แนะนำการสมัครงานและสัมภาษณ์งาน สำหรับเด็กจบใหม่ไม่มีประสบการณ์ (โดยเฉพาะงานสายกฎหมาย)

กระทู้สนทนา
ปัจจุบัน เจ้าของกระทู้ทำงานในสายนี้ได้ 3-4 ปีแล้วค่ะ อาจจะไม่ได้มากมาย แต่ก็พอจะมีประสบการณ์มาแชร์ได้บ้าง

พอดีนึกอยากแชร์ประสบการณ์ตอนที่ตัวเองหางานใหม่ให้กับเด็กจบใหม่หลายๆคน ที่กำลังเริ่มหางานอยู่ตอนนี้ เผื่อจะเป็นประโยชน์ได้บ้าง เห็นช่วงนี้หลายคนที่เพิ่งจบเจอผลกระทบ Covid กันเยอะ เลยอยากแนะนำ

(กระทู้นี้ขอพูดถึงกรณีเอกชนนะคะ)

1. เตรียมตัวหางาน
ตอนที่เราเตรียมตัวหางาน จะต้องเตรียมในเรื่องของเอกสารส่วนตัว ใบประกาศนียบัตร รูปถ่ายต่างๆ คร่าวๆจะเตรียมดังนี้
0. Resume 
1.1 สำเนาบัตรประชาชน 
1.2. สำเนาทะเบียนบ้าน 
1.3. สำเนาใบปริญญาบัตร
1.4. สำเนาใบ transcript (แนะนำให้ใช้ฉบับภาษาอังกฤษ)
1.5. สำเนาใบอนุญาตว่าความ (ถ้ามี) 
1.6. สำเนาใบ TOEIC / สำเนาใบคะแนนภาษาที่สาม
1.7. สำเนาใบผ่านการฝึกงาน (ถ้ามี) 
1.8. รูปถ่าย 1 นิ้ว และ 2 นิ้ว 
เอกสาร 1.1-1.7 นั้นเซ็นต์กำกับ ขีดฆ่าว่าใช้สำหรับสมัครงานลงวันที่ให้เรียบร้อยค่ะ

แนะนำว่า Resume ทำเป็นภาษาอังกฤษไปเลย เราลงทุนซื้อ Template ในเว็บไซต์ Resume Builder เจ้านึงมา (เสิร์ช Google เลือกเอาที่ชอบได้เลยค่ะ) เราเลือกเจ้าที่ราคาไม่แพง ร้อยกว่าบาทใช้ได้ 1 เดือนมาทำ จะได้ Resume ที่หน้าตาสวยงามดูดี เนื่องจากเด็กจบใหม่ยังไม่มีประสบการณ์ พยายามเขียนในสิ่งที่เรามีและเคยทำ เช่น กิจกรรมต่างๆ การแข่งขันอะไรก็ว่าไปให้ได้มากที่สุดค่ะ

Resume จะใช้ตอนเวลาแนบสมัครไปกับ Website หางานทั้งหลายก่อน แล้วตอนเวลาเขาเรียกสัมภาษณ์เราก็ปริ้นต์สีสวยๆเอาไปยื่นด้วย ที่เราแนะนำให้ทำเป็นภาษาอังกฤษอย่างเดียวไปเลยก็ได้ แทนที่จะภาษาไทย เพราะบริษัทต่างชาติจะระบุมาเลยว่าขอ resume ภาษาอังกฤษ เราใช้ภาษาอังกฤษอย่างเดียวตลอดก็ได้งานเรื่อยมาค่ะ Hr เขาอ่านได้อยู่แล้ว 
ถ้าภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงมาก เขียนไปให้เพื่อนที่เก่งภาษาอังกฤษช่วยแก้ก็ได้ค่ะ

และที่สำคัญควรผลสอบ TOEIC หรือ ผลคะแนนภาษาที่สาม เช่น จีน, เกาหลี, ญี่ปุ่นมาด้วย เพื่อช่วยสร้างโปรไฟล์ค่ะ

กรณีถ้ามีใบอนุญาตว่าความแล้ว จะช่วยทำให้ profile ดีขึ้นค่ะ เพราะหลายบริษัท ต่อให้ระบุว่าไม่ได้จำเป็นต้องใช้ใบอนุญาตว่าความ แต่ถ้า Candidate คนไหนมี เขาก็มักจะเลือกคนนั้นมากกว่า และโดนเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่ระบุเลยว่า จำเป็นต้องมีใบอนุญาตว่าความ แนะนำให้ทุกคนสอบให้ผ่านค่ะ ต่อให้จะจบมาเป็นทนายว่าความหรือไม่ก็ตาม มีไว้ภาษีก็ดีกว่า

2. เริ่มหางานใน Website ต่างๆ
ที่พบเห็นกันจะเป็น
- Jobsdb
- Jobtopgun
- Jonthai
- JobBKK 
เป็นต้น แต่ส่วนตัว แนะนำ Jobsdb มากกว่า เพราะบริษัทเป็นบริษัทใหญ่ต่างชาติเนอะ พยายามดูสถานที่บริษัทไว้ด้วย ว่าการเดินทางสะดวกสำหรับเรามากน้อยแค่ไหนค่ะ

3. หลังจากกดสมัครงานในเว็บทั้งหลายแล้ว รอสัก 1-2 อาทิตย์โดยประมาณค่ะ จะมี Hr แต่ละที่โทรมาเรียกสัมภาษณ์
การเรียกสัมภาษณ์ถือว่ามีชัยไปครึ่งนึงแล้ว แสดงว่า Profile เราต้องเข้าตาเขาระดับนึง 
ให้ทุกคนพยายามไปให้หมดทุกที่ ที่เขาเรียกสัมภาษณ์ เพราะมันจะช่วยให้เราลดความตื่นเต้น และทำให้การสัมภาษณ์ในครั้งถัดไปสมู๊ทขึ้น
เมื่อรู้ว่าเขานัดสัมภาษณ์ ก็อาจจะอ่านทบทวนข้อกฎหมายที่ทั่วไป ที่เคยเรียนมาไปบ้างก็ได้ค่ะ
- ถ้าบริษัทที่จะไปสัมภาษณ์งานเป็น lawfirm หรือ บริษัทต่างชาติ ควรเตรียมฝึกบทสนทนาภาษาอังกฤษไปด้วยค่ะ เพราะส่วนใหญ่จะได้แนะนำตัวและสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ

3. วันสัมภาษณ์งาน
- เช็ควันเวลาสถานที่ให้พร้อม
- แต่งหน้าทำผมให้เรียบร้อยดูดี ผู้หญิงใส่เสื้อเชิ้ตสีสุภาพ กระโปรง กับรองเท้ารัดส้นหรือคัทชู และสูท ส่วนผู้ชายก็เห็นใส่เชิ้ตสีขาว กางเกงแสล็ค รองเท้าหนังสีดำ กับสูทเหมือนกันค่ะ (เพราะสายกฎหมายจะค่อนข้างแต่งตัวเป็นระเบียบอยู่แล้ว เข้าใจว่าสูทนั้นร้อน แต่มันช่วยเสริมลุคได้มาก)
- เตรียมเอกสารทั้งหมดในข้อ 1. ไปให้ครบ รวมทั้งสมุด ปากกา ลิควิด กาวสำหรับติดรูป เผื่อติดรูปในใบสมัคร จะได้ไม่ต้องไปขอที่หน้างาน มันทำให้เราดูพร้อมกับการเตรียมการค่ะ 
มันอาจดูเล็กน้อย แต่บางที่ถ้าจุกจิกหน่อย แค่เจอเด็กบางคนขอยืมปากกา ลิควิด เขาก็อาจคิดได้ว่าเออ แค่นี้ยังไม่พร้อมเลย ตอนทำงานจะเป็นอย่างไร พยายามปิดจุดบอดให้มากที่สุดไว้ก่อนค่ะ
- พยายามไปก่อนเวลา 15-30 นาที เพราะอาจต้องไปเขียนใบสมัครงานอีกที ระหว่างนี้เป็นไปได้คือปิดมือถือไปเลยค่ะ เพราะบางทีไปเล่นมือถือตรงนั้นจะดูไม่ดีเท่าไหร่
- สูดลมหายใจลึกๆ รอเวลาสัมภาษณ์
- ไหว้และยิ้มแย้มทุกทายทุกคนที่เปิดประตูเข้ามา สำหรับเราจะลุกขึ้นยืนต้อนรับเขาก่อนด้วย และจะนั่งตอนที่คนสัมภาษณ์แจ้งว่านั่งได้ค่ะ
- ระหว่างสัมภาษณ์พยายามยิ้มแย้มให้มากที่สุด พยายามเป็นตัวของตัวเองที่สุด แต่ต้องเป็นตัวของตัวเองแบบมีมารยาท
- เด็กจบใหม่ พอไม่มีประสบการณ์มาก่อน จะทำให้ขายตัวเองได้ยาก (ขออนุญาตใช้คำนี้ 5555)
พยายามพูดในสิ่งที่เคยทำมาตอนมหาลัย เช่น กิจกรรมอะไรบ้าง เพื่อแสดงว่าเราทำงานร่วมกับคนอื่นได้ หรือ หากได้ภาษาอังกฤษหรือภาษาที่สาม บางคนเคยไปฝึกงานมา เราทำอะไรมาบ้าง หรือไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศมาอย่างไรบ้าง ขายให้ได้มากที่สุดค่ะ แม้จะไม่ค่อยมีอะไรขาย 55555
แต่สิ่งที่เราต้องทำให้คนสัมภาษณ์เห็น คือ "ความพยายามที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ความอดทน ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความมุ่งมั่นในการทำงาน" ถ้ามีตรงนี้ อย่างไรเสีย ต้องมีที่ๆสนใจรับในตัวเราค่ะ
- บางบริษัทอาจถามทบทวนความรู้ข้อกฎหมาย หรือ บางบริษัทจะสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษก็มีค่ะ
- พยายามจริงใจให้มากที่สุด อย่าโกหก 
เพราะคนสัมภาษณ์เขาดูออก ว่าคุณตอบจริงหรือไม่ ถ้าอะไรไม่รู้ตอบไม่ทราบค่ะ ไม่ใช่พยายามแถ เดี๋ยวตายกลางห้อง และอย่าสนใจโพยสัมภาษณ์ใดๆ เพราะมันดูไม่จริงใจเลย ตอบแบบสวยมาก แต่มันไม่มีน้ำหนักงี้ คนสัมภาษณ์เขาก็รู้สึกว่ามันปลอมๆค่ะ
ตอบแบบจริงใจ และสุภาพ อาจใช้คำให้สวยขึ้นนิดนึงกว่าเดิม ซอฟท์กว่าเดิมได้ แต่ไม่ใช่โกหก แถไปเรื่อยนี่ไม่ได้ค่ะ
- ถ้าเขาถามว่า "มีอะไรจะถามไหม" เราแนะนำว่า "ต้องถามค่ะ" ถามเรื่องอะไรก็ได้ที่เราอยากรู้ ที่ยังไม่ได้คุยกันในระหว่างสัมภาษณ์ เช่น สวัสดิการ เพื่อนร่วมงานในแผนกกี่คน ทีมงานกี่คน หัวหน้ากี่คนอะไรก็ว่าไป เพราะคำถามของเรา จะแสดงว่าเราสนใจเขามากน้อยแค่ไหน และเขาจะดูลักษณะของเราจากคำถามด้วย
-*เวลาสำคัญมาก พยายามพูดขายตัวเราในสิ่งที่เรามีให้ได้ภายในเวลาที่น้อย เพราะส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 30 นาที -1 ชั่วโมง มันจะมีจังหวะ มีช่องระหว่างพูดคุยค่ะ หากผ่านการสัมภาษณ์ไปบ้างแล้วจะเริ่มเห็นเอง*

4. จบการสัมภาษณ์
- สุดท้ายเมื่อจบการณ์สัมภาษณ์แล้ว หลังจากนั้น ถ้าหากเราเป็นที่สนใจ ประมาณ -2 อาทิตย์ แล้วแต่บริษัท เขาจะโทรมาแจ้งผลการสัมภาษณ์ (ในกรณีผ่าน) ค่ะ มีบ้างบางกรณีว่า ถ้าไม่ผ่าน อาจจะแจ้งทาง email ให้เรา (น่ารักมากๆ แม้จะไม่ร่วมงานกัน แต่ก็ไม่ปล่อยให้ผู้สัมภาษณ์รอเก้อ)

แต่ส่วนใหญ่ ถ้าเราไม่ผ่าน เกิน 2 อาทิตย์ไปแล้วยังเงียบ ก็ตัดใจหาที่ใหม่ได้ เพราะส่วนใหญ่ถ้าเจอแบบ ถูกใจจริงๆ ภายใน 1 อาทิตย์เขาจะรีบติดต่อมากันแล้วค่ะ

ซึ่งอย่าท้อใจ ต้องมีที่ๆรับเรา สนใจในตัวเรา ที่ๆเราเป็นเรา ที่ไหนที่เขาไม่รับเรา ไม่ใช่ว่าเราไม่ดีพอค่ะ เราอาจจะดีและเหมาะสมสำหรับที่อื่น ไม่ใช่ที่นั่นก็เป็นได้

สุดท้าย ไม่รู้ว่าคำแนะนำนี้จะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน และทั้งหมดที่เล่ามาเป็นประสบการณ์ส่วนตัวเราล้วนๆเลยค่ะ อาจจะไม่ได้ถูกต้องไปซะทั้งหมด แต่ก็แชร์ให้รับฟังไปพิจารณา ปรับเปลี่ยนกันตามความเหมาะสมของแต่ละคนไป เพราะตอนเราเริ่มหางาน เราเริ่มโดยไม่มีใครแนะนำอะไรเลย สัมภาษณ์ที่แรกก็ตอบได้แย่มาก 5555 คือตอบตรงไป แต่ไม่ได้ทำให้มันดูสวยขึ้นนิดนึง เพราะไม่มีประสบการณ์ ก็พังจ้า 5555 หลังๆมาจับจุดได้ จะรู้ว่า เออ ช่องนี้ต้องรีบขายของตัวเราละ ก็เริ่มดีขึ้น 555

ยิ่งตอนสมัครงานช่วงที่มีประสบการณ์แล้ว การสัมภาษณ์งานเราไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่แล้ว และได้หลายบริษัทมากค่ะ หลังๆมาสัมภาษณ์ทีไรก็ได้แทบทุกที่ 555

เป็นกำลังใจให้เด็กจบใหม่ทุกคน ได้งานสมกับที่หวังไว้ในช่วงที่ยากลำบากนี้นะคะ ^^
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่