กฎหมายน่ารักๆเกี่ยวกับสัตว์ในสวิตเซอร์แลนด์ และกฎหมายสำหรับน้องหมาที่อ่านแล้วเหงื่อและขนหน้าแข้งร่วงไปพร้อมๆกัน

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้ว่างเนื่องจากโควิด เราก็จะมาโพสต์บ่อยหน่อย
flower
วันนี้นำเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับกฎหมายการเลี้ยงสัตว์ในสวิตเซอร์แลนด์มาฝากกันค่ะ


กฎหมายเกี่ยวกับน้องหมา

1. หมาทุกตัวต้องมีพาสปอร์ตสวิส
ในพาสปอร์ตจะมีข้อมูลเกี่ยวกับหมาตัวนั้นๆอย่างครบถ้วน เช่น รูปถ่าย ข้อมูลส่วนตัว เช่น สายพันธุ์ รูปพรรณของหมา ข้อมูลเกี่ยวกับไมโครชิพ และข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนที่ฉีดมาแล้ว

2. หมาทุกตัวต้องเข้าเรียนในโรงเรียน (ข้อนี้กฎหมายแตกต่างกันไปตามจังหวัดค่ะ)
การเรียนสำหรับหมา (และเจ้าของ) ประกอบไปด้วย ...
   - เมื่อเป็นลูกหมา ต้องเข้ารับการเรียน = 4 บทเรียน
   - เมื่อโตเต็มวัย ต้องเข้ารับการเรียน = 10 บทเรียน
   - เมื่อโตเต็มวัยสำหรับหมาพันธุ์ใหญ่ อาจต้องเข้ารับการเรียนถึง 20 บทเรียน

3. หมาทุกตัวต้องมีประกัน
ที่สวิตฯ ประกันสำหรับหมามีหลายแบบค่ะ ยกตัวอย่างเช่น
→ ประกันความเสียหายในที่สาธารณะอันเกิดจากหมา 
เป็นประกันที่ครอบคลุมในกรณีที่หมาเราจะไปก่อความเสียหายแก่บุคคลอื่นในที่สาธารณะ
→ ประกันความเสียหายที่หมาของเราจะก่อให้เกิดความเสียหายในที่พักอาศัย 
หากใครมีประกันนี้ นอกจากจะไม่ต้องห่วงเวลาน้องหมาทำลายข้าวของในบ้านแล้ว เมื่อถึงเวลาที่เจ้าของหมาต้องการหาบ้านเช่า การยื่นหลักฐานว่ามีประกันนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับเลือกให้เช่าบ้านได้ค่ะ (สวิตเซอร์แลนด์ โดยเฉพาะเมืองใหญ่ๆ เช่น ซูริค หาบ้านเช่ายากยิ่งกว่าสอบเข้ามหาวิทยาลัยเน้อ)
→ ประกันสุขภาพหมา (อันนี้ไม่บังคับ) 
หากหมาเราป่วยบ่อย การซื้อประกันนี้ก็ถือว่าคุ้มมากค่ะ เพราะบริษัทประกันบางเจ้านั้นรวมค่ารักษาเมื่อหมาเราต้องไปหาหมอจิตเวชด้วยค่ะ ใส่ใจคุณภาพชีวิตและจิตใจน้องๆของเราอย่างสุดๆ แต่ระวังหน่อยนะคะ ถ้าหมาของเราอายุเกิน 7 ขวบแล้ว โอกาสในการได้รับการอนุมัติอาจจะยากหน่อยค่ะ

4. หมาต้องไปทำเรื่องย้ายเข้าในที่ว่าการตำบลหรืออำเภอเหมือนคน
อยู่สวิตฯเวลาย้ายที่อยู่ เราต้องไปที่ว่าการฯเพื่อทำเรื่องย้ายเข้า หมาก็เช่นกันค่ะ และเจ้าของหมาแต่ละตัวมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าภาษีหมา ในราคาเริ่มต้นที่ 160 ฟรังก์ หรือ 5,300 บาท ต่อปี (อาจแตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่) ในกรณีที่ใครนำหมาข้ามพรมแดนประเทศมา ก็มีหน้าที่ต้องจ่ายภาษีนำเข้าด้วยเช่นกันค่ะ

5. พาหมาเดินไม่ระวังก็ถูกปรับได้นะ
หมาควรจะได้รับการพาไปเดินทุกวันค่ะ และเวลาพาไปเดินก็ต้องทำตามกฎเหล่านี้ค่ะ
→ การพาหมาไปเดินต้องมีสายจูง หากไม่มีสายจูงอาจถูกปรับตั้งแต่ 30 ฟรังก์ขึ้นไป หรือ 1,000 บาทค่ะ
→ ห้ามพาหมาไปเดินในบางบริเวณ เช่น สนามเด็กเล่น
→ เมื่อหมาอึในที่สาธารณะแล้วไม่เก็บจะถูกปรับค่ะ เวลาพาหมาไปเดินเล่นนอกบ้าน เข้าของจะต้องถือถุงสีแดงๆที่ทางการเตรียมไว้ให้ (ถุงจะอยู่ที่เดียวกับถังขยะสำหรับทิ้งอึหมาโดยเฉพาะที่หาได้ง่ายทั่วไปค่ะ) เมื่อหมาอึก็เก็บให้เรียบร้อย ผูกถุง แล้วนำไปทิ้งที่ถังขยะเฉพาะสำหรับอึหมาที่มีอยู่ทั่วไปค่ะ

6. หมาต้องซื้อตั๋วเมื่อใช้บริการขนส่งสาธารณะเหมือนคน
→ หมาตัวใหญ่
บริษัทขนส่งสาธารณะนับว่าหมาเท่ากับครึ่งคน ดังนั้นการซื้อตั๋วก็เลยซื้อตั๋วแบบครึ่งราคาของตั๋วคนค่ะ ถ้าหากอยากได้ตั๋วที่ใช้เดินทางทั่วสวิตฯสำหรับหมาก็สามารถซื้อได้ในราคา 805 ฟรังก์ หรือประมาณ 27,000 บาท ใช้ได้ 1 ปีค่ะ
→ หมาตัวเล็ก
ต้องอยู่ในกระเป๋าตลอดเวลาและเจ้าของต้องถือไว้ตลอดเวลาค่ะ

7. การทำให้หมาหยุดเห่าด้วยวิธีที่ไม่ธรรมชาตินั้นผิดกฎหมาย
ปกติเจ้าของหมาจะต้องเข้าโรงเรียนเพื่อเรียนรู้วิธีเลี้ยงหมารวมถึงการทำให้หมาหยุดเห่าในกรณีต่างๆโดยเฉพาะเมื่ออยู่ในที่สาธารณะนะคะ แต่การทำให้หมาหยุดเห่าด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การช๊อคหรือการใช้สเปรย์นั้นถือว่าผิดกฎหมายต้องโดนปรับค่ะ

8. หมาคือสมาชิกตัวหนึ่งในครอบครัว
ดังนั้น หมาจะได้รับการยอมรับและต้อนรับที่ดีมากกว่าประเทศอื่นค่อนข้างมากเวลาเราพาหมาไปสถานที่ต่างๆ เช่น ไปบ้านเพื่อน ไปเดินป่า หรือร้านอาหาร ที่ส่วนใหญ่จะมีการเอาน้ำใส่ถ้วยหมาลายน่ารักมาต้อนรับด้วย .... ตราบเท่าที่เจ้าของสามารถควบคุมหมาของตัวเองได้ และหมานั้นปฏิบัติตัวเรียบร้อยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ และเจ้าของปฏิบัติตามกฎและกฎหมายเกี่ยวกับหมาทั้งหมดที่มีในประเทศอย่างเรียบร้อยค่ะ

กฎเยอะมากจนตอนนี้เราขออยู่กับสามีสองตัว เอ้ย สองคนพอค่ะ
อมยิ้ม39



กฎหมายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงอื่นๆและสัตว์เศรษฐกิจในสวิตเซอร์แลนด์


1. เลี้ยงหมาต้องจ่ายภาษีแต่เลี้ยงแมวไม่ต้องจ่าย
ด้วยเหตุนี้เราคิด (เอาเอง) ว่าน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนเลี้ยงแมวมากกว่าหมาค่ะ ตามสถิติแล้วในสวิตฯมีจำนวนประชากรหมาประมาณ 5แสนตัว ในขณะที่ประชากรแมวมีประมาณ 1.7ล้านตัวค่ะ

2. การนำล็อบสเตอร์มาปรุงอาหารด้วยการ "ต้มขณะยังมีชีวิต"ผิดกฏหมาย
กฎหมายนี้เพิ่งออกใช้เมื่อปี 2018 นี่เองค่ะ กฎหมายกำหนดให้ "ทำลายสมอง" ของล็อบสเตอร์ก่อนนำไปต้มค่ะ ส่วนการเคลื่อนย้ายล็อบสเตอร์ในเรือหลังจากจับได้ก็ต้องเก็บไว้ในน้ำ (เค้าใช้คำว่า ที่อาศัยตามธรรมชาติของสัตว์) ไม่ให้ฟรีซไว้ในน้ำแข็งค่ะ

3. สัตว์บางชนิดห้ามเลี้ยงตัวเดียวลำพังเหงาๆ ต้องเลี้ยงเป็นคู่
ยกตัวอย่างสัตว์ที่อยู่ในหมวดหมู่นี้ เช่น กระต่าย หนูตะเภา จะต้องเลี้ยงเป็นคู่ค่ะ ถ้าหากตัวใดตัวหนึ่งตายไป ที่สวิตฯมีบริษัทให้เช่าหนูตะเภามาเลี้ยงให้ครบคู่เป็นเพื่อนในระหว่างหาหนูตัวใหม่มาด้วยค่ะ น่ารักเนอะ เรียกว่าอะไรดี บริษัทรับหาหนูเพื่อน บริษัทรับหาคู่หนู งี้เหรอ

4. แมวไม่ต้องเลี้ยงเป็นคู่ก็ได้แต่ต้องห้ามทำให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว
เจ้าของต้องทำการดูแลสภาพจิตใจของแมวดังนี้ เช่น ต้องมีการพาไปเจอผู้คนทุกวัน หรือเจ้าของต้องมีวิธีทำให้แมวไปเจอหน้าแมวตัวอื่นได้ทุกวันหากไม่สามารถเจอคนได้

5. การปฏิบัติไม่ดีต่อสัตว์ถือเป็นความผิดร้ายแรง
ยกตัวอย่างเช่น สัตว์เลี้ยงในฟาร์ม ไม่ว่าจะเป็นหมูหมากาไก่วัว ถ้าเจ้าของมีการปฏิบัติไม่ดีต่อสัตว์ รัฐบาลสามารถลงโทษโดยการตัดเงินช่วยเหลือในการทำเกษตรกรรมซึ่งถือว่าเป็นแหล่งรายได้ใหญ่ของเกษตรกรในสวิตฯค่ะ

6. การเลี้ยงปลาในตู้ปลาที่บ้านต้องมีการเปิดปิดไฟเป็นเวลา
การเลี้ยงปลาต้องมีการจัดแสงให้เสมือนอยู่ในธรรมชาติตลอด 24 ชั่วโมง คือ เปิดไฟเพื่อให้เสมือนว่าเป็นตอนกลางวันและทำให้มืดเพื่อเสมือนว่าเป็นตอนกลางคืน เพื่อสุขภาพที่ดีของปลาในตู้ค่ะ

7. ปลาป่วยไม่สามารถกดชักโครกทิ้งได้
หากต้องการทำให้ปลาตาย เช่นเมื่อปลาป่วยมาก ต้องทำด้วยวิธีที่ไม่ทรมาน โดยมีกฎหมายให้ต้องทำ "การุณยฆาตปลา" หรือทำให้ตายด้วยสารเคมีที่มีขาย ซึ่งไม่ทำให้ปลาตายอย่างทรมานและรุนแรงค่ะ

8. ต้องมีการเคารพในศักดิ์ศรีของสัตว์และไม่ทำให้สัตว์อับอายอย่างรุนแรง
ยกตัวอย่างเช่น
- ต้องไม่ทำให้สัตว์เจ็บ ทรมาน หรือกลัว โดยไม่มีเหตุผลที่สมควร
- ต้องไม่ทำให้สัตว์อับอายหรือขายหน้า ยกตัวอย่างสิ่งที่ห้ามทำเช่น การบังคับให้สัตว์ดื่มแอลกอฮอล์ การย้อมสีขนสัตว์ การโคลนนิ่งสัตว์ หรือการเลี้ยงสัตว์ที่มีลักษณะหน้าตารูปร่างประหลาด เช่น ปลาทองตาโปน bubble eye หรือ แมวไร้ขน Sphinx ค่ะ

9. ศักดิ์ศรีและคุณภาพชีวิตของวัวมีความสำคัญมาก 
วัวเป็นสัตว์ที่มีมาตรการคุ้มครองสูงมากเพราะถือว่าเป็นสัตว์สำคัญ เพราะสวิตฯเป็นประเทศเกษตรกรรม และถือว่าวัวเหมือนเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง ดังนั้นสวัสดิการของวัวจึงสูงมากค่ะ เช่น
- มีข้อกังวลว่าการคล้องกระดิ่งที่คอวัวจะไปรบกวนสุขภาพจิตของวัว
- มีการลงประชามติเรื่องการตัดเขาวัว ผลออกมาว่าควรลดการตัดเขาวัว และให้จำนวนวัวที่ไม่ถูกตัดเขามีมากขึ้น (แต่ก็มีเกษตรกรชาวสวิสออกมาคัดค้านว่าวัวที่มีเขานั้นเลี้ยงยากกว่าและเสียเงินในการเลี้ยงเยอะกว่าค่ะ)

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เรารวบรวมมาให้อ่านกันนะคะ ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ เช่น การให้สัตว์เลี้ยงหมาแมวนั่งรถไปกับเราควรทำอย่างไร หรือ มีข้อกำหนดคุณภาพชีวิตของสัตว์ประเภทอื่นๆ เช่น สัตว์ในห้องแลป อีกเยอะแยะเลยค่ะ



ใครสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตในสวิตเซอร์แลนด์ การท่องเที่ยวสวิตฯโดยเฉพาะที่ใหม่ๆไม่ซ้ำใคร การเรียนต่อ ก็สามารถติดตามเพจเราได้ค่ะ อยู่มาเกือบสิบปีแล้วเลยอยากแบ่งปันประสบการณ์สนุกๆให้ผู้ที่สนใจค่ะ


อมยิ้ม01

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่