คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 24
ใช้โซเชี่ยลทำมาหากินค่ะ ดิฉันเริ่มแบบนี้ แต่ต้องไม่ไปทำอะไรที่สีเทาหรือหลอกลวงใคร ทุกวันนี้ดิฉันมีเงินเก็บมากกว่า 20 m เปิดคลินิกค่ะ ไม่ได้จะอวดอะไรนะคะ แต่มันเป็นไปได้ค่ะ
ความมุ่งมั่นจริงๆ
เราเหิดในยุคที่หาเงินหาทองง่ายกว่ารถ่นคุณพ่อคุณแม่เรานะคะ (ส่วนใหญ่น่าจะเป็นแบบนั้น)
ทำได้แน่นอนค่ะ ถ้ามุ่งมั่นและพยายามมากพอ สู้ๆค่ะ
ความมุ่งมั่นจริงๆ
เราเหิดในยุคที่หาเงินหาทองง่ายกว่ารถ่นคุณพ่อคุณแม่เรานะคะ (ส่วนใหญ่น่าจะเป็นแบบนั้น)
ทำได้แน่นอนค่ะ ถ้ามุ่งมั่นและพยายามมากพอ สู้ๆค่ะ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 5
เราทำธุรกิจตาม วิถีชีวิต ตอนแรก เราขายพลอยสี ได้เงินมามากพอดู ต่อมาคนจีนเข้ามาในตลาดพลอย ทำให้พลอยเสียราคา พลอยสี เคยซื้อขายเมืองไทยกะรัตละ 200 คนจีนมากวาดซื้อกะรัตละ 1000-2000 บาท ทำให้พลอยเมืองไทยต้นทุนสูงมากเกินไป คนจีนควบคุมตลาดพลอยสีไปหมด เลยเปลี่ยนเป็นขายเพชร แต่มีปัญหา เรื่องยอดขาย และการสร้างความเชื่อถือ มองว่าต้องทำตลอดชีวิต ใช้เวลาหนึ่งชั่วคน ลูกเราถึงจะค่อยถึงขั้นเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ เลยเปลี่ยนเป็นปล่อยกู้นอกระบบ แต่ทำไปสักพักก็เบื่อ ถึงแม้จะได้ผลตอบแทนดีก็ตาม หันไปทำอะไรที่สนุกๆต่อ เราเปิดร้านอาหาร สี่ร้าน แต่ละร้าน ได้ผลตอบแทนเดือนละแสนกว่าบาท แต่เมื่อรัฐบาลออกกฏหมายเรื่องแรงงานต่างด้าว ทำให้มีปัญหาเรื่องพนักงาน มองว่า อนาคตไปไม่รอด เลยปิดไปหมด ล่าสุด เปลี่ยนมาเป็นขายทอง เปิดร้านทองเล็กๆ คูหาเดียว เพื่อให้พ่อที่เกษียณแล้ว มีงานทำ
-อะไรที่ทำเงินได้ เราทำหมด ถ้าไม่ผิดกฏหมาย พ่อเราเคยอยากจะได้ตัวหมากรุกไม้ เราไปที่เชียงใหม่ ให้เขาแกะตัวม้า ส่วนตัวอื่น เรามีโรงกลึงไม้ ทำเองได้หมด ขายไปชุดละ 500 บาท ทางออนไลน์ งานนี้ เดือนเดียวได้เงินประมาณ ห้าหมื่นบาท และยังได้ตัวหมากรุกไม้ตัวที่สวยที่สุดให้พ่อได้อีก แต่ตอนนี้เลิกทำแล้ว เพราะมองดูทางออนไลน์ เริ่มมีหมากรุกไม้ ขายชุดละ 500 บาท เหมือนกับที่เราทำ มองว่า เป็นเวลาที่สมควรจะเลิกได้แล้ว
-วิธีการคิดคือ อะไรก็ได้ ที่ทำแล้วสนุก ให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง มองเห็นโอกาส เชื่อมโยงสิ่งที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกัน ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ แต่ออกหัว เราเสียเงินนิดหน่อย ออกก้อย เราได้เงินมาก อะไรที่ใช้การไม่ได้ เราเลิกอย่างรวดเร็ว ในสองสามปีมานี้ เราทำกิจการประมาณ 20 อย่าง และปิดกิจการที่ไม่ได้ผลประมาณ 10 อย่าง
-การลดความเสี่ยงเป็นเรื่องสำคัญ เราเน้นเรื่องการป้องกันด้านลบเสมอ เราเปิดร้านขายทองให้พ่อ แต่เราก็มีประกันทอง และบอกพ่อว่า เน้นแต่เรื่องขาย ไม่เน้นรับจำนำ และเปิดเป็นตึกคูหาเดียว เพราะต้องการเป็นร้านทองต้นทุนต่ำ เพราะพ่อยังดูทองไม่เก่ง แนะนำให้เอาแต่ขาย รับซื้อคืนแต่ทองของร้าน เป็นการป้องกันด้านลบ ป้องกันการโดนโกง ทำให้เราสามารถทำเรื่องต่างๆได้ และแน่ใจว่า เราจะรอดได้ ถ้าอะไรไม่เป็นตามที่หวัง
-อะไรที่ทำเงินได้ เราทำหมด ถ้าไม่ผิดกฏหมาย พ่อเราเคยอยากจะได้ตัวหมากรุกไม้ เราไปที่เชียงใหม่ ให้เขาแกะตัวม้า ส่วนตัวอื่น เรามีโรงกลึงไม้ ทำเองได้หมด ขายไปชุดละ 500 บาท ทางออนไลน์ งานนี้ เดือนเดียวได้เงินประมาณ ห้าหมื่นบาท และยังได้ตัวหมากรุกไม้ตัวที่สวยที่สุดให้พ่อได้อีก แต่ตอนนี้เลิกทำแล้ว เพราะมองดูทางออนไลน์ เริ่มมีหมากรุกไม้ ขายชุดละ 500 บาท เหมือนกับที่เราทำ มองว่า เป็นเวลาที่สมควรจะเลิกได้แล้ว
-วิธีการคิดคือ อะไรก็ได้ ที่ทำแล้วสนุก ให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง มองเห็นโอกาส เชื่อมโยงสิ่งที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกัน ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ แต่ออกหัว เราเสียเงินนิดหน่อย ออกก้อย เราได้เงินมาก อะไรที่ใช้การไม่ได้ เราเลิกอย่างรวดเร็ว ในสองสามปีมานี้ เราทำกิจการประมาณ 20 อย่าง และปิดกิจการที่ไม่ได้ผลประมาณ 10 อย่าง
-การลดความเสี่ยงเป็นเรื่องสำคัญ เราเน้นเรื่องการป้องกันด้านลบเสมอ เราเปิดร้านขายทองให้พ่อ แต่เราก็มีประกันทอง และบอกพ่อว่า เน้นแต่เรื่องขาย ไม่เน้นรับจำนำ และเปิดเป็นตึกคูหาเดียว เพราะต้องการเป็นร้านทองต้นทุนต่ำ เพราะพ่อยังดูทองไม่เก่ง แนะนำให้เอาแต่ขาย รับซื้อคืนแต่ทองของร้าน เป็นการป้องกันด้านลบ ป้องกันการโดนโกง ทำให้เราสามารถทำเรื่องต่างๆได้ และแน่ใจว่า เราจะรอดได้ ถ้าอะไรไม่เป็นตามที่หวัง
สมาชิกหมายเลข 4863022 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5918789 ถูกใจ, MadameJensen ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 739157 ถูกใจ, มังกรเผือก ถูกใจ, Restful ถูกใจ, อสูรเทพวายุ ถูกใจ, Friskybike ถูกใจ, Ms Giggs ถูกใจ, ซนทีน ถูกใจรวมถึงอีก 9 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
เจ้าของธุรกิจ
ธุรกิจส่วนตัว
อยากลืมตาอ้าปากได้ในสังคม ทำอย่างไร