หลงรัก The Crown ของ Netflix

เขียนกระทู้ด้วยความเขินอาย ว่าเราเป็นคนสุดท้ายที่เพิ่งได้ดูเรื่อง The Crown ทาง Netflix หรือเปล่าหนอ สาวแว่น 

สืบเนื่องจากการต้องอยู่บ้านเป็นหลัก โรงหนังปิด หนังฟากฮอลลีวู้ดที่ตั้งตารอดูก็ต้องเลื่อนโปรแกรมฉาย หันไปหันมาก็ Netflix จิ้มแล้วก็เลือกดูเรื่องนี้ค่ะ The Crown ที่เล่าเรื่องราชบัลลังก์ฝั่งอังกฤษ

สารภาพเลยว่า เป็นคน "อ่อน" วิชาประวัติศาสตร์มาก อ่านเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยจำเข้าห้องสอบ ดูซีรีส์เรื่อง The Crown  กลับไปค้นหาประวัติศาสตร์อังกฤษและยุโรปมาอ่านเลย ยกเครดิตให้ซีรีส์นี้ว่าทำออกมาได้ดีมากจนอยากยืนปรบมือให้

ทุกครั้งที่ดูหนังหรือละครที่อ้างอิงถึงบุคคลจริง เรื่องราวจริง เหตุการณ์จริง จะรู้สึกว่ามันมีเสน่ห์เสมอ #ความเห็นส่วนตัว แม้จะรู้ดีว่ามันเป็น "แค่" หนังหรือละคร และสร้างขึ้นเพื่อ "ความบันเทิง" ในครัวเรือน แต่ก็จะ "อิน" มากกว่าเรื่องอื่นๆ ที่เนื้อเรื่องมันเป็น "นิยาย" เพียวๆ

ลองนึกถึงละคร "บุพเพสันนิวาส" ก็ได้ค่ะ

ใครจะยังไงไม่รู้ แต่ข้าพเจ้าเนี่ย บอกเลยว่า จำขึ้นใจว่าพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ ต่อจากสมเด็จพระนารายณ์มหาราช คือ พระเพทราชา
ทั้งนี้เพราะละครเรื่องนี้โดยแท้ค่ะ

ส่วนเรื่อง The Crown นี่ก็เช่นกัน

บอกเลยว่า ทำให้หันกลับมาศึกษาเรื่องราวของราชวงศ์อังกฤษและสมเด็จพระราชินีนาถ Elizabeth II และพระสวามี แล้วคราวนี้ฝังลงสมองส่วนเซเลบรัมเลย เวลาดูข่าวแล้วเข้าใจขึ้นเยอะเลย เก็บไว้สอนลูกได้ด้วย ฮา

เขาทำออกมาดีมาก ทรงพลัง สง่างาม อลังการ ประณีต สุดพรรณนาจริงๆ เพิ่งดูจบไป 2 Season 20 ตอน ตอนละ 50 นาทีกว่าๆเปิดตัวที่สองพระองค์กำลังจะแต่งงานกัน

โอ๊ย คือดี ดูแล้วสั้นๆ เลยนะคะ #TeamQueen #ควีนก็คือควีน แล้วคำว่า The Crown เนี่ย จี๊ดกระแทกใจและขลังได้โล่ห์

เหมาะกับการศึกษาประวัติศาสตร์อังกฤษ ราชวงศ์อังกฤษ และ การเรียนภาษาอังกฤษด้วยค่ะ การเมืองการปกครองของบ้านเขาที่มีขนบมาหลายร้อยปี ไม่ธรรมดาเลย ทีมนักแสดงคือดีมาก วิวสวยได้อีก คำพูดเด็ดๆ เชือดเฉือน สะเทือนอารมณ์สุดยอด ภาวะผู้นำมาเต็มมาก

จริงๆ เขาทำออกมาตั้งแต่ปี 2016 แต่คือแบบ มัวแต่เข้าโรงหนังนะคะ เพิ่งจะได้มีโอกาสดู 

ส่วนตัวเป็นคนไม่ค่อยดูซีรีส์หรือละคร (กลัวติดใจ  สาวแว่น) ถ้าชอบเรื่องไหนแล้วจะไม่ยอมดูเรื่องอื่นไปอีกนานเลย วนดูแต่เรื่องเดิมนั่นแหละ
นี่หลงเสน่ห์เรื่องนี้จนต้องย้อนกลับไปดูเพื่อเก็บรายละเอียดอีก แล้วถูกจริตมาก

ตอนทีชอบมากคือ Ep.02 ของซีซันแรก แนะนำให้ดูเลยนะคะ ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

หนังอิงประวัติศาสตร์จริงตามที่บันทึกไว้ เป็นช่วงที่นางเอก (เราใช้คำนี้ละกันเนอะ พยายามจะมองให้เป็น "หนัง" ละนะ) ปฏิบัติภารกิจแทนพ่อซึ่งสุขภาพไม่ค่อยดี พร้อมด้วยสามีที่ประเทศเคนยา

หนังเก็บรายละเอียดความวินเทจในยุคนั้น ทวีปนั้นได้ครบมาก ชอบแววตาประหม่าของ Claire Foy ในการพูดต่อหน้าชุมชนครั้งแรก
หน้าที่ใหญ่หลวงในสถานะกำเนิดของตัวเอง ซึ่งลึกๆ ก็เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง แต่ไม่อาจแสดงความกลัว ครั่นคร้าม ออกมาได้

ฉากเยือนเคนยา คือ มีช้างเผือกโผล่พรวดออกมา + เช้าวันที่พ่อนางเอกเสียชีวิตก็มีกาตัวใหญ่มาเกาะกระท่อมที่นางเอกพัก
เดาว่าสองฉากนี้ไม่น่าบังเอิญ แค่ไม่ได้ทำออกมามีกลิ่นอายการถือโชคลางแบบเอเชีย

พอนางเอกได้รับแจ้งว่าพ่อเสีย อันนี้เราชอบการเตรียมพร้อมของราชสำนักอังกฤษ คือ เลขามาแจ้งให้เลือกชื่อในการครองราชย์ มีการเปลี่ยนคำเรียก เปลี่ยน tense หรือกาล ที่พูดถึงพ่อเป็น past tense ทันที

ฉากที่พนักงานในโรงแรมก้มจูบฝ่าเท้านางตอนจะบินกลับลอนดอนนี่คือ เห็นได้ถึงความยิ่งใหญ่และพลังน่าเกรงขามของ The Crown

สุดยอดอีกฉาก คือ การเปลี่ยนชุดดำบนเครื่องพร้อมหมวก (ต้องเป๊ะ) ระหว่างอ่านจดหมายที่ย่าฝากเลขามาให้ ให้ 100 เต็มไม่หักเลย
เนื้อความในจดหมายของย่า คือ ทรงพลังโคตรๆ (นี่เพิ่งรู้ว่า Netflix เขาไม่ให้แคปหน้าจอ ไม่งั้นจะเอาภาพที่อ่านจดหมายมาแปะ)

The Crown must win. Must always win... ป้าดดดด..

ในความเศร้าโศกแต่ต้องเชิดหน้า อย่าสง่างาม สามีก็อยากประคับประคองให้กำลังใจ.. แต่เลขาบอกว่า ต้องเดินตามหลังเท่านั้นเพราะ The Crown takes precedent คือ ฐานันดรต่ำกว่า เดินเสมอไม่ได้ แอบประทับใจการถ่ายทอด มุมมองความรัก ความสัมพันธ์ของ ราชินีและพระสวามีด้วย

เราว่าสุดยอดในสุดยอด Claire Foy และ Matt Smith เล่นได้สง่างามสมการได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลด้านการแสดง (และได้รางวัลด้วย) ที่อยากให้รางวัล คือ ทีมงาน ทีมสร้างทั้งหมด เก็บรายละเอียดจากประวัติศาสตร์เสี้ยวสำคัญ เอามาถ่ายทอดได้อีก แบบซีนต่อซีนอย่างไม่น่าเชื่อ
คืนนี้ก็คงดู Ep นี้อีกค่ะ ยังไม่สามารถ move on ไป Season 3 ได้จริงๆ 

มีสมาชิกท่านไหน ได้ชมและประทับใจ หรือ รู้สึกประมาณนี้ไหมคะ 

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่