ดุสิตโพล ชี้ ประชาชนส่วนใหญ่ คิดว่า การปรับเปลี่ยนในพรรคพลังประชารัฐ คือ การแย่งอำนาจ และมากกว่าครึ่งมองว่าเป็นเกมการเมือง และปัญหาภายในพรรค นอกจากนี้ กว่า 72% ยังมอว่าการทำงานของพรรคพลังประชารัฐขาดประสิทธิภาพ ถึงเวลาควรปรับ เพื่อทำทุกอย่างให้ดีขึ้น
กระแสข่าวการปรับเปลี่ยนในพรรคพลังประชารัฐกำลังเป็นที่จับตามองจากหลายฝ่าย เนื่องจากเป็นพรรคใหญ่และเป็นแกนนำหลักของรัฐบาล ซึ่งมีการวิเคราะห์ว่าการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ น่าจะเป็นไปเพื่อการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายหลังการบริหารประเทศผ่านไปแล้ว 1 ปี เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน “
สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ กรณี “
การปรับเปลี่ยนในพรรคพลังประชารัฐ” จำนวนทั้งสิ้น 1,108 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 15-19 มิถุนายน 2563 สรุปผลได้ ดังนี้
1. ประชาชนคิดอย่างไร? กับ การปรับเปลี่ยนในพรรคพลังประชารัฐ
อันดับ 1 เป็นการแย่งชิงอำนาจ 62.16%
อันดับ 2 มีปัญหาภายในพรรค 57.22%
อันดับ 3 เป็นเกมการเมือง 56.12%
อันดับ 4 สร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง 27.79%
อันดับ 5 สมบัติผลัดกันชม 25.78%
อันดับ 6 เพื่อปรับครม. 25.59%
อันดับ 7 เพื่อปรับเปลี่ยนการทำงานใหม่ 18.65%
2. ประชาชนคิดว่าถึงเวลาที่จะมีการปรับเปลี่ยนในพรรคพลังประชารัฐหรือยัง?
อันดับ 1 ถึงเวลาแล้ว 72.20%
เพราะ ไม่มีผลงาน ขาดประสิทธิภาพ การทำงานจะได้ดีขึ้น ต้องการผู้ที่เหมาะสมมีความรู้จริง เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ฯลฯ
อันดับ 2 ยังไม่ถึงเวลา 27.80%
เพราะ ยังมีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า เสียเวลา ควรทำงานต่อไป ถึงเปลี่ยนใหม่ปัญหาต่าง ๆ ก็ยังเหมือนเดิม ฯลฯ
3. ประชาชนคิดว่าใคร? สมควรจะเป็น “หัวหน้าพรรค”
อันดับ 1 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 54.26%
อันดับ 2 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 14.36%
อันดับ 3 นายวิรัช รัตนเศรษฐ 13.83%
อันดับ 4 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 9.57%
อันดับ 5 นายไพบูลย์ นิติตะวัน 7.98%
4. ประชาชนคิดว่าใคร? สมควรจะเป็น “เลขาธิการพรรค”
อันดับ 1 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 35.76%
อันดับ 2 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 24.35%
อันดับ 3 นายไพบูลย์ นิติตะวัน 13.99%
อันดับ 4 นายอนุชา นาคาศัย 13.21%
อันดับ 5 นายอิทธิพล คุณปลื้ม 12.69%
5. การปรับเปลี่ยนภายในพรรคพลังประชารัฐ จะทำให้การเมืองไทยเป็นอย่างไร?
อันดับ 1 เหมือนเดิม 54.15%
อันดับ 2 แย่ลง 25.99%
อันดับ 3 ดีขึ้น 19.86%
SUPERโพลมองผู้ใหญ่ในพรรคแย่จ้องถอนทุนคืนแย่งเก้าอี้
https://www.dailynews.co.th/politics/781004
ซูเปอร์โพล (SUPER POLL) สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน1,539 ตัวอย่าง เรื่องการเมืองกับเยาวชน ระหว่าง15 – 20มิ.ย. 2563เมื่อถามถึง การประพฤติตัว ปฏิบัติตนของผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคการเมือง แบบอย่างแก่เด็กและเยาวชน พบว่า
ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.8 ระบุ แย่งตำแหน่งรัฐมนตรี จ้องจะถอนทุนคืน
รองลงมาคือ ร้อยละ 88.7 ระบุ คิดคด ทรยศ หักหลัง ฆ่าลูกน้องและเพื่อนร่วมต่อสู้กันมา แบบเสร็จนาฆ่าโคถึก
ร้อยละ 86.1 ระบุ กร่าง หัวร้อนใช้อำนาจบาตรใหญ่หาเรื่องคนอื่นไปทั่ว
ขณะเพียงร้อยละ 8.7 เท่านั้นที่เห็นผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคการเมืองเป็นคนดี มีคุณธรรม เข้าวัดปฏิบัติธรรม
และเพียงร้อยละ 7.9 ที่รักประชาชน ไม่เลือกปฏิบัติ
ทั้งนี้ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89.6 ระบุ ไม่ดีเลย แย่สุด ๆ ในเรื่องแบบอย่างที่เยาวชนได้รับจากการทำตัวของผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคการเมือง มีเพียงร้อยละ 10.4 ระบุว่า ดี
นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.4 ระบุ เยาวชนจะไม่เชื่อไม่ทำตาม เมื่อผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลชี้แนะและสั่งสอน
มีเพียงร้อยละ 8.6 ระบุเชื่อฟัง ทำตาม
พร้อมกันนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.9 ระบุการทำตัวของผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคการเมืองกำลังไปสู่การเมืองเก่า ที่มีแต่ทุจริต คอรัปชั่น ไม่ซื่อสัตย์
ในขณะที่ร้อยละ 7.1 เท่านั้นที่ระบุ การเมืองใหม่
นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 77.2 ระบุไม่เห็นผลงานรัฐบาลทำอะไรที่ดูแลเอาใจใส่ชีวิตความเป็นอยู่ของเยาวชนเลย
ในขณะที่ร้อยละ 22.8 เห็นผลงาน
JJNY : ปชช.มองพปชร.ไร้ประสิทธิภาพ ควรปรับ/SUPERโพลมองผู้ใหญ่ในพรรคแย่ จ้องถอนทุน/ทั่วโลกติดโควิด8.9ล./ติดเชื้อเพิ่ม1
https://www.thansettakij.com/content/politics/439198
กระแสข่าวการปรับเปลี่ยนในพรรคพลังประชารัฐกำลังเป็นที่จับตามองจากหลายฝ่าย เนื่องจากเป็นพรรคใหญ่และเป็นแกนนำหลักของรัฐบาล ซึ่งมีการวิเคราะห์ว่าการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ น่าจะเป็นไปเพื่อการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายหลังการบริหารประเทศผ่านไปแล้ว 1 ปี เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ กรณี “การปรับเปลี่ยนในพรรคพลังประชารัฐ” จำนวนทั้งสิ้น 1,108 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 15-19 มิถุนายน 2563 สรุปผลได้ ดังนี้
1. ประชาชนคิดอย่างไร? กับ การปรับเปลี่ยนในพรรคพลังประชารัฐ
อันดับ 1 เป็นการแย่งชิงอำนาจ 62.16%
อันดับ 2 มีปัญหาภายในพรรค 57.22%
อันดับ 3 เป็นเกมการเมือง 56.12%
อันดับ 4 สร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง 27.79%
อันดับ 5 สมบัติผลัดกันชม 25.78%
อันดับ 6 เพื่อปรับครม. 25.59%
อันดับ 7 เพื่อปรับเปลี่ยนการทำงานใหม่ 18.65%
2. ประชาชนคิดว่าถึงเวลาที่จะมีการปรับเปลี่ยนในพรรคพลังประชารัฐหรือยัง?
อันดับ 1 ถึงเวลาแล้ว 72.20%
เพราะ ไม่มีผลงาน ขาดประสิทธิภาพ การทำงานจะได้ดีขึ้น ต้องการผู้ที่เหมาะสมมีความรู้จริง เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ฯลฯ
อันดับ 2 ยังไม่ถึงเวลา 27.80%
เพราะ ยังมีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า เสียเวลา ควรทำงานต่อไป ถึงเปลี่ยนใหม่ปัญหาต่าง ๆ ก็ยังเหมือนเดิม ฯลฯ
3. ประชาชนคิดว่าใคร? สมควรจะเป็น “หัวหน้าพรรค”
อันดับ 1 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 54.26%
อันดับ 2 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 14.36%
อันดับ 3 นายวิรัช รัตนเศรษฐ 13.83%
อันดับ 4 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 9.57%
อันดับ 5 นายไพบูลย์ นิติตะวัน 7.98%
4. ประชาชนคิดว่าใคร? สมควรจะเป็น “เลขาธิการพรรค”
อันดับ 1 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 35.76%
อันดับ 2 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 24.35%
อันดับ 3 นายไพบูลย์ นิติตะวัน 13.99%
อันดับ 4 นายอนุชา นาคาศัย 13.21%
อันดับ 5 นายอิทธิพล คุณปลื้ม 12.69%
5. การปรับเปลี่ยนภายในพรรคพลังประชารัฐ จะทำให้การเมืองไทยเป็นอย่างไร?
อันดับ 1 เหมือนเดิม 54.15%
อันดับ 2 แย่ลง 25.99%
อันดับ 3 ดีขึ้น 19.86%
SUPERโพลมองผู้ใหญ่ในพรรคแย่จ้องถอนทุนคืนแย่งเก้าอี้
https://www.dailynews.co.th/politics/781004
ซูเปอร์โพล (SUPER POLL) สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน1,539 ตัวอย่าง เรื่องการเมืองกับเยาวชน ระหว่าง15 – 20มิ.ย. 2563เมื่อถามถึง การประพฤติตัว ปฏิบัติตนของผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคการเมือง แบบอย่างแก่เด็กและเยาวชน พบว่า
ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.8 ระบุ แย่งตำแหน่งรัฐมนตรี จ้องจะถอนทุนคืน
รองลงมาคือ ร้อยละ 88.7 ระบุ คิดคด ทรยศ หักหลัง ฆ่าลูกน้องและเพื่อนร่วมต่อสู้กันมา แบบเสร็จนาฆ่าโคถึก
ร้อยละ 86.1 ระบุ กร่าง หัวร้อนใช้อำนาจบาตรใหญ่หาเรื่องคนอื่นไปทั่ว
ขณะเพียงร้อยละ 8.7 เท่านั้นที่เห็นผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคการเมืองเป็นคนดี มีคุณธรรม เข้าวัดปฏิบัติธรรม
และเพียงร้อยละ 7.9 ที่รักประชาชน ไม่เลือกปฏิบัติ
ทั้งนี้ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89.6 ระบุ ไม่ดีเลย แย่สุด ๆ ในเรื่องแบบอย่างที่เยาวชนได้รับจากการทำตัวของผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคการเมือง มีเพียงร้อยละ 10.4 ระบุว่า ดี
นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.4 ระบุ เยาวชนจะไม่เชื่อไม่ทำตาม เมื่อผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลชี้แนะและสั่งสอน
มีเพียงร้อยละ 8.6 ระบุเชื่อฟัง ทำตาม
พร้อมกันนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.9 ระบุการทำตัวของผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคการเมืองกำลังไปสู่การเมืองเก่า ที่มีแต่ทุจริต คอรัปชั่น ไม่ซื่อสัตย์
ในขณะที่ร้อยละ 7.1 เท่านั้นที่ระบุ การเมืองใหม่
นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 77.2 ระบุไม่เห็นผลงานรัฐบาลทำอะไรที่ดูแลเอาใจใส่ชีวิตความเป็นอยู่ของเยาวชนเลย
ในขณะที่ร้อยละ 22.8 เห็นผลงาน