สิ่งที่สำคัญกว่าการเมือง : ดาวดำผู้คิดว่าตัวเองไม่ใช่คนบ้าการเมือง

กระทู้คำถาม
เมื่อสัปดาห์ก่อนผมเพิ่งได้รับข่าวร้าย ว่าพ่อของผมตรวจเจอมะเร็งที่ลำไส้ แม่โทรมาบอกตอนกำลังปีนขึ้นไปตรวจงานบนหลังคาบ้านลูกค้า รู้สึกช็อคมากๆ ที่ได้ยิน บอกความรู้สึกไม่ถูกเหมือนกันนะ คือ...ยังไงล่ะ คำว่ามะเร็งน่ะ แค่ได้ยินว่าใครเป็นมันก็เหมือนต้องทำใจรอเวลาแล้ว...หลายคนก็คงคิดเหมือนๆ ผม 

คือผมมีพี่น้องสี่คนนะครับ พี่สาวสองพี่ชายหนึ่ง ผมเป็นลูกคนสุดท้อง และเป็นคนเดียวที่กลับมาอยู่บ้านกับพ่อแม่ ก็เจอพ่อแทบทุกวันแหละ นอกจากผมไปนอนไซต์งาน หรือมีธุระต้องค้างคืนที่อื่นแค่นั้น ที่จะไม่ได้เจอกัน พ่อก็อายุหกสิบสี่ปีแล้ว โดยส่วนตัวผมก็ไม่คิดว่าเป็นอายุที่แก่มากมายอะไร แกก็ยังขุดดินปลูกผัก ถางหญ้า อะไรของแกเรื่อยเปื่อย ตามประสาข้าราชการเกษียณของแกน่ะละ แต่ก็สังเกตอยู่ว่าพ่อผอมลงจากปีก่อนๆ มากเหมือนกัน แต่ยังคิดว่าเป็นเพราะวัยแก

สิ่งที่ทำให้รู้สึกผิดสังเกต มันเกิดขึ้นเมื่อประมาณเดือนก่อน พ่อถ่ายบ่อยมากครับ วันหนึ่งนี่สี่ถึงหกครั้ง และส่วนใหญ่เป็นถ่ายเหลว ก็เลยพาแกไปตรวจ...คือตอนแรกคิดว่าแกอาจจะติดเชื้ออะไรในลำไส้อะไรพวกนี้มากกว่า เรื่องมะเร็งหรือป่วยร้ายแรงไม่เคยมีอยู่ในหัวเลย แต่เราไม่ได้คิดก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่เป็น ผลตรวจเพิ่งออกเมื่อสัปดาก่อน พ่อมีเนื้อร้ายในลำไส้ครับผม อยู่ในช่วงที่โตปิดลำไส้แล้ว

ไม่รู้สิ...ผมว่ามันทำใจยากอยู่นะ เพราะพอตรวจเจอ หมอก็ให้พ่อนอนโรงพยาบาลเลย เราก็มานั่งคุยกันในครอบครัวว่าจะเอายังไงกันดี ก็คิดกันไปต่างๆ นานา ปรึกษากันว่ามะเร็งมันรักษายังไงนั่นนี่ โดยที่เราก็ไม่รู้ว่าพ่ออาการหนักถึงขั้นไหนแล้ว เครียดกันมากนะ พี่สาวก็ร้องไห้ คือทุกคนเหมือนกับ...ทำใจกันแล้วละ ว่าเราน่าจะต้องเตรียมรับข่าวร้ายที่มากกว่าตอนนี้กันแล้ว ผมก็กำลังจะดิ่งไปกับความรู้สึกของคนอื่นด้วยเหมือนกัน แต่...ผมว่าไม่หรอก ผมว่าพ่อยังแข็งแรงอยู่ มันอาจไม่เลวร้ายอย่างที่เรามโนกันไปก็ได้ มะเร็งเป็นโรคร้ายแรง แต่คนรักษาหายก็มีให้ได้ยินบ่อยเหมือนกัน ผมก็เลยบอกทุกคนว่า...ผมจะไปคุยกับหมอ ว่ามีวิธีรักษายังไงบ้าง

ครอบครัวเราเคยสูญเสียพี่สาวคนที่สองของผมไปคนหนึ่งแล้ว มันเหมือนกับในครั้งนั้นเรายังพยายามไม่มากพอ วันนี้ผมจะไม่ยอมเสียพ่อไปอีกคน ไม่ว่าจะต้องทำยังไงผมก็จะรักษาพ่อให้ได้

ผมเข้าไปคุยกับหมอ ด้วยความรู้สึกที่ว่า ไม่ว่าคำตอบของหมอจะเป็นยังไง ผมก็จะดื้อรั้งพ่อไว้ให้ได้ จะต้องย้ายโรงพยาบาลเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ผมก็จะทำ...เพราะผมมีพ่อคนเดียว ไม่มีใครมาแทนพ่อผมได้อีกแล้วในชาตินี้

แล้วคำตอบที่ผมได้...พ่อยังรักษาได้ด้วยการผ่าตัดครับผม

พ่อผ่าตัดเพื่อตัดลำไส้ส่วนที่เป็นเนื้อร้ายทิ้งไปประมาณสิบเซนติเมตรครับ ตอนนี้กลับมาพักฟื้นที่บ้านได้แล้วครับผม

เดี๋ยวเขาจะหาว่ากระทู้นี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง มันเกี่ยวนะครับ เพราะพ่อผมเป็นสลิ่ม และผมก็ไม่ได้คิดว่าการเมืองมันสำคัญอะไรกับครอบครัวเราขนาดนั้น ต่อให้พ่อผมเป็นเสื้อแดงหรือเสื้อส้ม ผมก็จะรักษาพ่อผมเหมือนเดิม การเมืองไม่ได้สำคัญไปกว่าพ่อของผมครับ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่