เราเชื่อว่าทุกๆคนเคยมีความรักที่ดีที่สุดผ่านเข้ามาในชีวิต เราก็เป็นหนึ่งคน ที่คิดมาตลอด ว่ารักครั้งนี้เป็นรักที่ดีที่สุด แต่สุดท้ายมันกลับไม่ได้เป็นตามคาดหวังไว้ซักเท่าไหร่
เรากับแฟนเริ่มต้นคบกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ก็เหมือนกับหลายๆคู่ ที่แรกๆเป็นไปด้วยดี มีทะเลาะกันบ้างประปราย แต่หลังๆมักจะเกิดความไม่เข้าใจกันในหลายๆเรื่อง ไม่มีการปรับตัวเข้าหากัน ปัญหาจึงลุกลาม จนสุดท้ายต้องเลิกรากันไป และแน่นอนค่ะ เรากับแฟนก็ทะเลาะกันบ่อย แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นเลิกกัน ต่างฝ่ายต่างก็พยายามปรับตัวเข้าหากัน พยายามเข้าใจในตัวตนของอีกฝ่ายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แฟนเราที่บ้านฐานะค่อนข้างดี ส่วนเราจะเรียกว่าไม่ค่อยมีตังค์ก็ได้ ต้องทำงานพิเศษเพื่อหาเงินมาเป็นค่าหอ และค่าอาหารเอง แต่ก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้นะคะ แฟนเราจะเลี้ยงข้าว เลี้ยงขนมเวลาเจอกัน เราก็จะผลัดเลี้ยงบ้างในบางคราว เราดำเนินขีวิตแบบคู่รักวัยเรียนทั่วๆไปค่ะ
เราคบกันมาเรื่อยๆ จนเข้าสู่ปีที่ 4 หลายคนก็บอกว่าคบกันนาน น่าจะคบยาวแล้วแหละ เราก็คิดแบบนั้นค่ะ เรารักคนๆนี้มาก และคิดว่าเค้าก็คงคิดเหมือนกับเรา เรายกให้เค้าเป็นที่หนึ่งในขีวิต เราสามารถนั่งรถ 3 ชั่วโมงเพื่อไปเจอหน้าเค้าแค่ 30 นาทีได้ ในวันที่เราสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก เค้าก็รีบขับรถพาเราไปงานศพที่ต่างจังหวัด ซึ่งตอนนั้นเป็นเวลาประมาณหนึ่งทุ่ม กว่าจะถึงที่หมายก็เกือบเช้า เสร็จพิธีก็ขับรถพากลับ เพราะต้องกลับมาทำงานต่อ และอีกหลายๆเหตุการณ์ที่ทำให้เราคิดว่า นี่แหละ คนที่เราอยากใช้ชีวิตร่วมด้วย.. แต่คงเป็นได้แค่ความเชื่อที่ผิดๆ เมื่อถึงวันที่ต่างคนต่างเรียนจบ แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง ทำให้เรามีเวลาให้กันน้อยลง ใส่ใจกันน้อยลง จนสุดท้าย แฟนเราเลือกที่จะไปคุยกับคนใหม่..
กว่าเราจะรู้เรื่อง เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่ปีที่ 5 ปีที่ทำงานได้ระยะหนึ่ง จนเริ่มวางแผนแต่งงาน วางแผนเก็บเงิน วางแผนการมีลูก แต่ต้องมารับรู้เรื่องนี้ในช่วงที่กำลังจะก้าวผ่านจากแฟนเป็นสามีภรรยา
ถ้าเป็น 2-3 ปี ก่อนหน้านี้ เราคงไปโดยไม่ลังเล แต่พอระยะเวลามันมากขึ้น เริ่มมีการวางแผนการใช้ชีวิต เริ่มรู้จักกัน เริ่มมีกันและกันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต บอกตรงๆว่าเราคิดและทบทวนอย่างหนัก ใช้เหตุผลในการตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อ เราใช้เวลาทบทวนกว่า 1 อาทิตย์ จึงไปบอกกับแฟนตรงๆว่ารู้เรื่องแล้ว และถามถึงสาเหตุและเรื่องราวว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แฟนบอกว่า ไม่เคยคิดนอกใจ แต่ที่ทำไป เพราะเราไม่สนใจเขา จนทำให้เขาต้องหาเพื่อนคุย วันนั้น เราได้เคลียร์กัน พยายามคุยว่ามันมีอะไรที่เราต้องปรับกันอีก และคบกันต่อมาจนถึงปัจจุบัน
หลังจากวันนั้น เราระแวง แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้ เราทำได้แค่เชื่อใจและเราก็ยังเชื่อใจอยู่เสมอ พยายามสนใจ และเอาใจใส่ให้มากขึ้น ถ้าไม่สบายเราจะรีบไปดูแล ถ้าหิวเราจะรีบไปซื้อข้าวร้านโปรดให้ ถ้าอยากไปเที่ยวเราก็จองทริปเที่ยวให้เป็นของขวัญ แต่เรารู้สึกได้ว่าตั้งแต่เราเคลียร์เรื่องนี้กัน แฟนเราทำตัวเปลี่ยนไปมากกว่าแต่ก่อน การคุยกันทุกครั้ง เรารู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายไม่อยากคุย อยากรีบตัดบทสนทนา ทักแชทไม่ตอบ ไม่อ่าน และไม่ทักหาเราเหมือนปกติ ไม่มีสายโทรเข้าเป็นสัปดาห์ จะเป็นเราที่เป็นฝ่ายโทรไปเสียมากกว่า เป็นแบบนี้มา 4-5 เดือน จนเราเริ่มทนไม่ไหว จึงได้คุยกันอีกครั้ง และครั้งนี้ เราได้คำตอบที่ไม่เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา
เราถามแฟนว่า ไม่สบายใจเรื่องอะไร มีปัญหาเรื่องอะไร ไหนเล่าให้ฟังหน่อย ขอทั้งหมด ไม่ต้องกั๊ก จะได้แก้ไขกันไป
"เราเครียดเรื่องเธอไม่รวย"
"เธอชอบทำตัวโง่ให้คนอื่นรังแก"
"เธอเป็นคนอีสาน ครอบครัวเราไม่ชอบคนอีสานน่ะ"
และ อีกหลายอย่างที่บ่งบอกถึงความไม่พึงพอใจในตัวเรา
และเราให้คำตอบได้แค่ "ขอโทษ"
ตลอดเวลาที่คบกัน เราก็โดนดูถูกตลอดนะ แต่เราเข้าใจว่าเป็นนิสัยส่วนตัวของแต่ละคน แต่ครั้งนี้ ดูมันจริงจังกว่าทุกครั้ง เราก็พยายามหางานทำเพิ่ม พยายามไปตระเวนดูบ้าน คอนโด เพื่อหาสินทรัพย์ให้เป็นของตัวเอง พยายามแก้ในทุกๆอย่างที่เค้าบอกว่าไม่พอใจ แต่เหมือนทำให้เค้ายิ่งไม่ชอบเท่าไหร่
ตอนนี้เราเหนื่อย ท้อแท้ กดดัน เราเครียดกับการทำงานและการวางแผนอนาคต ไม่รู้จะทำยังไงต่อ เหมือนทางเดินที่เราเคยวางไว้มันกำลังจะพัง แล้วมันดันเป็นทางเดียวที่เราสร้าง และเราไม่เคยสร้างทางสำรองไว้เลย และเรายังไม่พร้อมออกจากทางที่มันกำลังจะพังลง เราอยากได้คำแนะนำที่ดีๆ ที่ทำให้คนอ่อนแอแบบเราสามารถเดินต่อไปได้ค่ะ
รักไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเสมอไป
เรากับแฟนเริ่มต้นคบกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ก็เหมือนกับหลายๆคู่ ที่แรกๆเป็นไปด้วยดี มีทะเลาะกันบ้างประปราย แต่หลังๆมักจะเกิดความไม่เข้าใจกันในหลายๆเรื่อง ไม่มีการปรับตัวเข้าหากัน ปัญหาจึงลุกลาม จนสุดท้ายต้องเลิกรากันไป และแน่นอนค่ะ เรากับแฟนก็ทะเลาะกันบ่อย แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นเลิกกัน ต่างฝ่ายต่างก็พยายามปรับตัวเข้าหากัน พยายามเข้าใจในตัวตนของอีกฝ่ายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แฟนเราที่บ้านฐานะค่อนข้างดี ส่วนเราจะเรียกว่าไม่ค่อยมีตังค์ก็ได้ ต้องทำงานพิเศษเพื่อหาเงินมาเป็นค่าหอ และค่าอาหารเอง แต่ก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้นะคะ แฟนเราจะเลี้ยงข้าว เลี้ยงขนมเวลาเจอกัน เราก็จะผลัดเลี้ยงบ้างในบางคราว เราดำเนินขีวิตแบบคู่รักวัยเรียนทั่วๆไปค่ะ
เราคบกันมาเรื่อยๆ จนเข้าสู่ปีที่ 4 หลายคนก็บอกว่าคบกันนาน น่าจะคบยาวแล้วแหละ เราก็คิดแบบนั้นค่ะ เรารักคนๆนี้มาก และคิดว่าเค้าก็คงคิดเหมือนกับเรา เรายกให้เค้าเป็นที่หนึ่งในขีวิต เราสามารถนั่งรถ 3 ชั่วโมงเพื่อไปเจอหน้าเค้าแค่ 30 นาทีได้ ในวันที่เราสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก เค้าก็รีบขับรถพาเราไปงานศพที่ต่างจังหวัด ซึ่งตอนนั้นเป็นเวลาประมาณหนึ่งทุ่ม กว่าจะถึงที่หมายก็เกือบเช้า เสร็จพิธีก็ขับรถพากลับ เพราะต้องกลับมาทำงานต่อ และอีกหลายๆเหตุการณ์ที่ทำให้เราคิดว่า นี่แหละ คนที่เราอยากใช้ชีวิตร่วมด้วย.. แต่คงเป็นได้แค่ความเชื่อที่ผิดๆ เมื่อถึงวันที่ต่างคนต่างเรียนจบ แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง ทำให้เรามีเวลาให้กันน้อยลง ใส่ใจกันน้อยลง จนสุดท้าย แฟนเราเลือกที่จะไปคุยกับคนใหม่..
กว่าเราจะรู้เรื่อง เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่ปีที่ 5 ปีที่ทำงานได้ระยะหนึ่ง จนเริ่มวางแผนแต่งงาน วางแผนเก็บเงิน วางแผนการมีลูก แต่ต้องมารับรู้เรื่องนี้ในช่วงที่กำลังจะก้าวผ่านจากแฟนเป็นสามีภรรยา
ถ้าเป็น 2-3 ปี ก่อนหน้านี้ เราคงไปโดยไม่ลังเล แต่พอระยะเวลามันมากขึ้น เริ่มมีการวางแผนการใช้ชีวิต เริ่มรู้จักกัน เริ่มมีกันและกันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต บอกตรงๆว่าเราคิดและทบทวนอย่างหนัก ใช้เหตุผลในการตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อ เราใช้เวลาทบทวนกว่า 1 อาทิตย์ จึงไปบอกกับแฟนตรงๆว่ารู้เรื่องแล้ว และถามถึงสาเหตุและเรื่องราวว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แฟนบอกว่า ไม่เคยคิดนอกใจ แต่ที่ทำไป เพราะเราไม่สนใจเขา จนทำให้เขาต้องหาเพื่อนคุย วันนั้น เราได้เคลียร์กัน พยายามคุยว่ามันมีอะไรที่เราต้องปรับกันอีก และคบกันต่อมาจนถึงปัจจุบัน
หลังจากวันนั้น เราระแวง แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้ เราทำได้แค่เชื่อใจและเราก็ยังเชื่อใจอยู่เสมอ พยายามสนใจ และเอาใจใส่ให้มากขึ้น ถ้าไม่สบายเราจะรีบไปดูแล ถ้าหิวเราจะรีบไปซื้อข้าวร้านโปรดให้ ถ้าอยากไปเที่ยวเราก็จองทริปเที่ยวให้เป็นของขวัญ แต่เรารู้สึกได้ว่าตั้งแต่เราเคลียร์เรื่องนี้กัน แฟนเราทำตัวเปลี่ยนไปมากกว่าแต่ก่อน การคุยกันทุกครั้ง เรารู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายไม่อยากคุย อยากรีบตัดบทสนทนา ทักแชทไม่ตอบ ไม่อ่าน และไม่ทักหาเราเหมือนปกติ ไม่มีสายโทรเข้าเป็นสัปดาห์ จะเป็นเราที่เป็นฝ่ายโทรไปเสียมากกว่า เป็นแบบนี้มา 4-5 เดือน จนเราเริ่มทนไม่ไหว จึงได้คุยกันอีกครั้ง และครั้งนี้ เราได้คำตอบที่ไม่เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา
เราถามแฟนว่า ไม่สบายใจเรื่องอะไร มีปัญหาเรื่องอะไร ไหนเล่าให้ฟังหน่อย ขอทั้งหมด ไม่ต้องกั๊ก จะได้แก้ไขกันไป
"เราเครียดเรื่องเธอไม่รวย"
"เธอชอบทำตัวโง่ให้คนอื่นรังแก"
"เธอเป็นคนอีสาน ครอบครัวเราไม่ชอบคนอีสานน่ะ"
และ อีกหลายอย่างที่บ่งบอกถึงความไม่พึงพอใจในตัวเรา
และเราให้คำตอบได้แค่ "ขอโทษ"
ตลอดเวลาที่คบกัน เราก็โดนดูถูกตลอดนะ แต่เราเข้าใจว่าเป็นนิสัยส่วนตัวของแต่ละคน แต่ครั้งนี้ ดูมันจริงจังกว่าทุกครั้ง เราก็พยายามหางานทำเพิ่ม พยายามไปตระเวนดูบ้าน คอนโด เพื่อหาสินทรัพย์ให้เป็นของตัวเอง พยายามแก้ในทุกๆอย่างที่เค้าบอกว่าไม่พอใจ แต่เหมือนทำให้เค้ายิ่งไม่ชอบเท่าไหร่
ตอนนี้เราเหนื่อย ท้อแท้ กดดัน เราเครียดกับการทำงานและการวางแผนอนาคต ไม่รู้จะทำยังไงต่อ เหมือนทางเดินที่เราเคยวางไว้มันกำลังจะพัง แล้วมันดันเป็นทางเดียวที่เราสร้าง และเราไม่เคยสร้างทางสำรองไว้เลย และเรายังไม่พร้อมออกจากทางที่มันกำลังจะพังลง เราอยากได้คำแนะนำที่ดีๆ ที่ทำให้คนอ่อนแอแบบเราสามารถเดินต่อไปได้ค่ะ