คือว่านี่เป็นกระทู้เเรกของเรา ผิดพลาดตรงไหนขอโทษด้วยนะคะ
ต้องเกริ่นก่อนว่าเราเป็นลูกคนเดียว เพราะฉะนั้นการที่พ่อแม่จะคาดหวังให้เราเป็นคนดีมากๆ มันคงจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร พ่อแม่เราชอบบอกว่าชีวิตเธอก็ดีกว่าคนอื่นตั้งเยอะแล้ว จะเอาอะไรอีก หรือเป็นอยากนี้ยังไม่พอใจอีกหรือไง ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่าตอนเด็กๆเราก็ยังใช้ชีวิตตามปกติ ไม่เคยทำงานบ้านเองเลย เพราะแม่บอกไม่ให้ทำ ลูกมีหน้าที่แค่เรียนก็เรียนไป เราก็โอเค แต่พอโตขึ้นเราเริ่มรู้สึกว่า เราอยากช่วยงานบ้านบ้าง เราก็เลยทำอะไรเล็กๆน้อยๆ อย่างแบบล้างจาน กวาดบ้านถูบ้านตอนที่พ่อแม่ไม่อยู่ เก็บผ้าให้ ตอนแรกมันก็เหมือนจะดีแม่เราก็ชม แต่พอผ่านไปสักพัก มีครั้งนึงที่เราพึ่งทำอาหารเสร็จแล้วกำลังจะล้างจาน เราเห็นแก้วน้ำที่พึ่งซื้อมาใหม่ 2 ใบ เราก็เลยถามแม่ว่า อันนี้คือให้ล้างเลยใช่มั้ย อารมณ์แบบแค่ถามอ่ะ เพราะเราก็ไม่รู้เหมือนกันไงว่าแม่จะเอายังไง แต่แม่เราก็ตอบกลับมาว่า วางขนาดนี้เเล้วไม่รู้หรือไง เราก็เลยเถียงกับแม่ไปนิดหน่อยแล้วแม่ก็พูดว่า ทำไมถึงเป็นเด็กไม่มีน้ำใจขนาดนี้นะ ซึ่งบางครั้งเราก็พยายามปรับตัว แบบพ่อแม่ไม่ชอบสิ่งไหนเราก็พยายามไม่ทำ แม่ยึดโทรศัพท์ก่อนนอนเราก็โอเค แม่ใช้ไปทำนู่นทำนี้เราก็ทำให้ แต่ว่าขอแค่บอกกันได้มั้ยว่าต้องการยังไง แต่แม่เราก็สวนกลับมาด้วยคำพูดสุดคลาสสิคคำเดิมเลยว่า เธอก็ลองคิดดูเองสิ หัดมีน้ำใจกับพ่อแม่บ้าง คือเราไม่มีน้ำใจขนาดนั้นเลยหรอค่ะ หรือว่าความจริงแล้วเราเป็นอยากนั้นจริงๆ ถ้าเราเป็นอย่างนั้นเราจะได้ปรับตัวให้ดีขึ้น รบกวนทุกคนช่วยตอบหน่อยนะคะ
อีกเรื่องที่ชอบเป็นประเด็นบ่อยๆก็คือ การเรียนของเรา เราก็ไม่ได้ว่าอะไรที่พ่อแม่ขอดูเพราะผลการเรียนเราก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี แต่พอแม่ดูเสร็จแม่เราก็ชอบถามถึงคะแนนเพื่อนเรา แล้วถ้าคะแนนเพื่อนดีกว่าแม่ก็จะเปลี่ยนสีหน้าไป แต่คือแม่ก็ชอบพูดบ่อยๆ ว่า ไม่ต้องเครียด คะแนนเป็นไงม้าไม่ว่าหรอก แต่การกระทำบางทีมันก็ตรงข้ามกัน มันมีอีกเรื่องหนึ่งที่เราเองก็งงๆอยู่ก็คือ ตอนที่เราอ่านหนังสือตอนกลางคืนแบบเที่ยงคืน ( เริ่มอ่านประมาณ 1 ทุ่ม ) แม่เราก็ว่า ทำไมไม่นอน พอตื่นมาก็ชอบงี่เง่า ซึ่งบางทีเราก็ทำตัวปกติไง ก็เข้าใจว่าแม่ห่วง แต่บางทีการที่แม่ห่วงเกินไปมีสิธีคุยกับแม่ยังไงได้บ้างค่ะ เพราะบางทีความเป็นห่วงที่มากเกินไปก็ทำให้เราทำอะไรไม่เป็นเลยเหมือนกัน
ขอโทษนะคะ ถ้ารู้สึกว่ามันยาวไป อ่านแล้วงงๆ ขอบคุณค่ะที่อ่านจนจบ🙏🏻
พ่อแม่เปลี่ยนไป หรือเราไม่ดีเอง
ต้องเกริ่นก่อนว่าเราเป็นลูกคนเดียว เพราะฉะนั้นการที่พ่อแม่จะคาดหวังให้เราเป็นคนดีมากๆ มันคงจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร พ่อแม่เราชอบบอกว่าชีวิตเธอก็ดีกว่าคนอื่นตั้งเยอะแล้ว จะเอาอะไรอีก หรือเป็นอยากนี้ยังไม่พอใจอีกหรือไง ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่าตอนเด็กๆเราก็ยังใช้ชีวิตตามปกติ ไม่เคยทำงานบ้านเองเลย เพราะแม่บอกไม่ให้ทำ ลูกมีหน้าที่แค่เรียนก็เรียนไป เราก็โอเค แต่พอโตขึ้นเราเริ่มรู้สึกว่า เราอยากช่วยงานบ้านบ้าง เราก็เลยทำอะไรเล็กๆน้อยๆ อย่างแบบล้างจาน กวาดบ้านถูบ้านตอนที่พ่อแม่ไม่อยู่ เก็บผ้าให้ ตอนแรกมันก็เหมือนจะดีแม่เราก็ชม แต่พอผ่านไปสักพัก มีครั้งนึงที่เราพึ่งทำอาหารเสร็จแล้วกำลังจะล้างจาน เราเห็นแก้วน้ำที่พึ่งซื้อมาใหม่ 2 ใบ เราก็เลยถามแม่ว่า อันนี้คือให้ล้างเลยใช่มั้ย อารมณ์แบบแค่ถามอ่ะ เพราะเราก็ไม่รู้เหมือนกันไงว่าแม่จะเอายังไง แต่แม่เราก็ตอบกลับมาว่า วางขนาดนี้เเล้วไม่รู้หรือไง เราก็เลยเถียงกับแม่ไปนิดหน่อยแล้วแม่ก็พูดว่า ทำไมถึงเป็นเด็กไม่มีน้ำใจขนาดนี้นะ ซึ่งบางครั้งเราก็พยายามปรับตัว แบบพ่อแม่ไม่ชอบสิ่งไหนเราก็พยายามไม่ทำ แม่ยึดโทรศัพท์ก่อนนอนเราก็โอเค แม่ใช้ไปทำนู่นทำนี้เราก็ทำให้ แต่ว่าขอแค่บอกกันได้มั้ยว่าต้องการยังไง แต่แม่เราก็สวนกลับมาด้วยคำพูดสุดคลาสสิคคำเดิมเลยว่า เธอก็ลองคิดดูเองสิ หัดมีน้ำใจกับพ่อแม่บ้าง คือเราไม่มีน้ำใจขนาดนั้นเลยหรอค่ะ หรือว่าความจริงแล้วเราเป็นอยากนั้นจริงๆ ถ้าเราเป็นอย่างนั้นเราจะได้ปรับตัวให้ดีขึ้น รบกวนทุกคนช่วยตอบหน่อยนะคะ
อีกเรื่องที่ชอบเป็นประเด็นบ่อยๆก็คือ การเรียนของเรา เราก็ไม่ได้ว่าอะไรที่พ่อแม่ขอดูเพราะผลการเรียนเราก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี แต่พอแม่ดูเสร็จแม่เราก็ชอบถามถึงคะแนนเพื่อนเรา แล้วถ้าคะแนนเพื่อนดีกว่าแม่ก็จะเปลี่ยนสีหน้าไป แต่คือแม่ก็ชอบพูดบ่อยๆ ว่า ไม่ต้องเครียด คะแนนเป็นไงม้าไม่ว่าหรอก แต่การกระทำบางทีมันก็ตรงข้ามกัน มันมีอีกเรื่องหนึ่งที่เราเองก็งงๆอยู่ก็คือ ตอนที่เราอ่านหนังสือตอนกลางคืนแบบเที่ยงคืน ( เริ่มอ่านประมาณ 1 ทุ่ม ) แม่เราก็ว่า ทำไมไม่นอน พอตื่นมาก็ชอบงี่เง่า ซึ่งบางทีเราก็ทำตัวปกติไง ก็เข้าใจว่าแม่ห่วง แต่บางทีการที่แม่ห่วงเกินไปมีสิธีคุยกับแม่ยังไงได้บ้างค่ะ เพราะบางทีความเป็นห่วงที่มากเกินไปก็ทำให้เราทำอะไรไม่เป็นเลยเหมือนกัน
ขอโทษนะคะ ถ้ารู้สึกว่ามันยาวไป อ่านแล้วงงๆ ขอบคุณค่ะที่อ่านจนจบ🙏🏻