จากข่าว กทม.จัด 2 แนวทางมาตรการเปิดเทอม "รูปแบบปกติ-สลับวันเรียน"
https://news.thaipbs.or.th/content/293434
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้รูปแบบที่ 1 แบบสลับวันเรียน ใช้กับโรงเรียนขนาดกลาง เช่น อนุบาล ประถมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนต้น มาเรียนวันอังคาร วันพฤหัส ส่วนประถมศึกษาตอนปลาย และมัธยมศึกษาตอนปลาย มาเรียนวันจันทร์ วันพุธ วันศุกร์ ซึ่งในวันที่ไม่ได้มาเรียนตามปกติให้เรียนทาง Online และ On Air ให้ครูควบคุมดูแล มอบแบบฝึกหัด การบ้าน ใบงานหรือกิจกรรมให้ไปทำที่บ้าน และให้นับเวลาการเรียนช่องทางดังกล่าวชดเชยการเรียนในช่วงเวลาปกติได้
รูปแบบที่ 2 มาเรียนปกติร่วมกับสลับวันเรียน ใช้กับโรงเรียนขนาดใหญ่และโรงเรียนขนาดใหญ่มาก คืออนุบาล ประถมศึกษาตอนต้น ให้มาเรียนตามปกติ ส่วนประถมศึกษาตอนปลายและมัธยมศึกษา ให้สลับวันมาเรียน
เด็กวัยนี้ไม่เข้าใจคำว่าเว้นระยะห่าง เข้าห้องน้ำเองยังเลอะเทอะ ยังต้องให้ครูล้างก้นให้ กินก็หกเลอะเทอะ เอามือเข้าปาก เสียใจก็ร้องห่มร้องไห้ มือก็ขยี้ตา ในภาวะที่มีโรคระบาดที่ไม่มีวัคซีนแบบนี้ เหมาะสมแล้วจริงๆเหรอคะที่จะให้เด็กอนุบาลเปิดเรียน ตอนไม่มี covid19 ยังติดไข้หวัด วนกันครบทั้งห้อง
รู้สึกกังวลใจมากค่ะ แต่ก็เข้าใจว่าผู้ปกครองบางท่านก็อยากให้เปิด เลยอยากเสนอให้เป็นความสมัครใจได้มั้ย ใครสมัครใจให้ลูกไปเรียนก็ให้ไป ใครไม่สบายใจก็ให้เรียนออนไลน์ที่บ้าน แล้วสอบวัดผลพร้อมกันที่โรงเรียน ผู้ปกครองท่านอื่นๆคิดเห็นอย่างไรกันบ้างคะ
เด็กอนุบาล ยังดูแลสุขลักษณะตัวเองไม่ได้ เปิดเทอม 1 ก.ค. นี้ มีความพร้อม และเหมาะสมแล้วเหรอคะ
https://news.thaipbs.or.th/content/293434
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เด็กวัยนี้ไม่เข้าใจคำว่าเว้นระยะห่าง เข้าห้องน้ำเองยังเลอะเทอะ ยังต้องให้ครูล้างก้นให้ กินก็หกเลอะเทอะ เอามือเข้าปาก เสียใจก็ร้องห่มร้องไห้ มือก็ขยี้ตา ในภาวะที่มีโรคระบาดที่ไม่มีวัคซีนแบบนี้ เหมาะสมแล้วจริงๆเหรอคะที่จะให้เด็กอนุบาลเปิดเรียน ตอนไม่มี covid19 ยังติดไข้หวัด วนกันครบทั้งห้อง
รู้สึกกังวลใจมากค่ะ แต่ก็เข้าใจว่าผู้ปกครองบางท่านก็อยากให้เปิด เลยอยากเสนอให้เป็นความสมัครใจได้มั้ย ใครสมัครใจให้ลูกไปเรียนก็ให้ไป ใครไม่สบายใจก็ให้เรียนออนไลน์ที่บ้าน แล้วสอบวัดผลพร้อมกันที่โรงเรียน ผู้ปกครองท่านอื่นๆคิดเห็นอย่างไรกันบ้างคะ