ผมควรทำอย่างไรถ้าผมเป็นคนแรกที่ต้องแก้ไขปัญหาทุกอย่างแต่เป็นคนสุดท้ายที่จะได้ความสุขครับ

สวัสดีครับ เกริ่นก่อนว่าตอนนี้ผมอายุ 23 ปีนะครับกำลังจะเรียนจบปีหน้าครับ

ตั่งแต่เด็กผมเป็นเด็กที่ขยันทำงานมาตลอดและไม่คิดไม่คิดถึงเรื่องงานในหัว

ตอนขึ้น ม4 ผมเลือกชีวิตให้ตัวเองให้อยู่ รร ที่ดีที่สุดในกรุงเทพโดยการจ่ายค่าแป๊ะเจี๊ยและค่าเทอมเอง

(แต่จริงๆแล้วที่บ้านไม่ได้มีปัญหาอะไรด้านการเงินครับค่อนข้างไปทางที่ดีด้วยซ้ำ)

ตอนไปสมัครที่ รร ผมทำเองคนเดียวหมดเลยโดยที่ไม่มีผู้ปกครองไปด้วยเพราะคุณแม่ไม่ยอมมาด้วย

ผมไปทำเองติดต่อเอง (ผมทำงานค่อนข้างเก่งสำหรับอายุเท่านั้นและพูดเก่ง)

ผลสอบของผมต่อการเข้า รร นั้น ไม่ได้ดีเลยครับ แต่สรุปตัวผมเองก็เข้าได้ด้วยตัวเอง

โดยม๊าผมมาวันสุดท้ายที่ผมได้เข้าโดยมาเซ็นรับรองว่าเป็นนักเรียน

แต่ด้านแม่ผมคือเขา support เรื่องอุปกรณ์ภายนอกครับ แบรนเนม นาฬิกา และของหรูทุกอย่าง เขาซื้อให้ผมได้หมด(ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ดี)

(คนที่อ่านอยู่ถึงตอนนี้อย่าเพิ่งคิด-กับครอบครัวผมนะครับจริงๆแล้วแม่ผมสอนไม่เหมือนคนอื่น)

เขาแค่สร้างเครื่องจักรที่อยากให้ผลผลิตเขาดีกว่าคนอื่น เก่งกว่าคนอื่นถึงแม้มันจะกดดันผมมากก็ตาม(โดยการหาเงินเองเป็นแสนตอนอายุเท่านั้น)

เวลาก็ผ่านไปเลื่อยๆ ตัวผมเองตอนนี้ก็โตมาเลื่อยๆเช่นกัน ผมเป็นคนที่พอพูดเรื่องงานแนะนำให้พี่ๆ(ที่รู้จักกัน)บริษัทไหน

เขาก็จะพูดว่ามาทำงานบริษัทพี่ไหมพี่พร้อมให้เงินเดือนเรียนยังไม่ต้องจบก็ได้พี่ไม่สนใจเรื่องปริญญา

ขออภัยที่พูดถึงตัวเองมากไปนะครับ แต่อยากจะเกรินว่าผมเป็นคนแบบไหน

ต่อมาเข้าเรื่องปัจจุบันเลยนะครับผมย่อๆเรื่องให้คือ ผมและคุณแม่ตัดสินใจซื้อรถหรูมือ2 มา ขับเพราะคุณแม่และผมก็อยากได้นานแล้ว

เอาง่ายๆคือ Porsche แหละครับ แต่พอออกมาแล้วคุณแม่ผมก็ขับอยู่คนเดียว
(ลืมบอกว่าคุณพ่อกับคุณแม่เลิกกันแต่เด็กนะครับผมอยู่กับคุณแม่ครับ)

แต่นั้นไม่ใช่ปัญหาครับ ผมโอเคถ้าคุณแม่ผมจะขับเพราะเป็ฯความสุขของเขาเขาก็อายุเยอะแล้วผมเข้าใจผมยังมีโอกาศทำเองได้อีกเยอะ

แต่ประเด็นคือ เขามีเด็กของเขาครับ (กิ๊ก) ซึ่งเขาก็เข้ามาในบ้านผมอยู่ด้วยบ่อยโครตๆครับ แรกๆผมก็ไม่ได้อะไร

ยังไงในใจผมก็คิดว่า เขาควรได้รับความอบอุ่นด้านนั้นเขาคงจะขาด ตราบใดที่เขายังดูแลและไม่เกินเลยผมโอเค

ไปๆมาๆ แม่ของผมเริ่มให้รถคนๆนั้นขับ และบ้านคนๆนั้นอยู่อยุธยาครับ ช่วงแรกผมก็รู้แต่ไม่พูดอะไร

แต่นานๆเข้าเมันเริ่มบ่อยขึ้น เขาเอารถไปแช่บ้านตัวเอง1 อาทิตย์ไม่รู้เอาไปไหนบ้าง

จนปัจจุบัน เขาก็เอารถไปขับ ส่วนตัวผมถ้าอยากขับต้องเขียนใบขอคุณแม่ว่าไปที่ไหนทำอะไรบ้าง

ซึ่งพูดตรงๆผมแอบน้อยใจและเสียใจมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ไปๆมาๆ ผมก็ชินกันมันไปเองครับ เพราะผมทำอะไรไม่ได้

ตอนนี้รถมันค่อนข้างมีปัญหาจุกจิกตามธรรมดาของมัน น้ำมันเครื่อง เปลี่ยนนุ้นเปลี่ยนนี่บ้าง

แต่มันก็เป็นปกติที่ต้องเปลี่ยนอยู่แล้วแค่ค่าทำมันแพงมากๆกว่ารถรุ่นอื่น

(ลืมบอกนะครับอย่าเพิ่งคิดว่าคุณแม่ผมทำงานหนักนะครับผมจะพูดตรงๆและไม่อยากให้ใครว่าที่บ้านผมนะครับ
คุณแม่ผมมีผู้ชายเลี้ยงที่ต่างประเทศครับและเขาโอนเงินให้คุณแม่ผมทุกเดือนครับ)

นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมคิดอยู่เป็นประจำว่าผมจะไม่มีวันเป็นแบบนั้นผมจะต้องทำงานให้หนักเหนื่อยแค่ไหนก็ได้แต่ผมอยากยินได้ด้ววตัวเอง
(พูดตรงๆตอนนี้ก็ได้มัน step นึงครับเริ่มมีเงินเก็บหลักเกือบๆ400kครับ) ตอนแรกมีเกือบล้านแต่เอาไปลงทุนแล้วโดนโกงครับ

แต่ตอนนี้ไม่ว่ารถจะมีปผัญหาจุกจิกอะไรผมเป็นคนทำให้ทุกอย่างครับ เอ้อลืมบอกผมเป็นคนทำทุกอย่างในบ้านอยู่แล้วนะครับ
ไม่ว่าจะเป็น เอกสาร กฎหมาย และทุกอย่างในบ้าน แฟมในบ้านใครได้รับมรดกอะไรยังไงผมเป็นคนทำทุ่งอย่างครับ

ตอนนี้รถมีปัญหาเยอะค่าซ่อมจะไปหลักแสนแล้วครับ จนม๊าผมคิดจะเปลี่ยนรถ เอ้อลืมบอกอีกเรื่องด้วยความที่แม่ผมเป็ยวัยทองบ้าง

อารมณ์ขึ้นๆลงๆ ทำให้เขาพูดจาไม่ดีกับเจ้าของเต้นท์ซึ่งไม่ใช่ความผิดของเจ้าของเตนท์เลยครับคำพูดของแม่ผมเห็นแก่ตัวมาก

และผมก็รู้แต่ไม่ได้พูดอะไรครับเพราะผมเหนื่อยตัวผมเองต้องรับกับสิ่งนั้นเหมือนกันและผมเหนื่อยครับ

ตอนนี้แม่ของผมคิดอยากจะเอารถไปเทิร์นและเอาคันใหม่มาเพราะด้วยค่าซ่อมและหลายๆอย่างครับ

แม่ผมก็บอกให้ผมเป็นคนจัดการ ผมเลยบอกคุณแม่ว่า จะเปลี่ยนคันไหนอะไรยังไง ผมก็ไม่ได้ปฎิเสธนะครับ

และผมก็พิมบอกคุณแม่ว่า เขานัดให้ไปคุยสัปดาห์หน้าใครจะเข้าไปคุย

แม่ผมบอกว่าเขาไปคุยเลยแม่ไม่ไป สรุปก็เป็นผมอีกแล้วครับ ผมก็เลยพิมไปบอกว่า #(ชื่อผม)ทำทุกอย่าง

ไรแบบนี้และส่งสติกเกอร์เหนื่อยๆไป และแม่ผมก็พิมมาบอกว่า ก็ลูกบอกรถดี

ผมก็เลยบอกว่ารถคันนี้คือรถที่ราคาที่ดีที่สุดในตลาดแล้วและสิ่งที่ต้องเปลี่ยนมันเป็นเรื่องปกติของรถเช่น

เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ เปลี่ยนแบตรถ แค่ค่าเปลี่ยนมันแพงกว่ารถอื่นแม่เลยมาพูดแบบนี้แล้ว

แม่จะโทษผมได้ยังไงอะไรแบบนี้ครับ

และแม่ผมก็ไม่ได้พิมอะไรตอบ ถามแค่ ถามเต้นว่าถ้าจะเทิร์นเขาให้เท่าไหร่อะไรแบบนี้ครับ

ตอนนี้ผมไม่รู้จะต้องรู้สึกยังไง เสียใจหรอ? (ข้ามขั้นนั้นมาแล้ว) รู้สึกแย่หรอ?(มันเป็นอยู่ตลอดอยู่แล้ว)

ผมเลยไม่รู้จะทำยังไงกับความรธ้สึกผม ผมอยากเอาเวลาไปโฟกัสกับงานที่ผมทำ ไม่ต้องมานั่งเครียดอะไรแบบนี้

ผมเลยจะอยากถามพี่ๆเพื่อนๆทุกท่านว่าผมควรรู้สึกยังไงดีครับ ผมควรทำยังไง(แต่ก็รู้ดีกว่าจริงๆแล้วก็ต้องทำแหละ)

(เรื่องถ้าจะให้ไปคุยกับแม่ผมผมเคยลองแล้วนะครับไม่ได้ผล) เพราะงั้นผมขอคำแนะนำที่มันสามารถ ดีลความความรัสึกตัวเองหน่อยครับ

รบกวนด้วย (ผมแอบอิจฉาเพื่อนหลายๆคนนะครับที่มีครอบครัวที่อบอุ่น นั้นเป็นสิ่งเดียวที่ผมไม่สามารถขยันและทำมันได้ครับ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่