คนไม่มีศาสนาในสังคมไทย???

คือเราตัดสินใจที่จะไม่นับถือศาสนาอะไรทั้งนั้น แต่เราก็ไม่ได้ว่าคนอื่นที่นับถือหรืออยากจะชวนใครมาเป็นแบบเรา เราถือแค่ว่าทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี ทุกศาสนามีข้อดี และ ข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น คนที่ไม่มีศาสนาแล้วเป็นคนดีก็มี คนที่มีศาสนาแล้วยังทำชั่วก็เยอะ คือเราไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่เปิดใจกับการไม่นับถือศาสนากันซักที ซึ่งประเทศเราเป็นประเทศที่เปิดกว้างด้านการนับถือศาสนาแท้ๆ แต่กลับดูถูกหรือมองคนไม่มีศาสนาเป็นคนไม่ดี คนแบบนี้คบไม่ได้ คือเราเจอกับตัวถึงได้มาพูด เพราะเราเองมีแฟน แล้วครอบครัวแฟนก็รับเราได้ แต่พอมารู้ว่าเราไม่มีศาสนา กับมามองเราในมุมที่เสียไปเลย ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นดูชอบเราเรียกได้ว่าแทบจะอ้าแขนรับเราเป็นลูกเขยเลยก็ว่าได้ แต่พอรู้ว่าเราไม่มีศาสนา ก็มองเราเป็นอีกคนไปเลย ไม่ยอมรับเราไปเลย แค่รู้เท่านั้น ซึ่งถ้าเทียบดูแล้ว ประชากรบนโลกไม่นับถือศาสนากันมากเป็นอันดับ3ของโลก(อ้างอิงจาก : วิกิพีเดีย- ศาสนา ข้อมูลจากปี2010)
คือเรามองว่าโลกมันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว เราไม่ได้ว่าคนนับถือศาสนานั้นงมงาย เราเข้าใจในส่วนนี้ว่า ทุกคนต้องการที่ยึดเหนี่ยวจิตใจยามท้อแท้ หรือหมดหวัง ซึ่งพ่อแม่เราก็นับถือพุทธ เขาก็พาเราเข้าวัดทำบุญตอนเด็ก แต่พอเราโตขึ้น เราแค่เชื่อในสิ่งที่พิสูจณ์ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ (บอกก่อนเราไม่ใช่คนเรียนเยอะเราจบแค่ป.ตรี)
แต่ทำไมถึงไม่เข้าใจเราบ้างที่เลือกจะไม่นับถืออะไร เราก็เข้าวัดเข้าโบสถ์ได้นะ แต่เรามองในมุมของศิลปะ เพราะแต่ละที่นั้นก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละที่ เราอยากจะบอกนะว่าคนที่ไม่นับถือศาสนาอะไรเขามีเหตุผลของเขา คนไม่นับถือศาสนาไม่ใช่คนชั่วเสมอไป อยากให้มองมุมใหม่กันนะ คือตอนนี้อาจยอมรับกันได้มากแล้วแต่คือเราเจอกับคนที่ยังยอมรับไม่ได้เราเลยสงสัย แค่นั้น

* เราไม่เคยขอให้ใครไม่นับถือศาสนาเหมือนเรา เพราะฉะนั้น อย่าบังคับเราให้นับถือศาสนาเหมือนกัน ทุกคนมีสิทธิที่จะเลือกเชื่อในสิ่งที่ตนเชื่อ *
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 14
ผมมองแบบนี้นะครับ

- ปุถุชนทุกคน ก็มีความเชื่อ ความยึดมั่นในอะไรอยู่ไม่มากก็น้อย  
และอาจจะไม่ใช่ยึดอย่างเดียว อาจจะหลายอย่าง ผสมกันไป

แม้แต่คนที่ไม่ยึดความเชื่อทางศาสนา  ก็ต้องไปยึดอะไรบางอย่าง
อาจจะเป็นศาสตร์อื่นๆ  อาจจะเป็นตัวบุคคล  ความเชื่ออื่นๆ
วัตถุ สถานที่ สิ่งของ ฯลฯ

- ผมเห็นด้วยกับ จขกท. ในประเด็นที่ว่า   คนจำนวนมาก
ยังไม่เปิดใจกว้างต่อผู้อื่นที่แตกต่างจากตนเอง  
ไม่ว่าจะสีผิว ชาติกำเนิด ฐานะทางสังคม  หรือความคิดด้านการเมือง ศาสนา ฯลฯ

เพราะฉะนั้น คนมีศาสนาจำนวนไม่น้อย ก็อาจจะแสดงออกถึงความรังเกียจคนที่ไม่นับถือศาสนา
หรือแม้จะนับถือศาสนา แต่ต่างศาสนากัน  หรือแม้แต่ นับถือศาสนาเดียวกัน
แต่คนละนิกาย  แตกต่างที่วิธีปฏิบัติ  ก็ยังจะมีปัญหากันอยู่บ่อยๆ ครับ

เช่นกันที่คนมีศาสนา จะมี "อคติ" ต่อคนไม่มีศาสนา
คนที่ไม่นับถือศาสนา ก็มี "อคติ" ต่อคนมีศาสนา
มันเป็นไปได้ทุกรูปแบบแหละครับ  แต่ไม่ใช่จะเป็นกันทุกคน

- สรุป คือ คนเรา มี "อคติ" กันเป็นปกติในทุกคน
มีความแตกต่างกันเป็นปกติในทุกคน
มีความยึดมั่นในอะไรบางอย่างกันทุกคน

และยิ่งยึดมั่นในอะไรก็ตามจนหน้ามืดตามัว
ก็มักจะมีอาการรุนแรงต่อผู้ที่คิดแตกต่าง ปฏิบัติแตกต่าง จากตัวเอง
เป็นกันเยอะครับ ไม่ว่าจะยึดในศาสนาใดๆ  ยึดในความเชื่อทางการเมือง
ยึดในศาสตร์ต่างๆ  หรือแม้แต่คนที่ประกาศว่า "เป็นอิสรชน ไม่ยึดอะไรทั้งสิ้น"
ก็เป็นการยึดมั่นอยู่โดยไม่รู้ตัว เป็นการยึดมั่นในความเชื่อที่ว่า "ฉันจะไม่ยึดอะไร"

-------------------------------------
แต่ประเด็นสำหรับผม คือ  ไม่ว่าใครจะเชื่ออะไร เห็นว่าอะไรดีเลิศแค่ไหน
เราต้องเปิดใจกว้างว่า  คนเราไม่เหมือนกันทุกคน
จะไปบังคับให้ทุกคนเชื่อเหมือนกัน หรือปฏิบัติเหมือนกันไม่ได้แน่ๆ

เพราะฉะนั้น  คนที่แตกต่างกัน ต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ
อย่างเปิดใจกว้าง  มีเมตตา ปรารถนาดีต่อกัน

ใครจะนับถือศาสนาหรือไม่   จะนับถืออะไร  ก็แล้วแต่จะไปพิจารณากันเอาเอง
แต่การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นที่แตกต่างกันอย่างสันติ อย่างเป็นมิตรกันได้ เป็นเรื่องสำคัญ

ไม่งั้น ทุกฝ่ายก็จะพยายาม "เปลี่ยน" ทุกคน ให้คิด ให้ทำเหมือนตนเอง
ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้    

ใครคิดไม่เหมือนเรา ก็ไม่ใช่ศัตรูนะครับ  
แตกต่างกัน ก็อยู่ร่วมกันได้ครับ
เพราะคุณไม่มีทางไปเปลี่ยนทุกคนให้เหมือนกันหรอก

ทุกฝ่ายที่ยึดมั่นสุดโต่ง
ก็จะเชื่อว่า ศาสนาฉันดีที่สุด  รสนิยมฉันดีกว่าใคร   ความเชื่อฉันถูกต้องที่สุด
ชนชาติฉันดี  ประเทศฉันดี  .... ฯลฯ    

คนนับถือพุทธ ก็ว่าพุทธดีที่สุด  จริงแท้ที่สุด
คนนับถือความเชื่ออื่นๆ  เค้าก็คิดแบบนี้เช่นกัน

จะไปพยายามเอาชนะ โน้มน้าว  เอาเหตุผลมาแถลงกันให้ตาย
ผมว่า อาจจะตายไปจริงๆ โดยไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรเท่าไหร่
แต่ละคน เค้าจะมีวิจารณญาณของเค้าเอง  ที่เค้าจะเลือกเชื่อหรือไม่เชื่ออะไร

เอาเป็นว่า ผมเองไม่มีปัญหากับคนที่ไม่นับถือศาสนาครับ

ก่อนจะลึกลงไปถึงความเชื่อทางศาสนา
มันมีกติกาสังคมกว้างๆ ที่เราอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติครับ
ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกเรื่อง  แต่เปิดใจกว้างต่อความแตกต่าง
ให้เกียรติกัน  เคารพกัน  ไม่หาเรื่องกระทบกระทั่งกัน
... ฯลฯ    โลกต้องอยู่ได้ครับในความแตกต่าง^^
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่