คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
โรคหูดที่ฝ่าเท้า เป็นติ่งเนื้องอกที่ผิวหนังชนิดไม่ร้ายแรงค่ะ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV ที่ภายในชั้นผิวหนังกำพร้า สามารถติดต่อได้
โดยการสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วยที่เป็นหูดบริเวณผิวหนัง อาจพบได้บ่อยในเด็กหรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เมื่อเชื้อไวรัสเข้าไปในชั้นหนังกำพร้า
จะไปกระตุ้นให้มีการแบ่งตัวของเซลล์อย่างมากมายจนเกิดเป็นตุ่มแข็งที่ผิวหนัง ลักษณะจะคล้ายกับตาปลา แต่จะแตกต่างตรงที่เมื่อลองใช้มีดเฉือน
จะเห็นจุดดำๆ ซึ่งเป็นจุดเลือดออกเล็กๆจากเส้นเลือดฝอย และจะเจ็บหากกดจากด้านข้าง 2 ข้าง แต่ถ้าเป็นตาปลาจะเจ็บเมื่อใช้มือกดตรงๆลงไปได้ค่ะ
ทั้งนี้ สำหรับการรักษาแพทย์อาจจะแบ่งการรักษาออกเป็นการรักษาด้วยยา หรือด้วยการผ่าตัด เช่น การใช้ความเย็น การจึ้ด้วยไฟฟ้า การใช้เลเซอร์
หรือการผ่าตัดแบบใช้มีด รวมถึงอาจจะไม่รักษาในกรณีที่หูดมีขนาดเล็กได้ค่ะ และนอกจากนี้การรักษาอาจจะขึ้นอยู่กับแพทย์เป็นผู้ประเมินร่วมด้วย
เช่น ขนาด จำนวน ลักษณะของหูด ตำแหน่งที่เกิด อายุ และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยร่วมด้วยค่ะ
ในเบื้องต้น แนะนำให้ลองสังเกตอาการของหูดที่เป็นอยู่ดูนะคะ หากหูดที่เป็นอยู่ มีลักษณะใหญ่ หรือมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น แนะนำให้คุณไปพบ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนัง เพื่อรับการตรวจประเมินอาการ และรับการรักษาที่เหมาะสมค่ะ ส่วนในระหว่างนี้ แนะนำให้หลีกเลี่ยง
การสัมผัสหูดของตนเองและไม่แคะแกะเกาหูดที่เป็นอยู่เพื่อลดการแพร่กระจ่ายเชื้อไปยังอวัยวะอื่นๆได้ค่ะ
โดยการสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วยที่เป็นหูดบริเวณผิวหนัง อาจพบได้บ่อยในเด็กหรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เมื่อเชื้อไวรัสเข้าไปในชั้นหนังกำพร้า
จะไปกระตุ้นให้มีการแบ่งตัวของเซลล์อย่างมากมายจนเกิดเป็นตุ่มแข็งที่ผิวหนัง ลักษณะจะคล้ายกับตาปลา แต่จะแตกต่างตรงที่เมื่อลองใช้มีดเฉือน
จะเห็นจุดดำๆ ซึ่งเป็นจุดเลือดออกเล็กๆจากเส้นเลือดฝอย และจะเจ็บหากกดจากด้านข้าง 2 ข้าง แต่ถ้าเป็นตาปลาจะเจ็บเมื่อใช้มือกดตรงๆลงไปได้ค่ะ
ทั้งนี้ สำหรับการรักษาแพทย์อาจจะแบ่งการรักษาออกเป็นการรักษาด้วยยา หรือด้วยการผ่าตัด เช่น การใช้ความเย็น การจึ้ด้วยไฟฟ้า การใช้เลเซอร์
หรือการผ่าตัดแบบใช้มีด รวมถึงอาจจะไม่รักษาในกรณีที่หูดมีขนาดเล็กได้ค่ะ และนอกจากนี้การรักษาอาจจะขึ้นอยู่กับแพทย์เป็นผู้ประเมินร่วมด้วย
เช่น ขนาด จำนวน ลักษณะของหูด ตำแหน่งที่เกิด อายุ และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยร่วมด้วยค่ะ
ในเบื้องต้น แนะนำให้ลองสังเกตอาการของหูดที่เป็นอยู่ดูนะคะ หากหูดที่เป็นอยู่ มีลักษณะใหญ่ หรือมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น แนะนำให้คุณไปพบ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนัง เพื่อรับการตรวจประเมินอาการ และรับการรักษาที่เหมาะสมค่ะ ส่วนในระหว่างนี้ แนะนำให้หลีกเลี่ยง
การสัมผัสหูดของตนเองและไม่แคะแกะเกาหูดที่เป็นอยู่เพื่อลดการแพร่กระจ่ายเชื้อไปยังอวัยวะอื่นๆได้ค่ะ
แสดงความคิดเห็น
Hood เป็นได้งัย
ผมไปเสริชมาเค้าบอกมีเชื้อHPV
เเต่ผมไม่เคยมีอะไรเลยนะครับ ยังไม่ถึง20ด้วย
ใครทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้ช่วยหน่อยนะครับ