ครป.ค้านต่ออายุ พรก.ฉุกเฉินฯ ชี้ กระทบเสรีภาพ หวั่นกองทัพคนตกงานไร้มาตรการรัฐรองรับ
https://www.matichon.co.th/politics/news_2201926
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2563 ที่ห้องประชุมสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ได้จัดประชุมคณะกรรมการและแถลงข้อเสนอภาคประชาชนต่อรัฐบาล
รศ.ดร.
พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ประธาน ครป. กล่าวว่า ครป.ขอเสนอให้รัฐบาลหยุดขยาย พรก.ฉุกเฉินฯ ออกไป เนื่องจากการขยายเวลา พรก.ฉุกเฉินฯ ไม่มีความเหมาะสมและจำเป็นอีกต่อไป เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันประเทศไทยควบคุมโควิดได้เป็นอย่างดี และเงื่อนไขหลักไม่ได้เกิดมาจากการใช้อำนาจในพรก.ฉุกเฉิน แต่มาจากความแข็งแกร่งของฝ่ายสาธารณสุข ทั้งจากการรักษาของแพทย์และพยาบาล การป้องกัน และความร่วมมือจากอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้านทั่วประเทศ อีกด้านหนึ่งมาจากวัฒนธรรมความร่วมมือของภาคประชาชนเป็นหลัก
การใช้ พรก.ฉุกเฉิน ในระยะยาวต่อไปจะกระทบต่อเสรีภาพประชาชน และกระทบต่อเศรษฐกิจไทย สิ่งที่ ครป.กังวลคือ รัฐจะฟื้นฟูอย่างไร นโยบายของรัฐบาลในปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ซ้ำร้ายบางนโยบายยังเป็นไปเพื่อส่งเสริมกลุ่มทุนมากกว่าแทนที่จะการส่งเสริมภาคประชาชน รัฐบาลต้องเตรียมมาตรการรองรับในระยะยาว เนื่องจากมาตรการทางเศรษฐกิจยังไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับกองทัพคนตกงานในอนาคต
“สำหรับพัฒนาการทางการเมือง ยังมีแนวโน้มว่ารัฐบาลจะเสพติดอำนาจเด็ดขาด มีแนวโน้มไปที่การรวมศูนย์อำนาจและจะสร้างความขัดแย้งได้ในอนาคต การพัฒนาประชาธิปไตยต้องกระจายอำนาจไปยังพื้นที่ต่างๆ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ทางออกจากความขัดแย้ง ต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย จะต้องมีการเตรียมการ โดยให้คนจำนวนหนึ่งในรัฐบาลที่ว่างงานอยู่เตรียมการขับเคลื่อนรัฐธรรมนูญตั้งแต่ตอนนี้”
นาย
กษิต ภิรมย์ ที่ปรึกษา ครป. กล่าวว่า สาธารณสุขของไทยได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก และความร่วมมือของคนไทยทำให้การแก้ไขปัญหาโควิดเป็นไปด้วยดี การยืดเวลาการใช้อำนาจตาม พรก.ฉุกเฉินฯ จึงไม่จำเป็นอีกต่อไป นอกจากนี้ การใช้อำนาจพิเศษในสถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องแจ้งภาคีกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ผ่านเลขาธิการสหประชาชาติอย่างเป็นระบบ แต่ไม่ได้ยินว่ารัฐบาลดำเนินการแล้ว และการใช้อำนาจต้องมีกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลภายใน ขอตั้งข้อสังเกตว่า การแก้ไขปัญหาการบินไทย ไม่เกี่ยวกับปัญหาโควิด ดังนั้นรัฐบาลอย่าลักไก่ทำในอำนาจพิเศษ ควรให้ระบบรัฐสภาทำงานและมีการตรวจสอบปัญหาการคอร์รัปชันที่ผ่านมาในหลายรัฐบาล
คนส.เปิดผลสำรวจ ประชาชน87.6% ไม่เห็นด้วย ขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
https://www.khaosod.co.th/covid-19/news_4197085
คนส.เปิดผลสำรวจ ประชาชน87.6% ไม่เห็นด้วย ขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
เมื่อวันที่ 25 พ.ค. เพจเฟซบุ๊ก
เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง - คนส.
#คนสโพลล์ ประชาชน 87.6% ไม่เห็นด้วยกับการขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินต่อไปเป็นครั้งที่ 3
(จากการสำรวจ
"ความคิดเห็นประชาชนต่อการขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน" โดยเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) ในระหว่างวันที่ 24-25 พฤษภาคม 2563 โดยมีประชาชนจำนวน 2,098 คน ร่วมตอบแบบสอบถาม)
ผลการสำรวจที่น่าสนใจของ
"คนส.โพลล์ "สำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อการขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน" ประชาชน 87.6% ไม่เห็นด้วยกับการขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินต่อไปเป็นครั้งที่ 3 +++
นอกจากนั้นประชาชนส่วนใหญ่ยังเห็นว่าการเคอร์ฟิวไม่ได้มีส่วนช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในทางตรงข้ามมาตรการที่ทำให้ลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดได้คือ การสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และการรักษาระยะห่าง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่เป็นสิ่งที่ประชาชนตระหนักและปฏิบัติด้วยตนเอง
และประชาชนส่วนใหญ่ยังระบุว่าตนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฉุกเฉินในด้านเศรษฐกิจ/อาชีพ ด้านสิทธิเสรีภาพ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษา ในแง่ที่มีการลดลงของคุณภาพการเรียนการสอนเป็นอย่างมากในทุกระดับชั้น
ข้อมูลที่สนใจมากคือ
จากการสำรวจครั้งนี้มีผู้ตอบแบบสอบถามอยู่ในสถานะตกงานถึง 8.7%
https://www.facebook.com/ThaiAcademicNetworkforCivilRights/videos/1227962850929105/
JJNY : ครป.ค้านต่ออายุพรก.ฉุกเฉินฯ/คนส.สำรวจ87.6%ไม่เห็นด้วยขยายพ.ร.ก./มีจริง กินหัวคิว/ทั่วโลกติดโควิด5.5ล.
https://www.matichon.co.th/politics/news_2201926
รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ประธาน ครป. กล่าวว่า ครป.ขอเสนอให้รัฐบาลหยุดขยาย พรก.ฉุกเฉินฯ ออกไป เนื่องจากการขยายเวลา พรก.ฉุกเฉินฯ ไม่มีความเหมาะสมและจำเป็นอีกต่อไป เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันประเทศไทยควบคุมโควิดได้เป็นอย่างดี และเงื่อนไขหลักไม่ได้เกิดมาจากการใช้อำนาจในพรก.ฉุกเฉิน แต่มาจากความแข็งแกร่งของฝ่ายสาธารณสุข ทั้งจากการรักษาของแพทย์และพยาบาล การป้องกัน และความร่วมมือจากอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้านทั่วประเทศ อีกด้านหนึ่งมาจากวัฒนธรรมความร่วมมือของภาคประชาชนเป็นหลัก
การใช้ พรก.ฉุกเฉิน ในระยะยาวต่อไปจะกระทบต่อเสรีภาพประชาชน และกระทบต่อเศรษฐกิจไทย สิ่งที่ ครป.กังวลคือ รัฐจะฟื้นฟูอย่างไร นโยบายของรัฐบาลในปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ซ้ำร้ายบางนโยบายยังเป็นไปเพื่อส่งเสริมกลุ่มทุนมากกว่าแทนที่จะการส่งเสริมภาคประชาชน รัฐบาลต้องเตรียมมาตรการรองรับในระยะยาว เนื่องจากมาตรการทางเศรษฐกิจยังไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับกองทัพคนตกงานในอนาคต
“สำหรับพัฒนาการทางการเมือง ยังมีแนวโน้มว่ารัฐบาลจะเสพติดอำนาจเด็ดขาด มีแนวโน้มไปที่การรวมศูนย์อำนาจและจะสร้างความขัดแย้งได้ในอนาคต การพัฒนาประชาธิปไตยต้องกระจายอำนาจไปยังพื้นที่ต่างๆ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ทางออกจากความขัดแย้ง ต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย จะต้องมีการเตรียมการ โดยให้คนจำนวนหนึ่งในรัฐบาลที่ว่างงานอยู่เตรียมการขับเคลื่อนรัฐธรรมนูญตั้งแต่ตอนนี้”
นายกษิต ภิรมย์ ที่ปรึกษา ครป. กล่าวว่า สาธารณสุขของไทยได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก และความร่วมมือของคนไทยทำให้การแก้ไขปัญหาโควิดเป็นไปด้วยดี การยืดเวลาการใช้อำนาจตาม พรก.ฉุกเฉินฯ จึงไม่จำเป็นอีกต่อไป นอกจากนี้ การใช้อำนาจพิเศษในสถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องแจ้งภาคีกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ผ่านเลขาธิการสหประชาชาติอย่างเป็นระบบ แต่ไม่ได้ยินว่ารัฐบาลดำเนินการแล้ว และการใช้อำนาจต้องมีกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลภายใน ขอตั้งข้อสังเกตว่า การแก้ไขปัญหาการบินไทย ไม่เกี่ยวกับปัญหาโควิด ดังนั้นรัฐบาลอย่าลักไก่ทำในอำนาจพิเศษ ควรให้ระบบรัฐสภาทำงานและมีการตรวจสอบปัญหาการคอร์รัปชันที่ผ่านมาในหลายรัฐบาล
คนส.เปิดผลสำรวจ ประชาชน87.6% ไม่เห็นด้วย ขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
https://www.khaosod.co.th/covid-19/news_4197085
คนส.เปิดผลสำรวจ ประชาชน87.6% ไม่เห็นด้วย ขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
เมื่อวันที่ 25 พ.ค. เพจเฟซบุ๊ก เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง - คนส.
#คนสโพลล์ ประชาชน 87.6% ไม่เห็นด้วยกับการขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินต่อไปเป็นครั้งที่ 3
(จากการสำรวจ "ความคิดเห็นประชาชนต่อการขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน" โดยเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) ในระหว่างวันที่ 24-25 พฤษภาคม 2563 โดยมีประชาชนจำนวน 2,098 คน ร่วมตอบแบบสอบถาม)
ผลการสำรวจที่น่าสนใจของ "คนส.โพลล์ "สำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อการขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน" ประชาชน 87.6% ไม่เห็นด้วยกับการขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินต่อไปเป็นครั้งที่ 3 +++
นอกจากนั้นประชาชนส่วนใหญ่ยังเห็นว่าการเคอร์ฟิวไม่ได้มีส่วนช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในทางตรงข้ามมาตรการที่ทำให้ลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดได้คือ การสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และการรักษาระยะห่าง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่เป็นสิ่งที่ประชาชนตระหนักและปฏิบัติด้วยตนเอง
และประชาชนส่วนใหญ่ยังระบุว่าตนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฉุกเฉินในด้านเศรษฐกิจ/อาชีพ ด้านสิทธิเสรีภาพ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษา ในแง่ที่มีการลดลงของคุณภาพการเรียนการสอนเป็นอย่างมากในทุกระดับชั้น
ข้อมูลที่สนใจมากคือ จากการสำรวจครั้งนี้มีผู้ตอบแบบสอบถามอยู่ในสถานะตกงานถึง 8.7%
https://www.facebook.com/ThaiAcademicNetworkforCivilRights/videos/1227962850929105/