Work from home ช่วยชาติมากกว่าที่คิด ถ้าไม่ทำต่อก็น่าเสียดายแย่

ผมเองไม่ใช่นักวิชาการหรือผู้มีความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์นะครับ เลยต้องขอทำความเข้าใจก่อนว่า ถ้าการกระจายรายได้
สู่ชุมชนอย่างทั่วถึงทั้งประเทศเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้ GDP โตขึ้น ลดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำลงได้ 
ถ้าความเข้าใจนี้เป็นสิ่งที่ถูก  Work from home ก็เป็นอีกแนวทางนึงที่ช่วยชาติได้เป็นอย่างดี

การ work from home ที่แท้จริงในความหมายของผมคือ การทำงานที่บ้านที่อยู่ภูมิลำเนาของตนจริงๆ ไม่ใช่แบบในปัจจุบัน
ที่คนต่างจังหวัดทุกสารทิศเข้ามาทำงานในกรุงเทพหรือในเมืองใหญ่ๆ แต่ต้องทำงานที่ห้องพักเพื่อแค่จะหลีกเลี่ยงโรคระบาดเท่านั้น
ลองคิดดูว่าหากส่วนหนึ่งของประชากรเหล่านี้กลับไปทำงานที่บ้านที่ภูมิลำเนาของตนเองแบบออนไลน์โดยได้รับเงินเดือนเหมือนเดิม 
รายได้จะกระจายสู่ชุมชนอย่างมหาศาลแค่ไหน
 
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2562  ประเทศไทยมีผู้มีงานทำ 37.6 ล้านคน คิดง่ายๆ ว่าเอาแค่ 1% คือคนที่สามารถทำงานที่บ้านได้  
คือ 3.7 แสนคน (ในช่วง Covid นี้ก็เห็นได้ชัดว่ามีหลายตำแหน่งงานที่ทำที่ออนไลน์จากบ้านได้) และหากเขาเหล่านี้มีการใช้จ่ายในชุมชน
เดือนละ 1 หมื่นบาท ก็จะเกิดการกระจายรายได้สูงถึง 3.7 พันล้านบาทต่อเดือนเลยทีเดียวโดยที่รัฐไม่ต้องเสียงบประมาณแจกเงินไปเที่ยว
แต่อย่างใด แต่ปัจจุบันคนเหล่านี้มีการใช้จ่าย กินใช้ในกรุงเทพหรือในตัวเมือง รายได้จึงไม่กระจายสู่ท้องถิ่น

แน่นอนว่าเกษตรกร พ่อค้าแม่ค้าในชุมชนก็จะขายของได้ เมื่อเงินหมุนเวียนในท้องถิ่นเยอะความเจริญก็จะตามมา แหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่น
จะคึกคักขึ้นโดยไม่ต้องรอเทศกาลหยุดยาวใดๆ สุดสัปดาห์ก็เที่ยวได้เลยเพราะทำงานที่บ้านก็ใกล้แหล่งท่องเที่ยวอยู่แล้ว จะเกิดปรากฏการณ์
การโพสแชร์แหล่งท่องเที่ยว สินค้าและอาหารในแต่ละท้องถิ่นกันอย่างมาก ซึ่งจะสร้างโอกาสตามมาอีกมากมาย ราคาที่ดิน อสังหาริมทรัพย์
ในชนบทก็จะดีขึ้นโดยอัตโนมัติ

หลายคนประสบปัญหาต้องดูแลลูก พ่อแม่ หรือผู้พิการ แต่ต้องเข้ามาทำงานในกรุงเทพหรือเมืองใหญ่ หากสามารถ work from home ได้ 
พวกเขาเหล่านี้ก็จะสามารถทำหน้าที่ไปได้พร้อมๆ กัน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

ทางด้านนายจ้างเองก็จะเกิดการประหยัด เช่น จากเดิมต้องเช่าสำนักงาน 3 คูหา ค่าใช้จ่ายสูงทุกเดือน ก็อาจลดลงเหลือแค่คูหาเดียว
และผลจากการ work from home ที่ผ่านมาก็พอจะพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถทำให้งานเดินต่อได้อยู่เหมือนกัน หากมีการพัฒนา
ปรับปรุงกระบวนการอย่างต่อเนื่องในที่สุดก็จะนำไปสู่การ work from home ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเทียบเท่าหรืออาจดีกว่าการทำงานที่ออฟฟิศ
และทดแทนได้ในที่สุด เทรนด์ของโลกเองก็น่าจะเป็นไปในทิศทางนี้ เราสามารถต่อยอดจากที่ทดลองทำมาได้เลย ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ตามเสมอไป
 
หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ covid ซาลงไป แล้วทำให้การ work from home ลดลง ผู้คนกลับมาทำงานที่ออฟิศเหมือนเดิม
100% ก็เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่การทดลอง work from home ของพวกเราที่ผ่านมานั้นคือการสูญเปล่า

หากภาครัฐเห็นความสำคัญและรณรงค์ส่งเสริม work from home ต่อไป คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างมาก เพราะจาก
ยุทธศาตร์ชาติก็เน้นใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนเศรษฐกิจอยู่แล้ว และยิ่งได้รับผลกระทบจาก Covid ขณะนี้ ยิ่งต้องเร่งกระจายรายได้เพื่อฟื้นฟู
เศรษฐกิจจากในบ้านเราเองโดยไทยทำไทยใช้และท่องเที่ยวในประเทศ ดังนั้น การประชาสัมพันธ์ส่งเสริมให้ work from home คือ
การลงทุนที่ต่ำที่สุด คุ้มค่าที่สุดและเห็นผลชัดที่สุดแล้วในขณะนี้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่