เรื่องกฏหมาย

กระทู้คำถาม
สวัสดีคะขอปรึกษาหน่อยคะ
พอดีเมื่อช่วงต้นเดือนมีนา ประมาณวันที่ 4 มีนาหนูได้ทำการขายหน้ากากอนามัยไห้กับลูกค้าคนนึง โดยหน้ากากเป็นสินค้านำเข้า  ในราคา2แสนห้า .
ลูกค้านี้คือไม่เคยรุ้จักมาก่อนแต่มีนายหน้าพามาซื้อกับตัวเรา  ตอนมาซื้อลูกค้าก็มารับสินค้าด้วยตัวเองและนับสินค้าด้วยตัวเอง ทั้งหมด200แพ็ก
-หลัง จากซื้อขายไปได้ ประมาณวันที่5-6 มีนาคมลูกค้าโทรมาแจ้งว่าขอคืนสินค้าทั้งหมดเพราะเจอสินค้าบางชิ้นไม่มีลวดตรงจมูก เราเลยบอกว่าเราไม่สามารถรับคืนได้ทั้งหมด แต่เราจะรับคืนในส่วนที่เสีย ลูกค้าไม่ยอมเค้าต้องการเอาเงินคืนทั้งหมด และเราก็ไม่มีไห้เพราะเราก็ต้องเอาไปซื้อของ. หลังจากนั้นเค้าก็ไปแจ้งความ  ประมาณวันที่10 มีนาคม พ่อโทรมาทางไลน์ บอกว่ามีตำรวจไปที่บ้านมีหมายไห้มาดู ว่าชื่อเราอยู่บ้านเลขที่นี่จริงหรือเปล่า และก็กลับไป แต่ตอนนั้นตัวเราไม่อยู่เพราะตอนนั้นไปประเทศอินเดีย(ได้รับเชิญไปงานแต่งงาน)   ช่วงที่เรายุอินเดียลองกดเงินดูประกดบัญชีโดนอายัดเลยโทรหาแบ้ง แบ้งบอกตำรวจชือนี้___ อายัดไว้ เราเลยขอเบอตำรวจโทรไปเลย ประกฏเราได้รับแจ้งไว้ ข้อหาฉ้อโกงให้รีบมาเครีย เราก้อบอกตำรวจเดี่ยวไห้กลับจากอินเดียได้ก่อนเพราะติดโควิดอยู่อินเดียไม่มีสายการบินไหนเปิดเลย  
พอวันที่เรากลับมาได้ คือช่วงพค.เราก็ไปหาตำรวจเลย และเค้าก้อเอาหน้ากากมาคืน แต่ปรากดสินค้าราคามันลงอย่างมาก ผิดกับตอนแรกที่วางก็มีคนแย่ง เราต้องทำอย่างไรไม่มีเงินจะคืนเค้า เราสามารถสู้หรือขอประนีประนอมอะไรจากเค้าได้บ้างคะ  
# ตอนนี้เรารับหน้ากากมาครึ่งนึงจากเค้าเพื่อที่จะขายและเอาเงินคืนแต่มันก็ขายยากมากเราเริ่มท้อเลย ถ้าหากเค้าไม่ยอมขึ้นมาเราจะโดนข้อหาอะไรรึเปล่า เราไม่เคยมีเจตนาจะโกงเลย ในช่วงที่ติดยุอินเดียเราก็คุยกับคนที่ไปแจ้งความ คุยกันตลอด แต่เรากลัวว่าวันนึงเค้าจะฟ้องขึ้นมาเราสามารถสู่อะไรได้ไม่ เพราะเราคิดว่าเราขายของไปนานแล้วทำไมต้องมายั่งรับผิดชอบขายใหม่อีก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่