สวัสดีครับ นี้เป็นกระทู้แรกหากมีผิดพลาดอะไรก็ขออภัยด้วยครับ
เข้าเรื่องกันเลย เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ได้มีพนักงานคนใหม่เข้ามาทำงานในฝ่ายผลิต พนักงานคนใหม่ชื่อว่า ฉัตรชัย
สอบถามเบื่องต้น ฉัตรชัย บอกว่าตนเป็นคนกรุงเทพแต่แต่งงานมีครอบครัวที่ภาคใต้ ฉัตรชัย พึ่งถูกเลิกจ้างออกที่โรงงานแถวภายใต้เลยต้องมาหางานทำและได้งานในโรงงานเดียวกับผมนั้นเอง ฉัตรชัย เป็นคนขยันทำงานช่วยเหลือเพื่อนๆในนอกเหนือตำแหน่งตัวเองตลอด บอกให้ทำอะไรทำได้หมดไม่บนไม่ปฎิเสธ ฉัตรชัย มีทักษะในการพูดประมาณว่าสามารถพูดแล้วให้คนอื่นคล้อยตามไปด้วย ผมและเพื่อนๆที่ทำงานร่วมกันกับฉัตรชัยเกิดความเชื่อใจไว้ใจและสงสารนั้นเอง ฉัตรชัยต้องอยู่กินอย่างประหยัดเพราะไม่มีเงินสำรองเลยต้องขอเช่าห้องอยู่ร่วมกับคนพม่า จนทำงานมาได้สักระยะทางโรงงานเลยให้ห้องพักแก่ฉัตรชัย และหัวหน้างานประเมิณว่าฉัตรชัยสามารถทำงานได้ดีในระดับหนึ่งแล้วก็เริ่มให้โอที ผมกับเพื่อนๆก็สนับสนุนด้วยมักจะหาโอทีหรือวันหยุดให้ฉัตรชัยเข้ามาทำงานเพื่อต้องการช่วยใช้เขามีรายได้เพิ่มขึ้น (การให้โอทีคือให้ทำแทนตำแหน่งที่ขาดหรือไม่มาทำงาน เพื่อไม่ให้งานสะดุดงานเสียและไม่เป็นการเอาเปรียบทางบริษัท)
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาฉัตรชัยได้มาขอยืมเงินผมจำนวน 3,500บาท บอกว่าต้องเอาไปเสียค่าเทอมลูกที่โรงเรียนเอกชนในภาคใต้ (ผมรู้ทันทีว่าเขาโกหกผม เพราะโควิด 19 โรงเรียนหยุดทั่วประเทศ) ผมเลยลองใจบอกมีแค่ 1,500บาท เขายืนยันว่าไม่พอบอกต้องการอีก ผมทดลองบอกให้เขาไปลองคุยเจรจากับเมียเขาและทางโรงเรียนบอกขอจ่ายก่อนเท่านี้รอบหน้าจะจ่ายเพิ่มอีก พอช่วงบ่ายฉัยรชัยมาขอเงินบอกว่า 1,500บาทได้ ผมถามว่าจะคืนวันไหนเขาบอกคืนวันที่12-5-63 เขาบอกเมียเขาจะขายต้นไม้ได้เงินวันนี้ พอวันที่ 12-5-63 ฉัตรชัยบอกว่าลูกค้ายังไม่มาเอาต้นไม้ขอเลื่อนจ่ายเงินผมก่อน ผมก็บอกไม่เป็นไรบอกว่าได้เงินวันไหนค่อยเอามาจ่ายผมก็ได้
วันที่ 17-5-63 ฉัตรชัยไม่มาทำงาน (เงินเดือนออกวันที่ 16-5-63 เงินเดือนรายวัน) ผมเริ่มสงสัยและเพื่อนๆหลายคนเริ่มสงสัยว่าฉัตรชัยเขาได้เงินเดือนแล้วจะหนีหายเลยหรือเปล่าว เพื่อนๆหลายคนและหัวหน้างานเริ่มใจไม่ดี เพราะให้เงินฉัตรชัยยืมหลายคนด้วย ผมก็พึ่งรู้ว่าไม่ได้ยืมแค่ผมคนเดียว และมีคนมาถามหาฉัตรชัยที่โรงงานบอกว่าเป็นเจ้าหนี้ยืมเงินไปหลักหมื่น หลายวันผ่านไปมีเจ้าหนี้เพิ่มมาเรื่อยๆ มีทั้งวินมอเตอร์ไซค์ มีพ่อค้าแม่ค้า มีนักแลงคุมตลาด,คุมวินก็ยังโดน เอาง่ายๆโดนกันหลายคนในโรงงาน โดนทั้งซอย โดนทั้งหอพักที่เขาพัก ร้านค้าร้านอาหารแถวนั้นโดนหมด ฉัตรชัยโทรลางานกับฝ่ายบุคคลบอกว่าลูกป่วยที่ภาคใต้ต้องกลับไปหาลูก แต่ไม่ยอมบอกกับแผนกที่ตนเองทำงาน หัวหน้างานโทรไปไม่รับไลน์ไปไม่ตอบ (ผมว่าเขาฉลาดน่ะ ที่โทรบอกลากับฝ่ายบุคคล เพื่อที่จะไม่ต้องมีใครตามเขาช่วงแรกๆ ช่วงนี้มีเรื่องกักตัว15วันด้วยที่ไปต่างจังหวัด)
สรุปถึงวันนี้เป็นไปตามคาด ฉัตรชัยหนี้หายไปเลย ผมว่าเขาเก่งน่ะมีพรสวรรค์เรื่องการพูดชักจูงใจหลายคนให้เชื่อและตายใจ ถ้าให้ผมชมเขาน่ะผมก็จะบอกว่าเขาเป็นมืออาชีพเป็นระดับมือพระกาฬ แต่เอาไปใช้ในทางที่ผิด (ไม่รู้ทุกวันนี้หนีหายไปไหนหรือไปหลอกเหยื่อเพิ่ม โรงงานไหนรับเขาทำงานผมว่ามีเฮแน่นอน) ทุกคนได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับฉัตรชัยมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ หรือท่านไหนเคยเจอประสบการณ์ชีวิตแบบนี้หรือยิ่งกว่านี้สามารถแบ่งปันกันได้ครับ เผื่อคนอื่นๆที่ได้มาอ่านจะได้ระวังตัวหรือนำไปประประยุกต์เกิดประโยชน์กับการใช้ชีวิตหลีกเลี่ยงคนแบบฉัตรชัยได้ครับ.
เรื่องเล่าเกี่ยวกับพนักงานใหม่
เข้าเรื่องกันเลย เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ได้มีพนักงานคนใหม่เข้ามาทำงานในฝ่ายผลิต พนักงานคนใหม่ชื่อว่า ฉัตรชัย
สอบถามเบื่องต้น ฉัตรชัย บอกว่าตนเป็นคนกรุงเทพแต่แต่งงานมีครอบครัวที่ภาคใต้ ฉัตรชัย พึ่งถูกเลิกจ้างออกที่โรงงานแถวภายใต้เลยต้องมาหางานทำและได้งานในโรงงานเดียวกับผมนั้นเอง ฉัตรชัย เป็นคนขยันทำงานช่วยเหลือเพื่อนๆในนอกเหนือตำแหน่งตัวเองตลอด บอกให้ทำอะไรทำได้หมดไม่บนไม่ปฎิเสธ ฉัตรชัย มีทักษะในการพูดประมาณว่าสามารถพูดแล้วให้คนอื่นคล้อยตามไปด้วย ผมและเพื่อนๆที่ทำงานร่วมกันกับฉัตรชัยเกิดความเชื่อใจไว้ใจและสงสารนั้นเอง ฉัตรชัยต้องอยู่กินอย่างประหยัดเพราะไม่มีเงินสำรองเลยต้องขอเช่าห้องอยู่ร่วมกับคนพม่า จนทำงานมาได้สักระยะทางโรงงานเลยให้ห้องพักแก่ฉัตรชัย และหัวหน้างานประเมิณว่าฉัตรชัยสามารถทำงานได้ดีในระดับหนึ่งแล้วก็เริ่มให้โอที ผมกับเพื่อนๆก็สนับสนุนด้วยมักจะหาโอทีหรือวันหยุดให้ฉัตรชัยเข้ามาทำงานเพื่อต้องการช่วยใช้เขามีรายได้เพิ่มขึ้น (การให้โอทีคือให้ทำแทนตำแหน่งที่ขาดหรือไม่มาทำงาน เพื่อไม่ให้งานสะดุดงานเสียและไม่เป็นการเอาเปรียบทางบริษัท)
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาฉัตรชัยได้มาขอยืมเงินผมจำนวน 3,500บาท บอกว่าต้องเอาไปเสียค่าเทอมลูกที่โรงเรียนเอกชนในภาคใต้ (ผมรู้ทันทีว่าเขาโกหกผม เพราะโควิด 19 โรงเรียนหยุดทั่วประเทศ) ผมเลยลองใจบอกมีแค่ 1,500บาท เขายืนยันว่าไม่พอบอกต้องการอีก ผมทดลองบอกให้เขาไปลองคุยเจรจากับเมียเขาและทางโรงเรียนบอกขอจ่ายก่อนเท่านี้รอบหน้าจะจ่ายเพิ่มอีก พอช่วงบ่ายฉัยรชัยมาขอเงินบอกว่า 1,500บาทได้ ผมถามว่าจะคืนวันไหนเขาบอกคืนวันที่12-5-63 เขาบอกเมียเขาจะขายต้นไม้ได้เงินวันนี้ พอวันที่ 12-5-63 ฉัตรชัยบอกว่าลูกค้ายังไม่มาเอาต้นไม้ขอเลื่อนจ่ายเงินผมก่อน ผมก็บอกไม่เป็นไรบอกว่าได้เงินวันไหนค่อยเอามาจ่ายผมก็ได้
วันที่ 17-5-63 ฉัตรชัยไม่มาทำงาน (เงินเดือนออกวันที่ 16-5-63 เงินเดือนรายวัน) ผมเริ่มสงสัยและเพื่อนๆหลายคนเริ่มสงสัยว่าฉัตรชัยเขาได้เงินเดือนแล้วจะหนีหายเลยหรือเปล่าว เพื่อนๆหลายคนและหัวหน้างานเริ่มใจไม่ดี เพราะให้เงินฉัตรชัยยืมหลายคนด้วย ผมก็พึ่งรู้ว่าไม่ได้ยืมแค่ผมคนเดียว และมีคนมาถามหาฉัตรชัยที่โรงงานบอกว่าเป็นเจ้าหนี้ยืมเงินไปหลักหมื่น หลายวันผ่านไปมีเจ้าหนี้เพิ่มมาเรื่อยๆ มีทั้งวินมอเตอร์ไซค์ มีพ่อค้าแม่ค้า มีนักแลงคุมตลาด,คุมวินก็ยังโดน เอาง่ายๆโดนกันหลายคนในโรงงาน โดนทั้งซอย โดนทั้งหอพักที่เขาพัก ร้านค้าร้านอาหารแถวนั้นโดนหมด ฉัตรชัยโทรลางานกับฝ่ายบุคคลบอกว่าลูกป่วยที่ภาคใต้ต้องกลับไปหาลูก แต่ไม่ยอมบอกกับแผนกที่ตนเองทำงาน หัวหน้างานโทรไปไม่รับไลน์ไปไม่ตอบ (ผมว่าเขาฉลาดน่ะ ที่โทรบอกลากับฝ่ายบุคคล เพื่อที่จะไม่ต้องมีใครตามเขาช่วงแรกๆ ช่วงนี้มีเรื่องกักตัว15วันด้วยที่ไปต่างจังหวัด)
สรุปถึงวันนี้เป็นไปตามคาด ฉัตรชัยหนี้หายไปเลย ผมว่าเขาเก่งน่ะมีพรสวรรค์เรื่องการพูดชักจูงใจหลายคนให้เชื่อและตายใจ ถ้าให้ผมชมเขาน่ะผมก็จะบอกว่าเขาเป็นมืออาชีพเป็นระดับมือพระกาฬ แต่เอาไปใช้ในทางที่ผิด (ไม่รู้ทุกวันนี้หนีหายไปไหนหรือไปหลอกเหยื่อเพิ่ม โรงงานไหนรับเขาทำงานผมว่ามีเฮแน่นอน) ทุกคนได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับฉัตรชัยมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ หรือท่านไหนเคยเจอประสบการณ์ชีวิตแบบนี้หรือยิ่งกว่านี้สามารถแบ่งปันกันได้ครับ เผื่อคนอื่นๆที่ได้มาอ่านจะได้ระวังตัวหรือนำไปประประยุกต์เกิดประโยชน์กับการใช้ชีวิตหลีกเลี่ยงคนแบบฉัตรชัยได้ครับ.