........ผมคิดว่าต่อให้ผมพูดเรื่องนี้ออกไป เพื่อระบายให้คนรอบๆข้างได้รับรู้ ก็คงไม่มีประโยชน์อะไร โดยคาดเดาจากลักษณะนิสัย,ทัศนคติ โดยรวมๆของคนรอบตัวเรา........... เรื่องน่าเศร้าของตัวเรา เล่าไปก็อาย
......ผมเคยคบกับเธอเมื่อตอนที่ ตัวผมเรียน ม.6 ส่วนเธอเป็นรุ่นน้อง1ปี และเราก็ต้องจบกันตอนผมอยู่ปี2 มหา'ลัย ....วันเวลาผ่านไปจนปลายปีที่แล้ว ผมและเธอได้กลับมาพูดคุยและคบหากันใหม่ในวันที่ น่าจะโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว ปีที่แล้ว ผมอายุ 29 ... ช่วงหน้าหนาวที่แล้ว เรามีโครงการจะวิ่งไปกางเต้นท์นอน ที่เขาค้อ ภูทับเบิกกัน ....แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้ไปภายในปลายปี อาจจะด้วยเงื่อนไขต่างๅข้อยกเว้นต่างๆในตอนนั้น สุดท้ายความฝันอันแสนหวานทุกอย่างของผมก็พังลงภายในต้นปี 63 เมื่อต้องเผชิญกับวิธีบอกเลิกที่แนบเนียนของเธอ ( แค่ อยู่เฉยๆ) ..... สุดท้าย เราก็ต้องจบกันอีกครั้งในวันที่โตเป็นผู้ใหญ่เต็มวัย .......... อันที่จริงแล้ว ช่วงเวลาหลังจากที่เราจบกันครั้งแรกเมื่ออายุ20ต้นๆนั้น ช่วงชีวิตผมในตอนนั้นก็ติดเพื่อนฝูงติดเที่ยวทำตัวให้สนุกสุดๆ เพื่อกลบเกลื่อนความหมองหม่นในใจมาตลอด ผมรักเธอคนนั้นจริงๆ .... ใช่แล้วครับ ถึงอย่างงั้นผมก็คิดถึงเธอมาตลอด และ แอบเฝ้ามองเธอทาง Internet มาตลอดเวลาที่ผ่านมา.....อันที่จริงก็ไม่อาจปฏิเสธว่า ระหว่างทาง ก็พอมีผู้หญิงเข้ามาบ้างเล็กน้อย แต่สุดท้ายเธอเหล่านั้นก็ไม่ได้อะไรจากการเข้ามาหาผม......ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมปลายปีที่แล้วเธอคนนั้นที่ผมฝังใจ ถึงกลับเข้ามาในชีวิตผมได้อีกครั้ง ทั้งๆที่จบกันไปนานพอสมควร... ผมขอไม่เล่าเหตุการณ์นี้ให้ฟังทั้งหมด เพราะอาจยาวไป จะอธิบายสั้นๆง่ายๆ คงจะเพราะ ผมได้ทิ้งร่องรอยบางอย่างเอาไว้ ทำให้เธอนึกถึงผมขึ้นมา ในวันที่อ่อนไหวของเธอ แต่ในตอนท้าย เราก็ต้องจบกันจริงๆ ... มันพิสูจน์ได้แล้วว่า แผนการของผมที่ทำให้เธอกลับมา มันไม่ได้ทำให้เธอกลับมาเพราะรักผมจริงๆ และ ในโอกาสสุดท้ายนี้ ตัวผมเองก็ไม่สามารถทำให้เธอรักผมได้จริงๆ
...............คราวนี้ผมคิดว่าคงต้องหักห้ามใจ ไม่เข้าไปแอบส่องเหมือนเมื่อก่อน เพราะทุกอย่างมันพังลงไปหมดแล้วจริงๆ และมันคงสายเกินแก้แล้ว....ผมก็หักห้ามใจมาตลอดแบบวันต่อวัน ในทุกเช้าที่ตื่นนอนขึ้นมา ต้องคอยวางแผน เรียงลำดับภารกิจทุกอย่างในวันนั้นๆ จะปล่อยให้ว่างไม่ได้ เพื่อไม่ให้เผลอใจ กลับไปแอบมองชีวิตเธอบน Internet อีกซ้ำๆ นั่นเพราะความคิดถึงของผม ที่คงมีมากเกินไป ..... วิธีหนึ่งที่ใช้บำบัดตัวเองก็คือ การอ่านกระทู้ต่างๆในห้องบางรักแห่งนี้ รวมไปถึงการกระโดดเข้าไปเสนอคำปรึกษาปัญหาให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆในห้องนี้ ....... แต่สุดท้าย ดูเหมือน หมองูจะตายเพราะงูจริงๆ หลังจากที่เที่ยวให้คำปรึกษาสมาชิกในพันทิป ซึ่งก็ฟังดูเหมือนจะดี แต่เชื่อไหมครับว่า การได้อ่านเรื่องราวต่างๆที่บางครั้งอาจจะมีส่วนคล้ายคลึงกับของเรา มันยิ่งทำให้อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเรื่องเดิมๆขึ้นมา และสุดท้ายผมก็ . "เอ้า!! ขอไปแอบส่องอีกสักหน่อยดีกว่า ไม่ได้ส่องนานละ คงไม่เป็นไร " .............. และแล้วก็ได้เรื่องเลยครับ...............statusต่างๆของเธอที่ผมได้อ่าน พร้อมกับภาพบรรยากาศเขาค้อ ภูทับเบิก และภาพรอยยิ้มของเธอ รอยยิ้มที่ผมปรารถนาอยากเห็นไปชั่วชีวิต รอยยิ้มของเธอที่ยืนอยู่ข้างๆกันกับเขาคนนั้น คนที่ทำให้หัวใจของเธอต้องตระบัดสัตย์ต่อคำสัญญาที่เคยมอบให้ผม ...แค่คำสัญญาสั้นๆ คำว่า "ตลอดไป" จากปากเธอ คำง่ายๆแค่นั้น ที่กลายเป็นคำที่ทำให้ผมบอกกับตัวเองได้ว่า ชีวิตนี้เราจะทุ่มเทเพื่อใคร และรู้ว่าอยากทำเพื่อใครนอกจากตัวเอง รู้ว่าเราจะมีชีวิตอยู่เพื่อใคร......
หลังจากที่ได้เห็นบรรดาภาพเหล่านั้น .... ทุกคำสัญญาที่เคยเป็นความฝันอันหอมหวาน ทุกคำถามกับความจริงที่เกิดขึ้น หลั่งไหลเข้ามาในหัวผมจนรู้สึกได้ว่าปวดหัวขึ้นมาตุบๆ และผมเลือกที่จะปิดโทรศัพท์ก่อนมานั่งเงียบๆที่ระเบียงห้องนอน เพื่อปล่อยอารมณ์....... ถึงแม้ว่าจะไม่มีน้ำตาแต่ผมคิดว่า ท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้คงจะพอเดาความรู้สึกของผมออก ต่อให้ไม่ได้ร้องไห้สะอึกสะอื้น
อันที่จริง ผมเองก็มีความสุขอยู่บ้าง ที่ได้เห็นแววตาเธอ ซึ่งดูมีความสุขสมหวังกับสิ่งที่ปรารถนา.... ที่แห่งนั้นคือสถานที่ ที่เราเคยยอกว่าจะไปด้วยกัน และผมเตรียมตัวเตรียมข้อมูลเตรียมงบ
เตรียมSurprise ...... สิ่งที่ผมหวังว่าจะได้ทำ ถึงแม้ ทุกอย่างที่ว่ามา มันจะไม่มีวันได้เกิดขึ้นจริง ...แต่สำหรับผมก็เพียงพอแล้ว เพียงได้เห็นรอยยิ้มนั้น
... สุดท้ายนี้ถ้า"เธอคนนั้น" คนที่ผมพูดถึง จะบังเอิญได้เข้ามาอ่านกระทู้นี้ และบังเอิญรู้ตัว .....พี่ก็คงจะขอกล่าวแค่ว่า "ดีใจด้วยนะครับ ที่ได้ไปถึง อีกหนึ่งฝันที่ปรารถนา ขอให้เป็นความทรงจำที่ดีนะครับ ....มาถึงวันนี้ ก็คงไม่ขออะไรนอกจาก อยากจะขอภาวนาให้.....มีชีวิตที่ดี และขอให้มีความสุขมากๆนะครับ
My Girl. "
แค่อยากระบาย.. เมื่อฝันของเธอคือเขาที่พาไป
......ผมเคยคบกับเธอเมื่อตอนที่ ตัวผมเรียน ม.6 ส่วนเธอเป็นรุ่นน้อง1ปี และเราก็ต้องจบกันตอนผมอยู่ปี2 มหา'ลัย ....วันเวลาผ่านไปจนปลายปีที่แล้ว ผมและเธอได้กลับมาพูดคุยและคบหากันใหม่ในวันที่ น่าจะโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว ปีที่แล้ว ผมอายุ 29 ... ช่วงหน้าหนาวที่แล้ว เรามีโครงการจะวิ่งไปกางเต้นท์นอน ที่เขาค้อ ภูทับเบิกกัน ....แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้ไปภายในปลายปี อาจจะด้วยเงื่อนไขต่างๅข้อยกเว้นต่างๆในตอนนั้น สุดท้ายความฝันอันแสนหวานทุกอย่างของผมก็พังลงภายในต้นปี 63 เมื่อต้องเผชิญกับวิธีบอกเลิกที่แนบเนียนของเธอ ( แค่ อยู่เฉยๆ) ..... สุดท้าย เราก็ต้องจบกันอีกครั้งในวันที่โตเป็นผู้ใหญ่เต็มวัย .......... อันที่จริงแล้ว ช่วงเวลาหลังจากที่เราจบกันครั้งแรกเมื่ออายุ20ต้นๆนั้น ช่วงชีวิตผมในตอนนั้นก็ติดเพื่อนฝูงติดเที่ยวทำตัวให้สนุกสุดๆ เพื่อกลบเกลื่อนความหมองหม่นในใจมาตลอด ผมรักเธอคนนั้นจริงๆ .... ใช่แล้วครับ ถึงอย่างงั้นผมก็คิดถึงเธอมาตลอด และ แอบเฝ้ามองเธอทาง Internet มาตลอดเวลาที่ผ่านมา.....อันที่จริงก็ไม่อาจปฏิเสธว่า ระหว่างทาง ก็พอมีผู้หญิงเข้ามาบ้างเล็กน้อย แต่สุดท้ายเธอเหล่านั้นก็ไม่ได้อะไรจากการเข้ามาหาผม......ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมปลายปีที่แล้วเธอคนนั้นที่ผมฝังใจ ถึงกลับเข้ามาในชีวิตผมได้อีกครั้ง ทั้งๆที่จบกันไปนานพอสมควร... ผมขอไม่เล่าเหตุการณ์นี้ให้ฟังทั้งหมด เพราะอาจยาวไป จะอธิบายสั้นๆง่ายๆ คงจะเพราะ ผมได้ทิ้งร่องรอยบางอย่างเอาไว้ ทำให้เธอนึกถึงผมขึ้นมา ในวันที่อ่อนไหวของเธอ แต่ในตอนท้าย เราก็ต้องจบกันจริงๆ ... มันพิสูจน์ได้แล้วว่า แผนการของผมที่ทำให้เธอกลับมา มันไม่ได้ทำให้เธอกลับมาเพราะรักผมจริงๆ และ ในโอกาสสุดท้ายนี้ ตัวผมเองก็ไม่สามารถทำให้เธอรักผมได้จริงๆ
...............คราวนี้ผมคิดว่าคงต้องหักห้ามใจ ไม่เข้าไปแอบส่องเหมือนเมื่อก่อน เพราะทุกอย่างมันพังลงไปหมดแล้วจริงๆ และมันคงสายเกินแก้แล้ว....ผมก็หักห้ามใจมาตลอดแบบวันต่อวัน ในทุกเช้าที่ตื่นนอนขึ้นมา ต้องคอยวางแผน เรียงลำดับภารกิจทุกอย่างในวันนั้นๆ จะปล่อยให้ว่างไม่ได้ เพื่อไม่ให้เผลอใจ กลับไปแอบมองชีวิตเธอบน Internet อีกซ้ำๆ นั่นเพราะความคิดถึงของผม ที่คงมีมากเกินไป ..... วิธีหนึ่งที่ใช้บำบัดตัวเองก็คือ การอ่านกระทู้ต่างๆในห้องบางรักแห่งนี้ รวมไปถึงการกระโดดเข้าไปเสนอคำปรึกษาปัญหาให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆในห้องนี้ ....... แต่สุดท้าย ดูเหมือน หมองูจะตายเพราะงูจริงๆ หลังจากที่เที่ยวให้คำปรึกษาสมาชิกในพันทิป ซึ่งก็ฟังดูเหมือนจะดี แต่เชื่อไหมครับว่า การได้อ่านเรื่องราวต่างๆที่บางครั้งอาจจะมีส่วนคล้ายคลึงกับของเรา มันยิ่งทำให้อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเรื่องเดิมๆขึ้นมา และสุดท้ายผมก็ . "เอ้า!! ขอไปแอบส่องอีกสักหน่อยดีกว่า ไม่ได้ส่องนานละ คงไม่เป็นไร " .............. และแล้วก็ได้เรื่องเลยครับ...............statusต่างๆของเธอที่ผมได้อ่าน พร้อมกับภาพบรรยากาศเขาค้อ ภูทับเบิก และภาพรอยยิ้มของเธอ รอยยิ้มที่ผมปรารถนาอยากเห็นไปชั่วชีวิต รอยยิ้มของเธอที่ยืนอยู่ข้างๆกันกับเขาคนนั้น คนที่ทำให้หัวใจของเธอต้องตระบัดสัตย์ต่อคำสัญญาที่เคยมอบให้ผม ...แค่คำสัญญาสั้นๆ คำว่า "ตลอดไป" จากปากเธอ คำง่ายๆแค่นั้น ที่กลายเป็นคำที่ทำให้ผมบอกกับตัวเองได้ว่า ชีวิตนี้เราจะทุ่มเทเพื่อใคร และรู้ว่าอยากทำเพื่อใครนอกจากตัวเอง รู้ว่าเราจะมีชีวิตอยู่เพื่อใคร......
หลังจากที่ได้เห็นบรรดาภาพเหล่านั้น .... ทุกคำสัญญาที่เคยเป็นความฝันอันหอมหวาน ทุกคำถามกับความจริงที่เกิดขึ้น หลั่งไหลเข้ามาในหัวผมจนรู้สึกได้ว่าปวดหัวขึ้นมาตุบๆ และผมเลือกที่จะปิดโทรศัพท์ก่อนมานั่งเงียบๆที่ระเบียงห้องนอน เพื่อปล่อยอารมณ์....... ถึงแม้ว่าจะไม่มีน้ำตาแต่ผมคิดว่า ท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้คงจะพอเดาความรู้สึกของผมออก ต่อให้ไม่ได้ร้องไห้สะอึกสะอื้น
อันที่จริง ผมเองก็มีความสุขอยู่บ้าง ที่ได้เห็นแววตาเธอ ซึ่งดูมีความสุขสมหวังกับสิ่งที่ปรารถนา.... ที่แห่งนั้นคือสถานที่ ที่เราเคยยอกว่าจะไปด้วยกัน และผมเตรียมตัวเตรียมข้อมูลเตรียมงบ
เตรียมSurprise ...... สิ่งที่ผมหวังว่าจะได้ทำ ถึงแม้ ทุกอย่างที่ว่ามา มันจะไม่มีวันได้เกิดขึ้นจริง ...แต่สำหรับผมก็เพียงพอแล้ว เพียงได้เห็นรอยยิ้มนั้น
... สุดท้ายนี้ถ้า"เธอคนนั้น" คนที่ผมพูดถึง จะบังเอิญได้เข้ามาอ่านกระทู้นี้ และบังเอิญรู้ตัว .....พี่ก็คงจะขอกล่าวแค่ว่า "ดีใจด้วยนะครับ ที่ได้ไปถึง อีกหนึ่งฝันที่ปรารถนา ขอให้เป็นความทรงจำที่ดีนะครับ ....มาถึงวันนี้ ก็คงไม่ขออะไรนอกจาก อยากจะขอภาวนาให้.....มีชีวิตที่ดี และขอให้มีความสุขมากๆนะครับ
My Girl. "