เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อรถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้าซิตี้ จอดอยู่หน้าร้านดิฉัน เป็นอาคารพาณิชย์ อยู่ติดกับเซเว่นซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 2 คูหาเหมือนกัน คู่กรณีเป็นผู้หญิง เจ้าของรถกระบะโตโยต้าวีโก้ เธอจอดรถห้อยท้ายยื่นมาทางร้านดิฉัน แล้วเข้าไปซื้อของในเซเว่น เมื่อลูกน้องของดิฉันขับรถฮอนด้ามาจอดหน้าร้านตัวเอง ผู้หญิงเจ้าของรถกระบะก็ออกมาจากเซเว่นได้ถอยรถชนท้ายรถดิฉัน
รถของเธอมีประกันชั้น 1 ดิฉันไม่มี เมื่อประกันมาถึง ขอเรียกชื่อว่า บ.ลิงมั่นคง เรียกลูกน้องของดิฉันไปสอบถาม ส่วนดิฉันยุ่งอยู่กับลูกค้าในร้าน ราวๆอีก 10 นาทีต่อมา เจ้าหน้าที่ บ.ประกันเดินเข้ามาในร้านพร้อมกับร้อยเวร ส่งใบกระดาษยาวกว่า A4 วางตรงหน้าดิฉัน และบอกว่า จะเอารถไปซ่อมให้ เจ๊เซ็นต์ชื่อตรงนี้เลย ดิฉันถามว่า แค่นั้นรึ เพราะเมื่อรถคันนี้มีรอยตำหนิ เวลาขายต่อ ราคาจะตก แล้วระหว่างที่รอเอารถไปซ่อมดิฉันจะเอารถที่ไหนใช้ มีรถสำรองไหม ชมดูบทสนทนานี้
บ.ประกัน : ไม่มีครับ ซ่อมให้อย่างเดียว
เจ้าของรถ : แบบนี้ฉันไม่เซ็นต์
บ.ประกัน : ลูกน้องเจ๊เซ็นต์ไปแล้วนะ
เจ้าของรถ : แต่ฉันเป็นเจ้าของ ฉันเป็นคนตัดสินใจ
ร้อยเวร : ไม่มีใครเขาให้กันหรอกเจ๊ แต่ถ้าเจ๊อยากได้ต้องไปฟ้อฝศาลแพ่งเอา
เจ้าของรถ : ได้ งั้นไปเจอกันที่โรงพัก
ขณะนั่งรอทำบันทึกประจำวันที่โรงพัก บังเอิญ รองผู้กำกับฯ ที่พอรู้จักกันบ้าง เดินมาทักถามว่ามาทำอะไรที่นี่ เมื่อเล่าให้ฟัง ท่านก็เรียก บ.ลิงมั่นคง มาคุยกันหน่อยสิ
รองผู้กำกับฯ : บ.ประกันทุกแห่งมีเงินชดเชยให้ระหว่างที่เอารถไปซ่อมแล้วเจ้าของรถไม่มีรถใช้ ทางบริษัทคุณให้อัตราเท่าไหร่รึ
บ.ประกัน : รถเก๋งคันละ 800 รถกระบะคันละ 1,000 ครับ
รองผู้กำกับฯ : สั่งบ.ประกัน โทรถามอู่ว่ารถคันนี้ซ่อมกี่วัน คิดค่าขาดรถใช้งานให้เจ้าของรถตามนั้นด้วย
เจ้าของรถ ถามบ.ประกัน จะเอารถไปซ่อมที่อู่ไหนรึ
บ.ประกัน ตอบมาว่า ไปซ่อมที่ อู่........อยู่ตรงห้าง ..............ถนน..................
เจ้าของรถ : อ๋อ อู่นั้นฉันรู้จัก อู่มันเล็กนิดเดียวเองนะ ไม่มีที่จอดรถด้วย เอามาจอดตากแดด ตากฝนไว้ข้างนอกเนี่ยนะ
ดิฉันไม่รู้กฎหมาย แต่ใช้ความรู้สึกว่าแค่ซ่อมให้ไม่ถูกต้องนะ เมื่อเล่าให้พี่สาว , พี่ชายและญาติๆฟัง ล้วนแต่เคยมีกรณีเฉี่ยวชนเช่นนี้และไม่เคยได้เงินชดเชยค่าขาดรถใช้งานกันเลย
พี่น้องที่รัก ถ้าเจ้าของรถไม่ทวงถาม เงินชดเชยนี้จะไปอยู่ที่มือใคร
เล่าเรื่องถูกหลอกจากบริษัทประกันและตำรวจ : เพื่อประโยชน์ต่อผู้อ่าน
รถของเธอมีประกันชั้น 1 ดิฉันไม่มี เมื่อประกันมาถึง ขอเรียกชื่อว่า บ.ลิงมั่นคง เรียกลูกน้องของดิฉันไปสอบถาม ส่วนดิฉันยุ่งอยู่กับลูกค้าในร้าน ราวๆอีก 10 นาทีต่อมา เจ้าหน้าที่ บ.ประกันเดินเข้ามาในร้านพร้อมกับร้อยเวร ส่งใบกระดาษยาวกว่า A4 วางตรงหน้าดิฉัน และบอกว่า จะเอารถไปซ่อมให้ เจ๊เซ็นต์ชื่อตรงนี้เลย ดิฉันถามว่า แค่นั้นรึ เพราะเมื่อรถคันนี้มีรอยตำหนิ เวลาขายต่อ ราคาจะตก แล้วระหว่างที่รอเอารถไปซ่อมดิฉันจะเอารถที่ไหนใช้ มีรถสำรองไหม ชมดูบทสนทนานี้
บ.ประกัน : ไม่มีครับ ซ่อมให้อย่างเดียว
เจ้าของรถ : แบบนี้ฉันไม่เซ็นต์
บ.ประกัน : ลูกน้องเจ๊เซ็นต์ไปแล้วนะ
เจ้าของรถ : แต่ฉันเป็นเจ้าของ ฉันเป็นคนตัดสินใจ
ร้อยเวร : ไม่มีใครเขาให้กันหรอกเจ๊ แต่ถ้าเจ๊อยากได้ต้องไปฟ้อฝศาลแพ่งเอา
เจ้าของรถ : ได้ งั้นไปเจอกันที่โรงพัก
ขณะนั่งรอทำบันทึกประจำวันที่โรงพัก บังเอิญ รองผู้กำกับฯ ที่พอรู้จักกันบ้าง เดินมาทักถามว่ามาทำอะไรที่นี่ เมื่อเล่าให้ฟัง ท่านก็เรียก บ.ลิงมั่นคง มาคุยกันหน่อยสิ
รองผู้กำกับฯ : บ.ประกันทุกแห่งมีเงินชดเชยให้ระหว่างที่เอารถไปซ่อมแล้วเจ้าของรถไม่มีรถใช้ ทางบริษัทคุณให้อัตราเท่าไหร่รึ
บ.ประกัน : รถเก๋งคันละ 800 รถกระบะคันละ 1,000 ครับ
รองผู้กำกับฯ : สั่งบ.ประกัน โทรถามอู่ว่ารถคันนี้ซ่อมกี่วัน คิดค่าขาดรถใช้งานให้เจ้าของรถตามนั้นด้วย
เจ้าของรถ ถามบ.ประกัน จะเอารถไปซ่อมที่อู่ไหนรึ
บ.ประกัน ตอบมาว่า ไปซ่อมที่ อู่........อยู่ตรงห้าง ..............ถนน..................
เจ้าของรถ : อ๋อ อู่นั้นฉันรู้จัก อู่มันเล็กนิดเดียวเองนะ ไม่มีที่จอดรถด้วย เอามาจอดตากแดด ตากฝนไว้ข้างนอกเนี่ยนะ
ดิฉันไม่รู้กฎหมาย แต่ใช้ความรู้สึกว่าแค่ซ่อมให้ไม่ถูกต้องนะ เมื่อเล่าให้พี่สาว , พี่ชายและญาติๆฟัง ล้วนแต่เคยมีกรณีเฉี่ยวชนเช่นนี้และไม่เคยได้เงินชดเชยค่าขาดรถใช้งานกันเลย
พี่น้องที่รัก ถ้าเจ้าของรถไม่ทวงถาม เงินชดเชยนี้จะไปอยู่ที่มือใคร