ชื่อหัวข้ออาจฟังดูงงๆ พี่แค่อยากมาเตือนเด็กรุ่นใหม่ ที่คน30+ จะเรียกน้องๆว่า
"เด็กสมัยนี้"
ในฐานะรุ่นพี่ที่เรียนจบป.ตรี และทำงานมาได้ 10 กว่าปี ได้เปลี่ยนที่ทำงานมา 3-4 ที่
พี่เลยได้เห็นอะไรบางอย่างที่น้องๆอาจหลงลืมความสำคัญกันไป

2 สิ่งนั้นคือ
การศึกษา และ ภาษาอังกฤษ
ถ้าน้องๆ คนไหนที่บ้านพอจะมีเงินส่งเสีย ก็ขอให้หลับหูหลับตาเรียนไปเถอะ
พี่ใช้คำว่าหลับหูหลับตาเพราะ น้องไม่จำเป็นต้องตั้งใจเรียนมากจนกดดันตัวเอง และเมื่อทำไม่ได้ดีอย่างที่หวัง
กลับกลายเป็น ล้มเลิก ไม่อยากเรียน..
พี่ขอแค่เรียนให้จบป.ตรี และตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษ เพียงเท่านี้
เท่านี้จริงๆ เมื่อจบชีวิตน้องก็จะดีขึ้น ดียังไง ก็ดีกว่าคนที่ล้มเลิกการเรียนกลางคัน ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุหัวไม่ดี
เรียนไม่ทันเพื่อน หรืออยากชิงสุกก่อนหาม หรือบลาๆ (ทุกคนต่างก็มีเหตุผลของตน) สุดท้ายคิดได้เมื่อสาย
ค่อยมาเรียนกศน./เรียนพิเศษนอกเวลา ระหว่างทำงาน เพื่อให้จบป.ตรี
ซึ่งที่พี่เห็นส่วนใหญ่ คนที่จบมาจากการเรียนทีหลัง/เรียนระหว่างทำงาน ไม่ต่ำว่า 70%
ได้วุฒิมาเพียงเพื่อปิดฝาบ้าน ว่าฉันก็จบป.ตรีนะ
แต่ไม่สามารถ เอาวุฒิไปยื่นหางานที่ดีได้เท่าคนที่จบป.ตรีปกติเลย
เพราะอะไร
1.ภาษาอังกฤษคุณไม่ได้ และคุณไม่มีความมั่นใจในความรู้คุณเท่าคนที่จบป.ตรีปกติ
2.บริษัทส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ ไม่ค่อยเชื่อถือในความรู้คุณเท่าคนที่จบป.ตรีปกติ
สุดท้าย ก็ยังทำงานเป็นพนักงานในสายการผลิต(เด็กไลน์) ทั่วไปเหมือนเดิม
และความแตกต่างของพนักงานฝ่ายผลิต กับ Office (ที่ไม่พูดถึงเรื่องเงินเดือนนะ)
เริ่มที่ต้องแต่การสมัครงานเลย
พนักงานฝ่ายผลิต - ต้องยืนตากแดดรอหน้าบริษัท (หาร่มกางกันเอง) เพื่อที่จะได้เข้าไป
เขียนใบสมัครงาน อย่างเช่น บ.นี้เปิดสัมภาษณ์ 2 รอบคือ 10.00 น. กับ 14.00 น.
น้องที่อยากมาสัมภาษณ์รอบ 14.00 น.ต้องมาแต่เที่ยง เพื่อเขียนใบสมัครและยืนตากแดดรอ
แดดเปรี้ยงๆก็ต้องรอ ฝนตกก็ต้องกางร่มรอ เพราะถ้าออกจากแถว คิวก็จะยาวออกไป
โอกาสได้เข้าสัมภาษณ์ก็ยิ่งน้อยลง ดังนั้นต้องรอยันถึงเวลาแล้ว HR ถึงให้เข้าไปในบ.
เข้าไปก็ไม่ใช่จะได้นะ เขาก็คัดใบสมัครที่น่าสนใจแล้วถึงเรียกสัมภาษณ์ คนที่เขาไม่เรียก/
คนที่ถูกคัดทิ้งก็ต้องกลับบ้าน แล้วพรุ่งนี้ก็มารอใหม่
พนักงาน Office - หาในเวปจัดหางาน ยื่นใบสมัครผ่านทางอีเมล รอการตอบกลับ ถ้าเขาสนใจResume เรา
HR โทรนัดสัมภาษณ์ เรามาที่บริษัทเขา แจ้งรปภ.เขาก็จะเชิญให้เราเข้ามานั่งรอข้างใน
เปิดห้องรับรองที่เตรียมไว้เฉพาะ เปิดแอร์ และบางที่มีเสิรฟน้ำระหว่างให้รอด้วย
(จะได้ไม่ได้อีกเรื่องนึง)
มันมีความแตกต่างกันมาก พี่ถึงอยากมาย้ำเตือนน้องๆว่า การศึกษา และภาษาอังกฤษ อ่ออีกอย่างคือ EXCELสำคัญนะ
อย่าใช้อารมณ์เพียงชั่ววูบอยากเลิกเรียน อยากมีอิสระ อยากหางานทำเอง ไม่อยากขอตังพ่อแม่แล้ว!!
ถ้าน้องออกมาตอนนั้น น้องก็จะได้รายวันๆละ 300 ผ่านมา 10 ปี บางคนก็ยังเป็นรายวันอยู่ได้เงินขึ้นนิดหน่อยเป็น 500-600 บาท
อยากได้อะไร ก็ได้แค่อยาก เพราะเงินเดือนกับค่าครองชีพ พอดีๆกัน ยิ่งถ้ามีลูกมีครอบครัว ก็ยิ่งลำบาก
ฝากไว้ให้คิด
ฝากไว้ให้คิด..ถึงน้องๆที่ผู้ใหญ่ชอบเรียกว่า "เด็กสมัยนี้"
ในฐานะรุ่นพี่ที่เรียนจบป.ตรี และทำงานมาได้ 10 กว่าปี ได้เปลี่ยนที่ทำงานมา 3-4 ที่
พี่เลยได้เห็นอะไรบางอย่างที่น้องๆอาจหลงลืมความสำคัญกันไป
ถ้าน้องๆ คนไหนที่บ้านพอจะมีเงินส่งเสีย ก็ขอให้หลับหูหลับตาเรียนไปเถอะ
พี่ใช้คำว่าหลับหูหลับตาเพราะ น้องไม่จำเป็นต้องตั้งใจเรียนมากจนกดดันตัวเอง และเมื่อทำไม่ได้ดีอย่างที่หวัง
กลับกลายเป็น ล้มเลิก ไม่อยากเรียน..
พี่ขอแค่เรียนให้จบป.ตรี และตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษ เพียงเท่านี้
เท่านี้จริงๆ เมื่อจบชีวิตน้องก็จะดีขึ้น ดียังไง ก็ดีกว่าคนที่ล้มเลิกการเรียนกลางคัน ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุหัวไม่ดี
เรียนไม่ทันเพื่อน หรืออยากชิงสุกก่อนหาม หรือบลาๆ (ทุกคนต่างก็มีเหตุผลของตน) สุดท้ายคิดได้เมื่อสาย
ค่อยมาเรียนกศน./เรียนพิเศษนอกเวลา ระหว่างทำงาน เพื่อให้จบป.ตรี
ซึ่งที่พี่เห็นส่วนใหญ่ คนที่จบมาจากการเรียนทีหลัง/เรียนระหว่างทำงาน ไม่ต่ำว่า 70%
ได้วุฒิมาเพียงเพื่อปิดฝาบ้าน ว่าฉันก็จบป.ตรีนะ
แต่ไม่สามารถ เอาวุฒิไปยื่นหางานที่ดีได้เท่าคนที่จบป.ตรีปกติเลย
เพราะอะไร
1.ภาษาอังกฤษคุณไม่ได้ และคุณไม่มีความมั่นใจในความรู้คุณเท่าคนที่จบป.ตรีปกติ
2.บริษัทส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ ไม่ค่อยเชื่อถือในความรู้คุณเท่าคนที่จบป.ตรีปกติ
สุดท้าย ก็ยังทำงานเป็นพนักงานในสายการผลิต(เด็กไลน์) ทั่วไปเหมือนเดิม
และความแตกต่างของพนักงานฝ่ายผลิต กับ Office (ที่ไม่พูดถึงเรื่องเงินเดือนนะ)
เริ่มที่ต้องแต่การสมัครงานเลย
พนักงานฝ่ายผลิต - ต้องยืนตากแดดรอหน้าบริษัท (หาร่มกางกันเอง) เพื่อที่จะได้เข้าไป
เขียนใบสมัครงาน อย่างเช่น บ.นี้เปิดสัมภาษณ์ 2 รอบคือ 10.00 น. กับ 14.00 น.
น้องที่อยากมาสัมภาษณ์รอบ 14.00 น.ต้องมาแต่เที่ยง เพื่อเขียนใบสมัครและยืนตากแดดรอ
แดดเปรี้ยงๆก็ต้องรอ ฝนตกก็ต้องกางร่มรอ เพราะถ้าออกจากแถว คิวก็จะยาวออกไป
โอกาสได้เข้าสัมภาษณ์ก็ยิ่งน้อยลง ดังนั้นต้องรอยันถึงเวลาแล้ว HR ถึงให้เข้าไปในบ.
เข้าไปก็ไม่ใช่จะได้นะ เขาก็คัดใบสมัครที่น่าสนใจแล้วถึงเรียกสัมภาษณ์ คนที่เขาไม่เรียก/
คนที่ถูกคัดทิ้งก็ต้องกลับบ้าน แล้วพรุ่งนี้ก็มารอใหม่
พนักงาน Office - หาในเวปจัดหางาน ยื่นใบสมัครผ่านทางอีเมล รอการตอบกลับ ถ้าเขาสนใจResume เรา
HR โทรนัดสัมภาษณ์ เรามาที่บริษัทเขา แจ้งรปภ.เขาก็จะเชิญให้เราเข้ามานั่งรอข้างใน
เปิดห้องรับรองที่เตรียมไว้เฉพาะ เปิดแอร์ และบางที่มีเสิรฟน้ำระหว่างให้รอด้วย
(จะได้ไม่ได้อีกเรื่องนึง)
มันมีความแตกต่างกันมาก พี่ถึงอยากมาย้ำเตือนน้องๆว่า การศึกษา และภาษาอังกฤษ อ่ออีกอย่างคือ EXCELสำคัญนะ
ถ้าน้องออกมาตอนนั้น น้องก็จะได้รายวันๆละ 300 ผ่านมา 10 ปี บางคนก็ยังเป็นรายวันอยู่ได้เงินขึ้นนิดหน่อยเป็น 500-600 บาท
อยากได้อะไร ก็ได้แค่อยาก เพราะเงินเดือนกับค่าครองชีพ พอดีๆกัน ยิ่งถ้ามีลูกมีครอบครัว ก็ยิ่งลำบาก
ฝากไว้ให้คิด