'สุขุม'ชี้ใช้ยาแรงเปลี่ยนหัวหน้า-เลขาฯพปชร.แค่เกมต่อรองก่อนปรับ ครม.
https://www.matichon.co.th/politics/news_2213227
‘สุขุม’ชี้ใช้ยาแรงเปลี่ยนหัวหน้า-เลขาฯพปชร.แค่เกมต่อรองก่อนปรับ ครม.
วันที่ 3 มิ.ย. นาย
สุขุม นวลสกุล นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ เปิดเผยว่า กรณีการปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐชุดใหม่ยังไม่มีประเมินว่าจะลงตัวเรียบร้อยหรือไม่ ในรูปแบบใด แต่เชื่อว่าการปรับโครงสร้างพรรคส่งผลถึงการปรับ ครม.อย่างแน่นอน ดังนั้นต้องรอดูว่าหากปรับโครงสร้างกรรมการบริหารหรือ ปรับ ครม.แล้ว เจ้าของพรรคตัวจริงยังรักษาดุลยภาพภายในพรรคได้หรือไม่ เนื่องจากกลุ่มที่เคยจับมือทำงานร่วมกัน พลิกมาเสนอตัวแข่งขันกันเอง ในอนาคตหากมีการปรับ ครม.แล้วพรรคยังไม่สงบ ก็จะต้องมีความเคลื่อนไหวอีก สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ยังไม่มีเอกภาพ
“วันนี้ไม่มีใครรู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คิดอะไรอยู่ในใจ หรือคิดจะทำอะไร กลุ่มการเมืองที่ขอเปลี่ยนเก้าอี้คิดได้เท่าทันกับความคิดของพล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ เพราะระยะหลังหากสังเกตการทำงานในฐานะนายกรัฐมนตรี จะให้ความสำคัญกับข้าราชการเก่าหรือข้าราชการประจำ มากกว่าใช้บริการของนักการเมือง แต่ความหวังของกลุ่มที่ต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลง คือ ต้องการเห็นพล.อ.ประยุทธ์ให้ความสำคัญกับนักการเมืองมากขึ้น ที่สำคัญพวกที่ออกมาเคลื่อนไหวส่วนใหญ่จะเข้าไม่ถึงตัวพล.อ.ประยุทธ์ จึงพยายามดันพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อหวังให้เป็นสะพานเชื่อมเพื่อต่อรองไม่ให้พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจตามใจชอบ และการเคลื่อนไหวในขณะนี้ นักการเมืองทราบดีว่ามีโอกาสสูงมากที่การปรับ ครม.จะมีการตั้งคนนอกมาทำหน้าที่ในสัดส่วนที่มากกว่าบรรดาหัวหน้ามุ้ง” นาย
สุขุม กล่าว
นาย
สุขุม กล่าวอีกว่า สำหรับหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรคคนเดิม เป็นนักการเมืองที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง การหักดิบนำ 2 คนนี้ออกจากโครงสร้างกรรมการบริหารพรรค ถือว่าสะท้อนภาพการทำงานการเมืองแบบเก่าอย่างชัดเจน
'สมชัย'ชี้พปชร.ป่วนเพราะหัวหน้า-เลขาฯไม่สนับสนุนงบดูแลส.ส.ในพรรค
https://www.matichon.co.th/politics/news_2213249
‘สมชัย’ชี้พปชร.ป่วนเพราะหัวหน้า-เลขาฯไม่สนับสนุนงบดูแลส.ส.ในพรรค
นาย
สมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเมืองและการเลือกตั้ง มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติ ขณะที่พรรคนี้มีหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคเป็นนักการเมืองแบบใหม่หรือเทคโนแครต เป็นบุคคลที่ทำงานการเมือง โดยสนใจแนวทางการปฎิบัติที่เป็นสาระสำคัญจากนโยบายและวิธีการทำงานในอำนาจหน้าที่ที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนไม่ใช่ผู้บริหารพรรคในรูปแบบเดิม ที่จะต้องหล่อเลี้ยงบรรดาสมาชิกหรือ ส.ส.ในสังกัด แต่ต้องยอมรับว่านักการเมืองในปัจจุบัน ไม่ต้องการนักบริหารในรูปแบบใหม่ แต่ต้องการแบบเดิม โดยนักการเมืองต้องลงพื้นที่ เพื่อไปช่วยเหลือประชาชน ต้องนำเงิน สิ่งของไปช่วยเหลือ ดังนั้นนักการเมืองในพรรค ก็หวังว่าจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากพรรค แต่เนื่องจากเทคโนแครตไม่ตอบโจทย์การทำงานแบบเดิมได้ เพราะผู้นำพรรคไม่มีกระเป๋าเงินเพียงพอที่จะเอาไปใช้ในการหล่อเลี้ยง อาจทำให้สมาชิกบางฝ่ายเกิดความรู้สึกไม่พอใจ
“เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกรรมการบริหารพรรค แล้วได้กลุ่มบุคคลที่เป็นนักการเมืองแบบเก่า ที่มีกระเป๋าเงินขนาดใหญ่ พร้อมที่จะเลี้ยง ส.ส.ในสังกัดอย่างไม่จำกัด และปัญหานี้จะนำไปสู่การหาช่องทางในการที่จะนำมาซึ่งเงินจำนวนมากที่จะมาใช้จ่ายภายในพรรค หากเป็นเช่นนี้จริงก็น่าเสียดาย และไม่ได้เป็นสิ่งที่ดีกับการเมืองไทย เพราะผู้ที่จะเป็นรัฐมนตรี เป็นผู้บริหารพรรค ต้องมีแหล่งรายได้อื่นเข้ามาสนับสนุน ให้เกิดการทำงานภายในพรรค จึงน่ากังวลว่าอาจมีการใช้อำนาจจากตำแหน่งหน้าที่ของตัวเองให้เป็นประโยชน์หรือไม่ สำหรับประชาชนคงไม่ได้รู้สึกในทางที่ดีกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เพราะต้องการเห็นนักบริหารแบบมืออาชีพ ที่ยังอยู่ในตำแหน่งและทำงานการเมืองแบบใหม่ เป็นการเมืองที่ใช้เงินน้อย มีแนวทางชี้แจงกับประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนร่วมกัน ดีกว่าการนำเงินหรือสิ่งของไปมอบให้” นาย
สมชัยกล่าว
JJNY : สุขุมชี้แค่เกมต่อรอง/สมชัยชี้พปชร.ป่วนเพราะไม่ดูแลส.ส.ในพรรค/มองสมคิดและพวกไม่หนีพปชร./ทั่วโลกติดโควิด6.4ล.
https://www.matichon.co.th/politics/news_2213227
วันที่ 3 มิ.ย. นายสุขุม นวลสกุล นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ เปิดเผยว่า กรณีการปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐชุดใหม่ยังไม่มีประเมินว่าจะลงตัวเรียบร้อยหรือไม่ ในรูปแบบใด แต่เชื่อว่าการปรับโครงสร้างพรรคส่งผลถึงการปรับ ครม.อย่างแน่นอน ดังนั้นต้องรอดูว่าหากปรับโครงสร้างกรรมการบริหารหรือ ปรับ ครม.แล้ว เจ้าของพรรคตัวจริงยังรักษาดุลยภาพภายในพรรคได้หรือไม่ เนื่องจากกลุ่มที่เคยจับมือทำงานร่วมกัน พลิกมาเสนอตัวแข่งขันกันเอง ในอนาคตหากมีการปรับ ครม.แล้วพรรคยังไม่สงบ ก็จะต้องมีความเคลื่อนไหวอีก สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ยังไม่มีเอกภาพ
“วันนี้ไม่มีใครรู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คิดอะไรอยู่ในใจ หรือคิดจะทำอะไร กลุ่มการเมืองที่ขอเปลี่ยนเก้าอี้คิดได้เท่าทันกับความคิดของพล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ เพราะระยะหลังหากสังเกตการทำงานในฐานะนายกรัฐมนตรี จะให้ความสำคัญกับข้าราชการเก่าหรือข้าราชการประจำ มากกว่าใช้บริการของนักการเมือง แต่ความหวังของกลุ่มที่ต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลง คือ ต้องการเห็นพล.อ.ประยุทธ์ให้ความสำคัญกับนักการเมืองมากขึ้น ที่สำคัญพวกที่ออกมาเคลื่อนไหวส่วนใหญ่จะเข้าไม่ถึงตัวพล.อ.ประยุทธ์ จึงพยายามดันพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อหวังให้เป็นสะพานเชื่อมเพื่อต่อรองไม่ให้พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจตามใจชอบ และการเคลื่อนไหวในขณะนี้ นักการเมืองทราบดีว่ามีโอกาสสูงมากที่การปรับ ครม.จะมีการตั้งคนนอกมาทำหน้าที่ในสัดส่วนที่มากกว่าบรรดาหัวหน้ามุ้ง” นายสุขุม กล่าว
นายสุขุม กล่าวอีกว่า สำหรับหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรคคนเดิม เป็นนักการเมืองที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง การหักดิบนำ 2 คนนี้ออกจากโครงสร้างกรรมการบริหารพรรค ถือว่าสะท้อนภาพการทำงานการเมืองแบบเก่าอย่างชัดเจน
'สมชัย'ชี้พปชร.ป่วนเพราะหัวหน้า-เลขาฯไม่สนับสนุนงบดูแลส.ส.ในพรรค
https://www.matichon.co.th/politics/news_2213249
‘สมชัย’ชี้พปชร.ป่วนเพราะหัวหน้า-เลขาฯไม่สนับสนุนงบดูแลส.ส.ในพรรค
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเมืองและการเลือกตั้ง มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติ ขณะที่พรรคนี้มีหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคเป็นนักการเมืองแบบใหม่หรือเทคโนแครต เป็นบุคคลที่ทำงานการเมือง โดยสนใจแนวทางการปฎิบัติที่เป็นสาระสำคัญจากนโยบายและวิธีการทำงานในอำนาจหน้าที่ที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนไม่ใช่ผู้บริหารพรรคในรูปแบบเดิม ที่จะต้องหล่อเลี้ยงบรรดาสมาชิกหรือ ส.ส.ในสังกัด แต่ต้องยอมรับว่านักการเมืองในปัจจุบัน ไม่ต้องการนักบริหารในรูปแบบใหม่ แต่ต้องการแบบเดิม โดยนักการเมืองต้องลงพื้นที่ เพื่อไปช่วยเหลือประชาชน ต้องนำเงิน สิ่งของไปช่วยเหลือ ดังนั้นนักการเมืองในพรรค ก็หวังว่าจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากพรรค แต่เนื่องจากเทคโนแครตไม่ตอบโจทย์การทำงานแบบเดิมได้ เพราะผู้นำพรรคไม่มีกระเป๋าเงินเพียงพอที่จะเอาไปใช้ในการหล่อเลี้ยง อาจทำให้สมาชิกบางฝ่ายเกิดความรู้สึกไม่พอใจ
“เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกรรมการบริหารพรรค แล้วได้กลุ่มบุคคลที่เป็นนักการเมืองแบบเก่า ที่มีกระเป๋าเงินขนาดใหญ่ พร้อมที่จะเลี้ยง ส.ส.ในสังกัดอย่างไม่จำกัด และปัญหานี้จะนำไปสู่การหาช่องทางในการที่จะนำมาซึ่งเงินจำนวนมากที่จะมาใช้จ่ายภายในพรรค หากเป็นเช่นนี้จริงก็น่าเสียดาย และไม่ได้เป็นสิ่งที่ดีกับการเมืองไทย เพราะผู้ที่จะเป็นรัฐมนตรี เป็นผู้บริหารพรรค ต้องมีแหล่งรายได้อื่นเข้ามาสนับสนุน ให้เกิดการทำงานภายในพรรค จึงน่ากังวลว่าอาจมีการใช้อำนาจจากตำแหน่งหน้าที่ของตัวเองให้เป็นประโยชน์หรือไม่ สำหรับประชาชนคงไม่ได้รู้สึกในทางที่ดีกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เพราะต้องการเห็นนักบริหารแบบมืออาชีพ ที่ยังอยู่ในตำแหน่งและทำงานการเมืองแบบใหม่ เป็นการเมืองที่ใช้เงินน้อย มีแนวทางชี้แจงกับประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนร่วมกัน ดีกว่าการนำเงินหรือสิ่งของไปมอบให้” นายสมชัยกล่าว