ครอบครัวแฟนบอกว่า ไม่ชอบนิสัยเราแบบนี้ เราควรทำยังไงดีคะ จะขอขมาพ่อแม่เค้าดีมั้ย?

สวัสดีค่ะ  อาจจะเล่ายาวหน่อยและเว้นวรรคถูกๆผิดๆก็ขออภัยด้วยนะคะ

       ก่อนอื่นขอเล่าเหตุการณ์ย้อนไปเมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้วนะคะ คือเมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้ว เราได้มีโอกาสใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวแฟนเราค่ะ อยู่เป็นเดือนเลย แล้วก่อนหน้านั้นน้องของแฟนเราก็มาอยู่ด้วยประมาณ 3 เดือนเลยค่ะ เราอยู่กับแฟนและเมทแฟน เป็นหอขนาดใหญ่ค่ะ แต่เมทแฟนเราคนนั้นกลับบ้านไปแล้วเหลือเรากับแฟน ที่นี้พอเมทไม่อยู่พ่อแม่แฟนและน้องของแฟนก็มาอยู่ด้วยค่ะ แบบมาอยู่กับลูกไรงี้อะค่ะและนี่เป็นการใช้ชีวิตคนเดียวกับครอบครัวคนอื่นที่ไม่ใช่ญาติครั้งแรกของเรา ส่วนตัวเราเป็นคนเงียบๆ ไม่ชอบสุงสิง ชอบอยู่คนเดียว ไม่ชอบคนเยอะค่ะ มีอะไรเราจะไม่พูด(เป็นข้อเสียของเรามากๆ) ซึ่งพอได้ลองใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวเค้าแล้ว เราก็พยายามปรับตัว มีหลายอย่างให้ปรับเลยค่ะ แม่แฟนเราชอบทำกับข้าวแบบทีเดียวเยอะๆและทำกับข้าวอร่อยมาก แต่ส่วนตัวเป็นคนกินน้อยมากๆเลยกินได้ไม่เยอะค่ะ ตอนเจ้าของหอมาหาแม่แฟนเราก็ไปจี้ให้เจ้าของหอเอาเฟอร์นิเจอร์ใหม่มาเปลี่ยนให้ค่ะทั้งที่ก่อนหน้านี้เปลี่ยนไป 2 ครั้งแล้ว แล้วพอแม่แฟนเรามาไมโครเวฟหอเราก็พังเฉยแบบเมื่อคืนใช้ได้ แต่พอตื่นเช้ามาแม่มาใช้แล้วแม่ก็บอกว่า มันใช้ไม่ได้แล้วงี้อะค่ะ เราก็ไม่รู้ว่ามันพังเองหรืออะไรยังไง แม่เค้าจะเป็นคนจู้จี้นิดๆค่ะ แบบสั่งให้ลูกซื้อของแต่ไม่ให้เงินนะคะ(พวกเรายังไม่ได้ทำงานค่ะ ยังเรียนอยู่) อย่างเช่น สั่งน้ำมันขวดใหญ่ แต่ไม่มีขวดใหญ่เลยซื้อขวดเล็กมาก่อนให้พอได้ใช้ ก็จะบอกว่า บอกแล้วไงว่าถ้าไม่มีขวดใหญ่ก็ไม่ต้องซื้อ มันไม่คุ้ม บลาๆๆ แล้วพออยู่ได้ประมาณ 1 เดือน เมทเพื่อนเรากลับมาค่ะ กลับมาแบบไม่ได้บอก นางก็เจอแม่แฟนเราและน้องค่ะ ซึ่งแฟนเราก็ไม่ได้บอกเมทว่า พ่อแม่น้องมาอยู่ด้วย แล้วเมทก็ถามแฟนว่า แม่มาอยู่ด้วยหรอ แฟนเราก็บอก เนี้ยเดี๋ยวก็กลับแล้วตอนเย็น(ทำเหมือนว่าแม่มาเช้ากลับเย็นทั้งที่มาอยู่เป็นเดือน) จากนั้นเมทก็มาถามเราว่า พ่อแม่มาอยู่ด้วยหรอ มาอยู่นานละหรอไรงี้ เราไม่ได้ตอบว่ามาอยู่เป็นเดือน เราตอบอ้อมๆว่า อืม ก็มาอยู่อะ ไรงี้ค่ะ ละพอเมทกลับไป พ่อแม่ก็มาหาใหม่แต่รอบนี้ไม่ได้มาอยู่เป็นเดือน มาแค่ 2-3 วันละก็กลับ ก็คงคิดถึงลูกแหละค่ะ เราก็เข้าใจ พ่อแม่เราก็คิดถึงเราเหมือนกัน(เราคนตจว.ค่ะ) แล้วอยู่มาวันหนึ่งน้องเค้าก็ร้องไห้บอกว่า ไม่ชอบนิสัยเรา(น้องพูดกับแฟน เรามารู้ทีหลังตอนคุยกัน) เลยให้หอบเสื้อผ้ากลับบ้านไป ละก่อนหน้านี้เราเคยพูดกับแฟนค่ะว่า ครอบครัวเธอมาอยู่หอแต่คนจ่ายค่าน้ำค่าไฟคือ เรากับเค้า ทั้งที่คนอยู่ 5 คน มีคนจ่ายแค่ 2 คนแล้วเราก็ยังไม่ได้ทำงานหาเงินเอง เราไม่โอเค เค้าก็ตอบเรากลับมาว่า เงินพ่อแม่เค้าก็เหมือนเงินเค้าแหละ แค่นี้ค่ะ เราก็ อืม ไม่ได้อะไรต่อ ก็ก้มหน้าจ่ายต่อไป(เมทรู้ว่าเราไม่โอเคเรื่องนี้ เมทเลยช่วยออกด้วยค่ะ กลายเป็นว่า เด็ก 3 คน ออกค่าไฟค่าน้ำให้ครอบครัวๆหนึ่งอะค่ะ) ก่อนที่น้องเค้าจะกลับไป น้องเค้าร้องไห้แล้วก็คุยกับเเฟนเราจากนั้นเเฟนเราก็ไปส่งน้องกลับบ้าน ละพอแฟนกลับมาเราเลยถามว่าเป็นอะไร ในใจเราคิดไปไกลมากเพราะ แม่เเฟนเป็นโรคประจำตัวซึ่งเป็นโรคที่คนที่บ้านเราก็เป็น เราก็นึกไปไกลว่าแม่เป็นอะไรรึป่าว ต้องไปเฝ้าแม่มั้ยไรงี้ ละพอลองคุยจริงๆ เค้าบอกพ่อแม่และน้องไม่ชอบนิสัยเราค่ะ เรื่องมีอยู่ว่า เราเคยซื้อยำมากิน(ยำใส่ปลาร้า) แล้วเราไม่ได้ชวนแม่เค้ากิน นั่นแหละค่ะ ในความคิดเราคือ แม่เค้าเป็นคนจู้จี้เรื่องมากนิดหน่อย กลัวแม่ไม่ถูกปากกับปลาร้า กลัวกินไม่ได้ เราเลยไม่ได้ชวน(เราก็คิดอยู่ว่าจะเสียมารยาทมั้ยนะ แต่ก็เก็บไว้ไม่ได้พูดไป) แต่ครั้งต่อมาซื้อไรมาเราก็ชวนค่ะ แล้วก็เป็นไปตามคาด แม่เค้าจับยำเราปรุงใหม่หมดเลย แม่เค้าทำอาหารอร่อยนะ(อร่อยแบบมาตรฐาน) แต่เราเป็นคนกินรสจัด บางทีก็อยากกินอะไรแซ่บๆบ้าง ซึ่งที่บ้านเราจะเวลาทำอาหารจะแบ่งทำแบบมาตรฐานกับรสจัดให้ซึ่งเป็นของเรากับแม่ค่ะ แต่อันนี้แม่เค้าละเลงไม่ถามเราซักคำ ไม่แบ่งรสแบบที่เรากินไว้เลย ละเลงทั้งจานอะค่ะ เราก็กินมันทั้งอย่างนั้นแหละค่ะ แล้วต่อมาคือ แม่เค้าบอกว่า เราไม่ค่อยทำอะไร(งานบ้าน) ในความคิดเราคือ ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องทำงานบ้านทุกอย่างก็ได้มั้ยอะ ในเมื่อโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ทุกคนเท่าเทียมกันหมดแล้วอะ อันนี้แฟนเราก็บอกว่า เห็นด้วยกับแม่เค้านะ ซึ่งเอาจริงๆ ไม่ใช่ว่าเราไม่ทำเลย แต่ช่วงที่แม่มาอยู่ด้วยเป็นช่วงเรียนซึ่งเราก็ต้องเรียน(ที่บ้านเราบอกง่ามีหน้าที่เรียนก็เรียนไป ว่างค่อยมาช่วยก็ได้ ช่วยให้พอทำเป็น เอาตัวรอดได้ แต่ตอนนี้ก็ตั้งใจเรียนไปก่อน ทำอะไรให้สมวัย) แต่ช่วงที่แม่ออกไปตลาด เราก็ทำนะคะ ล้างจานก็ล้าง ทิ้งขยะ ซักผ้า(เราซักให้ทั้งเเฟนเรา น้องเเฟนและของตัวเอง เคยซักผ้าให้แม่เค้า 2 ครั้งค่ะ ที่เหลือแม่เค้าจะซักมือเองทั้งที่มีเครื่องซักผ้า เราก็งงๆ) ตอนเราทำแม่เค้าไม่เห็นค่ะ แล้วแฟนเรานี่จานไม่ค่อยล้างหรอกค่ะ นานๆล้างที ล้างทีนี่เมทถึงกับลุกขึ้นฟ้อนรำเลยแหละ บุญตาสุดๆ(เมทแฟนคือเพื่อนเก่าค่ะ เค้ารู้จักกันมานาน) แล้วช่วงที่แม่เค้ากลับไปแล้วๆเราอยู่กับเเฟนและน้องแฟน ก็จะมีแค่เรากับน้องแฟนที่ล้างจาน แฟนเรานานๆล้างที นับครั้งได้ ทิ้งขยะก็ต้องให้บอกค่ะ ซักผ้าเราก็ซักให้น้องแฟนด้วย น้องมาอยู่ 3 เดือน น้องไม่เคยซักผ้าเองเลยค่ะ(น้องเป็นผช.ค่ะ) แล้วเมื่อนานมาแล้วเราเคยทะเลาะกับแฟนแล้วเราหนีมาอยู่ข้างนอก(ร้านขนมแถวหอ) เราจะเป็นคนที่เวลาโกรธหรือโมโหแล้วอยากอยู่คนเดียวเพราะ ไม่อยากไปโมโหใส่ใคร อยากทำให้อารมณ์เย็นก่อนแล้วค่อยคุยอะค่ะ เราเคยบอกเค้าเรื่องนี้ไปเเล้วนะคะ แต่เค้าก็บอกประมาณว่า ไม่ยอม ไม่โอเค ทำไมต้องอยากอยู่คนเดียว ซึ่งเวลาทะเลาะกันเราก็ไม่อยากไปวีนใส่เค้ามากไงคะ เราเลยปลีกตัวออกมาสงบสติอารมณ์ก่อน แต่ก็นั่นแหละค่ะ แล้ววันนั้นที่เราออกมา เค้าก็โทรหาแม่เค้า แม่เค้าก็โทรหาเรา ด้วยความที่ตอนนั้นเราโมโหมากเราเลยกดตัดสายแม่เค้าไป(เราผิดจริงๆค่ะ อันนี้เราสำนึกผิดแล้ว) ซึ่งหลังจากเลิกทะเลาะกันแล้ว เค้าก็บอกว่าแม่เค้าโกรธมากเลยนะ เราก็เลยโทรไปหาแม่เพื่อขอโทษและคุยกับแม่เค้าเรียบร้อยค่ะ 

หลังจากที่น้องเค้ากลับไปเราได้คุยกันแบบสองคน เราก็ถามค่ะว่าเกิดไรขึ้น (เราก็คิดไปต่างๆนานาที่ว่า แม่เค้าเป็นโรคเหมือนที่คนที่บ้านเราเป็น เราก็กลัวแม่เป็นไร ต้องไปเฝ้ามั้ยอะไรยังไง) เค้าก็บอก พ่อแม่และน้องไม่ชอบนิสัยเรา เราไม่ค่อยทำอะไรเลย  -เราเลยบอกว่า เค้าไม่ทำไรเลยจริงๆหรอ ตอนช่วงนั้นมันเรียนมั้ยอะ แล้วจานก็ใช่ว่าเค้าจะไม่ล้างช่วยแม่เธอเลย (เราอ่านหนังสือถึงตี 3-4 ตื่น 11 โมงทุกวันค่ะ ย้ำว่าทุกวัน แต่แม่เค้านอน 4 ทุ่มตื่นเช้า แม่เค้าก็ล้างไปเรียบร้อยแล้ว แล้วตอนเย็นที่ไม่ได้ล้างคือ เรากินข้าวกันดึกมากค่ะแล้วเวลาล้างจานคือ กลัวเสียงดัง ไปรบกวนแม่ บางคนอาจจะคิดว่าเป็นข้ออ้าง แต่ในความคิดเราเราคิดแบบนี้จริงๆ) เสื้อผ้าของเธอ ของน้องเธอเค้าก็ซักให้มาตลอด -แล้วเค้าก็บอกว่า เวลาแม่ไม่อยู่ กับข้าวอะ ถ้าเค้าไม่ทำแล้วใครจะทำ
-เราก็เลยบอกว่า ถามจริงว่าเค้าไม่เคยทำเลยหรอ เธอบอกเค้าว่าอยากกินไรเค้าก็ทำให้หมด แล้วที่เค้าไม่ค่อยอยากทำเพราะ กลัวทำไม่อร่อย(เราเคยทำกับข้าวครั้งหนึ่งแล้วมันไม่อร่อยค่ะ น้องเค้าก็พูดออกมาต่อหน้าเราเลยว่า ไม่อร่อย จืดจัง เค็มจัง ทั้งที่รู้ว่าเราเป็นคนทำและเราก็นั่งอยู่ตรงนั้น ตัวแฟนเราเองก็พูดเหมือนน้องเค้าอะค่ะ แล้วก็ขำๆ ซึ่งเราเจ็บมาก อุตส่าห์ตั้งใจทำแล้วมาพูดงี้ ไม่มีวิธีพูดถนอมน้ำใจกันมากกว่านี้แล้วหรอ ทั้งที่เมื่ออยากกินก็ทำให้กินแล้ว) 
-เค้าก็บอกว่า เค้าก็เคยทำไม่อร่อยป่ะ เวลาเค้าทำหวานไป เธอยังบอกว่า เค้าทำหวานเลย
-เราตอบว่า แต่ก็ไม่ได้บอกว่าไม่อร่อยแล้วก็ขำนี่ เธอมีความคิดที่ว่า ผู้หญิงต้องทำงานบ้านทุกอย่างแบบหัวโบราณหน่อยๆป่ะ
-แฟนเราก็บอกว่า ก็ไม่ใช่ขนาดนั้น แต่มันก็ต้องมีบ้างป่ะ
-เราก็พูดเลยว่า เค้าก็ทำป่ะ ใช่ว่าไม่ทำเลย กล้าพูดมั้ยว่า เค้าไม่ได้ทำ
-แฟนเรา......เงียบค่ะ เงียบกริบ
-เราเลยบอกว่า ลองไปอยู่กับครอบครัวเค้ามั้ยเหมือนที่เค้าอยู่กับครอบครัวเธอ
-แฟนเราก็บอกว่า ที่หอมันไม่ใช่บ้านเค้าซะหน่อย บ้านเค้าจริงคือนู้น นี่เป็นแค่สื่อกลาง
-เราเลยบอก แต่ครอบครัวเธอมาอยู่ที่นี่เป็นเดือนเลยนะ พ่อแม่น้องเธออะ นี่ไม่ใช่ครอบครัวหรอ
-แฟนเราเงียบไปซักพักแล้วบอกว่า เค้าไม่เคยอยากไปบ้านเธอเลยนะ
-เราเลยบอก ละคิดว่า เค้าที่ตัวคนเดียวมาลองใช้ชีวิตกับครอบครัวเธอเนี้ย ต้องทำยังไงหรอ เป็นผู้ใหญ่อะ อะไรไม่ดีก็บอกก็สอนเด็กสิ เค้าก็อายุแค่นี้เค้าจะไปรู้ได้ไงว่า ควรทำตัวยังไงบ้าง ทีเธอไปบ้านเค้า (เคยไปบ้านเรา 2-3 วัน) เธอยังไม่หยิบจับอะไรเลย
-นางก็บอกว่าบางอย่างมันก็ต้องรู้เองมั้ยอะ แล้วเค้าก็ไปอยู่แค่ไม่กี่วันเอง
-เราเลยบอกว่า ก็เลยบอกว่า ลองมาอยู่กับครอวครัวเค้าบ้างมั้ยล่ะ มาอยู่ตจว.แบบตัวคนเดียวเหมือนเค้าอะ ละที่เธอบอกว่ารักเค้าแต่ไม่ค่อยแสดงออกใช่มั้ย เค้าก็เหมือนกัน ก็รู้ว่าเค้าเป็นคนเงียบๆ มีไรไม่พูด เรื่องแบบนี้เค้าก็เหมือนเธอนั้นแหละ
-แฟนเรา....กริบอีกรอบละก็วนๆไปที่คำว่า มันควรคิดเองได้มั้ยอะ ประมาณนี้อะค่ะ
-เราเลยบอกว่า ตอนนี้แม่เธอชอบพี่สะใภ้เธอยัง(ก่อนหน้านี้เค้าเคยบอกว่า แม่ไม่ชอบพี่สะใภ้)
-แฟนเราตอบว่า ไม่รู้เหมือนกัน
-เราเลยบอกว่า เอาตามที่เค้าคิดนะ การที่เธออยู่กับแม่เธอมาตั้งแต่เกิดละวันหนึ่งต้องออกจากบ้านมาอยู่หอ แล้วช่วงแรกๆคงคิดว่า เดี๋ยวก็มีเวลากลับ แต่พอเอาเข้าจริงๆ เรียนหนักและกิจกรรมเยอะ ไม่ว่างกลับเลย แม่เธอหวงลูก คิดถึงลูกรึ.....(พูดไม่ทันจบค่ะ เค้าขัดขึ้นมาก่อน ในใจคืออยากพูดต่อให้จบว่าแบบ พอแม่เธอมาอยู่เนี้ยแล้วเห็นเวลาเธอกับเค้าแบบเออดูสนิทกัน รักกันดี ฟีลคงแบบเค้าคงไปแย่งลูกชายทูนหัวมาจากแม่เธอรึป่าว เพราะตัวเธอเองก็ไม่ได้กลับบ้านไปหาแม่เลย กับพี่สะใภ้เธอแม่เธอก็ไม่ชอบนี่ แล้วก็ขอบอกว่า บ้านอยู่ไม่ไกลจากหอค่ะใล้เวลา 50 นาทีก็ถึง แล้วเราก็ไม่เคยห้ามเค้าเรื่องกลับบ้าน เพราะทุกครั้งที่เค้ากลับเราก็ไปกับเค้าตลอด ถึงเราไม่ไปเค้าก็จะพาไปด้วย ถ้าเรายืนยันว่าไม่ไปอีก เค้าก็ไม่ไปเลย นี่ก็ไม่เคยห้ามเลยนะ)
-แฟนเราพูดตัดบทเราว่า เค้ารู้นิสัยแม่เค้าดี (รู้จ่ะว่า รู้นิสัยแม่แต่บางทีก็เปิดรับอะไรใหม่ๆบ้างพ่อทูนหัว)
-เราเลยถามว่า ละทำไมกับทั้งพี่สะใภ้และเค้าแม่ถึงเป็นงี้กับทั้งสองคนเลยล่ะ
-แฟนเราตอบมาหน้าตาเฉยว่า เซ้นส์มั้ง
-เราก็อึ้งค่ะ แต่ก็ถามต่อว่า แม่เธอนี่จะไม่เปิดใจเราอะไรใหม่ๆเลยหรอ จะไม่ให้โอกาสคนเลยหรอ(ในใจเราอยากบอกว่า ทีชั้นเชื่อเรื่องห้ามซื้อรองเท้าให้แฟน เดี๋ยวจะเลิกกัน แกยังว่าชั้ลเลยว่า ถ้าอยากจะซื้อให้จริงๆก็ซื้อไปนานละ มันอยู่ที่ใจ ไปนู้นเลย ละคือคนใกล้ตัวก็พึ่งเลิกกันเพราะซื้อรองเท้าให้กันละนก็เชื่อของชั้นมาตั้งนานแล้ว ก่อนจะมาเจอแกอีก ละแกจะมาพูดงี้ไม่ได้!)
-แฟนเราตอบว่า แม่ก็พยายามเข้าหาเธอแล้วนะ(เข้าหาที่มาละเลงยำรสแซ่บของชั้นน่ะหรอหรือยังไง)
-เราเลยตอบว่า เค้าก็ปรับตัวอยู่ไง เค้ามาอยู่นี่คนเดียวนะ เธอยังบ้านใกล้ ดูเค้าสิ อะไรไม่ดีก็บอกกันสิ พูดสิ เป็นคนพูดเองนะว่า มีอะไรก็บอกกัน พูดกันตรงๆ 
-เค้าก็ตอบว่า ก็นึกว่าเธอจะคิดได้นี่ แล้วก็วนกลับไปทีคำว่า มันควรคิดเองได้ต่างๆนานาๆของนางอีกรอบค่ะ
-เราเลยบอกว่า ไปอาบน้ำไป (เหนื่อยจะคุย)
หลังจากนั้นเราก็มาทำหน้าที่แม่ศรีเรือนค่ะ ล้างจานเหมือนเดิม ล้างต่อไปค่ะ

จากที่เล่ามาคือ เราอยากถามว่า
       -เราควรทำยังไงต่อดีคะ พ่อแม่และน้องเค้าบอกว่า ไม่ชอบนิสัยเราแบบนี้ เราควรไปขอขมาพ่อแม่เค้าดีมั้ยคะ(เรื่องที่เค้าบอกว่าเราไม่ทำอะไร ทั้งที่ทำแต่ทำตอนเค้าไม่อยู่และเรื่องที่ไม่ชวนกินยำครั้งเดียว)
       -ถ้าจะขอขมานี่ทำเหมือนตอนขอขมาช่วงรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่แบบตอนสงกรานต์ได้มั้ยอะคะ(ที่บ้านเราทำกับญาติผู้ใหญ่ทุกปีค่ะ ไม่ทราบว่าใช้วิธีเดียวกันได้รึป่าว)

ปล.เราคบกันมาได้ปีกว่าแล้วค่ะ ตอนครั้งแรกที่เราไปเจอแม่เค้า แม่เค้าก็พูดกับแฟนเราว่า A ต้องไปเจอคนอีกเยอะนะลูก อย่าจริงจังมากเลย(อันนี้เค้ามาเล่าให้ฟังทีหลังค่ะ)
ปล.2 ด่าได้แต่อย่าแรงนะคะเรารู้ว่าเราก็ไม่ดีค่ะ
ปล.3 ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 5
นึกว่า ญญ ซะอีก
ญ ช + รูมเมท ช โอ้ยย หนูเอ้ย กล้ามาก สงสารพ่อแม่ตัวเองบ้างเหอะ เขาส่งมาเรียนหนังสือ วุ่นวายแต่กับเรื่องมีผัว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่