__ดูมาเป็นเดือน อ่อนใจคดีน้องชมพู่ ตร. น่าจะห้ามคนที่ไม่เกี่ยวข้อง__

กระทู้สนทนา
ไม่มีความคืนหน้าเป็นตัวเป็นตน ส่อแววล่ม เพราะหลักฐานไม่พอจะชี้ตัวผู้กระทำผิด
ยิ่งปล่อยนานมันยิ่งเลอะเทอะ สรุปๆๆๆๆ เสียทีเหอะ เหลวก็เหลว



แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตร. ไม่ได้กันบริเวณ กันพยาน ฯลฯ เลย
ปล่อยให้สื่อฯ ไปเดินสำรวจ ค้นหาหลักฐานเอง สัมภาษณ์คนนั้นคนนี้ จนมันเลอะไปหมด
พยานถ้าเคยตอบนักข่าวไปแล้ว นักข่าวแคลงใจ หนหน้าถ้าตอบตำรวจก็อาจจะปรุงแต่ง
ให้มันดูน่าเชื่อถือมากขึ้น แต่ไกลจากข้อเท็จจริงออกไป ตัวอย่างเช่น วันเกิดเหตุอยู่ไหน
กี่โมง นาย ก. อาจบอกอยู่ไร่ ห่างไป 2 กม. เดินทาง 3 ชม. นักข่าวบอกมันไม่ได้ไกลขนาดนั้น
คนตอบเริ่มลังเล แต่งตัวเลขใหม่ เดินทาง 30 นาที (ซึ่งในความเป็นจริงเขาอาจจะแวะคุยกับ
ชาวบ้านไปตลอดทางก็ได้)

ปล่อยให้คน (ทั้งชาวบ้าน และนักข่าว) ไปเดินหาหลักฐานจนเส้นทาง สถานที่ สิ่งแวดล้อม
มันเละเทะ เปลี่ยนสภาพไปหมด ร่องรอยที่อาจจะยังหลงเหลือ และไม่ได้ถูกพบก็สับสนหมดละ
ไม่รู้ของใหม่ของเก่า 

ยังพวกหมอผี หมอพระ ฯลฯ หมอดูหมอเดา ร่างทรง ต่างๆ ด้วย
พ่อแม่น้องเขาก็ไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้เท่าไร นับถือแม่เขา ค่อนข้างเป็นคนทันสมัย มีเหตุผล
โหนกระแสกันให้มั่วซั่วไปหมด



ที่รับไม่ได้จริงๆ คือ มีบางช่องไปจำลองเหตุการณ์ เอาเด็กอายุไล่เลี่ยกับน้องไปลองเดินดู
ไปกันใหญ่แล้ว เป็นนักข่าวหรือตำรวจ นึกว่าตัวเองจะแก้ไขคดีได้ก่อนตำรวจเหรอ คนดูเหนื่อยใจ
ขนาดเราไม่ได้ตามติดมากนักนะ จะดูข่าวอื่น รอข่าวนี้จบก็ไม่มีท่าทีจะจบง่ายๆ

นักข่าวก็ควรรู้หน้าที่ของนักข่าวไหม? ไม่ใช่ตำรวจ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่