จะเป็นยังไงเมื่อคุณรู้ว่าอดีตคนรักของคุณยังคงรักคุณอยู่ทั้งๆที่เวลาผ่านมาแล้ว 20 ปี
ประสบการณ์นี้เป็นประสบการณ์จริงของตัวผมเอง ผมอาจจะเล่าในมุมมองของผมที่เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ภายในใจลึกๆยังรักผู้หญิงคนนึงอยู่
ในสมัยปวช.ผมได้คบกับผู้หญิงคนหนึ่ง ในแต่ละช่วงเวลาตอนที่คบกันก็มีแต่ความสุขและไม่เคยทะเลาะกัน แต่แล้ววันหนึ่งอยู่ดีๆเธอก็เดินออกไปจากชีวิตของผมอย่างเงียบๆ ในสมัยนั้นการติดต่อลำบากมากเพราะโทรศัพท์มือถือก็แพง โทรศัพท์บ้านก็ไม่มีกันทุกคน อินเตอร์เน็ทก็ยังแพง(สมัยนั้นยังเป็น Windows 98) ผมไม่สามารถติดต่อเธอได้ สิ่งที่ทำได้คือได้แค่ไปยืนชะเง้อคอยมองหาในที่ๆเธอเรียนอยู่ แต่ก็ไม่เคยได้เจอกันเลย คิดได้แค่เพียงว่าเธอคงเบื่อเราแล้ว
จนเวลาผ่านไปร่วมเกือบ 10 กว่าปี ในวันที่ Facebook เริ่มแพร่หลาย การติดต่อเริ่มง่ายขึ้น ในวันหนึ่งเธอก็ได้ Add Friend เข้ามา ในตอนนั้นผมก็ไม่กล้ารับ Add เพราะกลัวกับความเจ็บปวด แต่ก็แอบเข้าไปส่อง Facebook ของเธอ ซึ่งก็ได้พบว่าเธอกำลังคบกับฝรั่งคนนึงอยู่ ผมจึงทำใจ แต่พอทิ้งเวลาผ่านไปได้ซักหน่อยเธอก็บอกว่าทำไมถึงไม่รับ Add ผมจึงกลั้นใจแล้วกดรับ Add เธอ แล้วก็เริ่มคุยกับเธอเหมือนเพื่อนคนนึง
พอถึงประมาณปี 2015 ผมได้เห็นชื่อใน Facebook ของเธอเปลี่ยนนามสกุลเป็นนามสกุลฝรั่ง ผมจึงได้แต่แสดงความยินดี แต่เราก็คุยกันไปเรื่อยเหมือนปกติ จนในวันหนึ่งเธอก็เล่าให้ฟังว่าเธอทะเลาะกับแฟนฝรั่งจนถึงขั้นโดนบีบคอจนเกือบตาย ผมก็คิดจะพยายามหาทางช่วยแต่ก็ไม่สามารถทำได้จริง ทำได้แค่เพียงปลอบประโลมใจของเธอ วันเวลาผ่านไปจากการที่คุยกันเรื่อยๆแต่แล้วก็เริ่มเหมือนเธอทำตัวห่างขึ้นจนสุดท้ายก็หายไป ขาดการติดต่ออีก ไม่ว่าจะทักทายไปยังไงก็ไม่มีแม้แต่จะอ่าน ผมจึงได้แค่ตัดใจ
แต่แล้วเวลาผ่านไปมาถึงในปลายปี 2018 เธอก็ทักกับมาพร้อมกับเริ่ม Video call คุยกันกับผมบ่อยขึ้น แล้วสุดท้ายก็แลก Line กัน แล้วเราก็คุยกันเหมือนเดิม
มาในปี 2020 เธอก็ Line ว่าอยากพบเจอกับผม เลยขอให้ Check in ที่บ้านของผม แล้วในวันรุ่งขึ้นเธอก็มาหาผมพร้อมกับเพื่อนสนิทผู้หญิงของผม เราก็นั่งคุยกันตามภาษา และก็นอนค้างบ้านผมกันทั้งหมด ในวันนั้นมีจังหวะที่เราสองคนได้อยู่กันสองต่อสอง ก็เลยได้คุยและปรับความเข้าใจกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ซึ่งที่เธอหายไปเพราะเธอจะต้องทำงานหาเลี้ยงส่งตัวเองเพื่อให้เรียนจบ เมื่อเรียนจบเธอก็ทำงานเลย ในวันนั้นเธอก็เล่าว่าเธอได้ตามหาผม แต่ไม่รู้ว่าผมได้ย้ายบ้านหลังจากเรียนจบไปแล้ว ตอนที่เธอทำงานก็เหมือนกับโชคชะตาเล่นตลกเพราะตึกที่ผมทำงานกับตึกที่เธอทำงานกลับอยู่ตรงกันข้ามเยื้องๆกันไม่ไกลมากนัก แต่ก็ไม่เคยเจอกันเลย
เมื่อผมได้รู้แบบนั้นผมก็บอกกับเธอว่าผมก็ยังรักเธออยู่เหมือนเดิม แต่คงเป็นไปไม่ได้เพราะเธอแต่งงานแล้ว และอีกไม่นานเธอก็จะไปอยู่ต่างประเทศกับแฟนของเธอแล้ว ผมก็ได้แต่เพียงอวยพร และทำได้แค่คุยติดต่อกันธรรมดา ซึ่งในเวลานั้นผมก็เริ่มมีดูใจกับผู้หญิงอีกคนแล้ว
ทุกๆช่วงเวลาเธอจะเล่าให้ฟังเสมอว่าเธอทะเลาะกับแฟนคนนี้เป็นประจำ ผมก็ทำได้แค่ปลอบเธอ ซึ่งทั้งๆก็รู้ว่าในใจผมนั้นก็ยังรักเธออยู่
ช่วงหลังเธอก็ค่อยๆเริ่มขาดการติดต่ออีก
ทุกวันนี้ผมจึงตัดสินใจต้องเริ่มแกล้งขาดการติดต่อกับเธอบ้าง ทั้งๆที่ในใจก็ยังห่วงเธอว่าอยู่ที่นู่นจะเป็นยังไงบ้าง แฟนฝรั่งเธอยังทำร้ายร่างกายเธออยู่ไหม แต่สิ่งนี้ก็เป็นได้แค่เพียงความรักและความห่วงจากที่ไกลๆเท่านั้น แล้วสิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือทำวันนี้ให้ดีที่สุดกับคนที่อยู่ข้างๆเรา แล้วปล่อยให้เรื่องอนาคตที่ยังมาไม่ถึงให้มันเป็นเรื่องอนาคตไป
นี่เป็นประสบการณ์ความรักของผมที่แค่เอามาแบ่งปันกันครับ
จะเป็นยังไงเมื่อคุณรู้ว่าอดีตคนรักของคุณยังคงรักคุณอยู่ทั้งๆที่เวลาผ่านมาแล้ว 20 ปี
ประสบการณ์นี้เป็นประสบการณ์จริงของตัวผมเอง ผมอาจจะเล่าในมุมมองของผมที่เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ภายในใจลึกๆยังรักผู้หญิงคนนึงอยู่
ในสมัยปวช.ผมได้คบกับผู้หญิงคนหนึ่ง ในแต่ละช่วงเวลาตอนที่คบกันก็มีแต่ความสุขและไม่เคยทะเลาะกัน แต่แล้ววันหนึ่งอยู่ดีๆเธอก็เดินออกไปจากชีวิตของผมอย่างเงียบๆ ในสมัยนั้นการติดต่อลำบากมากเพราะโทรศัพท์มือถือก็แพง โทรศัพท์บ้านก็ไม่มีกันทุกคน อินเตอร์เน็ทก็ยังแพง(สมัยนั้นยังเป็น Windows 98) ผมไม่สามารถติดต่อเธอได้ สิ่งที่ทำได้คือได้แค่ไปยืนชะเง้อคอยมองหาในที่ๆเธอเรียนอยู่ แต่ก็ไม่เคยได้เจอกันเลย คิดได้แค่เพียงว่าเธอคงเบื่อเราแล้ว
จนเวลาผ่านไปร่วมเกือบ 10 กว่าปี ในวันที่ Facebook เริ่มแพร่หลาย การติดต่อเริ่มง่ายขึ้น ในวันหนึ่งเธอก็ได้ Add Friend เข้ามา ในตอนนั้นผมก็ไม่กล้ารับ Add เพราะกลัวกับความเจ็บปวด แต่ก็แอบเข้าไปส่อง Facebook ของเธอ ซึ่งก็ได้พบว่าเธอกำลังคบกับฝรั่งคนนึงอยู่ ผมจึงทำใจ แต่พอทิ้งเวลาผ่านไปได้ซักหน่อยเธอก็บอกว่าทำไมถึงไม่รับ Add ผมจึงกลั้นใจแล้วกดรับ Add เธอ แล้วก็เริ่มคุยกับเธอเหมือนเพื่อนคนนึง
พอถึงประมาณปี 2015 ผมได้เห็นชื่อใน Facebook ของเธอเปลี่ยนนามสกุลเป็นนามสกุลฝรั่ง ผมจึงได้แต่แสดงความยินดี แต่เราก็คุยกันไปเรื่อยเหมือนปกติ จนในวันหนึ่งเธอก็เล่าให้ฟังว่าเธอทะเลาะกับแฟนฝรั่งจนถึงขั้นโดนบีบคอจนเกือบตาย ผมก็คิดจะพยายามหาทางช่วยแต่ก็ไม่สามารถทำได้จริง ทำได้แค่เพียงปลอบประโลมใจของเธอ วันเวลาผ่านไปจากการที่คุยกันเรื่อยๆแต่แล้วก็เริ่มเหมือนเธอทำตัวห่างขึ้นจนสุดท้ายก็หายไป ขาดการติดต่ออีก ไม่ว่าจะทักทายไปยังไงก็ไม่มีแม้แต่จะอ่าน ผมจึงได้แค่ตัดใจ
แต่แล้วเวลาผ่านไปมาถึงในปลายปี 2018 เธอก็ทักกับมาพร้อมกับเริ่ม Video call คุยกันกับผมบ่อยขึ้น แล้วสุดท้ายก็แลก Line กัน แล้วเราก็คุยกันเหมือนเดิม
มาในปี 2020 เธอก็ Line ว่าอยากพบเจอกับผม เลยขอให้ Check in ที่บ้านของผม แล้วในวันรุ่งขึ้นเธอก็มาหาผมพร้อมกับเพื่อนสนิทผู้หญิงของผม เราก็นั่งคุยกันตามภาษา และก็นอนค้างบ้านผมกันทั้งหมด ในวันนั้นมีจังหวะที่เราสองคนได้อยู่กันสองต่อสอง ก็เลยได้คุยและปรับความเข้าใจกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ซึ่งที่เธอหายไปเพราะเธอจะต้องทำงานหาเลี้ยงส่งตัวเองเพื่อให้เรียนจบ เมื่อเรียนจบเธอก็ทำงานเลย ในวันนั้นเธอก็เล่าว่าเธอได้ตามหาผม แต่ไม่รู้ว่าผมได้ย้ายบ้านหลังจากเรียนจบไปแล้ว ตอนที่เธอทำงานก็เหมือนกับโชคชะตาเล่นตลกเพราะตึกที่ผมทำงานกับตึกที่เธอทำงานกลับอยู่ตรงกันข้ามเยื้องๆกันไม่ไกลมากนัก แต่ก็ไม่เคยเจอกันเลย
เมื่อผมได้รู้แบบนั้นผมก็บอกกับเธอว่าผมก็ยังรักเธออยู่เหมือนเดิม แต่คงเป็นไปไม่ได้เพราะเธอแต่งงานแล้ว และอีกไม่นานเธอก็จะไปอยู่ต่างประเทศกับแฟนของเธอแล้ว ผมก็ได้แต่เพียงอวยพร และทำได้แค่คุยติดต่อกันธรรมดา ซึ่งในเวลานั้นผมก็เริ่มมีดูใจกับผู้หญิงอีกคนแล้ว
ทุกๆช่วงเวลาเธอจะเล่าให้ฟังเสมอว่าเธอทะเลาะกับแฟนคนนี้เป็นประจำ ผมก็ทำได้แค่ปลอบเธอ ซึ่งทั้งๆก็รู้ว่าในใจผมนั้นก็ยังรักเธออยู่
ช่วงหลังเธอก็ค่อยๆเริ่มขาดการติดต่ออีก
ทุกวันนี้ผมจึงตัดสินใจต้องเริ่มแกล้งขาดการติดต่อกับเธอบ้าง ทั้งๆที่ในใจก็ยังห่วงเธอว่าอยู่ที่นู่นจะเป็นยังไงบ้าง แฟนฝรั่งเธอยังทำร้ายร่างกายเธออยู่ไหม แต่สิ่งนี้ก็เป็นได้แค่เพียงความรักและความห่วงจากที่ไกลๆเท่านั้น แล้วสิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือทำวันนี้ให้ดีที่สุดกับคนที่อยู่ข้างๆเรา แล้วปล่อยให้เรื่องอนาคตที่ยังมาไม่ถึงให้มันเป็นเรื่องอนาคตไป
นี่เป็นประสบการณ์ความรักของผมที่แค่เอามาแบ่งปันกันครับ