คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 14
เคยครับ
ผมเรียนดีมาตลอด ทั้งม. ต้น ม.ปลาย นี่ได้ที่ 1 เป็นที่ภาคภูมิใจของพ่อแม่
ได้เข้าและจบปริญญาตรีจากคณะและมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ
จบมาปี ค.ศ. 2004 หลังจากจบมาตั้งหน้าตั้งตาหางานตลอดระยะเวลา 3 ปี ผ่านข้อเขียน ตกสัมภาษณ์บ้าง ขาดคุณสมบัติบ้าง เคยไม่ได้งานเพราะเหตุผลที่น่าเสียใจอยู่สามครั้ง ครั้งแรกคือ แค่บริษัทพิจารณาจากคณะที่จบแล้วเชื่อว่าน่าจะไม่อดทน ไม่อยู่นาน ครั้งที่สองคือน้ำหนักเกิน และครั้งที่สาม ผู้สัมภาษณ์ให้เหตุผลว่า หน้าตารูปร่างดูแล้วไม่โอเค
ระหว่างนั้น ทั้งเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง มีทั้งฝั่งที่ดีที่คอยให้กำลังใจ และฝั่งที่ไม่ดี ที่คอยเหยียด ตรงประเด็นกับที่เจ้าของกระทู้ตั้งเลยครับ
แถมญาติพี่น้องบางคน แซะยันกระทั่งพ่อแม่
ผมรู้ว่าพ่อแม่คงรู้สึกเหมือนกัน แต่ไม่แสดงออก
พอถึงปี 2007 ได้งาน ก็เป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดา เงินเดือน 10750 ซึ่งตอนนั้นอาจจะไม่ได้น้อยแต่ก็ไม่มาก แต่ยังน้อยกว่าเพื่อนฝูงทั่วไป ไม่ได้เป็นหน้าเป็นตา และในงานเลี้ยงรุ่น เพื่อน ม.ปลาย ยังคงถูกตั้งคำถามและแสดงความเห็นใจแบบไม่จริงใจเสมอ
แม้ขนาดในที่ทำงาน ยังเคยถูกพี่ผู้จัดการท่านนึง พูดประโยคที่ไม่เคยลืมจากใจ
"จบมาจากคณะ ............ มหาวิทยาลัย.......... ก็ยังเป็นได้แค่นี้....."
ตอนนั้น น้ำตาตกใน แต่พี่ท่านนั้นไม่ได้เชิงดูถูกนะครับ เพียงแต่ชี้แนะด้วยประโยคที่ผิดไปนิดหน่อย
คือพี่ท่านนั้นอยากให้ไปหางานใหม่มากกว่า
แต่ก็อดทนทำมา 6 ปีได้ ได้เลื่อนขั้นเป็น ผจก ตอนอายุ 29
จากเงินเดือนเริ่มต้น 10750 ก็ได้มาซัก 22000 ได้ แต่ก็ไม่ค่อยทันเพื่อนอยู่ดี 555
งานเลี้ยงรุ่นก็ยังมีบ้างประปราย ที่เพื่อนยังคอยแซะ ด้วยเรื่องเดิมๆ คำถามเดิมๆ
ผมอาจโชคร้าย
ที่มีเพือนประเภทที่ชอบถามทำงานอะไร เงินเดือนเท่าไหร่ ขับรถอะไร บ้านราคาเท่าไหร่
เหมือนกับเป็นคุณสมบัติของความเป็นเพื่อน
แต่ไม่ใส่ใจ ในชีวิตจริงๆ มีเพื่อนดีๆ แม้ไม่มาก แต่เปี่ยมคุณภาพ
แต่ในที่สุด ก็ลืมตาอ้าปากได้ เพราะได้รับโอกาสจากบริษัทน้ำมันอันดับต้นๆ
ตอนได้รับการยืนยันการจ้างงาน แทบจะต้องตบหน้าตัวเอง
ยิ่งพอเห็นเงินเดือนที่เสนอมาให้ ตบอกผาง อุทานดังๆ อุแม่เจ้า
แม้จะเปลี่ยนจากที่เคยเป็นผู้จัดการ มาเป็นหนัวหน้างานเฉยๆ ก็ยอม
หลังจากนั้น ด้วยชื่อของบริษัท เพื่อนฝูงไม่เคยถามคำถามแบบนั้นอีกเลย
สำหรับผม
นี่คือดอกผลของการตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน
จุดเริ่มต้นไม่ได้กำหนดการเดินทางที่เหลือเสมอไป
และขอให้ตระหนักในคุณค่าของตัวเอง อย่าปล่อยให้คำเหล่านั้นทำลายตัวเราเองก็พอ
ผมเรียนดีมาตลอด ทั้งม. ต้น ม.ปลาย นี่ได้ที่ 1 เป็นที่ภาคภูมิใจของพ่อแม่
ได้เข้าและจบปริญญาตรีจากคณะและมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ
จบมาปี ค.ศ. 2004 หลังจากจบมาตั้งหน้าตั้งตาหางานตลอดระยะเวลา 3 ปี ผ่านข้อเขียน ตกสัมภาษณ์บ้าง ขาดคุณสมบัติบ้าง เคยไม่ได้งานเพราะเหตุผลที่น่าเสียใจอยู่สามครั้ง ครั้งแรกคือ แค่บริษัทพิจารณาจากคณะที่จบแล้วเชื่อว่าน่าจะไม่อดทน ไม่อยู่นาน ครั้งที่สองคือน้ำหนักเกิน และครั้งที่สาม ผู้สัมภาษณ์ให้เหตุผลว่า หน้าตารูปร่างดูแล้วไม่โอเค
ระหว่างนั้น ทั้งเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง มีทั้งฝั่งที่ดีที่คอยให้กำลังใจ และฝั่งที่ไม่ดี ที่คอยเหยียด ตรงประเด็นกับที่เจ้าของกระทู้ตั้งเลยครับ
แถมญาติพี่น้องบางคน แซะยันกระทั่งพ่อแม่
ผมรู้ว่าพ่อแม่คงรู้สึกเหมือนกัน แต่ไม่แสดงออก
พอถึงปี 2007 ได้งาน ก็เป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดา เงินเดือน 10750 ซึ่งตอนนั้นอาจจะไม่ได้น้อยแต่ก็ไม่มาก แต่ยังน้อยกว่าเพื่อนฝูงทั่วไป ไม่ได้เป็นหน้าเป็นตา และในงานเลี้ยงรุ่น เพื่อน ม.ปลาย ยังคงถูกตั้งคำถามและแสดงความเห็นใจแบบไม่จริงใจเสมอ
แม้ขนาดในที่ทำงาน ยังเคยถูกพี่ผู้จัดการท่านนึง พูดประโยคที่ไม่เคยลืมจากใจ
"จบมาจากคณะ ............ มหาวิทยาลัย.......... ก็ยังเป็นได้แค่นี้....."
ตอนนั้น น้ำตาตกใน แต่พี่ท่านนั้นไม่ได้เชิงดูถูกนะครับ เพียงแต่ชี้แนะด้วยประโยคที่ผิดไปนิดหน่อย
คือพี่ท่านนั้นอยากให้ไปหางานใหม่มากกว่า
แต่ก็อดทนทำมา 6 ปีได้ ได้เลื่อนขั้นเป็น ผจก ตอนอายุ 29
จากเงินเดือนเริ่มต้น 10750 ก็ได้มาซัก 22000 ได้ แต่ก็ไม่ค่อยทันเพื่อนอยู่ดี 555
งานเลี้ยงรุ่นก็ยังมีบ้างประปราย ที่เพื่อนยังคอยแซะ ด้วยเรื่องเดิมๆ คำถามเดิมๆ
ผมอาจโชคร้าย
ที่มีเพือนประเภทที่ชอบถามทำงานอะไร เงินเดือนเท่าไหร่ ขับรถอะไร บ้านราคาเท่าไหร่
เหมือนกับเป็นคุณสมบัติของความเป็นเพื่อน
แต่ไม่ใส่ใจ ในชีวิตจริงๆ มีเพื่อนดีๆ แม้ไม่มาก แต่เปี่ยมคุณภาพ
แต่ในที่สุด ก็ลืมตาอ้าปากได้ เพราะได้รับโอกาสจากบริษัทน้ำมันอันดับต้นๆ
ตอนได้รับการยืนยันการจ้างงาน แทบจะต้องตบหน้าตัวเอง
ยิ่งพอเห็นเงินเดือนที่เสนอมาให้ ตบอกผาง อุทานดังๆ อุแม่เจ้า
แม้จะเปลี่ยนจากที่เคยเป็นผู้จัดการ มาเป็นหนัวหน้างานเฉยๆ ก็ยอม
หลังจากนั้น ด้วยชื่อของบริษัท เพื่อนฝูงไม่เคยถามคำถามแบบนั้นอีกเลย
สำหรับผม
นี่คือดอกผลของการตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน
จุดเริ่มต้นไม่ได้กำหนดการเดินทางที่เหลือเสมอไป
และขอให้ตระหนักในคุณค่าของตัวเอง อย่าปล่อยให้คำเหล่านั้นทำลายตัวเราเองก็พอ
สมาชิกหมายเลข 4632264 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4918475 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5980062 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5942478 ซึ้ง, ชาเขียวปั่นเพิ่มหวาน ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 705670 ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
มีใครเคยเรียนเก่งแล้วต้องมาทำงานกระจอกๆ แล้วโดนเพื่อนเก่าดูถูกบ้าง