาแทน คำพูดที่ทำให้ตัวสั่นใจสลายร้อนรนไปหมด *เราก็ปากไวไป (ถ้างั้นแม่ไม่ให้เขาทำตั้งแต่เรียนจบ ม.6 ละคะ ส่งเรียนสูงๆทำให้เสียเวลาทั้งที่ต้องมาทำแทนพ่อ)*และแฟนก็ไม่มีท่าทีจะเลือกหรือพูดคุย วันนั้นคือวันที่ล้มทั้งยืน แล้วแฟนเราก็ได้แต่พูดก็เป็นแม่ที่แม่เขาพูดนั้นแหละ *ร้องไห้แทบขาดใจ ฮือๆ ฝันที่จะสร้างครอบครัวอนาคตที่เคยพูดกันจบหมดเลย แม่เขาคงโกรธเรามาก
ตอนนี้แม่และน้าหรือญาติๆเขาคงโกรธเราไปหมดแล้วละ
มันก็เหมือนกรรมที่แม่เขาเคยทำกับน้องชายเขาไว้แยกคู่กัน เราก็อาจจะมีส่วนที่ส่งชื่อแฟนน้องชายเขาให้น้าเขาทำ พิธีให้เลิกกัน กรรมเลยตามทัน
แต่ตอนนี้เราจะพยายามเป็นน้ำเย็นเพื่อรักษา ความรัก เพราะเรายังรักกันดี
ใส่ข้อความ
รักเกือบพังเป็นเพราะพิษโควิดหรือเป็นแม่เขา
เริ่มแรกเราทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ กทม ด้วยกันมาเกือบ2ปีไปมาหาสู่บ้านกันและกันปกติ และเรา(คนเดียว)อยากมีบ้านเลยซื้อบ้านที่ชลบุรีแล้วจะโอนบ้านในเดือน กุมภาพันธ์ 2563 พร้อมจะย้ายไปอยู่ในเดือนมีนาคม 2563 เราก็เริ่มหางานกัน เราก็ได้งานแถวบ้านที่ซื้อเขาก็หาแต่เขาบอกว่าเกรงใจเพื่อนที่ฝากงานที่เก่าไว้เลยอยู่ต่ออีก1เดือน แล้วจะย้ายมาเดือนเมษา 2563 แต่เราย้ายให้ย้ายพร้อมกัน จนงานที่แฟนหาสมัครไว้ก็โทรมานัดสัมภาษณ์ แต่เขาเลือกที่จะยกเลิกไป ถามว่าเราเสียดายแทนมั้ยก็เสียดาย
ถึงเวลาย้ายมาอยู่ ชลบุรี เราก็มาทำงานไป วันหยุดเขาก็ยังมาหาปกติ พอเข้าเดือนนี้พิษโควิดเริ่มรุนแรงมากขึ้นเราก็ห่วงเขาอยากให้รีบออกจากงานที่เก่าก่อนและฝากงานที่บริษัทให้ แต่ตอนนั้นเขาก็ลังเลเพราะแม่น้องและญาติๆโทรให้กลับบ้านแต่ตอนนั้นเขาก็ยังไม่พูดว่าจะไป จนมาถึงวันที่24มีนาคม2563 รัฐจะปิด กทม ด้วยเหตุนี้แม่เขาโทรมาสั่งให้ไปลาออกแล้วกลับบ้านภายในพรุ่งนี้ เขาเลยตัดสินใจทำตามโดยไม่ถามเราสักคำ ถามว่าช็อกมั้ย มากกกกกอึ้งด้วยที่เขาตัดสินใจแบบนั้น คือเราต้องเข้าใจสินะ พูดอะไรไม่ได้ ตอนนั้นโครตน้อยใจเลย เราพยายามให้ย้ายมาพร้อมกันเขาไม่เลือกที่จะมา
ข้ามมาเดือน เมษายน 2563
เราก็ได้พูดคุยกันเข้าใจว่าเมื่อโควิดซาๆ เขาจะกลับมาหางานทำงานด้วยกัน ตลอดเวลานั้นก็คุยกันดี happy แค่รอวันที่เขากลับมา นั่งนับวันรอ เพราะเขาบอกว่าคุยกับแม่เรียบร้อยและแม่ก็ให้มาชลบุรีทำงานด้วยกัน *ดูเหมือนจะมีความสุข*
เริ่มเข้าเดือน พฤษภาคม 2563
สถานการ โควิดเริ่มค่อยๆดีขึ้น ห้างเริ่มเปิดและสามารถข้ามจังหวัดได้ เราจะถามเขาว่าจะมาได้เมื่อไรแต่ก็เหมือนว่าเขาเกรงใจแม่ แต่เขาก็ตอบเราว่าจะมาต้นเดือนมิถุนา 2563 *โครตดีใจเลยนะ ความรู้สึกที่รอค่อยมา3เดือน * แต่แล้วใกล้ถึงวันเราถามว่าจะมาวันไหนจะได้บินไปและนั่งรถเป็นเพื่อน แต่คำตอบที่ได้คือแม่เขาซื้อที่แล้วจะสร้างบ้านให้เขาอยากให้เขาอยู่บ้าน *เหมือนโดนฟ้าผ่ากลางใจเลย เสียใจมาก * และเขาก็บอกให้เขาใจ คือเราต้องเข้าใจมัน ไม่มีสิทธิ์งอแงง หรอ คุยกันไม่เข้าใจเขาก็ไม่เลือกไม่พูดไม่เปิดใจคุย มีแค่บอกเราว่า ณ ตอนนี้ให้คำตอบไม่ได้
จนมาเดือน มิถุนายน 2563
เข้าเดือนนี้เราก็พยายามพูดคุยเข้าใจเพื่อรักษาความรักไว้ พยายามเข้าใจ *แต่ลึกๆก็กลัวคำตอบที่ไม่เป็นดั้งที่หวัง* เราพยายามไม่ให้มีเรื่องทะเลาะกัน และสถานการโควิดก็ดีขึ้น ทางเราก็อยากจะทำบุญบ้านเลยบอกเขาว่ามาได้ไหม เขาก็บอกมาว่าเดี๋ยวไปคุยกับแม่ แต่แล้วคำตอบคือแม่ไม่ให้มาเพราะงานที่บ้านเยอะ *หมายถึงทำนาทำสวนรับส่งญาติ* แล้วเราก็น้อยใจสุดๆร้องไห้เสีย เหมือนโดนกีดกั้นไม่ให้เจอ ตั้งแต่เดือนนี้มาเราไม่มีความสุขเลย เขาเริ่มเปลี่ยนไปไม่ค่อยสนใจไม่ใส่ใจไม่แคร์ความรู้สึกเราเลย เลยถามว่าเราจะยังไงกันต่อมีปัญหาทุกวัน เราเหมือนคนอกหักเหมือนโดนทิ้งแบบเงียบๆ เราร้องไห้เสียงใจเขาก็ยังไม่สนมีแต่ไล่บอกไม่คุยด้วย ถ้าเป็นแบบนี้ -จุกสิคะ คนที่เคยตามแคร์ความรู้สึกแฟนแต่วันนี้ไล่เราเหมือนเราไม่ใช่คนที่เคยอยู่ด้วยกันมา นับวันมันยิ่งหนักขึ้นๆ บอกเราว่าเลือกไม่ได้บอกเราว่าตอนนี้ยังพูดไม่ได้ว่าจะได้มาเมื่อไหร่ จนวันที่26 เราได้โทรคุยกับแม่ของเขา เราแค่จะโทรไปถามไถ่ว่าเป็นยังไงบ้างสบายดีมั้ย ก็พูดคุยปกติแล้วแม่ก็พูดขึ้นมาว่า ไม่รู้ว่าคุยกันยังนะ แต่แม่ไม่ให้ไปแล้วนะจะให้อยู่บ้านถาวรแล้วเลี้ยงพ่อแม่ ทำนาแทนพ่อ คงไม่ไปแล้วนะชลบุรีเพราะพ่อแกแล้วจะเข้า60 แม่บอกเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่ายังไงก็ตอนมาแทน คำพูดที่ทำให้ตัวสั่นใจสลายร้อนรนไปหมด *เราก็ปากไวไป (ถ้างั้นแม่ไม่ให้เขาทำตั้งแต่เรียนจบ ม.6 ละคะ ส่งเรียนสูงๆทำให้เสียเวลาทั้งที่ต้องมาทำแทนพ่อ)*และแฟนก็ไม่มีท่าทีจะเลือกหรือพูดคุย วันนั้นคือวันที่ล้มทั้งยืน แล้วแฟนเราก็ได้แต่พูดก็เป็นแม่ที่แม่เขาพูดนั้นแหละ *ร้องไห้แทบขาดใจ ฮือๆ ฝันที่จะสร้างครอบครัวอนาคตที่เคยพูดกันจบหมดเลย แม่เขาคงโกรธเรามาก
ตอนนี้แม่และน้าหรือญาติๆเขาคงโกรธเราไปหมดแล้วละ
มันก็เหมือนกรรมที่แม่เขาเคยทำกับน้องชายเขาไว้แยกคู่กัน เราก็อาจจะมีส่วนที่ส่งชื่อแฟนน้องชายเขาให้น้าเขาทำ พิธีให้เลิกกัน กรรมเลยตามทัน
แต่ตอนนี้เราจะพยายามเป็นน้ำเย็นเพื่อรักษา ความรัก เพราะเรายังรักกันดี
ใส่ข้อความ