สวัสดีค่ะ มีเรื่องอยากปรึกษา เครียดสะสมเรื่องงานมาสักพักใหญ่แล้วค่ะ แต่เนื่องจากด้วยช่วงโควิดเลยทำให้เรารู้สึกไม่มีทางเลือก ขอเล่าเริ่มต้นก่อนนะคะ
เริ่มต้นเรียนจบ ปวช. อยากหางานทำ ทำอะไรก็ได้ฝ่ายไหนก็ได้ทำช่วงปิดเทอมแต่เหมือนจะดวงดีได้ทำในสำนักงาน พอดีมีพี่ฝ่ายบุคคลออกพอดี เลยได้มาทำแทนเขา งานไม่มีอะไรมากเลยค่ะ ยุ่งกับคนนิดหน่อยแต่งานเอกสารนี้สบายมาก ชิวๆมาก เริ่มต้นด้วยเงินเดือน 9,000 บาท ตอนนั้นดีใจมากเลยค่ะได้ทำสำนักงานอยู่ในห้องแอร์ ทำได้สักพักเกือบ 4 เดือน ถึงกำหนดออกไปเรียนต่อแจ้งไปยังเจ้าของบริษัท วันต่อมาเจ้าของบริษัททำการเรียกไปคุยอยากให้ทำงานต่อ พร้อมกับเสนอเงินให้เพิ่มอีก 1,000 บาท ด้วยความเป็นเด็กดีใจคิดว่าเขาอยากได้เราไปทำงานเพราะเราทำงานดีเลยนำเรื่องไปบอกพ่อกับแม่ แต่ก็ยังแจ้งเขาไปว่าจะเรียนต่อนะ ไม่ทำงานแล้ว แต่ด้วยความที่เกิดมาจากครอบครัวฐานะปลานกลางค่อนไปทางยากจน พอทำอะไรที่บ้านไม่เรียบร้อยนิดหน่อยเขาก็แสดงอารมณ์รุนแรงใส่เรา บีบเราด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆ จนเรารับรู้ได้ว่า อ๋อ นี่เขาอยากให้เราทำงานต่อ ไม่อยากให้เราเรียน ก็เลยนำเรื่องนี้มาปรึกษาพี่ที่ทำงานเขาแนะนำให้เรียนวันอาทิตย์สิ พอดีกับสมัครเรียนปวส.เอกชนไว้ที่กรุงเทพ นำเรื่องมาปรึกษาอาจารย์เขาก็แนะนำว่าสามารถย้ายจากภาควันปกติเรียนสบทบได้นะ ตอนนั้นคิดว่าตัวเองเก่งค่ะ เก่งมาก เลยยอม เราก็เลยทำเรื่องเสร็จ พ่อแม่แฮปปี้มาก แต่พอเอาจริงทำงานจันทร์ถึงเสาร์และวันอาทิตย์ไปเรียน เรียนได้ไม่ถึง 3 เดือน เหนื่อย ไปเรียนไม่ไหวจากต่างจังหวัดตื่นตี 4-5 ไปรอรถเข้ากรุงเทพ 6 โมงเช้า ถึงโรงเรียนเกือบ 8 โมงพอดีพอเลิกเรียน 5 โมงกว่าจะถึงเกือบ 2 ทุ่ม สุดท้ายไม่จบกลับมาทำงานอย่างเดียว ทำงานไปเรื่อยๆ เงินเดือนก็ขยับขึ้นเป็น 11,000 บาท อยู่ดีๆเจ้าหน้าที่บัญชีบริษัทลาออก เจ้านายเรียกไปคุยเนื่องจากจบบัญชีมาเขาเลยอยากให้เราทำบัญชีไปด้วยและคิดเงินเดือนไปด้วย ด้วยความที่ฉลาดมากค่ะ เขาเสนอมาว่าจะเพิ่มเงินให้นะ ดีใจ เอาไปปรึกษาที่บ้านอีกสรุปตอบตกลงรับทำ งานกองเทาภูเขา เงินเดือน 12,000 แต่เราก็คิดว่าโอเคสำหรับวุฒิและอยู่ต่างจังหวัดแบบนี้ แต่เมื่อพี่บัญชีออก พี่ผู้จัดการก็เริ่มแสดงตัวตน ตอนแรกที่เรารับงานบัญชีมาทำเจ้านายแจ้งว่าจะให้พี่ผู้จัดการช่วยดูเรื่องเงินเดือนแต่ส่วนเอกสารเงินเดือนต่างๆยังเป็นเราทำนะ เริ่มต้นมันก็โอเคค่ะ ช่วยกันดี แต่หลังๆเขาเริ่มเขาส่วนตรงนี้ไปดึงไว้ทำเราว่างแผนงานบัญชีเราไม่ได้เลย บางทีเขาก็ช่วยเราดูแบบจริงจังเสร็จภายในวันเดียว บางทีเขาก็ดึงงานทำให้เสร็จช้า แต่ถึงเขาจะทำยังไงแต่หากสุดท้ายแล้วคนที่เป็นคนรับผิดชอบก็คือเราเต็มๆ ค่ะ ทำให้เรากับผู้จัดการเรียกได้ว่าไม่คุยกันเลยถ้าไม่ใช่เรื่องงานค่ะ (ถึงจะคุยเรื่องงานก็มีน้อยมากเพราะเกี่ยวข้องกันแค่เรื่องเดียว) เราทำงานแบบไม่มีความสุข/ความสนุก ชีวิตการทำงานไม่เดินหน้าไปไหนเลยค่ะ ตอนต้นปีเงินเดือน 13,500 บาท ช่วงก่อนโควิดว่าได้มีการพูดคุยเล่นกับภรรยาเจ้านายแต่บังอาจไม่กล่าวอ้างถึงผู้จัดการ(เขาเป็นเพื่อนกับเจ้านาย)โดนเขาตะโคกใส่เสียงดังลั่นห้องครัวมา วันถัดมาเจ้านายเลยเพิ่มเงินให้อีก 500 บาท ค่ะ
ตอนนี้เราแต่งงานมาได้ปีกว่าๆแล้ว ตอนแรกวางแผนไว้ว่าเรียนจบ ปวส. (กลับมาเรียนใหม่อีกแล้วค่ะ) ค่อยจะมีลูก แต่เนื่องจากเป็นคนดวงดี วิทยาลัยที่เราเรียนโดนสั่งปิด เรียนไม่จบ อีกแล้วค่ะ ตอนแรกเป้าหมายในชีวิตคือปริญญาตรีเพื่อตัวเอง แต่ตอนนี้แค่ปวส.ก่อนก็ได้ค่ะ เลยจะเริ่มเรียนปวส.ใหม่ และจะมีลูกไปพร้อมกัน ปรึกษากับแฟนเราเขาโอเค แต่ที่อยากปรึกษาจริงๆคือเราคิดจะลาออกช่วงต้นปีหน้าอยากให้พ้นโควิดก่อนแต่เนื่องจากตอนนี้งานล้นและเกินที่เราจะรับผิดชอบทั้งตัวเลขที่ต้องส่งยื่นภาษี ตัวเลขเงินของบริษัท และตัวเลขเงินเดือนพนักงาน
เราควรรอตามเป้าหมายเดิมเพื่อเก็บเงินด้วย หรือควรออกตอนนี้เลยดีค่ะ
ถ้าเราไปสมัครงานที่ใหม่พอพ้นโปรแล้วท้องเลยจะเป็นไรไหมคะ
ปรึกษาอนาคตการทำงาน
เริ่มต้นเรียนจบ ปวช. อยากหางานทำ ทำอะไรก็ได้ฝ่ายไหนก็ได้ทำช่วงปิดเทอมแต่เหมือนจะดวงดีได้ทำในสำนักงาน พอดีมีพี่ฝ่ายบุคคลออกพอดี เลยได้มาทำแทนเขา งานไม่มีอะไรมากเลยค่ะ ยุ่งกับคนนิดหน่อยแต่งานเอกสารนี้สบายมาก ชิวๆมาก เริ่มต้นด้วยเงินเดือน 9,000 บาท ตอนนั้นดีใจมากเลยค่ะได้ทำสำนักงานอยู่ในห้องแอร์ ทำได้สักพักเกือบ 4 เดือน ถึงกำหนดออกไปเรียนต่อแจ้งไปยังเจ้าของบริษัท วันต่อมาเจ้าของบริษัททำการเรียกไปคุยอยากให้ทำงานต่อ พร้อมกับเสนอเงินให้เพิ่มอีก 1,000 บาท ด้วยความเป็นเด็กดีใจคิดว่าเขาอยากได้เราไปทำงานเพราะเราทำงานดีเลยนำเรื่องไปบอกพ่อกับแม่ แต่ก็ยังแจ้งเขาไปว่าจะเรียนต่อนะ ไม่ทำงานแล้ว แต่ด้วยความที่เกิดมาจากครอบครัวฐานะปลานกลางค่อนไปทางยากจน พอทำอะไรที่บ้านไม่เรียบร้อยนิดหน่อยเขาก็แสดงอารมณ์รุนแรงใส่เรา บีบเราด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆ จนเรารับรู้ได้ว่า อ๋อ นี่เขาอยากให้เราทำงานต่อ ไม่อยากให้เราเรียน ก็เลยนำเรื่องนี้มาปรึกษาพี่ที่ทำงานเขาแนะนำให้เรียนวันอาทิตย์สิ พอดีกับสมัครเรียนปวส.เอกชนไว้ที่กรุงเทพ นำเรื่องมาปรึกษาอาจารย์เขาก็แนะนำว่าสามารถย้ายจากภาควันปกติเรียนสบทบได้นะ ตอนนั้นคิดว่าตัวเองเก่งค่ะ เก่งมาก เลยยอม เราก็เลยทำเรื่องเสร็จ พ่อแม่แฮปปี้มาก แต่พอเอาจริงทำงานจันทร์ถึงเสาร์และวันอาทิตย์ไปเรียน เรียนได้ไม่ถึง 3 เดือน เหนื่อย ไปเรียนไม่ไหวจากต่างจังหวัดตื่นตี 4-5 ไปรอรถเข้ากรุงเทพ 6 โมงเช้า ถึงโรงเรียนเกือบ 8 โมงพอดีพอเลิกเรียน 5 โมงกว่าจะถึงเกือบ 2 ทุ่ม สุดท้ายไม่จบกลับมาทำงานอย่างเดียว ทำงานไปเรื่อยๆ เงินเดือนก็ขยับขึ้นเป็น 11,000 บาท อยู่ดีๆเจ้าหน้าที่บัญชีบริษัทลาออก เจ้านายเรียกไปคุยเนื่องจากจบบัญชีมาเขาเลยอยากให้เราทำบัญชีไปด้วยและคิดเงินเดือนไปด้วย ด้วยความที่ฉลาดมากค่ะ เขาเสนอมาว่าจะเพิ่มเงินให้นะ ดีใจ เอาไปปรึกษาที่บ้านอีกสรุปตอบตกลงรับทำ งานกองเทาภูเขา เงินเดือน 12,000 แต่เราก็คิดว่าโอเคสำหรับวุฒิและอยู่ต่างจังหวัดแบบนี้ แต่เมื่อพี่บัญชีออก พี่ผู้จัดการก็เริ่มแสดงตัวตน ตอนแรกที่เรารับงานบัญชีมาทำเจ้านายแจ้งว่าจะให้พี่ผู้จัดการช่วยดูเรื่องเงินเดือนแต่ส่วนเอกสารเงินเดือนต่างๆยังเป็นเราทำนะ เริ่มต้นมันก็โอเคค่ะ ช่วยกันดี แต่หลังๆเขาเริ่มเขาส่วนตรงนี้ไปดึงไว้ทำเราว่างแผนงานบัญชีเราไม่ได้เลย บางทีเขาก็ช่วยเราดูแบบจริงจังเสร็จภายในวันเดียว บางทีเขาก็ดึงงานทำให้เสร็จช้า แต่ถึงเขาจะทำยังไงแต่หากสุดท้ายแล้วคนที่เป็นคนรับผิดชอบก็คือเราเต็มๆ ค่ะ ทำให้เรากับผู้จัดการเรียกได้ว่าไม่คุยกันเลยถ้าไม่ใช่เรื่องงานค่ะ (ถึงจะคุยเรื่องงานก็มีน้อยมากเพราะเกี่ยวข้องกันแค่เรื่องเดียว) เราทำงานแบบไม่มีความสุข/ความสนุก ชีวิตการทำงานไม่เดินหน้าไปไหนเลยค่ะ ตอนต้นปีเงินเดือน 13,500 บาท ช่วงก่อนโควิดว่าได้มีการพูดคุยเล่นกับภรรยาเจ้านายแต่บังอาจไม่กล่าวอ้างถึงผู้จัดการ(เขาเป็นเพื่อนกับเจ้านาย)โดนเขาตะโคกใส่เสียงดังลั่นห้องครัวมา วันถัดมาเจ้านายเลยเพิ่มเงินให้อีก 500 บาท ค่ะ
ตอนนี้เราแต่งงานมาได้ปีกว่าๆแล้ว ตอนแรกวางแผนไว้ว่าเรียนจบ ปวส. (กลับมาเรียนใหม่อีกแล้วค่ะ) ค่อยจะมีลูก แต่เนื่องจากเป็นคนดวงดี วิทยาลัยที่เราเรียนโดนสั่งปิด เรียนไม่จบ อีกแล้วค่ะ ตอนแรกเป้าหมายในชีวิตคือปริญญาตรีเพื่อตัวเอง แต่ตอนนี้แค่ปวส.ก่อนก็ได้ค่ะ เลยจะเริ่มเรียนปวส.ใหม่ และจะมีลูกไปพร้อมกัน ปรึกษากับแฟนเราเขาโอเค แต่ที่อยากปรึกษาจริงๆคือเราคิดจะลาออกช่วงต้นปีหน้าอยากให้พ้นโควิดก่อนแต่เนื่องจากตอนนี้งานล้นและเกินที่เราจะรับผิดชอบทั้งตัวเลขที่ต้องส่งยื่นภาษี ตัวเลขเงินของบริษัท และตัวเลขเงินเดือนพนักงาน
เราควรรอตามเป้าหมายเดิมเพื่อเก็บเงินด้วย หรือควรออกตอนนี้เลยดีค่ะ
ถ้าเราไปสมัครงานที่ใหม่พอพ้นโปรแล้วท้องเลยจะเป็นไรไหมคะ