ของผมนี่ตอน ม.3 ครับ แรกรุ่น อายุ 15 กำลังเกเรเลย เรียน ม.3 กำลังจะจบ ตอนนั้นคิดไปสอบเรียนอาชีวะสายสถาปัตย์ แต่สอบไม่ติด ก็คิดว่าจะกลับมาเรียนต่อ ม.4 ที่โรงเรียนเดิม ทีนี้แหละครับเจอจุดเปลี่ยนเลย คือโรงเรียนเขาเช็คแล้วปรากฎว่าผมไม่จบ ม.3 เพราะค้างส่งงานอาจารย์ตอนเรียน ม.2 อยู่ชิ้นนึง เลยให้จบไม่ได้ แล้วก็ไม่ให้เข้าเรียนต่อ ม.4 ที่เดิมด้วย
ตอนนั้นผมสงสารพ่อผมมาก ไปอ้อนวอนทางโรงเรียนขอให้ผมได้ส่งงานซ่อม โรงเรียนก็บอกให้ไปคุยกับอาจารย์เอง ก็ต้องขับรถไปหาอาจารย์ถึงบ้านขอร้องเขา สุดท้ายเขาก็ยอมให้ซ่อมได้ แต่ผมก็ไม่สามารถเรียนต่อที่เดิมอยู่ดี จำเป็นต้องหาที่เรียนใหม่ ที่เขาสามารถยอมรับเงื่อนไขให้เรียนก่อนได้ แล้วค่อยเอาไปจบมายื่นทีหลัง ซึ่งพ่อผมก็ไปหาโรงเรียนพาณิชย์เอกชนที่อยู่ใกล้ ๆ ที่ทำงานของพ่อให้เขารับผมจนได้ (ผมเอาใบจบ ม.3 ไปยื่นให้เขาทันเวลาที่เขาเดดไลน์แค่วันเดียว)
นี่แหละครับจุดเปลี่ยนในชีวิตผม ด้วยความที่เห็นพ่อต้องลำบากเหลือเกินในการวิ่งเต้นช่วยให้ผมได้มีที่เรียน ผมก็ค่อย ๆ ปรับปรุงตัว จากเด็กเกเรเกรดเฉลี่ย 2 ต้น ๆ ก็ขยับตัวเลขในใบเกรดมาจนได้ 3.8 ในเทอมสุดท้ายก่อนจบ ปวส. แถมโรงเรียนยังให้โควต้าไปเรียน ป.ตรี ต่อเนื่องในสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่งได้อย่างชนิดที่ผมแทบไม่เชื่อตัวเอง
จนในที่สุดผมก็จบ ป.ตรี ด้วยผมการเรียนพอใช้ จบมาก็ไปทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวส่วนราชการหนึ่งได้เกือบสองปีก็สอบบรรจุเข้ารับราชการได้
ปัจจุบันผมรับราชการมาจะ 19 ปีละครับ อยู่ในตำแหน่งหัวหน้างานระดับชำนาญการพิเศษ (ซี 8) และก็คงไม่ต้องบอกว่าพ่อภูมิใจในตัวผมมากแค่ไหน
ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะจุดเปลี่ยนตอน ม.3 นั้นจริง ๆ ถ้าผมไม่ลืมส่งงานชิ้นนั้นก็คงได้เรียนต่อ ม.4 ที่โรงเรียนเดิม อนาคตตอนนี้ก็คงไม่รู้ว่าจะอยู่ตรงไหนเหมือนกัน
จุดเปลี่ยนในชีวิตคุณ (ทั้งดีและร้าย) คือช่วงไหน ยังไงบ้างครับ
ตอนนั้นผมสงสารพ่อผมมาก ไปอ้อนวอนทางโรงเรียนขอให้ผมได้ส่งงานซ่อม โรงเรียนก็บอกให้ไปคุยกับอาจารย์เอง ก็ต้องขับรถไปหาอาจารย์ถึงบ้านขอร้องเขา สุดท้ายเขาก็ยอมให้ซ่อมได้ แต่ผมก็ไม่สามารถเรียนต่อที่เดิมอยู่ดี จำเป็นต้องหาที่เรียนใหม่ ที่เขาสามารถยอมรับเงื่อนไขให้เรียนก่อนได้ แล้วค่อยเอาไปจบมายื่นทีหลัง ซึ่งพ่อผมก็ไปหาโรงเรียนพาณิชย์เอกชนที่อยู่ใกล้ ๆ ที่ทำงานของพ่อให้เขารับผมจนได้ (ผมเอาใบจบ ม.3 ไปยื่นให้เขาทันเวลาที่เขาเดดไลน์แค่วันเดียว)
นี่แหละครับจุดเปลี่ยนในชีวิตผม ด้วยความที่เห็นพ่อต้องลำบากเหลือเกินในการวิ่งเต้นช่วยให้ผมได้มีที่เรียน ผมก็ค่อย ๆ ปรับปรุงตัว จากเด็กเกเรเกรดเฉลี่ย 2 ต้น ๆ ก็ขยับตัวเลขในใบเกรดมาจนได้ 3.8 ในเทอมสุดท้ายก่อนจบ ปวส. แถมโรงเรียนยังให้โควต้าไปเรียน ป.ตรี ต่อเนื่องในสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่งได้อย่างชนิดที่ผมแทบไม่เชื่อตัวเอง
จนในที่สุดผมก็จบ ป.ตรี ด้วยผมการเรียนพอใช้ จบมาก็ไปทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวส่วนราชการหนึ่งได้เกือบสองปีก็สอบบรรจุเข้ารับราชการได้
ปัจจุบันผมรับราชการมาจะ 19 ปีละครับ อยู่ในตำแหน่งหัวหน้างานระดับชำนาญการพิเศษ (ซี 8) และก็คงไม่ต้องบอกว่าพ่อภูมิใจในตัวผมมากแค่ไหน
ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะจุดเปลี่ยนตอน ม.3 นั้นจริง ๆ ถ้าผมไม่ลืมส่งงานชิ้นนั้นก็คงได้เรียนต่อ ม.4 ที่โรงเรียนเดิม อนาคตตอนนี้ก็คงไม่รู้ว่าจะอยู่ตรงไหนเหมือนกัน